มียอดฝีมือจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็คนมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะจอมยุทธ์ชราาุโ พวกเขาเหมือนกับเทพผู้ปรากฏร่างสลัวรางอยู่กลางห้วงมิติ อายุของแต่ละคนนั้นสูงมากจนน่าใ
ในยามนั้นทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างเงาร่างหนึ่งซึ่งเดินออกมาจากค่ายกลห้วงมิติ ไอพลังิญญา แผ่ซ่านรอบกายทำให้เหล่าจอมยุทธ์ชราอึดอัดจนหายใจไม่ออกด้วยเพราะััได้ถึงพลังอานุภาพที่น่าหวั่นเกรง
“ตี้เอ๋อในที่สุดเ้าก็มาถึง ข้ารอเ้าอยู่ที่นี่นานมากเดินทางปลอดภัยดีใช่หรือไม่?” ชายชราคนหนึ่งกล่าวด้วยความยินดี เมื่อเร็วๆ มานี้มีขุมพลังอำนาจจำนวนไม่น้อยได้ใช้ชื่อของเต้าเพื่อทำลายอู่ตี้ แต่ตอนนี้พวกเขาวางใจได้แล้ว ด้วยพลังกล้าแกร่งของอู่ตี้ ผู้คนย่อมต้องอยู่ไม่เป็สุข รวมถึงทุกตระกูลจะต้องจดจำพลังอานุภาพ์ของเขา
“ยิ่งนานวันเข้า ข้าก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของตี้เอ๋อ เขาเหมือนกับนักปราชญ์หนุ่มอย่างไรอย่างนั้น”
“ใช่ข้าเองก็รู้สึกได้เช่นเดียวกัน วันนี้พอได้มาเห็นตี้เอ๋อ ข้าไม่รู้สึกเป็กังวลกับคนที่สลักชื่อเต้าเอาไว้เลยเขาก็แค่พวกแมลงที่หาญกล้า จะเฉิดฉายขึ้นมาได้อย่างไร” หญิงชราหัวเราะ
“ฮึ! อัจฉริยะที่โดดเด่นของพวกเราวิหารยุทธ์ได้ยืนอยู่บนขั้นพลังร้ายกาจเกินกว่าผู้คนจะจินตนาการ ถึงเต้าจะมีพลังที่แข็งแกร่งในขั้นหล่อกายาทว่าเขาก็ไม่ใช่คู่มือของอู่ตี้”
จอมยุทธ์ที่อยู่โดยรอบหัวเราะดังลั่น ขณะอู่ตี้ยังมีท่าทางสง่าน่าเกรงขาม เขามุ่งหน้าเดินไปที่ศิลาเทพยุทธ์โดยมีจอมยุทธ์หลายคนคุ้มครองเอาไว้
ทางด้านหลังมีเด็กสาวฝาแฝดสองคนสวมชุดสีขาวดุจหิมะ ผมยาวสีดำสนิทพลิ้วไหว รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้าให้ความรู้สึกอบอุ่นแก่ผู้ที่พบเห็น
คนใหญ่คนโตของวิหารยุทธ์ในตอนที่สังเกตเห็นเด็กสาวทั้งสอง หญิงชราคนหนึ่งก็กล่าวเอ่ยชมออกมาว่า “รูปร่างหน้าตาของพวกนางทั้งสองไม่เลวเลย ขั้นฝึกฝนก็ยอดเยี่ยม ในภายหลังจะต้องเป็สาวรับใช้ของอู่ตี้ได้เป็แน่ ไม่เลวๆ”
จอมยุทธ์หลายคนพลอยกล่าวชื่นชม ถึงแม้พวกนางจะเป็คนชั้นล่างของวิหารยุทธ์ทว่าพร์ของพวกนางนั้นกลับยอดเยี่ยมเป็ที่ประจักษ์ ในโลกภายนอกนั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็ยอดหญิงที่เก่งกาจ ถ้าหากได้มาเป็สาวรับใช้ของอู่ตี้ บารมีของชายหนุ่มย่อมแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วใต้หล้า
จอมยุทธ์ของวิหารยุทธ์หลายคนต่างก็ครุ่นคิดขึ้นมาในใจ อายุของอู่ตี้นั้นก็ไม่น้อยแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องหมั้นหมายซึ่งพวกเขาได้คัดกรองสาวงามของดินแดนลึกลับเพื่อพิจารณาดูว่าผู้ใดบ้างที่เหมาะสมกับเขา
ดวงตาของเด็กสาวทั้งสองสุกใสดุจอัญมณีแต่หลังจากที่พวกนางมองแผ่นหลังของอู่ตี้ ใบหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็หม่นหมอง พวกนางย้อนนึกไปถึงสมัยที่วิ่งเล่นกับเด็กชายคนหนึ่ง เื่ที่เกิดขึ้นในวันนั้นไม่มีวันถูกลืมเลือน ไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กชายที่ชอบนอนและเรียกพวกนางว่า “น้องสาว” จะยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้หรือไม่
การมาเยือนเมืองชิงโจวของอู่ตี้ทำให้เกิดเสียงอึกทึก ผู้คนโดยรอบต่างก็กรูกันเข้ามามุงดูเพราะอยากจะรู้ว่าหน้าตาของเขานั้นเป็เช่นไร
“อู่ตี้จะไปที่แท่นศิลาเทพยุทธ์หรือไม่?”
