บทที่ 9 อดีตที่ไล่ล่า
ท้องฟ้ายามเย็นเหนือชุมชนแออัดถูกย้อมด้วยสีม่วงคล้ำหม่นหมอง ราวกับรอยช้ำบนิัที่ย้ำเตือนถึงความเ็ป เมฆฝนก้อนใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นที่เส้นขอบฟ้า ส่งเสียงคำรามต่ำๆ แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของรถยุโรปสีดำมันปลาบสามคันที่แล่นฝ่าถนนลูกรังเข้าจอดเทียบท่าอย่างไม่เกรงใจสายตาชาวบ้าน
ความเงียบสงบในคลินิกเถื่อนของ แดนเหนือ ถูกฉีกกระชากลงในวินาทีนั้น
พยัคฆ์ หรือ เสือ ที่กำลังนั่งขัดสนิมออกจากเครื่องมือแพทย์เก่าๆ อยู่หลังเคาน์เตอร์ ชะงักมือทันที สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวขึ้นฉับพลัน จมูกโด่งสูดดมกลิ่นที่ลอยมาตามลม... กลิ่นของบุหรี่ราคาแพง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนม และกลิ่นอายของ ‘โลกใบเก่า’ ที่เขาหนีจากมา
“ลูกค้าแกเหรอ?” แดนเหนือถามขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากกองเอกสาร แต่ในน้ำเสียงมีความระแวดระวังเจืออยู่
“ไม่ใช่ลูกค้า...” เสือวางตะไบลงช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาขี้เล่นที่มักใช้หยอกล้อหมอหายวับไป เหลือเพียงความเ็าและอำนาจที่แผ่ออกมาจากทุกอณูขุมขน
“แต่เป็อดีต...”
ประตูเหล็กดัดถูกเปิดออก ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำตัดเย็บประณีตหกคนเดินเข้ามาในคลินิก การเคลื่อนไหวของพวกเขามั่นคงและเป็ระเบียบ บ่งบอกถึงการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่ใช่นักเลงข้างถนนแบบพวกไอ้จอด
คนนำหน้าคือชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็ยาวพาดผ่านคิ้วซ้าย ‘เข้ม’ มือขวาคนสนิทที่เสือคิดว่าคงหนีตายไปแล้ว
ทันทีที่เห็นร่างสูงใหญ่ของเ้านายยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง แม้จะสวมเพียงเสื้อยืดกางเกงเลธรรมดา แต่บารมีของ ‘พยัคฆ์แห่งบูรพา’ ก็ยังคงฉายชัดจนข่มคนทั้งห้องให้เล็กลง
“นายหัว...”
เข้มและลูกน้องคนอื่นๆ ทรุดเข่าลงกับพื้นพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย ก้มศีรษะลงต่ำด้วยความเคารพสูงสุด
“พวกมึง... หาตัวกูเจอได้ยังไง?” เสือถามเสียงเรียบ ั์ตาสีอำพันกวาดมองลูกน้องเก่าด้วยความเฉยเมย
“พวกเราพลิกแผ่นดินหาครับ...”
เข้มเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความจงรักภักดีและปิติยินดี
“พอรู้ข่าวลือเื่นักเลงท้องถิ่นถูกจัดการจนเละด้วยมือเปล่า... ผมก็มั่นใจว่าต้องเป็ฝีมือนายหัวแน่ๆ”
แดนเหนือยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องตรวจ มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
ภาพของผู้ชายกวนประสาทที่คอยตามตอแยเขา ล้างจาน ซักผ้า และนอนเบียดเขาบนเตียงแคบๆ ซ้อนทับกับภาพของ ‘มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล’ ที่มีคนหมอบกราบกราน
โลกของเขากับโลกของเสือ... มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว และตอนนี้ ‘ความจริง’ ข้อนั้นกำลังตอกย้ำเข้ามาในใจของแดนเหนืออย่างโหดร้าย
“ลุกขึ้น” เสือสั่งเสียงเข้ม “ที่นี่ไม่ใช่แก๊งั ไม่ต้องมากพิธี”
“นายหัวครับ...” เข้มลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว “กลับไปกับพวกเราเถอะครับ”
“กลับ?” เสือเลิกคิ้ว “กลับไปไหน? โกดังะเิไปแล้ว ธุรกิจก็พังพินาศ กูยังมีอะไรให้กลับไปอีก?”
