ประตูทางเข้าวัดสะกดมาร!
หวังเค่อมองดูวัดที่กลับคืนสู่สภาพเดิมด้วยสีหน้าอัปลักษณ์
คงไม่ใช่ผีหลอกใช่มั้ย?
คนบ้าที่ไหนมาซ่อมวัดพัง? ซ่อมก็ซ่อมไป
แต่ทำไมดันซ่อมออกมาสภาพเดิมไม่ผิดเพี้ยน ซ่อมออกมาเป็วัดเก่าๆ มอซอๆ
เหมือนเดิมทำไม? เพราะอะไร?
แถมยังมีเสียงเคาะไม้บักฮื้อออกมาจากด้านใน?
จูเยี่ยนหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะไม้บักฮื้อ
มันคิดว่าข้างในไม่มีคน คิดไม่ถึงว่ายังมีคนอาศัยอยู่? พระ?
“อมิตาพุทธ
เป็เกียรติอย่างสูงที่มีแขกมาเยือนวัดซอมซ่อ ท่านผู้ใจบุญทั้งหลาย
เบื้องนอกฝนตกหนักนัก โปรดเข้ามาเถิด” เสียงดังออกมาจากในวัดสะกดมาร
นั่นเป็เสียงของบุรุษหนุ่ม
กังวานเปี่ยมพลัง ไม่ทราบมิตรหรือศัตรู หวังเค่อหน้าครึ้มทันควัน
“ท่านประมุข
เป็พระจีวรแดงรูปหนึ่ง! อา มันออกมาแล้ว!” ลูกน้องของหวังเค่อคนหนึ่งอุทานออกมา
เมื่อมองดู
พบเป็พระสวมจีวรแดงตลอดร่างรูปหนึ่งค่อยๆ เดินออกมาจากภายใน
ในมือยังถือประคำสีแดง แววตาคมปลาบทรงอานุภาพ เพียงมองเผินๆ
ก็ทราบว่าไม่ใช่คนธรรมดา
หวังเค่อสีหน้าแข็งเกร็ง
สายตาของพระหนุ่มเองก็กวาดสำรวจทุกผู้
การกวาดตามองของมันครั้งนี้ส่งผลให้ทุกผู้คนใจสั่นเขม็ง
ให้ความรู้สึกราวกับถูกมองอย่างทะลุปรุโปร่ง
“อมิตาพุทธ
อาตมาพระต่ำต้อยสังกัดวัดขั้นโลหิต! ไม่ทราบประสกมาจากที่ใด และจะไปที่ไหน?”
พระจีวรแดงถามพลางแย้มยิ้มเล็กน้อย
รอยยิ้มสุขสงบ
หากทว่ากลับแฝงความเป็ศัตรู กระทั่งจิตสังหาร!
“วัดขั้นโลหิต?” หวังเค่อตาทอประกาย
สิบหมื่นมหาบรรพตตั้งไว้ด้วยสี่สำนักใหญ่
พรรคเทพหมาป่า์ พรรคอีกาทองคำ ลัทธิมารจันทรา
และวัดขั้นโลหิตที่ตัดขาดโลกภายนอกตลอดปีตลอดชาติ!
วัดขั้นโลหิตถือเป็อันดับหนึ่งแห่งพรรคฝ่ายธรรมะ!
พวกเดียวกัน! ดี อย่างนี้ก็เชื่อมสัมพันธ์ง่ายหน่อย!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
ไต้ซือจากวัดขั้นโลหิตนี่เอง!
ผู้น้อยคือรองเ้าตำหนักหมาป่าบูรพาพรรคเทพหมาป่า์ นี่คือป้ายยืนยันตัวตน!”