“ข้าคิดว่าเขาน่าจะไป ในตอนนั้นอู่ตี้ได้สลักชื่อเอาไว้ เขามีแค่อายุสิบขวบเท่านั้น ยามนี้เขาแข็งแกร่งขึ้นมากจะต้อง่ชิงอันดับที่หนึ่งมาได้แน่”
“ใช่่ชิงที่หนึ่งมาแล้วเขี่ยเต้าลงไป ไม่รู้ว่าเต้านั่นอวดดีมาจากที่ไหนถึงได้หาญกล้ามาสลักชื่อทับอันดับของอู่ตี้”
เสียงพูดคุยดังเกรียวกราวไปทั่วทั้งบริเวณเมื่อเห็นว่าอู่ตี้มุ่งหน้าไปแท่นศิลาเทพยุทธ์จริงๆ เืภายในร่างของกลุ่มคนก็พลันเดือดพล่านขึ้นพวกเขารีบมุ่งหน้าไปที่ศิลาเทพยุทธ์อย่างรวดเร็ว
เบื้องหน้าปรากฏหินศิลาสีทองตั้งตระหง่าน แสง์อร่ามพร่างพราวร่วงหล่นลงมา ดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม หินศิลานี้อยู่มานานั้แ่สมัยโบราณกาลทั้งยังจารึกตำนานหลายยุคหลายสมัยเอาไว้
ชื่อของเต้าปรากฏเด่นเป็สง่าอยู่้าสุด ประกายแสงสว่างจ้าจนทำให้ผู้คนลืมตาแทบไม่ขึ้น
กลุ่มคนของวิหารยุทธ์เตรียมป้องกันอารักขาอู่ตี้อย่างเคร่งครัด พวกเขานั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางห้วงมิติเพื่อคอยระวังไม่ให้ใครเข้ามาลอบโจมตี ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะอู่ตี้พลังที่น่าหวาดหวั่นมากเกินไปถ้าหากเขาเติบใหญ่ย่อมต้องทำให้ทั่วทั้งดินแดนสั่นะเื
ฝีเท้าของเขาก้าวออกมาอย่างดุดัน พลัง์ศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมไปทั่วร่างภายในร่างไม่มีคลื่นพลังไหลออกมาเลยแม้แต่น้อย ส่งผลให้หัวใจของเหล่าจอมยุทธ์สั่นสะท้าน เนื่องจากนั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขาได้ทะลวงเข้าไปสู่ขั้นพลัง ‘นั้น’ แล้ว
อู่ตี้เงยหน้ามองคำว่าเต้าซึ่งถูกสลักเอาไว้ ขณะเดียวกันหัวใจของผู้คนจำนวนมากก็บีบรัดแน่นเพราะอยากจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้
“ขั้นพลังอ่อนแอเกินไป” เขาส่ายศีรษะด้วยความผิดหวัง เดิมทีเขาคิดว่าเต้านั้นจะเป็ยอดฝีมือทว่าคิดไม่ถึงว่าขั้นพลังจะอ่อนแอเช่นนี้
คำพูดดังกล่าวทำให้บริเวณโดยรอบเกิดเสียงฮือฮา อู่ตี้ไม่แยแสเลยอย่างนั้นหรือ
“อู่ตี้ เ้าอยากจะลองทดสอบดูสักครั้งหรือไม่?” จอมยุทธ์คนหนึ่งเอ่ยปาก เขาอยากจะรู้พลังที่แท้จริงของอู่ตี้
“ก็แค่ของเล่นเด็ก” ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คน อู่ตี้บอกปฏิเสธพลางหันหลังแล้วมุ่งหน้าเดินไปที่หอคอยผ่านจิต
