เมื่อได้ยินเสียงอสนีบาต ทุกคนก็เงยหน้า มองไปยังอสนีบาตภัยบนฟากฟ้า
“มีคนเลื่อนระดับเป็ระดับดวงปราณอีกแล้วหรือ?” หลิ่วซือมองอสนีบาตภัยดุดันนั่นพลางเอ่ยอย่างสงสัย
“ดูสภาพคงเป็ผู้ฝึกกระบี่ ในอสนีบาตภัยมีจิดกระบี่อยู่เลือนรางน่ะ!” เซี่ยเหลียงมองเล็กน้อยก่อนบอก
คนนอกจำแนกอสนีบาตภัยของผู้ฝึกกระบี่กับผู้ฝึกยุทธ์ได้ไม่ชัด เพียงรู้สึกได้ว่าหากเป็อสนีบาตภัยที่ดุดัน ไม่ใช่ของผู้ฝึกระบี่ย่อมเป็ของผู้ฝึกยุทธ์ แต่ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์และลูกหลานของตระกูลใหญ่ เซี่ยเหลียงมองปราดเดียวย่อมจำแนกอสนีบาตภัยของผู้ฝึกกระบี่กับผู้ฝึกยุทธ์ออก
“อืม ข้าก็คิดว่าไม่เหมือนอสนีบาตภัยของผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกัน!” หานรุ่ยซีพยักหน้าเห็นด้วย
“ผู้ฝึกกระบี่หรือ? เซียวจื่อเยว่หรือหลันอวี่ิกันเล่า?” เจียงเทามองผู้อื่นแล้วถามอย่างสงสัย
ทุกคนล้วนรู้ว่าหลันอวี่ิกับเซียวจื่อเยว่เป็อันดับหนึ่งของรอบที่หนึ่งกับรอบที่สองในการแข่งขันจตุรแคว้น เป็ผู้ฝึกกระบี่ที่มีพลังที่สุด ฉะนั้น หากเป็การเลื่อนระดับของผู้ฝึกกระบี่ สองคนนี้ย่อมเป็ไปได้มากที่สุด!
“คงเป็เซียวจื่อเยว่กระมัง? ข้ารู้สึกว่าพลังของเซียวจื่อเยว่ไม่อ่อนแอเลยเชียว จะเลื่อนเป็ระดับดวงปราณก็สมควร!” จงหลิงลองวิเคราะห์เล็กน้อย
“ศิษย์พี่หลันก็เป็ไปได้เหมือนกัน!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางหรี่ตา
หากหลันอวี่ิเลื่อนระดับสำเร็จ ถ้าเช่นนั้นก็สอดคล้องพอดีกับเนื้อเื่ที่คนสามคนเลื่อนเป็ระดับดวงปราณ เพียงแต่ ถ้าหลันอวี่ิเลื่อนระดับเวลานี้ รอออกจากแดนลับไป พบการฆ่าล้างแค้นของหลิ่วซือ ตามด้วยการล่าสังหารจากราชวงศ์แคว้นจินอวี่ เกรงว่าคงลำบากอย่างที่สุด อย่างไรเขาก็เพิ่งเลื่อนระดับ เวลาที่ต้องทำให้พลังคงที่กลับมาถูกล่าสังหาร ต้องเป็เื่ที่ตึงมืออยู่มากแน่!
ได้ยินชื่อนี้ หลิ่วซือกำหมัดแน่น ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเคียดแค้น หลันอวี่ิ ข้าไม่สนว่าเ้าเป็ระดับดวงปราณหรือระดับสร้างรากฐาน ข้าจะแก้แค้นให้สามีของข้า จะจับเ้าสารเลวนี่สับศพเป็หมื่นท่อนให้จงได้!
“ไม่มีทางเป็เ้าสารเลวนั่นหรอกกระมัง?” เฉียวรุ่ยไม่ชอบหลันอวี่ิ เขาย่อมไม่หวังให้อีกฝ่ายเลื่อนเป็ระดับดวงปราณเช่นกัน
“ใครจะรู้เล่า?” หลิ่วเทียนฉีเหล่ตามองคนรักทีหนึ่ง แม้ปากบอกไม่มั่นใจ แต่ในใจกลับมั่นใจเต็มร้อย ผู้ที่เลื่อนระดับต้องเป็พระเอกแน่ เพราะผู้ที่โชคดีเหนือฟ้า นอกจากพระเอก ไม่มีทางมีคนที่สองที่จะมีความสามารถอยู่ในมือ แม้ยามขาดวาสนาก็ยังคงเลื่อนระดับสู่ระดับดวงปราณได้
.........