“อำนาจครับ...” เข้มตอบเสียงหนักแน่น
“ตอนนี้เขตตะวันออกกำลังระส่ำระสายหลังจากนายหัวหายไป พวกแก๊งเล็กแก๊งน้อยเริ่มแข็งข้อ ไอ้ักำลังแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามา... ทุกคน้าผู้นำครับ ้า ‘พยัคฆ์’ ให้กลับไปทวงบัลลังก์คืน”
คำว่า ‘ทวงบัลลังก์’ จุดประกายไฟบางอย่างในดวงตาของเสือ
ความทะเยอทะยาน ความกระหายในอำนาจ และศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ มันคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตเขามาั้แ่เด็ก เืในกายของอัลฟ่าเดือดพล่านเมื่อนึกถึงการได้กลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดอีกครั้ง ได้เหยียบย่ำศัตรูที่เคยทำลายเขา
“เรามีกำลังพลที่ซ่อนไว้อีกมาก ทรัพย์สินในบัญชีลับที่สวิสฯ ก็ยังอยู่ครบ...” เข้มหว่านล้อมต่อ
“ขอแค่นายหัวเอ่ยปากคำเดียว... คืนนี้กรุงเทพฯ จะต้องลุกเป็ไฟเพื่อต้อนรับการกลับมาของคุณ”
เสือยืนนิ่ง ฟังข้อเสนอที่หอมหวานนั้นใช่ เขาสามารถกลับไปได้ กลับไปเป็ราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องมาทนนอนร้อนในสลัม ไม่ต้องมาคอยรองมือรองตีนใคร
แต่แล้ว หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างโปร่งบางของ แดนเหนือ
หมอหนุ่มยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่รู้สึกรู้สา แต่เสือสังเกตเห็นมือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด และแววตาวูบหนึ่งที่ฉายความว่างเปล่าออกมา
ความลังเลใจพุ่งเข้ามาจุกที่อก
ถ้าเขากลับไป เขาจะได้ทุกอย่างคืนมา แต่เขาจะต้องทิ้ง ‘ความสงบสุข’ เพียงหนึ่งเดียวที่เขาเพิ่งค้นพบที่นี่
เขาจะต้องทิ้งแดนเหนือ...
“นายหัวครับ?” เข้มเรียกซ้ำเมื่อเห็นเ้านายนิ่งไป
“กู... ขอเวลาคิด” เสือตอบเสียงต่ำ หันหลังให้ลูกน้องเพื่อตัดบท
“แต่ว่า...”
“กูบอกว่าขอเวลาคิด!” เสือตวาดเสียงกร้าว ฟีโรโมนกลิ่น ดินปืน ะเิออกมาจนลูกน้องสะดุ้งเฮือก
“ไสหัวไปก่อน! ถ้ากูตัดสินใจได้เมื่อไหร่ กูจะติดต่อกลับไปเอง”
เข้มมองเ้านายสลับกับหมอหนุ่มที่ยืนอยู่มุมห้อง เขาเป็คนฉลาดพอที่จะดูออกว่า ‘ตัวแปร’ ที่ทำให้พยัคฆ์ร้ายลังเลคืออะไร
“ครับ ผมจะรอ” เข้มก้มหัวลง
“แต่ระวังตัวด้วยนะครับนายหัว ไอ้ัมันยังไม่เลิกตามล่าคุณยิ่งอยู่นาน ที่นี่ยิ่งอันตราย”
เข้มทิ้งะเิลูกสุดท้ายไว้ ก่อนจะพาลูกน้องถอยร่นออกไป ทิ้งให้ความเงียบที่หนักอึ้งโรยตัวลงปกคลุมคลินิกอีกครั้ง
...
เวลา 21.00 น.
