เปลวเพลิงสีทองและสีแดงรวมตัวกันกลายเป็มหาสมุทรเพลิง! ประหนึ่งว่าิญญาแห่งอัคคีได้ถือกำเนิดขึ้นจากเปลวเพลิงนั้น!
เจ็ดก้าวย้อน์ ก้าวที่ห้า—ะเิ!
ในชั่วพริบตานั้น พร้อมกับก้าวเท้าของหลินเสวียน เปลวเพลิงสีทองและสีแดงนับไม่ถ้วนรอบตัวเขาก็ปะทุขึ้น!
ดุจเปลวเพลิงแห่ง์ที่ตกลงมายังโลก ดุจูเาไฟะเิ พลังอันเกรี้ยวกราดแผ่กระจายไปทั่ว!
แสงสีทองและสีแดงนับไม่ถ้วนกระจายออกไป ดุจตะวันสีชาดที่เพิ่งขึ้นพ้นขอบฟ้า ประกายแสงหลากสีเติมเต็มท้องฟ้า อักขระลึกลับจำนวนมากพวยพุ่งออกมา ทำลายทุกสรรพสิ่ง!
เจ็ดก้าวย้อน์ ก้าวที่หก—ทำลายล้าง!
ด้วยก้าวที่หกนี้ คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกจากฟ้าดิน มิติรอบข้างพังทลาย แสงสีทองและสีแดงที่งดงามถึงขีดสุดพลันสลายหายไป ทุกสิ่งรอบตัวกลายเป็สุญญากาศ!
เจ็ดก้าวย้อน์ ก้าวที่เจ็ด—สยบ!
สายลมอ่อนโยนพัดผ่านมาอีกครั้ง และโลกก็กลับสู่ความสงบ!
เจ็ดก้าวย้อน์: เหยียบ, กดดัน, ร้าว, แตกสลาย, ะเิ, ทำลายล้าง, สยบ!
ดวงตาของหลินเสวียนเปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ลึกล้ำ ร่างของเขาลอยอยู่กลางอากาศ ขณะก้าวเดินอย่างต่อเนื่อง
เขาดุจดาวตกที่พุ่งทะยานระหว่างฟ้าดิน ประกายแสงเจิดจรัสไหลเวียนรอบกาย เปล่งกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่และทรงพลังออกมา!
ด้วยเจ็ดก้าวนี้ ความเร็วของหลินเสวียนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
เพียงพริบตาเดียว เขากลับทะลวงของการมองเห็นของเหล่าศิษย์ตระกูลหลิน ทำให้พวกเขาเห็นเพียงสายแสงสายหนึ่งพริ้วไหวอยู่กลางอากาศ!
ในชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างตกตะลึง จนแทบไม่เชื่อสายตาของตนเอง นี่มันความเร็วที่น่ากลัวเกินไปแล้ว!
เด็กน้อยที่เส้นผมยังไม่ทันร่วงหลุด กลับมีความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เพียงแค่เริ่มเดินได้ ก็เร็วกว่าพวกเขาที่ใช้พลังทั้งหมดหลายเท่าตัว!
ในสายตาของพวกเขา กระบวนท่าเท้า ดูราวกับเป็พลังศักดิ์สิทธิ์เชิงจู่โจมโดยเฉพาะ!
"นี่มันเกินไปแล้ว!" พวกเขาอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานอยู่ในใจ
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกครั้ง บรรพชนหลินปรากฏตัวขึ้น!
สายตาของเขาจับจ้องไปยังหลินเสวียนที่ราวกับสายแสงอยู่กลางอากาศ เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ยืนกอดอกไว้ข้างหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและชื่นชม!
"บุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินของข้า ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก!"
มุมปากของบรรพชนหลินยกขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เหล่าผู้าุโของตระกูลซวนที่มาด้วยกันก็ได้เห็นเหตุการณ์นี้เข้ากับตา
พวกเขามาเยือนหลายครั้งและในที่สุดก็ได้เห็นปรากฏการณ์นี้
ตอนนี้ แม้พวกเขาจะอยากนั่งทำสมาธิเพื่อทำความเข้าใจวิชา แต่ก็ยังคงพยายามวางมาดเช่นเดียวกับบรรพชนหลิน ยืนกอดอกไว้ข้างหลัง ลูบเคราของตนเอง และพยักหน้าช้าๆ
"เขาแข็งแกร่งจริงๆ!"
"เพิ่งเริ่มเดินแต่กลับมีกลิ่นอายอันน่าเกรงขามถึงเพียงนี้ แถมยังอยู่แค่ระดับหลอมลมปราณแต่สามารถมีความเร็วขนาดนี้ได้ เขาช่างเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์โดยแท้จริง!"
"ให้ตายเถอะ! ถ้าตระกูลซวนของพวกเรามีอัจฉริยะเช่นนี้ก็คงดี! แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เสวียนเอ๋อร์ก็มีสายเืของตระกูลซวนครึ่งหนึ่ง! ข้าคิดว่าในอนาคต เมื่อเสวียนเอ๋อร์แต่งงานและมีลูก พวกเราน่าจะเลือกให้ลูกคนหนึ่งใช้สกุลซวน!"
เหล่าผู้าุโของตระกูลซวนต่างครุ่นคิดวางแผนในใจไปเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันก็มองไปที่อักขระเรืองแสงบนขาของหลินเสวียน พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้น
เมื่อบรรพชนหลินได้ยินเช่นนั้น เขาเพียงหัวเราะเบา ๆ และกล่าวว่า
"ฝันไปเถอะ"
จากนั้น เสียงอื้ออึงจากความสั่นะเืของอากาศก็ดังขึ้นไม่หยุด หลินเสวียนใช้เจ็ดก้าวย้อน์ ฝืนทวนกฎแห่งฟ้าดิน โฉบไปมาในอากาศอย่างอิสระ ดื่มด่ำกับความลึกล้ำของวิชานี้อย่างเต็มที่!