หวังเค่อนำป้ายประจำตัวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“อ้อ? ตำหนักหมาป่าบูรพาพรรคเทพหมาป่า์
รองเ้าตำหนัก?” พระจีวรแดงรับป้ายมาด้วยความตื่นตะลึง
หลังการตรวจสอบอย่างละเอียด
พระจีวรแดงก็ผงกศีรษะ คืนป้ายแก่หวังเค่อ
“เป็ป้ายประจำตัวของเ้าตำหนักพรรคเทพหมาป่า์จริงๆ
อาตมาเสียมารยาทแล้ว!” พระจีวรแดงโค้งคารวะเล็กน้อย
ตอนนี้เอง
หวังเค่อพบว่าความรู้สึกเป็ศัตรูที่ััได้ก่อนหน้านี้พลันอันตรธาน
ต้องลอบถอนใจออกมาอย่างโล่งอก
“ไต้ซือไม่ต้องมากมารยาท
ข้าน้อยหวังเค่อ คิดเข้ามาหลบฝน ขอรบกวนแล้ว!” หวังเค่อยิ้ม
“ไม่ต้องเรียกข้าว่าไต้ซือหรอก
อาตมามีฉายาว่า “ตัดกาเม”!” พระจีวรแดงแย้มยิ้ม
“ตัด ตัดกาเม? เหอ ดี ดี ฉายาธรรมที่ดี!” หวังเค่อเอ่ยพร้อมสีหน้าพิกล
โบราณว่าไว้ ชื่ออาจตั้งผิด
ชื่อเล่นก็อาจตั้งพลาด! แต่ฉายาทางธรรมไม่มีทางผิดเพี้ยน! ตัดกาเม อย่างงั้น…?
“ทุกท่าน เชิญ!” ตัดกาเมยิ้ม
หวังเค่อส่งสายตาต่อลูกน้องทุกคน
“สตรีทุกนางโปรดแต่งตัวอย่างสำรวมไว้! พวกเ้าไม่มีั์ตาหรือไง? หลบไปๆ
อย่าไปเข้าใกล้พระอาจารย์!”
“ทราบแล้ว!”
ลูกน้องทุกคนรับปากทันที จากนั้น แบกโลงศพเข้าสู่วัด
จูเยี่ยนในตอนนี้ไม่กล้าปริปากสักแอะเดียว
มันเก็บงำไอมารของตนเองเต็มพิกัด ด้วยความกลัวว่าพระตัดกาเมจะจับได้ว่ามันเป็มาร
“ประสกหวัง
ดูท่าทางท่านใส่ใจต่อผู้ที่อยู่ในโลงเป็พิเศษ? ตอนเข้ามาจึงเกรงจะชนโน่นนี่
ต้องวางลงถึงจะวางใจได้?” ตัดกาเมเอ่ยถามอย่างสงสัย
หวังเค่อชะงักไป
พระรูปนี้ไฉนช่างสังเกตนัก? ถูกจับได้แล้ว?
“พระอาจารย์ไม่เคยได้ยินชื่อข้า?”
หวังเค่อเอ่ยกังขา
“อาตมาพิทักษ์วัดนี้มาตลอด
ไม่เคยก้าวเท้าออกไปหลายปีแล้ว ดังนั้นไม่ทราบเื่ราวภายนอก!
จึงไม่เคยได้ยินชื่อของประสกมาก่อน!” ตัดกาเมตอบ
หวังเค่อสีหน้าแปลกใจ ขี้โม้!
ครั้งก่อนที่พวกข้ามา ะเิมารกระจุยกระจายไม่เห็นเ้าแม้แต่เงา
มาบอกว่าไม่เคยออกไปไหนมาหลายปีเนี่ยนะ?
พระรูปนี้ประหลาดจริง!
“อ้อ ภรรยาของข้าอยู่ในโลง
ทั้งยังเป็โรคติดต่อร้ายแรง ท่านอย่าได้บังเกิดความสนใจเลย!”
หวังเค่อเอ่ยอย่างหวาดระแวง
ตัดกาเมผงะหงาย อะไรนะ
เ้าหมายความว่ายังไง?
ข้าสนใจ สนใจอะไร? คนตายคนหนึ่ง
ให้ข้าสนใจอะไร?
ทันใดนั้น
ตัดกาเมพลันระลึกได้ถึงวาจาที่หวังเค่อเอ่ยต่อลูกน้องสตรีของมันก่อนแบกโลงเข้ามา
แถมตอนนี้บรรดาสตรีไว้ทุกข์ทั้งหลายต่างก็ไปหลบมุมหนึ่งเพื่อหลีกหนีจากตนเอง
สายตาที่มองด้วยความหวาดระแวงนั้นเหมือนกำลังมองปีศาจราคะก็ไม่ปาน
ตัดกาเม “…!”
เ้าคิดว่าข้าเป็ตัวอะไร?
