ลู่เสียหยางเห็นว่าน้องๆของตนมีเืสาดออกมาจากบนหัวราวกับดอกไม้ไฟก็เงยหน้าขึ้นไปมองบนเครื่องบินจากนั้นก็กัดริมฝีปากอย่างรุนแรง ปู๋เอ้อร์เต้าเหรินต้องมีสักวันหนึ่งที่ฉันจะสะสางบัญชีกับแก ทว่าสุดท้ายเขาไม่กล้าพูดต่ออีก
“หัวหน้าแอร์คนสวยครับ นักบินถูกขังอยู่ในห้องน้ำ มัวแต่อึ้งอะไรอยู่ล่ะรีบหาตัวนักบินสิ แล้วก็หาที่ลงจอดเครื่องเลย แม่มันเถอะ ต่อไปไม่กล้านั่งเครื่องบินแล้วล่ะ” กัวไฮว่พูดด้วยเสียงดัง
ในขณะนั้นเอง คนบนเครื่องบินต่างก็ปรบมือเสียงดังสนั่นเด็กหนุ่มคนนี้กับชายชราคนเมื่อสักครู่นี้ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้เื่ในวันนี้ชั่วทั้งชีวิตนี้พวกเขาเกรงว่าคงยากที่จะลืมเลือน
“เม่ยเอ๋อร์ มองอะไรอยู่ กัวไฮว่นี่หล่อใช่ไหมล่ะ ชอบเขาเข้าแล้วล่ะสิ” เซวียนตั่วมองเห็นว่าน้องสาวของตนมองกัวไฮว่ตาไม่กระพริบก็อุ้มลูกพร้อมกับพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
“ใช่น่ะสิ หล่อจริงๆ เลย ชอบมากเลย ถ้าฉันหาผู้ชายแบบนี้ได้นะตายก็คุ้มแล้ว” หูเม่ยเอ๋อร์ตอบกลับยิ้มๆอย่างสติล่องลอย จากนั้นหน้าของเธอก็แดงก่ำขึ้นมา “พี่ว่าไงนะ”
เซวียนตั่วเห็นว่าน้องสาวผู้แสนจะป่าเถื่อนของตนอาจจะเปลี่ยนแปลงนิสัยเพราะผู้ชายคนนี้ก็เป็ได้
“ผู้โดยสารทุกท่านคะ ตอนนี้เครื่องบินกลับมาเป็ปกติแล้วขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ ตอนนี้พวกเรากำลังหาวิธีฟื้นฟูการสื่อสารทุกท่านโปรดอย่าตระหนกไปนะคะ ทำใจให้สบาย” หวังเสวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มส่วนศพทั้งสองที่ถูกผู้โดยสารผู้กล้าหาญสองสามคนช่วยกันจัดการการเดินทางโดยเครื่องบินในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทุกคนไม่น้อยเลยทีเดียว
“หัวหน้าครับเมื่อกี้พวกเราเพิ่งได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือมาจากผู้โดยสารไฟลท์ 1661 ว่าจะขอลงจอดที่เขตทหารตงซานของพวกเราครับ ขอคำชี้แนะด้วย” เ้าหน้าที่ภาคพื้นดินคนหนึ่งวิ่งมาตรงเบื้องหน้าของหลี่โต้วเทียนพร้อมกับพูดด้วยเสียงดัง
“บน 1661 ขอความช่วยเหลือเหรอ ติดต่อติดต่อเดี๋ยวนี้เลย ฉันอยากรู้สถานการณ์ข้างบน” หลี่โต้วเทียนพูดเสียงดังเป็เพราะเื่นี้กลับมายังภาคพื้นดินอีกครั้งหลี่โต้วเทียนที่เดิมลาออกมาดำรงตำแหน่งรองแล้วจึงได้ติดต่อกับผู้โดยสารบนเครื่องบินอีกครั้งหนึ่ง
“ฉันคือหลี่โต้วเทียน” เมื่อเชื่อมต่อสายหลี่โต้วเทียนก็พูดออกมาขึ้นเป็ประโยคแรก “บอกสถานการณ์บนเครื่องบินให้ฉันหน่อยมีคนาเ็เสียชีวิตไหมถ้าพวกเธอจะลงจอดสนามบินกองทัพพวกเราก็ต้องรู้สถานการณ์ของเครื่องบิน”
