เรือนใหญ่ที่เคยมืดสนิท บัดนี้กลับสว่างไสวด้วยแสงไฟไปทั่วทุกมุมห้อง ทำให้มองเห็นว่าเรือนที่เคยเป็ระเบียบ ได้ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากถูกโจรขึ้น
โต๊ะ ชั้นเก็บของ หรือกระทั่งตู้ ไม่มีชิ้นไหนตั้งอยู่ที่เดิม ทุกสิ่งล้วนถูกลื้อค้นจนไม่อาจหลบซ่อนสิ่งใดไว้ได้อีก
ลี่หลินเห็นกระดาษที่วางกองไว้บนโต๊ะ ก็ทำให้นางเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เมิ่งจื่อหานตกอยู่ในสภาวะอารมณ์เช่นนี้
เขาคงอ่านจดหมายที่นางไม่เคยส่งไปเลยสักครั้งหมดแล้ว
"ทำไมไม่ยอมบอกข้า ทำไมไม่บอกว่าเ้าต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ทำไมยอมให้ข้าทำร้ายเ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไม" หลังจากอ่านจดหมายทั้งหมดของจางลี่หลินจบ จื่อหานก็รู้สึกอยากจะฆ่าตนเองให้ตายสักหมื่นครั้งกับสิ่งที่กระทำ
เขาคิดแค่เพียงว่าถูกหักหลัง ถูกสตรีอันเป็ที่รักกับพี่ชายทรยศ จนกลายเป็ย้ำยีให้หัวใจนางแตกสลายครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เคยรับรู้เลยว่าเื่ราวที่แท้จริงเป็เช่นไร
เป็เขาเองที่ทอดทิ้งนาง เป็เขาเองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตอนที่นางเดือดร้อนได้ ไม่สามารถยืนอยู่ข้างนางได้ยามที่้าเขามากที่สุด
เป็เขาต่างหากที่ทำผิดต่อนาง
ลี่หลินเห็นดวงตาแดงก่ำของเมิ่งจื่อหานก็รู้ได้ทันที ว่าเขาเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วงมามากแค่ไหน ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ นางจึงเลือกไม่บอกทุกอย่างกับเขาั้แ่แรก
หญิงสาวเดินเข้าไปหาร่างสูงที่ยืนโงนเงนไม่มั่นคง ยื่นมือััพวงแก้มที่ยังมีความเปียกชื้น ลูบนิ้วหัวแม่มือผ่านดวงตาที่บอมช้ำอย่างอ่อนโยน
"มันผ่านไปแล้ว เราอย่าพูดถึงมันอีกเลย"
จื่อหานเห็นหญิงสาวพูดปลอบด้วยรอยยิ้ม ทำให้หัวใจเขายิ่งเ็ป
ชายหนุ่มเอียงใบหน้าซบกับฝ่ามือนุ่ม ริมฝีปากคลี่รอยยิ้มรับหญิงสาว พรางใช้ฝ่ามือจับััใบหน้าสวย ใช้นิ้วหัวแม่มือที่ยังหลงเหลืออาการสั่นเทา เกลี่ยวนพวงแก้มนุ่มด้วยความรู้สึกผิด
"ขอโทษ ที่ปล่อยให้เ้าต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง"
"จะโทษเ้าได้อย่างไร" ตอนเมิ่งจื่อหานตัดสินใจเข้ากองทัพ เข้าร่วมศึกชายแดน เพื่อพิสูจน์ความสามารถตนเอง ลบคำปรามาสที่ว่าเขาเป็เพียงคุณชายเ้าสำอาง ติดเที่ยวเล่นไปวัน ๆ ก็เป็นางที่สนับสนุนให้เขาทำตามอย่างที่ตั้งใจ รับปากสัญญาจะรอกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกัน
แล้วแบบนี้จะกลายเป็ความผิดของเขาได้อย่างไร
หากจะโทษ ก็คงต้องโทษเทพแห่งโชคชะตา ที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นผิดจังหวะไปหมด
กว่านางจะรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ ก็ตอนที่เมิ่งจื่อหานเตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว นางจึงเลือกไม่บอกเขา เพราะรู้จักนิสัยคนรักดี ว่าต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปกับกองทัพอย่างแน่นอน
และสุดท้ายเขาก็จะกลายเป็ทหารหนีทัพ มีความผิดติดตัว นางเลยตัดสินใจเลี้ยงลูกของเราให้ดี รอวันที่เขากลับมาแทน
แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่วางไว้ แค่เพียงหันหลังจากส่งเมิ่งจื่อหานออกนอกประตูเมือง บิดามารดาก็เรียกให้นางไปพบ เพื่อบอกสิ่งสำคัญที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิต
บิดาถูกคนที่ไว้ใจหักหลัง อีกไม่นานจะถูกวางให้เป็คนทรยศแผ่นดิน รับโทษปะาทั้งตระกูลโดยไม่มีทางแก้ต่างได้