“รองเ้าตำหนักหวัง
เกรงว่าท่านคงเข้าใจผิดแล้ว ฉายานี้ของข้าเป็ท่านเ้าอาวาสตั้งให้
ตอนนั้นท่านคำนึงถึงสี่อกุศลในชีวิตมนุษย์! สุรากาเมโลภะโทสา! พวกเรามีกันสี่คนศิษย์พี่น้อง
แยกออกเป็ตัดสุรา ตัดกาเม ตัดโลภะ และตัดโทสะ! ข้าคือตัดกาเม!
ตัวข้านี้ไม่เคยกระทำผิดบาปอันใด!” ตัดกาเมรีบแก้ต่าง
สีหน้าหวังเค่อยิ่งพิกลหนัก
เ้ามาอธิบายอะไรกับข้ามากมายปานนี้? ข้าไม่สน! ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึงหรือไง[1]
พริบตานั้น
แววตาของพระตัดกาเมกลายเป็ขมึงทึง “ก็ได้ ถ้าเ้าไม่เชื่อข้า
งั้นข้าก็ไม่ต้องปลอมอีกแล้ว! เฮอะ
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์ไฉนมาคลุกคลีอยู่กับมารร้าย?”
“อ๋อ ดีเลย
เ้าพูดแบบนี้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่! เมื่อกี้ข้าเองก็ปลอมจนปวดฟันเหมือนกัน!”
หวังเค่อยิ้มอย่างโล่งอก
ท่าทางโล่งใจของหวังเค่อทำให้ตัดกาเมที่กำลังจะโมโหต้องงงเต็ก
จูเยี่ยนทางด้านข้างหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
หวังเค่อ เ้าบ้าไปแล้ว มันรู้แล้ว มันรู้แล้วว่าข้าเป็สาวกลัทธิมาร
ทำไมยังทำท่าสบายอกสบายใจอยู่อีก
ตัดกาเมมองหวังเค่ออย่างเหนือคาดหมาย
“เ้าไม่กลัว?”
“กลัวอะไร? ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็ศิษย์ฝ่ายธรรมะ!
มีเื่อะไรไม่สามารถเปิดอกพูดคุยกัน? ข้าแค่ยืนอยู่กับพวกมาร
ไม่ใช่มารเสียหน่อย หรือว่าเ้าจะกินข้า?” หวังเค่อโพล่งออกไป
แม้ตอนพูดหวังเค่อท่าทางผ่อนคลาย
ทว่ายังคงลอบระมัดระวังต่อพระตัดกาเม
เนื่องเพราะมันยังไม่รู้ที่มาที่ไปของตัดกาเมอย่างแน่ชัด
“หวังเค่อ เ้าฆ่าข้าแล้ว!”
จูเยี่ยนกรีดร้องตระหนก หันหลังวิ่งออกไปทันที
นี่
เ้ามั่วกลับเข้าฝ่ายธรรมะแน่นอนว่าไม่มีปัญหาผายลมใดทั้งสิ้น
แต่ข้ากลับต้องเคราะห์ร้ายแล้ว!
พระตัดกาเมรูปนี้ท่าทางเหมือนเทพปะามารไม่มีผิด! ข้าจบสิ้นแล้ว!
“เฮ้ ไม่ต้องหนี!”
หวังเค่อร้องเรียกอย่างไม่สบอารมณ์
ข้ากำลังประลองปัญญาหยั่งเชิงเื้ัของตัดกาเมอยู่
เ้าหนีไปแล้วจะทำอะไรได้?
“มารร้ายบังอาจนัก
ข้ามองปราดเดียวก็รู้ว่าเ้าไม่ใช่คน ข้ารอให้เ้าเปิดหน้ากากออกมาเอง!”
ตัดกาเมร้องออกมา
มองเห็นพระตัดกาเมดีดนิ้วคราหนึ่ง
ลูกประคำลูกหนึ่งพลันดีดออกจากมือ ตัดข้ามช่องว่างพลางขยายใหญ่โตในพริบตา
กระแทกเข้าใส่หลังท่อนบนของจูเยี่ยนอย่างจัง
ตูม!
ประกายแสงสีแดงสาดชโลมทั่ววัดสะกดมาร
พริบตานั้น จูเยี่ยนส่งเสียงร้องลั่น คนร่วงลงพื้น กระอักโลหิตกองโต
“อั่ก!”
