หนึ่งพันล้านศิลาเซียนมากเพียงใดกัน!
เกาะสามเซียนที่มีรากฐานเก่าแก่และเป็ขั้วอำนาจระดับสูงของทะเลล่วนซิง แต่ทรัพย์สินที่สั่งสมมาตลอดหลายพันปีก็มีศิลาเซียนไม่ถึงห้าร้อยล้านก้อน มีเพียงขั้วอำนาจอย่างราชวงศ์ทั้งห้าแคว้น ถึงจะใช้พลังแห่งแผ่นดินรวบรวมศิลาเซียนได้หนึ่งพันล้านก้อน
สิ่งใดเรียกว่าร่ำรวยเทียบแคว้น? นี่สิถึงเรียกร่ำรวยเทียบแคว้น!
สิ่งใดเรียกว่าร่ำรวยภายในคืนเดียว? นี่สิถึงเรียกว่าร่ำรวยในคืนเดียว!
ต่อให้จั๋วอวิ๋นเซียนมีจิตใจสูงส่งเพียงใด ก็ยังเกิดความโลภอย่างห้ามมิได้ จิตใจสั่นไหวมิอาจสงบนิ่ง
เขารีบหลับตาลง ใช้ความอดทนและสติปัญญาเพื่อสะกดความโลภของตน…วิถีเซียนของเขา มิเคารพฟ้าดิน มิเชื่อเทพเซียน มั่นคงและบริสุทธิ์
เซียนคือความเชื่อมั่นอย่างหนึ่ง ชีวิตนิรันดร์ อิสรเสรี สูงส่งเหนือสรรพสิ่ง
……
“ฟู่ว!”
จั๋วอวิ๋นเซียนถอนลมหายใจยาว ทั่วร่างเปียกท่วมไปด้วยเหงื่อ เขาค่อยๆ สงบนิ่งจิตใจลง
มีเื่บางเื่หากไม่เคยพบเจอด้วยตัวเองมาก่อน จะไม่มีวันรู้เลยว่ารู้สึกอย่างไร ดังเช่นเกิดแก่เจ็บตาย รักโลภโกรธหลง
เมื่อผ่านการชำระล้างความโลภครั้งนี้ จิตของจั๋วอวิ๋นเซียนยิ่งบริสุทธิ์มากขึ้น แรงบันดาลใจมากมายจากมรดกสืบทอดเทียนกงผุดขึ้นมา ตำรามากมายที่มิอาจเข้าใจก็รู้แจ้งทันที แม้แต่ลมหายใจก็แปรเปลี่ยนเป็ความอิสรเสรี ราวกับสิ่งสกปรกในร่างกายถูกชำระล้างออกไปอย่างไรอย่างนั้น จิตใจกระจ่างใสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หัวใจบริสุทธิ์ดุจทารก สติแจ่มแจ้งดังนักปราชญ์ ปล่อยตามธรรมชาติ หวนคืนสู่ความเป็จริง
นี่คือความสุขตามสัญชาตญาณ คือความสุขที่ได้มีชีวิต
ขณะกำลังบรรลุ จิตใจของจั๋วอวิ๋นเซียนยกระดับขึ้นอีกครั้ง พลังสีม่วงปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า จากนั้นเข้าไปในศีรษะของเขา แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้สึกตัว
……
เมื่อเก็บศิลาเซียนกลับไปแล้ว จั๋วอวิ๋นเซียนนึกถึงงานประมูลอย่างห้ามมิได้ หากเขาคาดเดาไม่ผิด ศิลาเซียนพันล้านก้อนน่าจะได้มาจากงานประมูลของหอเจินเป่า
เดิมทีจูหยวนหยวนคิดว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่มีอันตรายอะไร จึงพกศิลาเซียนไปลักพาตัวจั๋วอวิ๋นเซียน แล้วค่อยกลับไปส่งภารกิจ คิดไม่ถึงว่านางจะถูกจั๋วอวิ๋นเซียนสังหารในกระบวนท่าเดียว แม้แต่โอกาสหนียังไม่มีด้วยซ้ำ สุดท้ายจั๋วอวิ๋นเซียนจึงกลายเป็ผู้ได้ผลประโยชน์ไป
จากนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนจึงตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในกำไล นอกจากศิลาเซียนแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็กระบี่สมบัติวิเศษกับยันต์ธรรมดาๆ ดูท่าของดีจะถูกเอาไปประมูลหมดแล้ว
เพียงแต่เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนเปิดกล่องหยกใบสุดท้าย เขาก็สะกดความดีใจเอาไว้ไม่อยู่อีกครั้ง
ในกล่องหยกมีของเพียงสองอย่าง ยันต์หยกสีม่วงทองกับเรือขนาดเท่าฝ่ามือ สองสิ่งนี้ถึงจะเป็สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของจูหยวนหยวนอย่างแท้จริง
จั๋วอวิ๋นเซียนหยิบเรือออกมาตรวจสอบอย่างละเอียดเป็อย่างแรก ตัวเรือมีเพียงชั้นเดียว มีขนาดประมาณเท่าเรือปกติ แต่ตรงหัวเรือสลักอักษรโบราณสี่ตัวเอาไว้ ‘เรือบินหลิงหลง’ ให้ความรู้สึกเก่าแก่และลึกลับน่าอัศจรรย์
ทว่าเมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนอยากจะหลอมกับเรือลำนั้น เขากลับถูกพลังไร้ลักษณ์ต่อต้าน
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ จั๋วอวิ๋นเซียนทั้งยินดีและโศกเศร้า
สิ่งที่น่ายินดีก็คือสมบัติิญญาเลือกเ้าของ มีพลังต่อต้านสิ่งรบเร้า แสดงว่า ‘เรือบินหลิงหลง’ เป็สมบัติิญญาที่ล้ำค่ามากชิ้นหนึ่ง อีกทั้งยังมีองค์ประกอบไม่ด้อยกว่า ‘เรือเมฆาเจ็ดสมบัติ’ แม้แต่น้อย
แต่สาเหตุที่จั๋วอวิ๋นเซียนเศร้าก็เป็เพราะสาเหตุนี้เช่นกัน
สาเหตุที่สมบัติิญญาเป็สมบัติิญญา ไม่เพียงเพราะพลังอันแข็งแกร่งกับคุณภาพดีเยี่ยมเท่านั้น ยังเป็เพราะสมบัติิญญามีสติปัญญากับจิตสำนึกในการปกป้องตัวเองในระดับหนึ่ง หากมิใช่สมบัติิญญาเลือกเ้าของเพื่อหลอมรวมแล้ว ก็คงทำได้เพียงใช้กำลังเพื่อหลอมรวม
ทว่าเงื่อนไขการหลอมรวมสมบัติิญญานั้นยากเย็นแสนเข็ญมาก นอกจากต้องมีเพลิงิญญาระดับเจ็ดขึ้นไปแล้ว ยัง้าพลังิญญาและระดับพลังแข็งแกร่งอีกด้วย ต้องเพียงพอจะสะกดิญญาในสมบัติิญญา เพื่อเชื่อมต่อกับจิตใจของมัน สามารถหล่อเลี้ยงมันในร่างกายเพื่อเรียกใช้ได้ตลอดเวลา
จูหยวนหยวนได้ ’เรือบินหลิงหลง’ ลำนี้มาเป็เวลาสักพักหนึ่งแล้ว ทว่ากลับมิอาจหลอมรวมเข้าร่างกายได้ ดังนั้นจากพลังของจั๋วอวิ๋นเซียนในปัจจุบัน คิดจะหลอมรวมสมบัติชิ้นนี้แทบจะเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ แม้แต่คุณสมบัติหยิบใช้มันก็ยังไม่มี
พูดง่ายๆ ก็คือ นี่เป็สมบัติิญญาที่ได้แค่ดูแต่ใช้ไม่ได้ชิ้นหนึ่งเท่านั้น
เมื่อเทียบกันแล้ว ยันต์หยกสีม่วงทองที่วางอยู่ด้านข้างทำให้จั๋วอวิ๋นเซียนประหลาดใจ
ยันต์แผ่นนี้มิใช่ยันต์ธรรมดา แต่เป็ยันต์ประทับเทวยุทธ์ มีนามว่า ‘ยันต์ข้ามมิติ’
จั๋วอวิ๋นเซียนเคยเห็นแต่ในบันทึกโบราณ ด้านนอกราวกับกระสวย ด้านในส่องแสงสีม่วง มีอักขระขนาดเล็กเรียงสลับพันกัน ลึกลับไร้ที่สิ้นสุด ต่อให้มองเพียงแวบเดียวก็ทำให้รู้สึกตาลายได้
ยันต์ประทับเทวยุทธ์คือสิ่งใดหรือ?
มันคือสิ่งที่สร้างโดยยอดฝีมือระดับเทวยุทธ์ใช้พลังเทวยุทธ์ผสานกับวิชายันต์ ไม่เพียงสร้างยากมากเท่านั้น แต่ยังมีมูลค่าสูงมาก
โดยเฉพาะ ‘ยันต์ข้ามมิติ’ ผู้ใช้สามารถใช้เพียงความคิดเดียวเคลื่อนย้ายห่างออกไปหมื่นลี้ในชั่วพริบตา เรียกได้ว่าเป็สมบัติช่วยชีวิตระดับสูง ล้ำค่าเสียยิ่งกว่าโอสถสมุนไพรใดๆ ทั้งนั้น ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือมันใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
โชคดีที่จั๋วอวิ๋นเซียนสังหารจูหยวนหยวนในกระบวนท่าเดียว มิเช่นนั้นหากอีกฝ่ายคิดจะหนี เกรงว่ายอดฝีมือระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ก็มิอาจขวางทางอีกฝ่ายได้ มิน่าเล่าจูหยวนหยวนถึงกล้าพกสมบัติมหาศาลเช่นนี้ติดตัวเข้ามาหาเื่ในเมืองซานเซียน
น่าเสียดายที่ยันต์ข้ามมิติใช้ได้เพียงคนเดียว จั๋วอวิ๋นเซียนไม่มีทางทิ้งเกาะสามเซียนหนีจากไปคนเดียว การหลบหนีมิใช่วิถีเซียนของเขา
“ฟู่ว!”
จั๋วอวิ๋นเซียนผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เก็บ ’ยันต์ข้ามมิติ’ ติดตัวเอาไว้ ในใจรู้สึกดีขึ้นทันที แต่ถึงแม้มันจะเป็ของดีและเหนือกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก แต่ในสมบัติมากมายเขาไม่เจอสมบัติที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งตัวเองได้เลย
ราวกับขอทานหรือเด็กทารกเฝ้าูเาสมบัติเอาไว้ ชาวนาไม่ผิด แต่ผิดที่หยก!
อีกทั้งทรัพย์สินของจูหยวนหยวนทำให้จั๋วอวิ๋นเซียนนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ เื้ัของหอเจินเป่าก็คือหอการค้าต้าทง แม้แต่เถ้าแก่ตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็สามารถทรัพยากรมหาศาลเช่นนี้ เช่นนั้นหอการค้าต้าทงจะร่ำรวยเพียงใดกัน!
แต่เหตุใดขั้วอำนาจที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ ถึงกับยินยอมหลบซ่อนตัวในทะเลล่วนซิง รักษาความเป็กลางมาตลอด ทำเพียงการค้า ไม่เคยมีความทะเยอทะยาน เรียกได้ว่าเป็เซียนในหมู่มนุษย์
……
เพื่อให้มีชีวิตที่ดีต่อไป เขาก็ต้องเพิ่มพลังให้เร็วที่สุด เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ทว่าการบำเพ็ญเซียนมิใช่จะสำเร็จได้ทันที หากคิดจะเพิ่มพลังในเวลาอันสั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือฝึกฝนวิชาลับ และในมือของจั๋วอวิ๋นเซียนก็มีวิชาลับที่เหมาะสมมากอยู่วิชาหนึ่ง นั่นก็คือ ‘ดาบตัดิญญา’ จากยุคซานไห่!
หากกล่าวว่าวิชาอสุนีบาตเป็วิชาพื้นฐาน เช่นนั้นดาบตัดิญญาก็คือการผสานของพลังิญญากับวิชามหัศจรรย์
จั๋วอวิ๋นเซียนลองใช้ิญญาของตัวเองควบรวมเป็ดาบแหลมคมตามในบันทึกและความเข้าใจของเขา ค่อยๆ ใช้พลังอัสนีกับเพลิงหยางบริสุทธิ์ค่อยๆ หลอมรวมเข้าไป หลอมกลั่นมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เปรี๊ยงๆ!”
ขณะกำลังควบรวมปราณดาบ กลิ่นอายแหลมคมแผ่กระจายออกมาจากในิญญา ราวกับฟ้าดินกำลังสั่นพ้อง ชีวิตกำลังสั่นไหว
จั๋วอวิ๋นเซียนเหมือนตัดขาดการเชื่อมต่อกับฟ้าดินแห่งนี้ จมสู่สภาวะที่ลึกลับซับซ้อน
ผู้คนมักกล่าวว่า ลิขิต์มิอาจขัดขืน
สิ่งใดคือ ‘ลิขิต์’ ? ลิขิต์คือเจตจำนงแห่งฟ้าดินและเป็วงจรโชคชะตา มิอาจคาดเดาความเป็ตายได้
มีเพียงตัดขาดลิขิต์ ถึงจะสามารถกุมโชคชะตาเอาไว้ในกำมือตัวเอง ก้าวข้ามความเป็ตาย มีชีวิตนิรันดร์ และ ‘ดาบตัดิญญา’ ตัดทั้งิญญาและตัดลิขิต์
ลิขิต์เปรียบดังดาบ ิญญาไม่ดับสูญ
