หลังจากเดินทางเข้าสู่อาณาเขตของราชอาณาจักร ความเร็วในการเดินทางของกองทัพก็ช้าลง
นอกจากจะเป็การรอแลมพาร์ดและคนอื่นๆ เดินทางกลับมาร่วมกองทัพแล้ว อีกด้านหนึ่งก็เพื่อให้ซุนเฟยได้มีเวลาทำความเข้าใจเื่ราวต่างๆ ในราชอาณาจักร รวมไปถึงความแตกต่างระหว่างราชอาณาจักรและอาณาจักรบริวาร
ราชอาณาจักรมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก สามารถแบ่งออกได้เป็เจ็ดมณฑล และขนาดพื้นที่ในแต่ละมณฑลก็ยังใหญ่กว่าเมืองแซมบอร์ดหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็ระบบทางการทหารหรือระบบทางการเมืองการปกครองต่างก็สมบูรณ์แบบ นี่เป็สิ่งที่ซุนเฟยสังเกตเห็น ถ้าอยากจะพัฒนาเมืองแซมบอร์ดให้กลายเป็อาณาจักรที่แข็งแกร่ง จะพึ่งพาความรู้ความเข้าใจแบบงูๆ ปลาๆ ของโอตาคุในโลกเก่าเพียงอย่างเดียวคงเป็ไปไม่ได้
อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดิน กองทัพของเมืองแซมบอร์ดและกองคาราวานของหอการค้าโซรอสก็เดินทางเข้าสู่เขตมณฑลเอิร์นท์ มณฑลนี้จะมีแม่น้ำกว้างใหญ่สายหนึ่งที่ขวางกั้นทิศตะวันออกและทิศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีเมืองโบราณขนาดใหญ่กว่าเมืองแซมบอร์ดนับสิบเท่าตั้งอยู่ที่ชายฝั่งริมแม่น้ำ นี่เป็จุดตรวจน้ำพุร้อน จุดตรวจด่านแรกในเขตทางภาคเหนือของราชอาณาจักรเซนิท
พวกเขาต้องใช้เรือข้ามฟากที่ท่าเรือเพื่อข้ามแม่น้ำ ซึ่งตามกฎของราชอาณาจักรแล้ว อาณาจักรบริวารจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเมือง แต่จะให้ตั้งค่ายที่ริมฝั่งแม่น้ำด้านนอก จากนั้นก็ส่งคนไปซื้อข้าวของภายในเมืองได้
ในขณะที่ซุนเฟยคิดจะพาแองเจล่าและเจ็มม่าไปหาจุดตกปลาที่ริมชายฝั่งแม่น้ำ ทันใดนั้น ซูซานนักรบคนสนิทขององค์หญิงก็เดินเข้ามาหาซุนเฟย
“องค์หญิงประสงค์จะเสด็จไป?” เมื่อได้ยินที่ซูซานรายงานเื่นี้ ซุนเฟยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“เ้าค่ะ ฝ่าา ทันทีที่องค์ชายอาร์ชาวินทราบว่า องค์หญิงได้เสด็จเดินทางเข้ามาในอาณาเขตของราชอาณาจักรแล้ว พระองค์จะส่งทหารมารับ พวกเขาจะมาถึงที่นี่ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เนื่องจากสถานการณ์ในเมืองหลวงตอนนี้ค่อนข้างซับซ้อนนัก ดังนั้นองค์หญิงจึงจำเป็ต้องเสด็จไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย” นักดาบสาวซูซานอธิบายให้ซุนเฟยฟังอย่างอดทน
เมื่อก่อน นักรบหญิงคนนี้มีนิสัยเย่อหยิ่งเหมือนพวกนกยูงไม่มีผิด แต่ตอนนี้นางเริ่มมีทัศนคติที่ดีต่อซุนเฟย ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับซุนเฟยจึงมีท่าทางเคารพและให้เกียรติ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ท่าทีของนางเปลี่ยนไปก็คือ การที่ซุนเฟยได้รับชัยชนะจากการต่อสู้กับคริส ซัตตัน หนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสินแห่งราชอาณาจักรเซนิทที่ยอดเขาหอคอยคู่ ผลการต่อสู้ที่น่าตกตะลึงนั่น ทำให้สถานะของซุนเฟยเพิ่มสูงขึ้นในสายตาของนาง ในราชอาณาจักร ผู้ที่แข็งแกร่งจะได้รับความเคารพ นี่เป็กฎที่รู้กันดีของแผ่นดินอาเซรอท ถึงแม้ว่าสติปัญญาของนักดาบหญิงซูซานจะไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อได้รับการกล่าวเตือนจากองค์หญิงก็ทำให้นางเข้าใจในที่สุดว่า ตัวตนของาาแห่งเมืองแซมบอร์ดไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้ ไม่ว่าจะความแข็งแกร่งหรือมันสมอง ชายคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย สิ่งเหล่านี้ทำให้ซูซานยินดีที่จะโค้งคำนับซุนเฟยด้วยความเคารพ
“อ้อ ในเมื่อเป็แบบนี้ ถ้าอย่างนั้นขอให้โชคดี...”