จูเยี่ยนกองพังพาบคาพื้นดิน
ลูกประคำลอยหวือกลับคืนสู่มือของตัดกาเมอีกครั้ง ก่อนจะหลอมกลืนเข้ารวมกับลูกอื่นๆ
ส่วนจูเยี่ยนตอนนี้าเ็สาหัส ควันดำพวยพุ่งจากร่าง
หวังเค่อแตกตื่นจนสะดุ้งเฮือก
ัทองในท้องของจูเยี่ยนไม่อาจถูกกระทบกระทั่ง หากมันะเิออกมา
พวกเราไม่จบเห่กันหมดหรอกหรือ
“อาจารย์ตัดกาเม หยุดมือ!”
หวังเค่อพลันะโห้ามออกมา คนเข้าขวางหน้าพระตัดกาเมเอาไว้
“เหอะ
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์อันสูงส่ง เ้า้าปกป้องมารร้าย?” ตัดกาเมแค่นเสียงเ็า
“ใครว่าข้าปกป้องมัน? มันเป็มารที่ข้าจับมา ท่านไม่แยกแยะก็จะแย่งมารของข้าไป? ไต้ซือท่านนี้ใช่เฝ้าใฝ่ฝันถึงกุศลปราบมารจนหน้ามืดหรือไม่?” หวังเค่อประท้วง
ตัดกาเมชะงัก คิ้วขมวดมุ่น
“ยังมี ท่านเห็นท้องของมันหรือไม่?
หากไปกระทบถูกท้องของมัน…ท่านรับผิดชอบไหวหรือ? วัดขั้นโลหิตมิใช่ร่ำลือว่าเปี่ยมเมตตามหากรุณาธรรมหรือ? ไฉนทำเช่นนี้?” หวังเค่อนิ่วหน้า
“ท้องของมัน?” ตัดกาเมมองดูจูเยี่ยนด้วยสายตาประหลาด
มองเห็นจูเยี่ยนกระอักโลหิตออกมา
ร่างสะดุ้งเฮือกใหญ่ด้วยหวาดเกรงว่าัทองในท้องจะะเิออกมา
คนต้องรีบลูบท้องปลอบประโลมอย่างเบามือไว้ ให้ัทองสงบลง
แต่ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้พระตัดกาเมที่มองดูอยู่ต้องผงะ
“มัน มันเป็บุรุษหรือมิใช่? มันเองก็ตั้งครรภ์ได้ด้วย?”
จูเยี่ยนที่ไม่ห่างไปเท่าใดหน้าดำมืด
ข้า? ตั้งครรภ์?
หวังเค่อเองก็หน้าเปลี่ยน “ไต้ซือ
กามที่ตัด ตัดที่สตรีหรือที่บุรุษเพศ?”
ตัดกาเมมองแรงใส่หวังเค่อ “หวังเค่อ
เ้าบอกเองนี่ว่าไม่อาจสร้างความกระทบกระเทือนแก่ครรภ์ของมัน? มันยังลูบประคองท้องเอาไว้
สีหน้าท่าทางเหมือนกำลังปลอบโยนทารกในครรภ์!”
“อ๋อ ที่แท้พวกเราก็เข้าใจท่านผิดไป!
ขอไต้ซือโปรดสงบใจลง! ทุกคนล้วนแล้วแต่มีอารยะ
ใช่สมควรต่างฝ่ายจัดการเื่ของตนเองดีหรือไม่ พวกเราฝนหยุดก็จะไป
ท่านก็กระทำกิจของท่านไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ว่าอย่างไร?” หวังเค่อออกปาก
พระตัดกาเมจ้องหวังเค่อ
สีหน้าซับซ้อน “ก็ได้!”
“ไต้ซือท่านช่างเข้าใจเื่ราวง่ายดายนัก!
ฮ่าฮ่า ก่อนหน้านี้เข้าใจผิดไป! เชิญไต้ซือ!” หวังเค่อผายมือ
“อมิตาพุทธ!” ตัดกาเมผงกศีรษะ
แม้พระตัดกาเมจะสุภาพสำรวม ทว่า
สายตาของมันที่มองดูจูเยี่ยนยังคงแววว้าวุ่นสับสนไม่คลาย
“ไต้ซือ
ท่านปะามารร้ายบ่อยๆ หรือไม่?” หวังเค่อถามอย่างสงสัย
“ไม่
ข้าไม่เคยคร่าชีวิตใดมาก่อน!” พระตัดกาเมส่ายหัว
“ไม่ฆ่า? งั้น เมื่อกี้ทำไมท่านปล่อยจิตสังหารขนาดนั้น?” หวังเค่อกังขา
“นั่นมิใช่จิตสังหาร
นั่นก็แค่ไม่อาจทนเห็นมารร้ายในสายตาเท่านั้น!” ตัดกาเมสั่นหน้าไปมา
“ไม่อาจทนเห็นมารร้ายในสายตา?