พวกท่านทราบเื่ที่นางกำลังตั้งครรภ์ จึงวางแผนหาทางหลบหนีให้กับนาง โดยมีคุณชายใหญ่เมิ่งที่ยืนมือเข้ามาช่วย หลังจากรับรู้ว่านางกำลังอุ้มท้องทายาทสกุลเมิ่งไว้
'เพราะเสี่ยวหานฝากฝังให้ข้าช่วยดูแลคุณหนูจางระหว่างที่เขาไม่อยู่ ข้าถึงได้ยื่นมือเข้ามาในปัญหาครั้งนี้ ข้ารู้ว่าคุณหนูจางคงทำใจไม่ได้ แต่คนที่อยู่เื้ัเื่นี้ มีอำนาจเกินกว่าที่ข้าจะช่วยคนสกุลจางได้ทั้งหมด
ข้าต่อรองให้ไว้ชีวิตคุณหนูจางได้แค่เพียงผู้เดียว หนทางตอนนี้ถ้าคุณหนูจางยังอยากมีชีวิตรอด คือต้องถอยห่างจากสกุลจางก่อนกำหนดโทษจะลงมา
ข้าอยากให้คุณหนูจางคิดถึงเด็กที่อยู่ในครรภ์ให้มาก เด็กคนนี้ไม่เพียงเป็สายเืคนสกุลจาง แต่ยังเป็ทายาทสกุลเมิ่งด้วยเช่นกัน
ถ้าพ้นภัยในครั้งนี้ไปได้ ข้าสัญญาว่าจะช่วยแก้แค้นให้คนสกุลจางทั้งหมด หรือหากข้าทำไม่ได้ หลังเสี่ยวหานกลับมา เขาต้องทำได้อย่างแน่นอน'
ลี่หลินกำลังมองทุกคนตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ในหัวตีรวนเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วจนนางตั้งรับไม่ทัน
สุดท้ายคนที่ตัดสินใจกลับไม่ใช่นาง บิดามารดาเลือกให้นางเป็ผู้รอด ให้ใช้ชีวิตต่อไปถึงแม้นางจะไม่ยินยอมก็ตาม
หลังจากนั้นแค่เพียงสามวัน คุณชายใหญ่เมิ่งก็ส่งแม่สื่อมาสู่ขอพร้อมส่งของหมั้นและฤกษ์วิวาห์ ทุกอย่างเสร็จสิ้น นางได้แต่งเข้าจวนเมิ่งในระยะเวลาแค่เพียงสองสัปดาห์ หลังจากขบวนกองทัพเดินทางไปชายแดนเท่านั้น
และอีกหนึ่งเดือนต่อมา ใต้เท้าจางก็ถูกสอบสวน เื่นำเอกสารภายในออกสู่ภายนอก ขายชาติให้กับต่างแคว้น ถูกไต่สวนอยู่แค่เพียงสองวัน ก็ได้บทสรุปต้องโทษปะายกตระกูล เหลือรอดเพียงบุตรสาวจางลี่หลินที่แต่งออกไปแล้ว จึงไม่นับเป็คนในสกุลจาง
'เ้าควรบอกเื่ทั้งหมดให้เสี่ยวหานรู้'
ลี่หลินเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่เพิ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็สามี ก่อนจะพับเก็บจดหมายที่คนรักส่งกลับมาเป็ฉบับที่สิบหลังจากเขาออกเดินทาง
'เขาไม่รู้ดีที่สุดเ้าค่ะ ที่นั่นล้วนเต็มไปด้วยอันตราย อย่าให้เขาห่วงหน้าพะวงหลังเลย หากเขาถามทางคุณชายใหญ่ ก็ตอบเพียงว่าไม่ได้พบข้าก็พอ นานไปเขาก็คงเลิกถามเอง' ใบหน้าสวยคลี่รอยยิ้มทั้งที่ดวงตาเศร้า ฝ่ามือพรางลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาให้เห็น
ตอนนี้นางอยู่ในฐานะพี่สะใภ้ของเมิ่งจื่อหาน ไม่อาจเคียงคู่เขาได้อีกต่อไป บุตรชายของเขาจะเรียกคนอื่นว่าบิดา โดยที่เขาไม่รับรู้เลยว่าเด็กคนนี้เป็สายเืของตน
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็โชคชะตาและสิ่งที่นางเลือกเอง ผลที่ตามมาจึงไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากนาง
ลี่หลินเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตริมฝีปากร้อนบางเบา เป็การปลอบประโลมคนรักอีกทาง ซึ่งเขาเองก็ตอบรับเป็อย่างดี สอดเรียวลิ้นหยาบเข้าโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดโรมรันประหนึ่งโหยหาจุมพิตนี้มาแสนนาน
"รักหลินเอ๋อร์ยิ่งนัก" จื่อหานใช้หน้าผากชนกับหน้าผากมน ระหว่างเว้นจังหวะให้นางได้หายใจจากจุมพิตดูดดื่ม
เขาพร่ำพรรณนาคำที่ไม่คิดว่าจะได้พูดให้นางได้ฟังอีกแล้วในชีวิต ฝ่ามือใหญ่พรางลูบััเรือนร่างบาง โอบกอดแนบชิดประหนึ่งกลัวทำนางหลุดลอยไปอีกครั้ง
หัวใจลี่หลินเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข หลังได้ยินคำว่า 'รัก'จากปากชายหนุ่ม
ทั้งที่เคยคิดว่าปล่อยวางได้แล้ว ในวันนี้พอได้ยินเขาพูดมันอีกครั้ง ทำให้รู้ว่านางไม่เคยตัดใจจากเมิ่งจื่อหานได้เลย
