มารอริยะมองดูหวังเค้อ คนที่มีปัญหาคือโม่ซันซัน? หวังเค่อจู่ๆ ก็กลายเป็ตื่นเต้นกระตือรือร้นขึ้นมา!
“มารอริยะ โม่ซันซันผู้นี้มีปัญหาใหญ่ อย่างแรกคือพูดจาไม่น่าเชื่อถือ
ไม่อาจเชื่อคำพูดของมัน!” หวังเค่อพูดออกมา
“ข้าไม่น่าเชื่อถือตรงไหน? หวังเค่อ อย่าให้ร้ายคน!” โม่ซันซันจ้องตาเขม็งด้วยความโกรธ
“แล้วเ้าเอาที่ไหนมาให้เชื่อ? ห๊ะ พวกเรามาดูประโยคต่อประโยค ก่อนหน้านี้ก่อนเปิดอาคารเสินหวัง
เ้าบอกว่า ให้ข้าร่วมกับเ้าจับถงอันอัน หากมีเื่อะไรต้องมาบอกกล่าวข้าก่อน
สรุปแล้วเ้าไปรวมหัวกับมู่หรงลวี่กวง ให้ข้ากลายเป็เหยื่อล่อ!
เ้ากลิ้งกลอกกลับคำ จริงหรือไม่!” หวังเค่อบรรยายออกมาเป็ฉากๆ
“ตอนนั้น…!” โม่ซันซันถลึงตา
มันคิดปกปิดเื่นี้
แต่ตอนนี้อยู่ต่อหน้ามารอริยะ สุดท้ายก็ไม่ได้ปฏิเสธออกมา
อย่างไรซะเื่ราวก็ไม่ใช้ว่าจะปิดบังไว้ได้ง่ายๆ!
“ครั้งที่สอง เมืองจูเซียน
ข้าจับถงอันอันได้ก็มอบตัวให้เ้า เ้าบอกว่าจะสอบสวนมันด้วยตนเอง
สุดท้ายกลับหลอกลวงข้า พอข้าจากมาก็ปล่อยตัวมันทันที ใช่หรือไม่? เ้าโกหกข้า หลอกให้ข้าเชื่อใจ นี่เรียกว่าคนสัตย์ซื่อหรือ?” หวังเค่อเบิ่งตาแทบถลน
“ตอนนั้นข้าลอบวางแผนต่อถงอันอัน
ข้า้าให้มันกลับไปหาเ้าตำหนักคนที่กล้าตั้งตัวเป็ปรปักษ์กับมารอริยะ
เพื่อทำภารกิจของมารอริยะให้ลุล่วง ดังนั้นจึงปล่อยมันไป!” โม่ซันซันขมึงทึง
“เ้าก็โกหกข้าอยู่ดี! ได้ ไม่พูดเื่ถงอันอัน
หลังจากนั้น เ้าไม่เห็นหัวข้าก็ไม่เห็นหัวไป แต่ทำไมมีเื่เล็กๆ น้อยๆ
ทุกอย่างต้องโร่ไปรายงานมารอริยะ ลอบกัดข้าลับหลังตลอดเพื่ออะไร?” หวังเค่อถาม
“ใครลอบกัดเ้า? มีหลักฐานมั้ย?”
โม่ซันซันถลึงตาโต้กลับ
“ยังต้องมีหลักฐานหรือ? นี่
ตอนนี้มีข่าวแพร่กระจายในพรรคอีกาทองคำ ข้าและจางหลี่เอ๋อร์ล้วนบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เ้ากลับเอาแต่คอยปล่อยข่าวว่าข้ากับนางมีอะไรๆ
ทั้งยังป่าวประกาศจนล่วงรู้ตลอดทั้งใต้หล้า ตอนนี้เป็ไงล่ะ
พวกฝ่ายธรรมะกระพือข่าวลือ ทางฝ่ายอธรรมเองก็โหมประโคม เ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ?