บรรยากาศมื้อค่ำวันนี้อึมครึมจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบาๆ เสือที่ปกติต้องหาเื่คุยหรือกวนประสาท วันนี้กลับนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมาด้วยท่าทีเหม่อลอย
แดนเหนือกินข้าวเงียบๆ แต่ในหัวกลับมีเสียงของเข้มดังก้องวนเวียนอยู่... ‘กลับไปทวงบัลลังก์’
“อิ่มแล้ว”
แดนเหนือรวบช้อน ลุกขึ้นถือจานเดินไปที่อ่างล้างจาน เสือสะดุ้งเล็กน้อย รีบลุกตามมา
“เดี๋ยวกูล้างเอง หน้าที่กู” เสือยื่นมือจะมาแย่งจาน
“ไม่ต้อง” แดนเหนือเบี่ยงตัวหลบ น้ำเสียงเ็ากว่าปกติหลายเท่า
“แกไม่ได้มีหน้าที่นี้แล้วเก็บแรงไว้เถอะ อีกไม่นานแกก็ต้องไปแล้วนี่”
คำพูดประชดประชันนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเสือ เขาคว้าข้อมือแดนเหนือไว้แน่น บังคับให้หันมาเผชิญหน้า
“ใครบอกว่ากูจะไป?” เสือถามเสียงแข็ง จ้องตาหมอเขม็ง
“ไม่ต้องมีใครบอก ฉันก็ดูออก” แดนเหนือจ้องตอบ ไม่ยอมหลบสายตา
“คนอย่างแก พยัคฆ์ผู้ยิ่งใหญ่ จะมามุดหัวอยู่ในรูหนูแบบนี้ไปตลอดชีวิตได้ยังไง? เพื่อนแกพูดถูก... ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก”
“แล้วที่ไหนคือที่ของกู?” เสือถามกลับ บีบข้อมือแดนเหนือแน่นขึ้น “บนกองเงินกองทองที่เปื้อนเืนั่นเหรอ? หรือท่ามกลางดงะุ?”
“ก็ดีกว่าที่นี่!” แดนเหนือตะคอกใส่ หน้าแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่อัดอั้น “ที่นี่มันมีแต่ความลำบาก มีแต่กลิ่นยาเหม็นๆ มีแต่คนจนแกมันเคยชินกับความสบาย แกมันโหยหาอำนาจ... ยอมรับความจริงซะเถอะไอ้เสือ!”
“มึงคิดว่ากูแคร์เื่ความลำบากงั้นเหรอ?”
เสือกระชากร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่ง กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่ปั่นป่วนด้วยความสับสนและความโกรธแผ่ออกมาโอบล้อมแดนเหนือไว้
“ถ้ากูแคร์เื่พวกนั้น กูไปั้แ่วินาทีแรกที่พวกมันมาถึงแล้ว!”
“แล้วแกรออะไรอยู่ล่ะ!”
แดนเหนือเถียงสู้ น้ำตาแห่งความน้อยใจที่เขาไม่เข้าใจตัวเองเอ่อคลอขึ้นมา
“รอให้ฉันไล่เหรอ? ได้ งั้นฉันไล่! ออกไป! ไปให้พ้นจากชีวิตฉันสักที!”
แดนเหนือผลักอกเสือสุดแรง แต่เหมือนผลักกำแพงหิน เสือไม่ขยับเขยื้อน มิหนำซ้ำยังรวบเอวเขาเข้าไปกอดแแ่จนแทบจะจมหายไปในอกกว้าง
“มึงไล่กูไม่ไปหรอกแดนเหนือ” เสือก้มลงกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู “ต่อให้มึงเอามีดมาแทงกู กูก็ไม่ไป จนกว่ากูจะแน่ใจ”
“แน่ใจบ้าอะไร” แดนเหนือเสียงสั่น พยายามกลั้นสะอื้น
“แน่ใจว่า ถ้ากูเลือกทางนั้น กูจะไม่เสียมึงไป”
คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาทำเอาแดนเหนือชะงัก ร่างกายที่ดิ้นรนหยุดนิ่ง เสืออาศัยจังหวะนั้นเชยคางหมอขึ้นมา ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาเม็ดใสที่หางตาออกให้อย่างอ่อนโยน
“กูอยากกลับไปยิ่งใหญ่ ใช่ กูยอมรับ”
เสือพูดความจริง แววตาฉายความทะเยอทะยานที่ปิดไม่มิด
“กูเกิดมาเพื่อเป็ราชสีห์ กูอยากขย้ำคอไอ้ัที่มันทำกูไว้เจ็บแสบ”
“งั้นก็ไปสิ...” แดนเหนือพูดเสียงแ่ “จะมาลังเลทำไม”
“เพราะกูรู้ว่า... ถ้ากูกลับไปเป็มาเฟีย กูจะดึงอันตรายมาหามึง”
เสือมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อน
“ศัตรูของกูมีเป็ร้อยและถ้าพวกมันรู้ว่ามึงคือจุดอ่อนของกู มึงจะไม่ปลอดภัย”
แดนเหนือหัวใจเต้นแรง... จุดอ่อน... เสือยอมรับว่าเขาคือจุดอ่อนงั้นเหรอ?