“คุณปู่หลี่ ฉันหวังเสวี่ยนะคะ หวังต้าจวินเป็พ่อฉันเองเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาของปู่” เมื่อหวังเสวี่ยได้ยินว่าอีกฝ่ายคือหลี่โต้วเทียนก็พูดขึ้นด้วยความดีใจ “จัดการเื่โจรเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ บนเครื่องบินมีคนตายสองคนไม่มีคนาเ็ น้ำมันเครื่องมีไม่พอกลับไปเมืองอู่เฉิงหรือไปเมืองหลวงขอพวกเราลงจอดที่เขตทหารตงซานนะคะ”
“บนเครื่องบินมีเด็กหนุ่มที่ชื่อกัวไฮว่หรือเปล่า เขาเป็อะไรไหม” หลี่โต้วเทียนถามขึ้นเบาๆ เขาไม่ได้แยแสภรรยาของเซวียนหยวนเถิงเฟยและไม่ได้แยแสนักธุรกิจจากเมืองหลวงแม้แต่น้อยเขาอยากจะถามถึงน้องชายต่างสายเืของหลานชายตนแต่แรกว่ากัวไฮว่ผู้โด่งดังนั่นเป็อะไรหรือเปล่า
“รอสักครู่นะคะ ฉันจะให้เขาคุยกับคุณ” หวังเสวี่ยพูดเบาๆในขณะนี้หวังเสวี่ยก็มองพินิจกัวไฮว่อีกครั้ง ในใจเขาเกิดคำถามมากมายเด็กหนุ่มคนนี้ดันรู้จักกับนายพลหลี่โต้วเทียนด้วยมีความสามารถทางการแพทย์เป็เลิศ ท่าทางฝีมือไม่ธรรมดาด้วยหรือว่าเขาจะเป็คนจากกองทัพ
“นายท่านครับ เื่บนเครื่องบินน่ะจัดการเรียบร้อยแล้ว ผมลงแรงไปไม่น้อยเลยไม่ทราบว่าทางกองทัพจะให้รางวัลอะไรผมบ้างครับอย่างน้อยน่าจะให้เหรียญพลเมืองดีอู่เฉิงก่อนไหมนะ ฮ่าๆ” กัวไฮว่พูดยิ้มๆ
“เด็กเวร ตอนนี้ยังจะมาหัวเราะอีกฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าเธอจะต้องจัดการเื่บนเครื่องบินได้เธอไปบอกหวังเสวี่ยนะว่าฉันจะรีบติดต่อทางตงซาน พวกเธอเตรียมตัวลงจอดกันเถอะแล้วก็มีอีกเื่อยากจะบอกแก บนเครื่องบินมีคนท้องคนหนึ่งถ้าเป็ไปได้ช่วยดูแลเธอหน่อยนะ จะเป็ประโยชน์กับเธอในอนาคตมากเลยล่ะ” หลี่โต้วเทียนพูดยิ้มๆ
“ไม่มีคนท้องแล้วครับ ผมช่วยคนท้องคลอดลูกออกมาเรียบร้อยแล้ว ฮ่าๆ เอาอย่างนี้นะครับรอให้เครื่องจอดแล้วค่อยคุยกัน อยู่บนเครื่องบินยังไงจิตใจก็ไม่สงบหรอก” กัวไฮว่พูดแล้ววางสายโทรศัพท์ทันทีไม่ว่าหลี่โต้วเทียนจะฮัลโหลๆกี่ครั้งก็ตาม
“เด็กเวร ถ้าเกิดสานสัมพันธ์กับตระกูลเซวียนหยวนได้จริงบนผืนแผนดินหัวซย่าก็ไม่มีใครจะทำอะไรเธอได้แล้วล่ะต่อไปน้องหลิวอี้ก็คงจะสบายใจแล้วล่ะ” หลี่โต้วเทียนพูดยิ้มๆ
“คนสวย จัดเื่ภาคพื้นดินตงซานแล้วนะครับ เตรียมลงจอดได้เลย” กัวไฮว่พูดยิ้มๆ “ตอนลงจอดระวังหน่อยนะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาผมช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะ” พูดเสร็จกัวไฮว่ก็เดินไปยังเบื้องหน้าของปู๋เอ้อร์เต้าเหรินจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกัน
“พ่อหนุ่ม ไม่ทราบว่าอาจารย์เธอคือใครเหรอ” ปู๋เอ้อร์เต้าเหรินพูดยิ้มๆ
“ท่านผู้าุโครับ ใครเจอผมก็ชอบถามคำถามนี้กันทั้งนั้น ถ้าผมบอกว่าผมบำเพ็ญเพียรเองคุณจะเชื่อหรือเปล่า” กัวไฮว่พูดยิ้มๆ จากนั้นก็ยื่นมือไปทาบบนข้อมือของเด็กน้อยที่อยู่ข้างๆปู๋เต้าเอ้อร์เหริน
“ฮ่าๆ จะไม่เชื่ออะไรล่ะ บนโลกนี้มีเื่แปลกประหลาดเยอะแยะจะตายไปถ้าพ่อหนุ่มบอกว่าเป็ผู้สูงส่งมาจุติฉันเองก็เชื่อ” คำพูดของปู๋เอ้อร์เต้าเหรินทำเอากัวไฮว่ชะงักไปจากนั้นก็หัวเราะขึ้นมา ตาแก่หัวหงอกนี่พูดถูกถึงปู๋เอ้อร์เต้าเหรินจะพูดไปมั่วซั่วทว่าก็ดันถูกต้อง “พ่อหนุ่ม มีวิธีรักษาศิษย์ของฉันเหรอ”
“คุณรู้เหรอว่าศิษย์คุณเป็โรคอะไร” กัวไฮว่ไม่ได้ตอบคำถามของปู๋เอ้อร์เต้าเหรินแต่กลับถามอย่างยิ้มแย้ม
“ขาดจิต พ่อหนุ่มน่าจะเป็มาจากตระกูลหมอแน่เลยฉันพูดแบบนี้พ่อหนุ่มน่าจะเชื่อนะ” ปู๋เอ้อร์เต้าเหรินพูดยิ้มๆ “เมื่อเจ็ดปีก่อนฉันเจอเสี่ยวอวิ่นที่ถ้ำในเขาซู่ซานเขากับฉันมีวาสนาต่อกัน แถมเขายังมีความสามารถเป็อย่างมากฉันจึงตั้งใจรับเขาเป็ศิษย์ แต่ผ่านไปหนึ่งปีฉันก็พบว่าเขาสูญเสียจิตไปพอค้นตำราโบราณถึงได้รู้ว่าเพราะเด็กแบบเขาเนี่ยสมบูรณ์แบบเกินไปทูต์เอาจิตของเขาไป เจ็ดปีมานี้ฉันพาเขาขึ้นเหนือล่องใต้ทั่วทั้งหัวซย่าและได้พบกับนักพรตอิสระที่แหล่งกำเนิดทะเลตงไห่ เขาได้สร้างจิตสมมติให้เสี่ยวอวิ่นเสี่ยวอวิ่นจึงได้เป็อย่างที่เห็น มีชีวิตชีวาขึ้นมาเยอะเลย” ปู๋เอ้อร์เต้าเหรินพูดอย่างไม่ปิดบัง
“ยอดฝีมือ นักพรตอิสระที่คุณเจอที่แหล่งกำเนิดทะเลตงไห่ก็คือยอดฝีมือวิชาจิตสมมตินี่ต่อให้ผมเป็คนทำก็สู้กับยอดฝีมือคนนั้นไม่ได้แต่ถ้าอยากให้เสี่ยวอวิ่นฟื้นฟูครบสมบูรณ์ แค่จิตสมมตินี่ไม่พอหรอกนะ” กัวไฮว่พูดด้วยความยิ้มแย้ม
“พ่อหนุ่มมีวิธีอะไรเหรอ” ปู๋เอ้อร์เต้าเหรินถามขึ้นเบาๆ
“วิธีน่ะมี แต่ของที่จำเป็น่ะหายากหน่อยนึง รอให้ลงจากเครื่องบินก่อนเดี๋ยวผมจะบอกของที่จำเป็ให้คุณเองถ้าคุณหามาได้ครบ ที่เหลือเดี๋ยวผมจัดการเอง” กัวไฮว่พูดยิ้มๆ
“ฉันขอขอบคุณพ่อหนุ่มแทนเสี่ยวอวิ่นด้วยนะก่อนออกจากบ้านได้เสี่ยงทายผลบอกว่าเื่ร้ายจะกลายเป็ดี ฮ่าๆไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับพ่อหนุ่ม ถ้าพ่อหนุ่มมีเวลาฉันจะพาพ่อหนุ่มไปเที่ยวเขาซู่ซานเอง” ปู๋เอ้อร์เต้าเหรินพูดอย่างยิ้มแย้ม