สิบวันให้หลัง
ในที่สุดก็ถึงเวลาสามสิบปี หลังถูกบิดและดึงทึ้งอยู่พักหนึ่ง คนทั้งหมดในแดนลับต่างถูกเคลื่อนย้ายออกมา ร่วงลงมาบนเขารกร้างแห่งหนึ่งนอกเมืองสวินเทียน
“หลันอวี่ิ ข้าจะฆ่าเ้า แก้แค้นให้สามีข้า!” หลิ่วซือลุกขึ้นจากพื้น เห็นหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียนที่ถูกเคลื่อนย้ายออกมา สองตาพลันแดงก่ำ พุ่งเข้าไปหาหลันอวี่ิอย่างดุร้าย
“ท่านแม่...” เซวียนหยวนเนี่ยนหงร้องใคำหนึ่ง กำลังจะวิ่งเข้าไปกลับถูกมือของหลิ่วเทียนฉีดึงไว้ ก่อนส่งเด็กน้อยให้คนรักข้างกาย
“เสี่ยวรุ่ย ดูให้ดี อย่าให้เขาเข้าไป!”
“อ้อ!” เฉียวรุ่ยมองคนรักมีสีหน้าเคร่งขรึมแล้วรีบพยักหน้า มือหนึ่งจับแขนน้อยของเซวียนหยวนเนี่ยนหงไว้ กักเด็กน้อยไว้ข้างกายตน
หลิ่วซือพุ่งเข้าไปก่อนเอาป้ายคำสั่งออกมา ปล่อยการโจมตีของผู้บรรลุดวงปราณสายหนึ่งของท่านปู่ โจมตีเข้าใส่หลันอวี่ิที่เพิ่งลุกขึ้นทันที
ยังดีที่ก่อนหน้านี้ได้น้องเจ็ดเตือนไว้ นางถึงได้ขโมยป้ายหยกมาจากหลิ่วซาน เพราะอย่างนั้น นางจึงป้ายหยกสองแผ่น ครั้งก่อนปล่อยให้หลันอวี่ิหลบพ้นได้ ครั้งนี้ขอดูสักหน่อยซิว่ายังจะหลบได้อีกหรือไม่
“ไม่นะ!” นางเอกคนที่สองร้องเสียงดัง รีบเข้ามาขวางอยู่ด้านหน้าพระเอก
“เหยียนเหยียน!” เซียวจื่อเยว่ะโลั่น มือไวตาไวผลักหลินเหยียนเหยียนออก
“เปรี้ยง...”
การโจมตีของผู้บรรลุดวงปราณสายนี้ เจ็ดส่วนตกบนร่างเซียวจื่อเยว่ สามส่วนตกบนร่างหลินเหยียนเหยียน ทั้งสองคนปลิวออกไปอย่างรวดเร็ว ถอยไปยี่สิบกว่าเมตรถึงร่วงหล่นบนพื้น
“ศิษย์พี่เซียว ศิษย์พี่เซียว!” หลินเหยียนเหยียนลุกขึ้นมาอยู่ข้างกายเซียวจื่อเยว่พลางร้องใ
“เหยียนเหยียน!” เห็นหลินเหยียนเหยียนได้รับาเ็เล็กน้อย ไม่มีปัญหาใหญ่ เซียวจื่อเยว่ยกมุมปาก หลับตาทั้งสองข้างลงแ่เบา
“ศิษย์พี่เซียว ศิษย์พี่เซียว!” หลินเหยียนเหยียนเห็นเซียวจื่อเยว่ตายอย่างสงบ พลันร่ำไห้โหยหวน
“สหายผู้ฝึกตนเซียว!” พระเอกมาถึงข้างกายเซียวจื่อเยว่ เห็นเขาตายไปก็ถอนหายใจ ใบหน้ามีสีหน้าโศกเศร้า
การโจมตีสายนี้ของหลิ่วซือไม่อาจทำร้ายหลันอวี่ิได้ ทำให้หลิ่วเทียนฉีที่ยืนชมการต่อสู้อยู่ด้านข้างผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาเข้าใจ กระแสโชคชะตาของหลันอวี่ิดีเกินไป คิดสังหารเขาไม่ใช่เื่ง่ายโดยสิ้นเชิง!