เนื่องจากความเร็วของหลินเสวียนสูงมาก ทิวทัศน์รอบตัวเขาจึงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ด้วยเนตรหยินหยางของเขา แม้จะไม่ได้กระตุ้นพลังของดวงตานี้ เขาก็ยังสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างง่ายดาย
"นี่คือความรู้สึกของผู้ฝึกตนเมื่อเดินบนเส้นทางแห่งเต๋าหรือ?" หลินเสวียนพึมพำกับตนเอง
แท้จริงแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่หลินเสวียนได้ัักับปรากฏการณ์เช่นนี้ โดยปกติแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากร่างของเขามักจะเกิดจากการะเิพลังอย่างรุนแรงในการใช้งานครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็ ดัชนีสยบ์ เนตรศักดิ์สิทธิ์และเนตรหยินหยาง หรือ กลืนกินดวงดาว ล้วนแต่แสดงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในครั้งแรกที่ใช้งาน
แต่หลังจากนั้น หาก้าปลดปล่อยพลังเช่นนั้นอีก เขาจะต้องฝึกฝนและทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง จนกว่าระดับการบ่มเพาะของเขาจะสูงขึ้น
เจ็ดก้าวย้อน์ในวันนี้ก็เช่นกัน เนื่องจากปรากฏการณ์ของมัน หลินเสวียนจึงได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
ขณะที่ใช้เจ็ดก้าวย้อน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากจะทำความเข้าใจวิชานี้แล้ว เขายังนึกถึง "เก้าคำลับ—ก้าว" ซึ่งเป็อีกหนึ่งวิชาที่เกี่ยวข้องกับความเร็ว
เขาเริ่มเปรียบเทียบทั้งสองอย่าง และพยายามผสานรวมมันเข้าด้วยกัน...
ในขณะที่เขาครุ่นคิด หลินเสวียนก็ค่อย ๆ เข้าสู่สภาวะตรัสรู้!
ตอนแรก หลินเสวียนยังบินวนเวียนอยู่เหนือตำหนักตระกูลหลิน แต่เมื่อเขาฝึกฝนไปเรื่อย ๆ ความเร็วของเจ็ดก้าวย้อน์ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น จนเขาไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ภายในตระกูลหลินอีกต่อไป
ในที่สุด เขาก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าของเมืองต้าเยียน
ปรากฏการณ์นี้ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนในเมืองต้าเยียนต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างสีทองแดงที่แผดเผาอยู่บนท้องฟ้า
"นั่นอะไรน่ะ? ใครกันที่กล้าบินเหนือฟ้าเมืองต้าเยียนเช่นนี้? เขาไม่กลัวว่าผู้คุมกฎจะจับตัวหรือไง?"
"แต่ข้ารู้สึกว่าดูเหมือนเขาจะมาจากตระกูลหลินนะ... เดี๋ยวก่อน... นั่นมัน... หรือว่าจะเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลิน?"
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย
แต่ทันใดนั้น คนข้าง ๆ กลับกลอกตาแล้วพูดสวนขึ้นว่า
"อย่าพูดจาไร้สาระ! ความเร็วระดับนี้จะเป็บุญศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินได้อย่างไร? แม้ว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจะเป็อัจฉริยะไร้เทียมทาน แต่ตอนนี้เขายังไม่ถึงหนึ่งปีเลยนะ! แม้แต่การเดินก็คงยังลำบาก ข้าว่าเขาต้องเป็ยอดฝีมือของตระกูลหลินที่กลับคืนสู่ความเยาว์วัยแล้วออกมาเดินเล่นแน่ ๆ!"
"แต่ว่า... ความเร็วนี้มันน่ากลัวจริง ๆ!"
แท้จริงแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่หลินเสวียนใช้เจ็ดก้าวย้อน์ พลังของมันถึงได้รุนแรงเช่นนี้ เนื่องจากการกระตุ้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนครั้งแรก
ในอนาคต หาก้าให้ถึงระดับนี้อีกครั้ง เขาจะต้องเพิ่มพูนการบ่มเพาะให้สอดคล้องกับพลังของมัน!
หลินเสวียนตกเข้าสู่สภาวะตรัสรู้ เขาเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าวิชา เจ็ดก้าวย้อน์ ของเขาได้ถูกใช้ออกไปถึงระดับไหนแล้ว สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่เคลื่อนไหวไปมาเหนือฟ้าของเมืองต้าเยียนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเขาค่อย ๆ รู้สึกว่าตัวเองได้ออกนอกเมืองไปแล้ว…
ใน่แรก เหล่าผู้คนจากตระกูลหลินยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ พวกเขาเพียงจ้องมองหลินเสวียนและลวดลายอักขระเพลิงที่ปรากฏบนขาของเขา ตั้งใจทำความเข้าใจและศึกษาวิชานี้
แม้หลินเสวียนจะบินออกจากเขตของตระกูลหลินไป พวกเขาก็ยังไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร เพราะอย่างไรเสีย เมืองต้าเยียนก็เป็เขตปกครองของตระกูลหลินในตอนนี้ อีกทั้งยังมีบรรพชนของพวกเขาคอยปกป้องและบ่มเพาะพลังอยู่ที่นี่ จะมีเื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม เมื่อความเร็วของหลินเสวียนเพิ่มขึ้นจนเหล่าศิษย์ของตระกูลหลินบางคนแทบมองไม่เห็นตัวเขา อีกทั้งยังไม่สามารถแยกแยะอักขระบนร่างเขาได้อีกต่อไป พวกเขาก็เริ่มรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ…