พระอาทิตย์สีทองกำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีทองที่ทาบทับบนผืนน้ำ เปล่งประกายระยิบระยับจับตา ทันใดนั้นซุนเฟยก็รู้สึกเหมือนกับว่า เขากำลังสูญเสียบางอย่างไป
ซุนเฟยอดคิดไม่ได้ว่า มันเป็เื่ที่น่าประหลาดใจจริงๆ เขาและองค์หญิงเพิ่งจะพบกันแค่สามเดือนเท่านั้น แถมบทสนทนาที่ยาวที่สุดก็มีแค่ตอนที่พวกเขาร่วมรับประทานอาหารบนโต๊ะก่อนหน้านั้นเพียงครั้งเดียว และตอนนั้นเขายังทำใจกล้าหน้าด้านไปแย่งอาหารของนางกินอีกด้วย ทั้งๆ ที่เป็แบบนั้น แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแบบนี้ขึ้นมากันนะ? หรือเขาอาจจะคุ้นเคยกับการที่มีดวงตากลมโตสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้นคอยมองจ้องมองเขาอย่างเงียบๆ มาโดยตลอด?
ซุนเฟยพลันหัวเราะอย่างฝืดๆ ขึ้นมา
ตอนนี้เอง ในค่ายทหารที่แสนคึกคักก็เกิดความเงียบขึ้นมา
เมื่อจู่ๆ องค์หญิงนาตาชาผู้ที่ไม่เคยปรากฏตัวมาตลอดการเดินทาง ได้เดินลงมาจากรถม้าเวทมนตร์อย่างกะทันหัน ชายกระโปรงสีฟ้าลากไปตามพื้น ผมยาวหยักศกสีน้ำตาลทองเป็ประกายยามที่สะท้อนแสงตะวัน ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเหมือนไม่ใช่สาวน้อยผู้อ่อนแอ แต่เป็ผู้หญิงที่มากด้วยเสน่ห์จนยากที่จะหาใครเทียบเคียงกับนางได้ การปรากฏตัวของนางได้สะกดทุกสายตาของทุกคนภายในค่าย
นางค่อยๆ เดินเลียบชายฝั่งแม่น้ำ และมาหยุดอยู่ตรงหน้าของซุนเฟย ก่อนจะเบนสายตาทอดมองไปยังแม่น้ำที่เปล่งประกายสีทองระยิบระยับ นี่เป็ครั้งแรกที่นักบุญสาวผู้มากด้วยสติปัญญาจะยิ้มออกมาต่อหน้าซุนเฟย ในตอนนั้นเอง ราวกับว่านางได้ลืมวิธีการพูดและไม่รู้ด้วยว่าควรจะพูดอะไร ผ่านไปได้สักพักถึงได้เปิดปากพูดออกมาว่า “องค์าาอเล็กซานเดอร์ ขอบคุณสำหรับน้ำยาวิเศษ”
ประโยคที่พูดออกมา ซุนเฟยไม่ได้รู้สึกผิดสังเกตอะไร แต่หัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโคและนักดาบสาวซูซานถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ เท่าที่พวกเขาจำได้ องค์หญิงไม่เคยพูดอะไรที่ ‘ไร้สาระ’ แบบนี้มาก่อน...วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน?
ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงควบม้าลอยมาแต่ไกลๆ
เมื่อทุกคนหันกลับไปมองก็พบว่า เป็อัศวินม้าเกราะเงินประมานห้าร้อยคนกำลังควบม้ามาทางนี้ แต่ละคนดูมีสง่าราศีและห้าวหาญ อัศวินที่ควบม้านำหน้าสุดสามสี่คนได้ถือธงสัญลักษณ์ของราชอาณาจักรเซนิทไว้ในมือ ธงั์ที่ปักรูปหัวหมีขาวสองหัวเป็ที่สะดุดตาแก่ผู้คน นอกจากนี้แล้วยังมีธงสีขาวที่ปักเป็รูปขวานคู่สีดำไขว้กันอยู่ด้วย ธงนี้เป็สัญลักษณ์ของ 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก' ค่ายที่อยู่ใต้บังคับบัญชาการของ 'เทพาแห่งเซนิท' องค์ชายอังเดร อาร์ชาวิน ธงเหล่านี้ต่างโบกสะบัดไปตามแรงลมประหนึ่งัที่กำลังล่องนภา
กองกำลังอัศวินนี้เป็กองกำลังที่องค์ชายอาร์ชาวินส่งมาคุ้มกันองค์หญิงเดินทางกลับเมืองหลวง
“ตลอดการเดินทางที่ผ่านมามีเื่ราวมากมายเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็เื่ราวที่ยอดเยี่ยมและน่าประทับใจมาก การได้ร่วมเดินทางมากับเมืองแซมบอร์ด ทำให้ข้าได้พบเจอกับเื่ที่เหนือความคาดหมายเสมอ...” ใบหน้าขององค์หญิงนาตาชาเผยสีหน้าที่ดูผ่อนคลายราวกับกำลังรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา “แต่...การที่ท่านได้ละเมิดกฎของราชอาณาจักรเซนิท ด้วยการโจมตีอาณาจักรแบล็กสโตนโดยพลการ เื่นี้ไม่น่าจะจบลงอย่างง่ายดาย เกรงว่านอกจากอัศวินซัตตันแล้ว อาจจะมีใครบางคนกำลังรอสอบถามเื่ราวเหล่านี้อยู่...” องค์หญิงพูดจบก็หันมามองซุนเฟยด้วยรอยยิ้ม
“ถ้ามีคนไม่มีตามาหาเื่ข้าอีก ข้าจะใช้หมัดคู่นี้ตะบันหน้ามันแทนคำพูดเอง” ซุนเฟยยิ้มอย่างโอ้อวด
“บนแผ่นดินอาเซรอท ความรุนแรงอาจเป็ทางเลือกที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเื่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของเ้าในตอนนี้ มันยังไม่เพียงพอสำหรับการต่อต้านกองกำลังของราชอาณาจักรที่มีมาเป็ร้อยๆ ปีได้...” นี่เป็ครั้งแรกที่องค์หญิงพูดยาวขนาดนี้ นางหอบเล็กน้อย ราวกับว่าการพูดประโยคยาวๆ ทำให้นางเหนื่อย นางสวมชุดสตรีชั้นสูงแบบในหนังไพเรทออฟเดอะแคริบเบียนที่ซุนเฟยออกแบบไว้ในยามว่างเพื่อให้สตรีในเมืองแซมบอร์ดได้สวม ชุดนี้จะเน้นทรวดทรงของสตรีและจะทำให้พวกนางดูมีเสน่ห์มากขึ้น ถึงแม้ว่าร่างกายขององค์หญิงจะผ่ายผอมเพราะป่วยเรื้อรังมาเป็เวลานาน แต่เรือนร่างขององค์หญิงก็ยังมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่มีเสน่ห์น่าชมเหมือนกัน นางยกมือมาตบอกของตัวเองเบาๆ แต่ตายังคงจ้องมองมาที่ซุนเฟย แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ความจริงแล้วเ้าเป็าาที่ฉลาดเฉลียว หาไม่แล้วข้าและแพรีสคงไม่พ่ายแพ้ให้แก่เ้าเป็แน่ ทำไมเ้าถึงแสร้งทำตัวเป็คนโง่ที่ดีแต่ใช้กำลังมาโดยตลอดเล่า?”