ไม่คร่าชีวิต? อย่างนั้น
เมื่อครู่ถ้าข้าไม่ออกหน้า ท่านจะจัดการจูเยี่ยนอย่างไร?” หวังเค่อชี้มือไปทางจูเยี่ยนด้วยความพิศวง!
จูเยี่ยนเองก็หันหน้ามามองดูตัดกาเมด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“วัดขั้นโลหิตของพวกเราถือการปรับทัศนคติของมารเป็ที่ตั้ง
ย่อมต้องทำการสะกดมารร้าย จากนั้นปรับทัศนคติพวกมันเสีย
ให้พวกมันรู้จักกลับใจจากทะเลทุกข์ คืนกลับมาพบฟากฝั่ง!
ไม่แน่ว่าจะสลัดคราบเป็พุทธะ!” ตัดกาเมอธิบาย
“ปรับทัศนคติ? ก็คือล้างสมองพวกมัน จากนั้นก็จับพวกมันโกนหัวออกบวชหรือ? แต่ ยังไงก็ยังเป็มารอยู่ดีนี่? ธรรมชาติของพวกมันไม่มีทางเปลี่ยน!”
หวังเค่อยิ่งอยากรู้
“วางดาบปะา
กลายเป็โพธิสัตว์!” ตัดกาเมประนมมือ
“วางดาบปะากลายเป็โพธิสัตว์อะไรก่อน?
ศิษย์ลัทธิมารที่พวกท่านปรับทัศนคติได้มีมากน้อยเท่าใด? ถ้าเ้ามีความสามารถก็ลองมาปรับทัศนคติข้าดูที
ดูซิว่าเ้าจะล้างความเป็มารของข้าออกยังไง!” จูเยี่ยนถากถาง
ทันทีที่ได้ยินว่าตัดกาเมไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
จูเยี่ยนก็ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาทันควัน
“เ้ามีดาบหรือไม่?” ตัดกาเมถาม มองดูหวังเค่อ
“อ้อ ดาบ
ไต้ซือจะแสดงให้เห็นวิธีการปรับทัศนคติมารสินะ? มา เอาไปเลย!
ขอท่านไต้ซือช่วยเปิดหูเปิดตาข้าให้กว้างขวาง
แสดงให้เห็นหน่อยว่าวางดาบปะากลายเป็โพธิสัตว์คืออะไร!”
หวังเค่อชักดาบออกมาเสนอต่อตัดกาเมทันทีด้วยความสงสัยเต็มพิกัด
ตัดกาเมหยิบดาบขึ้นมาลูบ
สายตาจ้องมองจูเยี่ยน “ประสก ให้เ้า!”
“ให้ข้า? ให้ข้าทำไม?” จูเยี่ยนผงะ
“เ้ากลายร่างเป็มารแล้ว
ก่อกรรมฆ่าฟันทำเข็ญสุดประมาณ เ้ารู้ว่าทุกชีวิตล้วนมีค่า มารร้ายกินคน
์ไม่อาจละเว้นได้ ดังนั้น…!” พระตัดกาเมเริ่มเทศนา
หวังเค่อเบิกตาจ้อง
พระตัดกาเมนี่ร่ำไรไปหรือไม่ มาพร่ำเทศนาหลักธรรมะไพศาลอะไร
คิดใช้วิธีนี้ทำให้พวกมาร “รำคาญตาย” หรือยังไง?
แน่นอน
หลังจากพร่ำสอนหลักธรรมไปร่วมชั่วโมง จูเยี่ยนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
หน้าของมันจากสองนิ้วเหลือสองเซน
“ไต้ซือ
ที่ท่านพูดมาข้ารู้หมดแล้ว ข้าเป็มารไปแล้ว
ข้าเองก็รู้ว่าคนเป็มารเป็อันตรายตุ่์ แต่ข้าก็หมดหนทางแก้ไข
ทันทีที่ธาตุมารกำเริบ ข้าจะไม่อาจควบคุมตนเองได้ แล้วจะให้ข้าทำยังไง?” จูเยี่ยนโอดครวญ
“วางดาบปะา
เ้าก็จะกลายเป็โพธิสัตว์!” ตัดกาเมยื่นดาบใส่มือจูเยี่ยน
จูเยี่ยนมองดูดาบในมือด้วยความงุนงง
“หมายความว่ายังไง? ถ้าข้าวางดาบนี้ลงพื้น ข้าก็จะไม่ใช่มารอีก? ข้าจะกลายเป็โพธิสัตว์?”