หลายวันมานี้ข้าเฝ้าตีไพ่นกระจอกร่ำสุรา
ไม่ทราบต้องรับฟังคนมากมายเท่าไหร่ยกเื่นี้ขึ้นมาถาม ทั้งหมดเป็เ้าใส่ความ!”
หวังเค่อพลันเอ่ยด้วยความโกรธแค้น
โม่ซันซันจ้องมองหวังเค่อเบิกตากว้าง
ข้าปล่อยข่าว? ข่าวลือบ้านน้องสาวเ้าสิ!
ทั้งหมดนี่เป็เ้าเองที่มาฟ้องข้าั้แ่แรกไม่ใช่หรือไง?
“มารอริยะ ท่านต้องผดุงความยุติธรรมให้ข้าด้วย!
มันปล่อยข่าวลือไม่หยุดใส่ร้าย สร้างปัญหามากมายไม่สิ้นสุดแก่ชีวิตข้า!
ถ้าเื่นี้ไปถึงหูของคนรักข้าเข้าจะเป็ยังไง? ความรักระหว่างข้ากับนางตอนแรกก็ยุ่งยากลำบากมากพอแล้ว
บิดานางถนัดเื่เอาไม้ตียวนยางพรากจากนัก พอเป็แบบนี้ก็เข้าทาง
บิดานางย่อมมีข้ออ้างแล้ว ทำแบบนี้ไม่เท่ากับขุดหลุมฌาปนกิจใส่ข้าหรือไง มารอริยะ
ได้โปรดให้ความเป็ธรรมด้วย!” หวังเค่อพลันคร่ำครวญออกมาอย่างรวดร้าว
มารอริยะไม่กล่าววาจา
สีหน้าของโม่ซันซันยามนี้บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
“ผายลม ข้าไปปล่อยข่าวตอนไหนก่อน? เ้าไม่ใช่หรือที่เป็ตัวต้นเื่? เ้าบอกข้าเองที่เมืองจูเซียน!”
โม่ซันซันโต้อย่างโกรธแค้น
“มารอริยะ ท่านดู ท่านดู ถึงตอนนี้แล้ว
ยังกล้าโยนเื่มาให้ข้า! โม่ซันซัน เ้าไปถามใครก็ได้
ข้าหวังเค่อมีแต่พูดตลอดว่าข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ไม่มีอะไรต่อกันทั้งสิ้น? เ้าไปหา ไปหามาเลย
มีใครบ้างที่ได้ยินกับหูว่าข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ไม่ผุดไม่ผ่องระหว่างกัน ถ้าหาได้ข้าจะยอมรับ!
เ้าไปหามา ไปหาพยานมา!” หวังเค่อลั่นวาจาด้วยความขุ่นเคือง
โม่ซันซันหน้าดำ “พยาน พยานผายลมน่ะสิ!”
“เ้าไม่มีพยาน แต่ข้ามี! นี่น่ะ
ตอนอยู่เมืองจูเซียน พวกศิษย์ฝ่ายธรรมะอธรรมมากมายปานไหน ไปพาพวกมันคนไหนมาก็ได้
ทั้งหมดล้วนบอกว่าข้ากับจางหลี่เอ๋อร์พัวพันเื่บุรุษสตรี
และทั้งหมดที่ว่ามานี่พวกพรรคอีกาทองคำเป็คนบอกเองว่าต้นข่าวมาจากเ้า! จะให้ข้าช่วยไปหาคนมาถามมั้ยล่ะ!”
หวังเค่อย้อน
สีหน้าโม่ซันซันตอนนี้บิดเบี้ยวดูไม่ได้
นี่มัน ตนเองก็ไม่รู้เพราะอะไร ตอนนี้ด้านนอกมีแต่ข่าวว่าตัวมันคือต้นตอข่าวลือ!
แถมยังมีข่าวว่าจางหลี่เอ๋อร์ด่าทอมันหลายครั้งว่าเป็คนใส่ความนาง แม่งเอ๊ย!
เพราะอะไรกัน?
“ข้าให้เ้าไปหาพยานมา เ้าไม่มีแม้สักคน!