ซุนเฟยยิ้มออกมาเล็กน้อย สำหรับเขา การแสร้งทำตัวเป็หมูกินเสือ มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น เขาชอบที่จะหลอกให้เหยื่อลำพองใจไปก่อนแล้วค่อยตลบหลังมันอีกที การได้เหยียบย่ำความมั่นใจของศัตรู มันทำให้ซุนเฟยรู้สึกดี องค์หญิงที่ชอบควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในกำมืออย่างเ้า ก็น่าจะเข้าใจดีไม่ใช่หรือ?
เมื่อเห็นว่าซุนเฟยไม่ตอบ องค์หญิงจึงไม่คิดที่จะเซ้าซี้ต่อ มือข้างขวายกขึ้นมาจับเส้นผมที่ลู่ไปตามลมมาทัดหู ส่วนมือข้างซ้ายดึงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ มันเป็แผ่นเหล็กเล็กๆ รูปห้าเหลี่ยมสีแดง เห็นได้ชัดว่าแผ่นเหล็กนี้คงถูกเก็บรักษามาอย่างดี สีสันจึงดูสดใสและสะท้อนแสงแวววับ ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่า ตามขอบจะจารึกอักขระลึกลับที่ไม่รู้จักเอาไว้ ซุนเฟยมองออกว่านี่ไม่ใช่อักขระเวทมนตร์อย่างแน่นอน
“บางทีแร่เหล็กแดงชิ้นนี้อาจจะช่วยเ้าในอนาคตได้ ถือเสียว่าเป็คำขอบคุณที่เ้ามอบน้ำยาให้แก่ข้า!” องค์หญิงพูดโดยไม่สนใจสีหน้าแตกตื่นปนห้ามปรามของหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโคและนักดาบสาวซูซาน นางโยนแร่เหล็กในมือไปทางซุนเฟยเบาๆ
ซุนเฟยรับแร่เหล็กแดงรูปห้าเหลี่ยมนี้มาถือไว้ เขารู้สึกว่าแร่เหล็กในมือนี้ ดูนุ่มนวลเหมือนหยกร้อยปีก็ไม่ปาน ไม่มีความรู้สึกหยาบกระด้างเหมือนเหล็กทั่วไป ในใจก็อดนึกสงสัยในตัวแร่เหล็กนี้ไม่ได้ และเมื่อสังเกตอย่างละเอียดก็จะพบว่า นอกจากจารึกอักขระลึกลับแล้ว ด้านอื่นๆ ของแร่เหล็กสีแดงห้าเหลี่ยมก็เป็ภาพแกะสลักรูปหมอกล้อมูเา
ซุนเฟยพอจะมองออกว่า ความเป็มาของแผ่นเหล็กนี้คงจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าอาจจะมีความลับบางอย่างแฝงอยู่ เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงผงกหัวแล้วพูดอย่างยิ้มๆ ว่า “ขอบพระทัยองค์หญิงสำหรับของสิ่งนี้ ข้าจะเก็บรักษาไว้เป็อย่างดี!” เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจหยิบ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ขวดใหญ่ออกมาจากเข็มขัดมิติแล้วส่งให้กับองค์หญิง ก่อนจะพูดออกมาว่า “แองเจล่าบอกข้าว่า น้ำยาขวดนี้ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยขององค์หญิงได้ นี่เป็ขวดสุดท้ายที่ข้าปรุงขึ้นมา ข้าขอมอบให้แก่องค์หญิงเป็ของขวัญแล้วกัน!”
องค์หญิงหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลยังคงสงบนิ่ง แต่ก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ นางให้นักรบสาวซูซานเดินเข้ามารับน้ำยาขวดนี้ไป
ซุนเฟยหยิบกระดาษสองแผ่นออกมาจากเข็มขัดมิติ หลังจากใคร่ครวญเล็กน้อย เขาก็มอบให้กับองค์หญิงแล้วอธิบายว่า “แผ่นแรกเป็สูตรทำน้ำยาเพิ่มความเร็วในการรักษา เป็สูตรเดียวกับที่ข้าใช้ดื่มในตอนที่หน้าอกถูกทะลวงจนกลวงบนยอดเขาตะวันออกคราวนั้น แต่อัตราความสำเร็จในการปรุงน้ำยานี้คงไม่สูงนัก แผ่นที่สองเป็สูตรน้ำยาเมื่อครู่ หลังจากนี้ ถ้าองค์หญิงจำเป็ต้องใช้น้ำยาประเภทนี้เพื่อพยุงอาการป่วยของตัวเองอีก ก็ให้นักปรุงยาที่มีความเชี่ยวชาญสูงในพระราชวังปรุงให้ท่านก็แล้วกัน วัตถุดิบก็หาได้ง่าย แต่อัตราความสำเร็จในการปรุงน้ำยานี้ก็ไม่สูงเช่นกัน!”
ดวงตาขององค์หญิงนาตาชาฉายแววแปลกใจ นางยื่นมือไปรับกระดาษทั้งสองแผ่นนั้นอย่างระมัดระวัง พลางสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ “เ้า...ช่างฉลาดยิ่งนัก คงคาดการณ์ไว้แล้วสินะว่าสักวันองค์ชายอาร์ชาวินอาจจะส่งตัวแทนมาเจรจากับเ้าเื่สูตรน้ำยาทั้งสองประเภทนี้ ดังนั้นเ้าจึงฝากข้าไปมอบให้แก่เขา!”
ซุนเฟยแค่ยิ้มออกมา
ั้แ่คราวนั้นที่ซุนเฟยได้ใช้ 'น้ำยารักษาชีวิต' และ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาก็รู้อยู่แล้วว่า ด้วยผลที่น่าอัศจรรย์ของน้ำยาทั้งสองประเภทนี้จะต้องดึงดูดพวกคนโลภมากอย่างแน่นอน โดยเฉพาะองค์ชายอาร์ชาวินที่แสนทะเยอทะยานคนนั้น เขารู้ถึงประโยชน์และความหมายของน้ำยานี้ดี ดังนั้นเขาคงไม่คิดที่จะปล่อยผ่านไปแน่ แต่ในตอนนั้น เพราะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน และสถานะที่ไม่สามารถเอ่ยปากถามได้ ทำให้เขายอมปล่อยเื่นี้ไปก่อน แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องยื่นจมูกเข้ามาอย่างแน่นอน แทนที่จะรอให้คนใหญ่คนโตแบบนั้นมาร้องขอ ไม่สู้ตัวเองฉวยโอกาสนี้เป็ฝ่ายริเริ่มสานสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ดีกว่าหรือ?
แต่อย่างไรก็ตาม การปรุงน้ำยาของโลก Diablo ในโลกแห่งความเป็จริง จะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย ซุนเฟยและแม่ชีอาคาร่าได้ช่วยกันปรับแต่งสูตรใหม่ขึ้นมา ซุนเฟยไม่ได้โง่จนเปิดเผยความลับไปเสียหมด เขาได้เตรียมสูตรน้ำยาทั้งสองประเภทนี้ไว้สำหรับมอบให้แก่องค์หญิงตั้งนานแล้ว ก็อย่างที่เขาพูดไว้ ถึงแม้ว่าวัตถุดิบจะหาได้ง่าย แต่อัตราความสำเร็จของมันกลับต่ำจนน่าสมเพช อัตราความสำเร็จของมันมีไม่ถึงห้าส่วนจากร้อยส่วนและเนื่องจากว่า หลักการของสูตรน้ำยาพวกนี้มาจากโลก Diablo ดังนั้นไม่มีทางที่นักปรุงยาผู้าุโจะมองความลับของสูตรน้ำยานี้ออกอย่างแน่นอน และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไม ซุนเฟยถึงยอมเปิดเผยสูตรและฝากสูตรนี้ให้องค์หญิงนำไปมอบกับองค์ชายอาร์ชาวิน
“องค์หญิงนาตาชา ข้ามีคำถามที่อยากจะถามท่านมาตลอดอยู่ข้อหนึ่ง” ทันใดนั้นซุนเฟยก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ถามมา”
“ข้าสงสัยมาตลอดว่า ที่จริงแล้ว...ท่านเป็ยอดฝีมือหรือเปล่า?” ซุนเฟยถามอย่างจริงจัง
---------------------------------