“ฉันดูแลตัวเองได้...” แดนเหนือเถียงข้างๆ คูๆ
“มึงดูแลตัวเองได้จากมีดหมอ แต่ไม่ใช่จากลูกปืน” เสือส่ายหน้า
“กูเลยลังเลอยู่นี่ไงระหว่างอำนาจที่กู้า กับความสงบสุขของมึง”
บรรยากาศในห้องครัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ที่สอดประสานกัน
เสือโน้มหน้าลงมาใกล้ หน้าผากแตะกับหน้าผากมนของแดนเหนือ ปลายจมูกคลอเคลียกันแ่เบา เป็ััที่ไม่ได้เร่าร้อนด้วยตัณหา แต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งทางอารมณ์
“ตอบกูหน่อยสิหมอ...” เสือกระซิบถาม
“มึงอยากให้กูไปไหม? ถ้ามึงบอกว่าอยากให้กูอยู่... กูจะทิ้งทุกอย่าง แล้วเป็แค่ไอ้เสือลูกจ้างคลินิกของมึงตลอดไป”
แดนเหนือเม้มปากแน่น หัวใจบีบรัดจนเจ็บ
เขาอยากจะะโบอกว่า ‘อยู่สิ อย่าไปนะ’ ใจจะขาด เขาเริ่มเสพติดความอบอุ่นของผู้ชายคนนี้ เสพติดการมีอยู่ของเสือในชีวิตที่เคยว่างเปล่า
แต่เขารู้ดี เสือก็คือเสือ กรงขังแห่งความรักอาจจะขังตัวได้ชั่วคราว แต่ขังจิติญญาไม่ได้ สักวันเสือจะเฉาตายถ้าไม่ได้ออกล่า
และที่สำคัญ เขารู้ว่าเสือมีแค้นที่ต้องชำระ หากรั้งไว้ วันหนึ่งเสืออาจจะเกลียดเขาที่เป็ตัวถ่วง
แดนเหนือหลับตาลง ซ่อนความเ็ปไว้ข้างใน ก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว
“กลับไปซะ...”
คำตอบนั้นทำให้แววตาของเสือวูบไหว แต่แดนเหนือรีบพูดต่อ
“กลับไปทวงบัลลังก์ของแกคืน กลับไปเป็พยัคฆ์ที่ยิ่งใหญ่ให้ได้” แดนเหนือยกมือขึ้นวางทาบแก้มสากของเสือ
“อย่ามาเป็แมวเชื่องๆ อยู่ที่นี่เลย มันไม่เหมาะกับแกหรอก”
“หมอ...” เสือเรียกเสียงเครือ
“แต่จำไว้นะ...” แดนเหนือจ้องตาเสือเขม็ง
“ถ้าแกกลับไปแล้ว ห้ามตาย ห้ามเจ็บ ห้ามแพ้ และถ้าวันไหนเหนื่อย หรือไม่มีที่ไป...”
เสียงของแดนเหนือสั่นเล็กน้อย
“...คลินิกนี้ยังเปิดประตูรอแกเสมอ”
เสือมองคนตรงหน้าด้วยความรักที่เอ่อล้น เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้รับความเข้าใจและการเสียสละจากใครมากขนาดนี้
“มึงมัน โง่หรือใจดีเกินไปกันแน่วะ”
เสือแค่นยิ้มทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย ก่อนจะก้มลงประทับจูบที่ริมฝีปากของแดนเหนือหนักๆ หนึ่งที ไม่มีการรุกล้ำ มีเพียงการประทับตราสัญญา
“ตกลง กูจะกลับไป”
เสือผละออกมา แววตาเปลี่ยนเป็มุ่งมั่นดุดัน
“กูจะกลับไปกวาดล้างศัตรูให้หมด จะสร้างอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุด...”
เขารวบมือแดนเหนือขึ้นมาจูบที่หลังมือ
“เพื่อที่วันหนึ่ง กูจะกลับมารับมึงไปอยู่ข้างๆ กู ได้อย่างภาคภูมิและปลอดภัยที่สุด รอพยัคฆ์ของมึงนะ แดนเหนือ”
คืนนั้น เป็คืนสุดท้ายที่เสือนอนกอดแดนเหนือในห้องพักฟื้นแคบๆ ไม่มีการล่วงเกินทางกาย มีเพียงอ้อมกอดที่กระชับแน่นตลอดคืน เพื่อซึมซับไออุ่นของกันและกันให้มากที่สุด ก่อนที่รุ่งสางจะมาถึง และพรากพวกเขาจากกันเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเอง.
*****