“ไม่ใช่
เ้าในเมื่อกลายเป็มารปีศาจร้าย ได้รับการเทศน์ล้างบาป
ตื่นรู้จากวาจาธรรมของข้าแล้ว ตอนนี้ เ้าก็สามารถใช้ดาบเชือดคอตัวเองตายได้แล้ว!”
ตัดกาเมอธิบาย
“เชือดคอ? ฆ่าตัวตาย? เ้าจะให้ข้าฆ่าตัวตาย?” จูเยี่ยนร่ำร้องเบิกตากว้าง
“ใช่ เ้าไร้ธรรมแห่งพุทธะ
ข้าพูดจากับเ้ามาครึ่งค่อนวัน หากเ้าบังเกิดจิตตื่นรู้
ก็จงปะามารเพื่อโลกหล้า! เชือดคอปะามารแล้ว
ดาบปะาเมื่อร่วงหล่นลงพื้นยามใด เ้าก็จะกลายร่างเป็โพธิสัตว์ขึ้น์ไปเมื่อนั้น!”
ตัดกาเมบรรยายวิธีการ
“ซี๊ดดดด~~~~~~~~~~!” หวังเค่อสูดลมหายใจเย็นเยือก
นี่
นี่เป็ครั้งแรกที่หวังเค่อเข้าใจปรุโปร่ง
อันใดคือวางดาบปะากลายเป็โพธิสัตว์ที่แท้จริง!
เมื่อเชือดคอปะามาร
ดาบปะาร่วงลงพื้น เ้าก็จะกลายเป็โพธิสัตว์ลอยขึ้นสู่์ทันที!
“ไอ้หยาา!”
จูเยี่ยนเหวี่ยงดาบลงพื้น
“เ้า เ้า บ้าไปแล้ว
ใครมันจะฆ่าตัวตาย! ข้าเองก็เสียสติถึงได้มานั่งฟังเ้าพล่ามอยู่ครึ่งค่อนวัน!
โพธิสัตว์ผายลมเ้าสิ!” จูเยี่ยนะโโลดเต้น
“มารร้ายบังอาจ
กล้าว่าร้ายโพธิสัตว์หรือ!” ตัดกาเมถลึงตา
ไอปราณมหาศาลสะกดจูเยี่ยนจนนั่งลงกับพื้น
ตอนนี้เองจูเยี่ยนค่อยระลึกได้ว่าตัดกาเมรูปนี้ทรงพลังปานไหน บ้าเอ๊ย!
ข้าขัดขืนไม่ได้เลย!
“ไต้ซือ ใจเย็นก่อน
มันไม่รู้จักความ! โปรดระงับโทสะด้วย!” หวังเค่อรีบโน้มน้าว
ตอนนี้เอง
พระตัดกาเมค่อยสะกดโทสะลงในอก ผงกศีรษะ “โอ ธรรมะของข้ายังอ่อนด้อยนัก
ไม่อาจชักจูงมารร้ายกลับสู่ฟากฝั่ง ทั้งยังก่อบาปผูกโทสะขึ้นมาอีก!”
“หือ!” หวังเค่อชะงัก
จูเยี่ยนหน้ากระตุก
กว่าจะหลุดจากพลังกดดันได้ไม่ง่ายเลย มันรีบโดดหลบไปหลังหวังเค่อ
“มันชื่อจูเยี่ยนหรือ?
บางทีธรรมะที่ข้าสอนเมื่อครู่ยังไม่มากพอ เอางี้
พวกเราลองใหม่อีกรอบ ข้าจะท่องให้เ้าฟังแต่ต้นอีกครั้ง เป็อย่างไร?” พระตัดกาเมมองดูจูเยี่ยนอย่างตั้งความหวัง
“ไม่ไม่ไม่
ข้าไม่ฟังเ้าพล่ามอีกแล้ว! ข้าไม่มีทางเชือดคอตัวเองตาย เ้าอย่าหวัง!”