หลันอวี่ิถึงกับปลอดภัยไม่ถูกทำร้าย เซียวจื่อเยว่ตายคนเดียว ส่วนหลินเหยียนเหยียนได้รับาเ็ ผลลัพธ์เช่นนี้หลิ่วซือจะพอใจได้อย่างไร นางแปะยันต์วายุ ทะยานร่างบินเข้าหาคู่แค้นตัวฉกาจทั้งสองคน
“หลิ่วซือ เ้าก่อเื่พอหรือยัง?” หลินเหยียนเหยียนมองหลิ่วซือที่อยู่ห่างไปห้าเมตร ส่งเสียงคำรามอย่างโกรธแค้น
“คนต่ำช้า เป็เ้ากับหลันอวี่ิที่สังหารสามีข้า แค้นนี้ ข้าจักต้องชำระ!” หลิ่วซือผนึกลูกบอลวารีใหญ่ลูกหนึ่งออกมา ยิงเข้าใส่ทิศที่ทั้งสองคนอยู่
“ฮ่า!” พระเอกทะยานร่าง บินมาอยู่หน้าหลินเหยียนเหยียนเพื่อขัดขวาง ใช้หนึ่งกระบี่ฟันเข้าใส่ลูกบอลวารีที่อีกฝ่ายยิงเข้าใส่
“เปรี้ยง...”
ลูกบอลวารีถูกปราณกระบี่แทงทะลุ จากนั้น ยันต์อัคคีทองสิบแผ่นที่ถูกหุ้มอยู่ในลูกบอลวารีก็ถูกกระตุ้นพร้อมกัน ส่งเสียงะเิเป็พรวนออกมา
อย่างไร หลันอวี่ิก็คิดไม่ถึงว่าสามสิบปีในแดนลับ ที่ตัวหลิ่วซานยังมีป้ายหยกของผู้บรรลุดวงปราณ กับยันต์วิเศษเหล่านี้อยู่ นอกจากนี้ แม้ยันต์อัคคีทองเป็ยันต์วิเศษระดับสาม แต่มีคุณสมบัติของยันต์วิเศษขั้นสี่ระดับล่าง พลังจึงน่าตะลึงอย่างหนัก
“พรวด...” หลันอวี่ิก้มศีรษะกระอักเืคำหนึ่ง ถูกอีกฝ่ายลอบโจมตีสำเร็จ
“อวี่ิ!” นางเอกคนที่สองร้องใ รีบวางศพเซียวจื่อเยว่มาอยู่ข้างกายคนรัก ประคองอีกฝ่ายไว้
“ไม่ ไม่เป็ไร!” หลันอวี่ิส่ายศีรษะ เช็ดเืมุมปากทีหนึ่ง ในใจคิด ‘ประมาทศัตรูเสียแล้ว ตนคงดูถูกสตรีผู้นี้เกินไป!’
“หลันอวี่ิ หลินเหยียนเหยียน ชายหญิงสุนัขที่น่าชัง ข้าจะให้พวกเ้าตายอย่างไร้ที่ฝัง!” หลิ่วซือพูดพลางทะยานเข้าไปหาทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งสัตว์อสูรดุร้ายไม่กลัวตาย
“ขัง!” หลินเหยียนเหยียนตวาดลั่น โยนธงค่ายกลออกมา ตั้งค่ายกลกักขังรูปแบบง่ายอันหนึ่ง ขังหลิ่วซือผู้เสียสติเอาไว้
“เปรี้ยง...”
หลินเหยียนเหยียนได้ยินเสียงดังสนั่นครั้งหนึ่งก็ตื่นตะลึง “ยันต์วิเศษขั้นสี่ ไม่ ไม่มีทาง?”
แม้ค่ายกลกักขังของตนจะเรียบง่าย แต่นั่นเป็ค่ายกลขั้นสามเชียวนะ ยันต์วิเศษขั้นสามทั่วไปไม่มีทางทำลายได้แน่ นอกเสียจาก นอกเสียจากว่าจะเป็ยันต์วิเศษขั้นสี่
“หลันอวี่ิ หลินเหยียนเหยียน พวกเ้าไปตายเสีย ไปตายเสียเถอะ!” ดวงตาสองข้างของหลิ่วซือแดงดั่งโลหิต ใบหน้าถูกความเคียดแค้นทำให้บิดเบี้ยว พุ่งออกจากค่ายกลกักขัง โถมเข้าใส่ทั้งสองคนอย่างไม่รีรอ มือหนึ่งคว้าแขนหลินเหยียนเหยียน มือหนึ่งคว้าแขนหลันอวี่ิ พาทั้งสองคนบินขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง
“ไม่!” หลันอวี่ิรู้เจตนาของอีกฝ่าย จึงเล็งท้องของหลิ่วซือโดยแทงไปอย่างแรง
“ฮ่าๆๆ...” หลิ่วซือกระอักเืพร้อมหัวเราะดังลั่น เวลานี้ สภาพนางยิ่งบิดเบี้ยวและบ้าคลั่งผิดจากยามปกติ ประหนึ่งอสูรกระหายเืไม่สิ้นสุด
“เปรี้ยง...”
นางะเิตัวเอง กลายเป็แสงสว่างเจิดจ้ากลางท้องฟ้า แผ่กระจายออกรอบด้าน ซากร่างกระจายร่วงหล่นเต็มพื้น
“ท่านแม่ ท่านแม่...” เซวียนหยวนเนี่ยนหงเห็นมารดาลากคู่แค้นไปะเิตัวตายกับตาก็ร้องอย่างตระหนก น้ำตาแห่งความเ็ปไหลออกจากเบ้าตาอย่างห้ามไม่อยู่ มารดาของเขา ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาตามบิดาไปแล้ว!
“พี่สี่!” หลิ่วเทียนฉีะโเสียงดัง ทะยานร่างบินไปยังทิศที่หลิ่วซือจบชีวิต
น่าชังนัก ะเิตายได้เพียงหลินเหยียนเหยียน แต่หลันอวี่ิ สารเลวนี่กลับตัดแขนหนีรอดในเสี้ยววินาทีสุดท้าย น่าชังที่สุด ทำไมเขาถึงไม่ตายกัน?
บินมาถึงบริเวณนี้ เห็นพระเอกตัดแขนตัวเองข้างหนึ่ง เสื้อผ้าถูกะเิจนขาดวิ่น ร่างและใบหน้าท่วมไปด้วยเื าเ็ไม่เบานัก กำลังลุกขึ้นจากพื้น หลิ่วเทียนฉีเอาป้ายหยกของตนออกมาอย่างรวดเร็ว โจมตีเข้าใส่หลันอวี่ิทันที
โชคดีเหนือฟ้าหรือ? ถ้าเช่นนั้นขอข้าดูหน่อยสิ วันนี้เ้าจะหลบการโจมตีของผู้บรรลุดวงปราณสองสายพ้นได้อย่างไร!
“อ๊ะ...”
รู้สึกถึงอำนาจกดดันท่วมทับศีรษะสายหนึ่งร่วงลงมาจากเบื้องบน หลันอวี่ิเงยหน้าขึ้น มองแสงสีทองเส้นหนึ่งไหลลงมาเหนือศีรษะ
“ไม่...” พระเอกคำรามเสียงดัง คิดอยากหนี แต่กลับพบอย่างเศร้าสลดว่าตนไม่อาจขยับได้สักนิด
นัยต์ตาเห็นการโจมตีของผู้บรรลุดวงปราณสายนี้กำลังร่วงลงมา ทันใดนั้น กระบี่วิเศษเล่มหนึ่งกลับบินเข้ามาขวางการโจมตีไว้โดยตรง
“เปรี้ยง...” การโจมตีโดนกระบี่วิเศษ กระบี่วิเศษถูกกระแทกกระจาย ส่วนหลันอวี่ิที่อยู่ข้างใต้กลับปลอดภัย
“ศิษย์หลานหลิ่ว ล้วนเป็ศิษย์ร่วมสำนัก ไยต้องลงมือโหดร้ายเล่า? แค่กๆๆ...” จ้าวเฉียนคุน อาจารย์ใหญ่เคราแพะแห่งวิทยาลัยกระบี่ปรากฏตัวฝั่งตรงข้ามกับหลิ่วเทียนฉี
“อาจารย์!” หลันอวี่ิเห็นคนที่มา หัวใจพลันยินดียิ่ง
“อาจารย์ลุง หลันอวี่ิเขาสังหารพี่สี่ของข้า!” หลิ่วเทียนฉีเห็นอาจารย์ใหญ่เคราแพะจึงบอกด้วยสีหน้าเศร้าโศก
“ไม่ ข้าไม่ได้สังหารหลิ่วซือ นางะเิตัวตายต่างหาก!” หลันอวี่ิรีบร้อนตอบโต้
“นั่นก็เพราะท่าน เพราะท่านสังหารคู่ชีวิตของนาง นางถึงะเิตัวตาย!” หลิ่วเทียนฉีมองพระเอกอย่างอาฆาต ฟ้องอย่างไม่เกรงใจสักนิด
ได้ยินสองฝ่ายต่างยืนยันคำพูดของตน อาจารย์ใหญ่เคราแพะถอนหายใจแ่เบา “เฮ้อ ศิษย์หลานหลิ่ว ข้ารู้ว่าเ้าเสียใจที่สูญเสียครอบครัวจนเ็ป ยากที่จะรับ แต่อวี่ิเป็ศิษย์ของข้า เห็นแก่หน้าข้า ไม่สู้วันนี้ ปล่อยวางความแค้นลงก่อนเป็อย่างไรเล่า?”
“ใช่ หัวหน้าอาจารย์ใหญ่ให้พวกเรามารับ ผลปรากฏว่าพอพวกเ้าออกมากลับสู้กันเสียอย่างนั้น หากทำร้ายใครเจ็บหรือตายไป จะให้พวกเรากลับไปอธิบายอย่างไรเล่า? อีกอย่าง อาจารย์ใหญ่กับผู้าุโสี่แคว้นคราวนี้ล้วนมารับด้วย เื่น่าอายในบ้านน่ะ อย่าโพนทะนาข้างนอกสิ!” เหอจวี่ อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยแห่งวิทยาลัยค่ายกลมองหลิ่วเทียนฉีแล้วบอกอย่างจนปัญญา
“อาจารย์ใหญ่ทั้งสอง ต่อให้วันนี้ข้าไม่ลงมือ แต่แค้นที่สังหารพี่สาว ข้าผู้นี้ หลิ่วเทียนฉีจักต้องชำระอย่างแน่นอน” พูดถึงตรงนี้ ดวงตาหลิ่วเทียนฉีเต็มไปด้วยจิตสังหาร
วันนี้มีอาจารย์ใหญ่สองท่านปกป้อง ชีวิตของพระเอกคงเอามาไม่ได้! แต่ในเมื่อเขาลงมือไปแล้ว ย่อมยืนอยู่ตรงข้ามกับอีกฝ่าย ดังนั้น เขารู้ ไม่มีทางให้เขาหันกลับอีกต่อไป!
จะโทษก็ได้แต่โทษโชคชะตาของพระเอกที่ดีเหลือเกิน อาจารย์ลุงจ้าวมาทันเวลา เสี่ยงชีวิตของตนเองจนกระบี่อาคมแตกสลายเพื่อช่วยชีวิตเ้าสารเลวนี่ เ้าคนนี้มันโชคดีเกินไปแล้วเสียจริง!
“หลิ่วเทียนฉี หลิ่วซือเป็พี่สาว แล้วซานซานไม่ใช่พี่สาวของเ้าหรือ? เ้ารู้หรือไม่ พี่สามของเ้าถูกหลิ่วซือ สตรีบ้าคนนี้สังหาร!” หลันอวี่ิมองหลิ่วเทียนฉี ประณามความผิดของหลิ่วซือเสียงดัง
ได้ยินชื่อนางเอก หลิ่วเทียนฉีแค่นเสียงขึ้นจมูก พระเอกหน้าไม่อายเสียจริง ถึงกับดึงนางเอกมาตีสนิท สร้างความสัมพันธ์กับเขา
“เฮอะ หลิ่วซาน? ท่านไม่รู้หรือว่าบิดานาง้าสังหารบิดาข้า? หรือท่านไม่รู้ว่าพวกเราสามบ้านตัดความสัมพันธ์กับบ้านใหญ่ตั้งนานแล้ว?”
“เ้า...” ได้ยินคำนี้ หลันอวี่ิไร้คำพูดตอบกลับ นี่คือเลือกที่รักมักที่ชังอย่างชัดเจน!
“เอาล่ะ พวกเ้าไม่ต้องพูดมาก รีบตามพวกเรากลับวิทยาลัยเถอะ!” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยพูดพลางเอาเรือบินออกมา ให้ศิษย์ของวิทยาลัยเซิ่งตูทั้งหมดขึ้นเรือบินออกไปจากที่แห่งนี้