ศิลาเทพยุทธ์นั้นล้วนแล้วแต่เป็เป้าหมายที่เหล่าจอมยุทธ์ต่างก็ใฝ่ฝันทว่าเขากลับบอกว่ามันเป็ของเล่นเด็กทำให้หลายคนไม่อาจรับเื่นี้ได้
ที่นี่มีขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ของดินแดนลึกลับปกครองอยู่ จอมยุทธ์จำนวนไม่น้อยขมวดคิ้วนิ่วหน้า คำพูดของอู่ตี้ดูจะเกินไปเสียหน่อย
“หรือว่าอู่ตี้จะกลัวอย่างนั้นหรือ?” เสียงหนึ่งพึมพำคาดเดา ท่ามกลางห้วงนิมิตสลัวๆ ด้วยเพราะเขาได้ใช้มายาลับประเภทหนึ่ง
กลุ่มจอมยุทธ์ของวิหารยุทธ์นิ่งไปก่อนจะมีชายชราคนหนึ่งเอ่ยออกมาว่า “ตี้เอ๋อ่ชิงอันดับหนึ่งมาได้ในตอนที่อายุสิบขวบ สำหรับอู่ตี้แล้วแท่นศิลาเทพยุทธ์ก็คือของเล่นเด็กจริงๆ”
ประโยคดังกล่าวทำให้ผู้คนที่ได้ยินถึงกับเงียบปากไป อู่ตี้ได้ขึ้นเป็ที่หนึ่งในตอนที่เขาอายุได้สิบขวบและในตอนนั้นเขาก็เป็เด็กจริงๆ
“แล้วเหตุใดถึงไม่ทดสอบอีกครั้งล่ะ?” มีคนกล่าวพึมพำขึ้นมา เขาอยากจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนั้น เต้าแข็งแกร่งกว่าอู่ตี้จริงหรือไม่
“ข้าว่าอู่ตี้ไม่สนใจที่จะลงมือในตอนนี้ เขามีพลังไร้เทียมทาน ไม่จำเป็ต้องแยแสเื่เล็กๆ พรรค์นี้” ขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีสัมพันธ์ที่ดีกับวิหารยุทธ์กล่าวขึ้น
“ไม่ผิดขั้นพลังของอู่ตี้นั้นสูงสุด เขาไม่สนใจเื่เล็กเื่น้อยแบบนี้อยู่แล้ว”
“อู่ตี้สนใจเพียงแค่ศิลายอดมหายุทธ์เท่านั้น ของเล็กๆ แบบนี้ในสายตาของเขาก็เป็แค่ของเล่นเด็ก อีกอย่างขั้นพลังของเต้านั้นต่ำเกินไป เขากับอู่ตี้ห่างชั้นกันมากโข อู่ตี้ไม่สนใจที่จะประมือกับจอมยุทธ์ฝึกหัดเช่นนั้นหรอก”
“จอมยุทธ์จะต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างอาจหาญ โดยเฉพาะอัจฉริยะอย่างอู่ตี้ ขนาดแค่ลงมือเขายังไม่สนใจคิดว่าเขาจะกลัวเต้าอย่างนั้นหรือ?” ประโยคที่กล่าวออกมาทำให้เกิดเสียงอื้ออึงขึ้น
เหล่าจอมยุทธ์ผู้อยู่ในบริเวณศิลาเทพยุทธ์สนทนาพูดคุยกันถึงขั้นพลังของอู่ตี้ซึ่งมีระดับสูงมาก เขาย่อมไม่สนใจจะประมือกับคนไร้ชื่อเสียงเรียงนาม
ไม่นานนักเื่นี้ก็แพร่งพรายออกไปอย่างรวดเร็ว มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยแต่คนส่วนมากกลับคิดว่าจิตใจและความคิดของอู่ตี้นั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งนั่นก็คือสัญญาณการก้าวผ่านเข้าสู่การเป็ยอดยุทธ์
เนื้อหาเื่ราวแพร่สะพัดเข้ามาที่งานประมูล ดวงตาของเต้าหลิงเป็ประกายกร้าว อู่ตี้ไม่ทดสอบขั้นพลังนั้น เขาไม่ได้แปลกใจอะไรแต่ที่ทำให้เขาใจสั่นก็คือ เป็ไปได้ว่าอีกฝ่ายอาจกำลังเดินอยู่บนเส้นทางไร้เทียมทานถ้าเป็เช่นนั้นจริงจะไม่มีใครสามารถประมือกับเขาได้
“อู่ตี้น่ากลัวมาก ขั้นพลังของเขาจะต้องอยู่ในระดับสูงจนยากจะหยั่งถึง” หวังเทียนเฉินเอ่ยด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน
“อู่ตี้ก็บอกไปแล้วขั้นพลังของเต้านั้นต่ำเกินไปไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็ศัตรูของเขา” อู่อวี้เจ๋อกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“เขายืนอยู่ในขั้นพลังที่สูงมากเหนือกว่าอัจฉริยะใดๆ ในใต้หล้า ทั้งยังมีไอพลังไร้เทียมทานเดาว่าอีกไม่นานอู่ตี้จะต้องเฉิดฉายแน่” ซ่างกวานอวี่ตื่นเต้นชื่นชม
“ซือซือพวกเราไปกันเถอะ” เต้าหลิงลุกยืน ตอนนี้งานประมูลได้จบลงแล้ว เขาจึงอยากจะกลับไปหลอมหินนภาเงินเพื่อฝึกฝนสามทิศกายทองคำทิศที่สอง
หากฝึกฝนสำเร็จ ครั้งหน้าถ้าเจอกับกายดารา เขาคงสามารถประมือได้อย่างสบายๆ ตอนนี้ที่เขา้าก็คือพลัง
“อื้ม! พวกเราไปกันเถอะ” หลินซือซือยืนขึ้น นางยิ้มแล้วเดินออกไปพร้อมกับเต้าหลิง
“แม่นางซือซืออีกเดี๋ยวพวกเราจะไปพบอู่ตี้ อยากจะไปด้วยกันหรือไม่?” เมื่อเห็นว่าหลินซือซือกำลังจะไป อู่อวี้เจ๋อก็รีบพูดชักชวน
“ข้ายังมีเื่ที่ต้องทำอยู่ ข้าขอตัวก่อน” สีหน้าของหลินซือซือรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย กระนั้นนางได้เอ่ยตอบโดยไม่หันกลับไปมองพลางสาวเท้าไม่หยุด
สีหน้าของอู่อวี้เจ๋อก็เย็นะเืโดยพลัน คำตอบที่ได้เหนือความคาดหมายเอาไว้มาก คิดไม่ถึงเลยว่าหลินซือซือจะปฏิเสธคำเชิญชวนนี้ นางไม่อยากจะรู้จักอัจฉริยะอันดับหนึ่งของดินแดนลึกลับหรืออย่างไร
“อวี้เจ๋อนางไม่ไปก็ช่างนางสิ อู่ตี้ไม่ใช่คนที่ใครๆ จะสามารถพบเจอได้เสียหน่อย” ซ่างกวานอวี่ขมวดคิ้ว น้ำเสียงของนางแฝงความหงุดหงิด “นางคิดว่าตัวเองเป็จักรพรรดินีหรืออย่างไร?”
“นั่นสิ” หวังเทียนเฉินเอ่ยด้วยใบหน้าเ็าพลางแผดเสียงกล่าวออกมา “เื่ก่อนหน้านี้ข้าได้คิดบัญชีแค้นเอาไว้แล้ว ไม่ช้าก็เร็วข้าจะเอาคืนให้อย่างสาสม”
หวังเทียนเฉินเกลียดเต้าหลิงเป็อย่างมาก นี่เป็ครั้งแรกที่เขาจงเกลียดจงชังใครได้ขนาดนี้
อู่อวี้เจ๋อเหยียดมุมปาก “เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าเถอะ รอข้าตรวจสอบสถานะของเขาชัดเจนเสียก่อนจากนั้นได้เห็นดีกันแน่”