จูเยี่ยนร่ำร้องเคร่งเครียด
“วัดขั้นโลหิต? วัดขั้นโลหิตที่ปิดตาย หรือจะหมายความว่าทุกครั้งที่จับพวกสาวกลัทธิมารได้
พวกเ้าก็จะพร่ำเทศนามนตร์คาถาไม่หยุดใส่พวกมัน
ปรับทัศนคติพวกมันจนเบื่อตายแล้วจับมีดมาเชือดคอตัวเอง
จากนั้นเ้าค่อยออกไปหาเหยื่อใหม่?” หวังเค่อเอ่ยสะท้าน
“ไม่ใช่ให้พวกมันเบื่อตาย
แต่เพื่อโน้มน้าวให้พวกมันกลับใจสู่ฟากฝั่ง! วางดาบปะากลายร่างเป็พุทธะ!
ยิ่งพวกมันสลัดคราบเป็พุทธะเร็วเท่าใด
ก็สามารถช่วยโลกียะแห่งทุกขังได้มากเท่านั้น!
แล้วพระรูปอื่นก็ไม่ได้มีน้ำอดน้ำทนเหมือนข้าด้วย! พวกมันแค่ฆ่ามารร้าย
ลืมเลือนหลักการที่พระโพธิสัตว์สั่งสอนเหล่าเวไนยสัตว์ไปหมดสิ้น
สรรพชีวิตล้วนเท่าเทียม ไหนเลยจะมาจับดาบปะาฆ่าฟันไม่เว้นวางได้? มีแต่ข้านี่แหละที่ยืนกรานปรับทัศนคติมารอยู่!” ตัดกาเมอธิบาย
หวังเค่อสีหน้าพิกล ว่าแล้วเชียว
มีแต่เ้าที่สติไม่สมประกอบ!
“ไฉนไต้ซือมาเฝ้าที่วัดนี้?”
หวังเค่อถามอีกรอบ
“เ้าอาวาสกล่าวว่าวัดนี้สะกดมารโลหิตเอาไว้
หากมารโลหิตหลุดออกมาได้จะเกิดหายนะใหญ่แก่สิบหมื่นมหาบรรพต!
ดังนั้นให้ข้ามาอยู่ที่นี่คอยเฝ้ามารโลหิต วันใดที่มันสามารถกลับใจ
วันนั้นกุศลของข้าจึงจะบริบูรณ์!” ตัดกาเมอธิบาย
“วัดนี้สะกดมารร้ายเอาไว้?
ท่านเองก็อยู่ที่นี่สวดปรับทัศนคติแก่มันทุกวี่วัน!” หวังเค่องงใจ
“ใช่
เฝ้าอยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้ว!” พระตัดกาเมยืนยัน
“วัดนี้สะกดมารโลหิตไว้?
ท่านเองก็เฝ้าอยู่ที่นี่มานานปี? งั้นก็ไม่เคยออกไปไหน?
วัดเก่านี่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น?” หวังเค่อถามคำถามประหลาด
วัดที่ถูกซ่อมนี่ซ่อมได้เก่าเหมือนเดิมเป๊ะก่อนจะโดนะเิถล่มใส่!
แม้แต่รูปปั้นพุทธะหักๆ พังๆ นี่ก็ยังพังเหมือนเดิม อาถรรพ์แล้ว
“ใช่ ข้าไม่เคยไปไหน
วัดโบราณเองก็ไม่เคยเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น! มารโลหิตถูกสะกดไว้เบื้องล่าง! น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ข้าเฝ้าพร่ำสวดภาวนาไม่หยุด
ช่วยปรับทัศนคติมัน แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนได้!” ตัดกาเมทอดถอนใจ
หวังเค่อสีหน้าพิกล
เ้าจิตวิปริตหรือเปล่า? เ้าอาวาสวัดขั้นโลหิตส่งเ้ามานี่เพราะกลัวเ้าเป็ภัยกับชาวบ้านชาวช่องมากกว่า?
กล้าพูดจาเพ้อเจ้อหน้าตายเป็จริงเป็จัง!
ก่อนหน้านี้ข้ามาที่นี่ทำไมไม่เจอเ้า แล้วบอกไม่เคยไปไหน? ผายลม!
หวังเค่อถอยหลังตามสัญชาตญาณ
ต้องห่างๆ พระสติเฟื่องนี่ให้มากไว้!
[1] หมายความว่า อยากปกปิด ยิ่งเท่ากับประกาศให้โลกรู้ เหมือนคนเที่ยวะโบอกคนอื่นว่าตรงนี้ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง
