“องค์ชาย! ท่านทานยาแก้พิษเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” สืออีรีบประคองร่างสูงไว้ในอ้อมแขน น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความกังวล
“เรา...ไม่เป็ไร เ้าก็รู้ว่าร่างกายนี้ ต่อให้ถูกพิษที่ร้ายแรงยิ่งกว่านี้ ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้”
“แต่นั่นจะทำให้พระองค์ต้องเ็ปอย่างแสนสาหัสนะพ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำพูดนั้น มู่หรงฉางชิงก็พลันทรุดลงกับพื้น กระอักเืสีดำคล้ำออกมาจากริมฝีปาก สืออีมองภาพนั้นด้วยหัวใจสั่นไหว เขาอ่อนใจในความดื้อรั้นของนายเหนือหัว
ไม่คิดเลยว่าองค์ชายผู้เ็าประดุจน้ำแข็ง จะยอมทนเ็ปเพื่อความพอใจของสตรีนางหนึ่ง
ในยามที่เืสีดำหยดลงบนพื้นหิน ดวงตาคมของชายหนุ่มยังคงมีเพียงภาพของเซี่ยหรงเหยา สตรีผู้ที่เขามิอาจลืมได้ แม้ในห้วงสุดท้ายของสติสัมปชัญญะ
ทางด้านเซี่ยหรงเหยา หลังกลับถึงเรือนของตน ภายในใจยังคงรู้สึกร้อนรุ่มและไม่มั่นคง นางเดินวนไปมาภายในห้องอย่างกระสับกระส่าย
ปากก็พึมพำบ่นไม่หยุดถึงการกระทำของมู่หรงฉางชิงในวันนี้ ในใจทั้งความขุ่นเคือง โมโห และความรู้สึกบางอย่างที่นางเองก็ไม่อาจอธิบายได้
“หึ! กล้ามาแย่งของที่ข้าหมายตาเอาไว้...”
เสียงบ่นของนางแ่ลงเมื่อความเหนื่อยล้าเริ่มเข้าครอบงำ ร่างบางเอนตัวลงบนเตียง หลับไปทั้งที่โทสะยังคุกรุ่นด้วยอารมณ์ที่ไม่อาจระงับ
รุ่งอรุณของวันใหม่ แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาบางเบา หญิงสาวขยับกายเล็กน้อยพร้อมเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ และสิ่งที่เห็นในคราแรกกลับทำให้นางต้องชะงักงัน บนโต๊ะข้างหัวเตียง มีกล่องไม้เล็กๆ วางอยู่
กล่องใบนั้นทำจากไม้จันทน์หอมขัดเงาอย่างประณีต ข้างกันมีจดหมายฉบับหนึ่งวางแนบเอาไว้ หัวใจของเซี่ยหรงเหยาเต้นแรงอย่างประหลาด เมื่อปลายนิ้วัักระดาษแผ่นนั้น
นางค่อยๆ เปิดผนึกออก ข้อความที่ปรากฏบนกระดาษถูกเขียนด้วยลายมือทรงพลัง เส้นหมึกคมชัดแต่แฝงความอ่อนโยน
“เลิกขุ่นเคืองเปิ่นไท่จื่อได้แล้ว นี่เป็ของขวัญชิ้นแรกสำหรับเ้า” เพียงประโยคสั้นๆ กลับทำให้หัวใจของนางสั่นไหวอย่างไม่อาจห้ามได้
เซี่ยหรงเหยาวางจดหมายลง ก่อนจะเปิดกล่องไม้จันทน์หอมออกอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้ลอยออกมาแตะปลายจมูก ภายในกล่องคือยาลูกกลอนเม็ดเล็กสีดำสนิท เพียงแค่เห็น นางก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคืออะไร โอสถแก้พิษร้อยชนิด
“เหตุใดเขาถึงได้มอบมันให้ข้า ทั้งที่เมื่อวาน...” เสียงของนางแ่เบา ราวกับพูดกับตนเอง
ความสงสัยและความอบอุ่นบางอย่างผสมปนเปกันอยู่ในแววตา โดยที่นางไม่รู้เลยว่า...ในค่ำคืนเดียวกันนั้น มู่หรงฉางชิงต้องแลกกับความเ็ปอย่างแสนสาหัส เพื่อมอบของขวัญชิ้นนี้ให้กับนาง
หญิงสาวรีบอาบน้ำชำระกายแล้วออกจากจวนไปทันที เซี่ยชิงสือที่กำลังไปสำนักศึกษา มองน้องสาวที่มีท่าทีเร่งรีบด้วยสีหน้างุนงง
“นางจะออกไปไหน” ร่างสูงหันไปถามบ่าวรับใช้ข้างกาย
“ได้ยินสาวใช้ของคุณหนูสี่ สั่งคนขับรถม้าไปที่ตำหนักรัชทายาทขอรับ” ดวงตาคมพลันเบิกโพลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“รีบตามไปเร็วเข้า”
ครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าของเซี่ยหรงเหยาหยุดลงตรงหน้าตำหนักรัชทายาท เสียงล้อไม้บดกับพื้นหินดังแ่เบา ก่อนที่ม่านจะถูกเปิดออก หญิงสาวร่างบางก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่างาม
ทันทีที่สาวใช้ของของนางรายงานว่า คุณหนูสี่จากจวนเซี่ยโสวฝู่มาขอเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท เหล่าข้ารับใช้ต่างรีบเชิญนางเข้าไปด้านในโดยไม่รอคำสั่งอนุญาตจากเบื้องบน
เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า...นางคือสตรีที่องค์รัชทายาททรงให้ความสนใจเป็พิเศษ
“นางเข้าไปแล้ว!” เสียงของเซี่ยชิงสือดังขึ้นจากภายในรถม้าที่พึ่งมาถึง ชายหนุ่มไม่ได้บุ่มบ่ามพุ่งเข้าไป หากแต่สั่งให้คนของตนจอดรออยู่ด้านนอก
ดวงตาคมจับจ้องไปยังประตูตำหนักด้วยความกังวล องครักษ์เงาที่เฝ้าอยู่รอบๆ มองชายหนุ่มด้วยสีหน้าขบขัน
พวกเขาเข้าใจดีว่า...พี่ชายของคุณหนูสี่กำลังร้อนใจเพียงใด เพราะในสายตาของเขา น้องสาวกำลังจะกลายเป็ เนื้อเข้าปากเสือ อย่างแท้จริง
ภายในตำหนัก สืออีรีบเข้าไปคุกเข่ารายงาน
“คุณหนูสี่มาเยือนพ่ะย่ะค่ะ” มู่หรงฉางชิงที่กำลังนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย ก่อนร่างสูงจะรีบพุ่งไปยังเตียงนอนทันที
เพราะพิษที่ได้รับเมื่อคืนยังไม่สลายดี เืที่เสียไปมากทำให้ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มนอนลงบนเตียง แสร้งทำท่าหมดสติ
ใบหน้าที่ยามปกติจะถูกปกปิดด้วยหน้ากากหยก บัดนี้กลับเผยให้เห็นเค้าหน้าคมคายไร้ที่ติ ราวกับองค์เทพที่ถูกสลักจากหยกขาว และไม่นานนัก เสียงฝีเท้าแ่เบา ก็พลันดังขึ้นจากหน้าห้อง
“ข้าขอเข้าพบองค์รัชทายาทได้หรือไม่”
เซี่ยหรงเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ หลังเดินตามหญิงรับใช้มาหยุดอยู่ตรงหน้าสืออีที่ยืนเฝ้าด้านนอกห้อง องครักษ์หนุ่มแสร้งทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย คล้ายไม่กล้าเอ่ยกับนาง
“เกิดอะไรขึ้นหรือ...หรือว่าองค์รัชทายาทไม่สะดวกพบข้า เช่นนั้นข้ากลับมาวันหลังก็ได้” หญิงสาวเอ่ยพร้อมทำท่าจะหันหลังจากไป
“ปะ...เปล่าขอรับคุณหนูสี่ อย่าได้เข้าใจผิด ข้าว่าท่านเข้าไปดูด้วยตาตนเองดีกว่า!” สืออีรีบเอ่ยรั้งนางไว้ด้วยท่าทีลนลาน
เหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆ แทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ บางคนถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเองเบาๆ เ้าเด็กน้อยนี่เกือบทำเื่ดีๆ ของนายเหนือหัวพังไม่เป็ท่า
เซี่ยหรงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปภายในห้องอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก กลิ่นยาสมุนไพรจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
และเมื่อสายตาของนางทอดไปยังเตียงนอนเบื้องหน้า ภาพชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังนอนนิ่ง ทำให้นางถึงกับชะงักงัน ใบหน้าที่เคยถูกปิดบังด้วยหน้ากาก บัดนี้เผยออกมาอย่างชัดเจน เขาช่างหล่อเหลาจนแทบทำให้คนรู้สึกริษยา
“เกิดอะไรขึ้นกับองค์รัชทายาทหรือ!”
หญิงสาวรีบดึงสติกลับมา เมื่อพบว่าใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มซีดขาวไร้สีเื ดวงตาคู่งามจับจ้องไปยังร่างสูงที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง สืออีที่เดินตามเข้ามาในภายหลัง ก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“คือ...เมื่อคืน มีมือสังหารบุกเข้ามาในตำหนัก พวกมัน้าเอาชีวิตองค์ชาย แม้พระองค์จะไม่ได้รับาเ็ภายนอก แต่พวกมันกลับอาศัยจังหวะที่พวกเราเผลอ ซัดลูกดอกอาบยาพิษใส่พระองค์”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“เช่นนั้นแล้ว...เหตุใดพระองค์ถึงได้ส่งสิ่งนี้มาให้ข้า!” ร่าบางชี้ไปยังกล่องไม้จันทน์หอมในมือ
“นั่นเป็ความตั้งใจแรกที่องค์ชาย้าทำเพื่อคุณหนูขอรับ” สืออียังคงแสร้งเล่นตามน้ำ
“แม้เขาต้องได้รับความทรมานจากพิษเช่นนั้นหรือ...” เซี่ยหรงเหยาพึมพำเสียงแ่ ดวงตางามไหวระริก
“ช่างไม่รู้จักรักตนเองเอาเสียเลย” แม้จะเอ่ยอย่างไม่พอใจ แต่ในอกกลับอบอุ่นอย่างประหลาด ความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของนาง
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มผู้แสร้งถูกพิษ กลับหลับตาฟังการสนทนาด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ มิได้มีท่าทีของผู้เจ็บป่วยเลยแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นแล้ว...พิษในร่างขององค์รัชทายาทจะทำเช่นไร องครักษ์สืออี นำยาเม็ดนี้ให้พระองค์แก้พิษเถิด” เซี่ยหรงเหยาวางกล่องโอสถไม้จันทน์หอมไว้เบื้องหน้า สืออีรีบยกมือขึ้นห้าม
“ไม่ได้นะขอรับ! เื่นี้ข้าน้อยตัดสินใจเองมิได้ หากคุณหนูเซี่ย้าให้องค์ชายใช้โอสถเม็ดนี้ เช่นนั้นก็รอให้พระองค์ได้สติกลับมาก่อน แล้วค่อยหารืออีกครั้งจะดีกว่า”
“แล้วเมื่อใดองค์รัชทายาทจะฟื้นเล่า”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ อย่างไรคุณหนูก็รออีกสักหน่อย หากยังไม่ฟื้น ค่อยกลับไปดีหรือไม่” สืออีรีบโน้มน้าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ หญิงสาวนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบาๆ
“เช่นนั้นก็ได้”
“ดีขอรับ ข้าจะสั่งให้บ่าวนำของว่างมาให้ท่าน คุณหนูเซี่ยรอที่นี่สักครู่” สืออีรีบพุ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
เพียงไม่นาน ข้ารับใช้ต่างก็ลำเลียงของว่างนานาชนิดมาวางเรียงรายตรงหน้าหญิงสาว ทั้งขนมอบ ผลไม้ และชาอุ่นหอมกรุ่น
“ตำหนักรัชทายาทช่างร่ำรวยเสียจริง เพียงของว่างสำหรับแขก ผู้มาเยือน ก็ทำมาหลากหลายเพียงนี้” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยพลางหยิบขนมชิ้นเล็กขึ้นมาชิม สีหน้าของนางดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เหล่าองครักษ์เงาที่เฝ้ามองอยู่ ได้แต่บ่นอุบในใจ
คุณหนู...มีเพียงท่านเท่านั้น ที่ทำให้คนขี้เหนียวอย่างองค์รัชทายาทยอมควักเงินในกระเป๋าได้ ในยามปกติ...มีแต่เขาที่คอยหาวิธีเอาเงินจากผู้อื่นเสียมากกว่า
