“หนึ่งพันสองร้อยบาท...” ร้อยโทหนุ่มทวนตัวเลขในสมุดบัญชีด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายช็อก คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นเริ่มคลายออก เปลี่ยนเป็สายตาว่างเปล่าเหมือนคนปลงตก
“ผม... ไม่มีเงินติดตัว” เขาพูดความจริงอันน่าเ็ป “เบี้ยหวัดทหารเดือนละไม่กี่สิบบาท แถมตอนนี้... ผมน่าจะโดนแทงจำหน่ายว่าตายไปแล้วด้วย”
ฉันตบหน้าผากดังฉาด นั่นไง... หนี้สูญั้แ่เริ่ม! แต่สัญชาตญาณนักธุรกิจบอกว่า ‘อย่าเพิ่งตัดหนี้สูญ ถ้าลูกหนี้ยังมีชีวิต’
“ไม่มีเงินไม่เป็ไร” ฉันยึดสมุดคืนมาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ “งั้นลงบัญชีไว้ก่อน ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน เริ่มนับั้แ่วินาทีนี้ และระหว่างนี้... คุณต้องทำงานใช้หนี้!”
กล้าหาญมองหน้าฉันอย่างอึ้งๆ คงไม่เคยเจอชาวบ้านคนไหนหน้าเืขูดรีดทหาราเ็ขนาดนี้มาก่อน “คุณ... เป็ใครกันแน่? ชาวบ้านธรรมดาไม่มียาชา ไม่มียางรัดแกง... แล้วก็ไม่มีวาทศิลป์แบบนี้”
“เรียกฉันว่า ‘แดง’ ก็พอ” ฉันตัดบท “และจำไว้ว่าฉันเป็ เ้าชีวิต ของคุณจนกว่าหนี้จะหมด”
“โครกกก...”
เสียงประท้วงจากกระเพาะอาหารดังขัดจังหวะบทสนทนาอันเคร่งเครียด ไม่ใช่ท้องฉัน... แต่เป็ท้องของร้อยโทรูปหล่อตรงหน้า หน้าคมเข้มของเขาขึ้นสีระเรื่อทันทีด้วยความอับอาย
“ขอโทษ... ผมไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว... ระหว่างหนีการไล่ล่า”
ฉันมองสภาพเขา... ปากซีด หน้าเซียว ผอมโซ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ แผลที่เย็บไปคงไม่ติดกัน และเขาอาจจะตายเพราะขาดสารอาหาร... เท่ากับเงินลงทุน 13 HP ของฉันสูญเปล่า!
ไม่ได้การ... ต้องขุนให้อ้วนก่อนเชือด (เอาเงิน)!
ฉันถอนหายใจยาวเหยียด แล้วเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา [HP คงเหลือ : 87 / 100] เืฉันยังพอมีเหลือ... ซื้อของกินให้ลูกหนี้สักหน่อยถือเป็การลงทุนระยะยาว
[ร้านชำแลกิญญา - หมวดอาหาร]
7 HP... ฉันกัดฟันกรอด เอาน่ะ... เพื่อหนี้ 1,200 บาท!
“ยืนยันการซื้อ!” วูบ! ความรู้สึกเหมือนโดนสูบเืออกไปอีกครั้งทำเอาฉันเซวูบ ต้องรีบนั่งลงกับพื้น ตัวเลข HP ลดฮวบเหลือ 80 / 100 ความหน้ามืดเริ่มมาเยือนถี่ขึ้น ฉันต้องรีบกินอะไรบ้างแล้วเหมือนกัน
ในมือฉันปรากฏ “ปลากระป๋องทรงรี” และ “ถ้วยโฟมใส่ข้าวสวย” สองถ้วย ฉันยื่นข้าวถ้วยหนึ่งให้กล้าหาญ ที่นั่งตาค้างมองดูข้าวสวยสีขาวนวลที่จู่ๆ ก็โผล่มากลางอากาศ
“ข... ข้าวขาว? หอมมะลิ?” เสียงเขาสั่นเครือ ในยุคา ข้าวขาวล้วนๆ คือของหรูหราที่ชาวบ้านทั่วไปแทบไม่ได้แตะ (ส่วนใหญ่กินข้าวผสมเผือกมัน หรือปลายข้าวหักๆ)
“กินซะ อย่าถามมาก” ฉันดึงฝาปลากระป๋อง (แบบมีห่วงดึง สะดวกสบายสไตล์อนาคต) กริ๊ก... ป๊อก! ฝาเปิดออก กลิ่นหอมเปรี้ยวหวานอันเป็เอกลักษณ์ของซอสมะเขือเทศเข้มข้นลอยฟุ้งไปทั่วเพิงพักเล็กๆ
กล้าหาญกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ดวงตาจ้องมองเนื้อปลาแมคเคอเรลชิ้นโตสีส้มแดงในกระป๋องราวกับเห็นทองคำ “นี่มัน... ปลา... ในกระป๋องเหล็ก?”
“เขาเรียก ปลากระป๋อง” ฉันอธิบายสั้นๆ พลางเทแบ่งครึ่งราดบนข้าวของเขาและของฉัน “กินเข้าไป โปรตีนเน้นๆ จะได้มีแรงหาเงินมาคืนฉัน”
ชายหนุ่มมือสั่นขณะใช้ช้อนสังกะสี (ที่ฉันหาได้แถวนั้น) ตักข้าวคลุกน้ำซอสเข้าปากคำแรก...
วินาทีที่ลิ้นััรสชาติ... ดวงตาของนายทหารหนุ่มเบิกกว้าง รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมของมะเขือเทศ ตัดกับความเค็มมันของเนื้อปลาที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก... ไม่มีกลิ่นคาวปลาเค็มๆ แบบที่เคยกินตามค่ายทหาร
“อร่อย...” น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้มสากๆ ของเขา “อร่อยมาก... แม่เ้าโว้ย...”
ฉันเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ มองดูภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย แค่ปลากระป๋องโง่ๆ กระป๋องเดียว... ทำคนร้องไห้ได้เลยเหรอวะยุคนี้ แต่มันก็ช่วยเตือนสติฉันว่า... ความสุขพื้นฐานพวกนี้ มันมีค่าแค่ไหนในยามที่โลกกำลังลุกเป็ไฟ
[ความสัมพันธ์กับ 'ร.ท. กล้าหาญ' เพิ่มขึ้น : +20 (สถานะ: ประทับใจในรสชาติ)] [ได้รับแต้มโบนัส : 50 XP] [ปลดล็อกข้อมูลลับ : สังกัดของเป้าหมาย]
ขณะที่เรากำลังโซ้ยข้าวมื้อที่อร่อยที่สุดในโลกอยู่นั้น จู่ๆ กล้าหาญก็หยุดกิน เงยหน้ามองฉันด้วยแววตาจริงจัง
“คุณแดง...” “หือ?” ฉันตอบทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก “ปลาวิเศษกระป๋องนี้... ราคาเท่าไหร่?”
ฉันชะงัก ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง จะบอกราคา 5 HP ก็คงไม่เข้าใจ... “กระป๋องละ 50 บาท” ฉันโพล่งราคาขูดเืขูดเนื้อออกไป (ราคาจริงในยุคนี้ ก๋วยเตี๋ยวชามละไม่กี่สตางค์)
กล้าหาญหน้าซีดเผือดลงกว่าเดิม เขาก้มมองข้าวในจานสลับกับหน้าฉัน แล้วพยักหน้าช้าๆ อย่างจำนนต่อโชคชะตา “รวมหนี้สิน... 1,250 บาท สินะครับ” “บวกข้าวสวยอีก 10 บาท เป็ 1,260 บาทจ้ะ” ฉันแก้ตัวเลขยิกๆ ในใจ
“ผมจะชดใช้ให้...” เขาพูดเสียงหนักแน่น แววตานักรบกลับมาฉายแสงอีกครั้ง “ต่อให้ต้องบุกไปปล้นคลังแสงญี่ปุ่นเอาทองมาขาย ผมก็จะหามาคืนคุณให้ได้!”
ฉันยิ้มมุมปาก ดีมาก... ไฟแรงแบบนี้สิ ค่อยน่าลงทุนด้วยหน่อย
แต่ทว่า... ความสุขมักผ่านไปไวเหมือนโกหก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากดังตึกตักๆ ใกล้เข้ามาทางเล้าเป็ด พร้อมกับเสียงะโภาษาญี่ปุ่นที่ดุดัน
“ค้นให้ทั่ว! รอยเืหยุดอยู่แถวนี้!”
กล้าหาญสะดุ้งเฮือก วางจานข้าวลงทันที มือขวาควานหาปืนโดยสัญชาตญาณ ทั้งที่แผลหน้าท้องยังเจ็บแปลบ “พวกมันตามมาแล้ว...” เขากระซิบเสียงเครียด “คุณแดง... หนีไปซะ ทิ้งผมไว้ที่นี่”
ฉันมองหน้าลูกหนี้ของฉัน แล้วมองประตูเพิงพัก หนีเหรอ? จะบ้าเหรอ! เงินต้น 1,260 บาทของฉันกำลังจะโดนญี่ปุ่นยิงทิ้งเนี่ยนะ!
ฉันลุกขึ้นยืน ปัดเศษข้าวออกจากปาก “หนีบ้าอะไรล่ะ...” ฉันเดินไปหยิบ ‘ถุงยางวง’ และ ‘ถุงลูกแก้ว’ (ของเล่นเด็กที่เก็บได้) ขึ้นมาถือไว้มั่น
“ใครจะยอมให้ ATM เคลื่อนที่ ของฉันตายง่ายๆ... หลบไปอยู่หลังตุ่มน้ำซะ เดี๋ยวแม่ค้าจะเคลียร์เอง!”