ส่วนพยานของข้าคว้าตรงไหนก็เจอ เ้ายังมาเล่นลิ้นกับข้า
มาเล่นลิ้นตอนนี้มีความหมายอะไร?”
“หวังเค่อ ข้าจะฆ่าเ้า!” โม่ซันซันโกรธทะลุปรอท
หวังเค่อเข้าไปหลบหลังมารอริยะทันที
“ดูสิมารอริยะ ท่านอยู่ตรงนี้แท้ๆ
มันยังคิดฆ่าคน หากท่านไม่อยู่ มิใช่คงมีคนถูกทำร้ายแล้ว? อ้อ
นั่นไง เมื่อครู่ มันยังจู่ๆ คิดลงมือสังหารข้า! มารอริยะ ท่านเองก็เห็นกับตา!
ทำไมมันถึงทำแบบนี้? รู้ทั้งรู้ว่าข้าจงรักภักดีต่อลัทธิมารขนาดไหน
รู้ทั้งรู้ว่าข้าคือผู้ใต้บัญชาของมารอริยะ ยังคิดฆ่าคนปิดปาก? มารอริยะ ผู้น้อยกำลังมีภัยคุกคามชีวิต ขอท่านมารอริยะช่วยชีวิตด้วย!”
หวังเค่อน้ำหูน้ำตาไหล
โม่ซันซันเห็นหวังเค่อหลบหลังมารอริยะ
ดังนั้นไม่กล้าทะลึ่งเข้าไป แต่เห็นหวังเค่อยังคงใส่ไฟตนเองไม่หยุด
สาดโคลนใส่ตนเองไม่ยั้ง ตอนนี้มันแทบพ่นควันออกมาด้วยความโมโหแล้ว
มารอริยะสูดลมหายใจลึก “โม่ซันซัน
อธิบายมาซิว่าทำไมถึงคิดฆ่าหวังเค่อ?”
“ใช่ พูดมา ข้าไปล่วงเกินเ้าตอนไหนกัน?”
หวังเค่อคาดคั้น
โม่ซันซันเฒ่าอุบาทว์
เ้าวางแผนดักข้าก็แล้วไป ยังคิดลงไม้ลงมือ? ข้าไม่ได้ไปทำอะไรเ้าซะหน่อย!
“ข้า...!” โม่ซันซันนิ่งงันไปครู่
“เ้าเองก็มีความลับของตนเอง?” มารอริยะเอ่ยเยือกเย็น
“ไม่ มารอริยะ แค่หวังเค่อมันน่ารำคาญเกินไป
นี่เป็ความแค้นส่วนตัวของมันกับข้า! ไม่มีเหตุผลอื่น!” โม่ซันซันเอ่ยเสียงหนัก
“ผายลม โม่ซันซัน
ข้าไปมีความแค้นข้ออาฆาตส่วนตัวอะไรกับเ้าตอนไหน? บอกมา!
ข้าไปล่วงเกินเ้าตอนไหน? หากข้าล่วงเกินเ้าจริง
ข้าจะยอมรับ เ้าพูดมาเลย!” หวังเค่อเอ่ยฉุนๆ
มารอริยะมองดูโม่ซันซัน
โม่ซันซันหน้าดำ เ้าไม่เคยล่วงเกินข้า? แม่งเอ๊ย
ข้าเกือบโดนเ้ายั่วโมโหตายอยู่รอมร่อ เ้าไม่ล่วงเกินข้าเลยว่างั้น?
“มารอริยะ ท่านช่วยตัดสินที
โม่ซันซันผู้นี้สมองมีปัญหาหรือไม่! ครั้งแรกที่เจอหน้าข้าก็วางกับดักข้า!
นัดแนะกันอย่างดีว่าจะให้ข้าช่วยจับถงอันอัน จะคอยรายงานความเคลื่อนไหวข้า
สรุปเ้ากลับคำ! เื่นี้ข้าไม่ได้ถือโทษเ้าก็แล้วกันไป
ครั้งที่สองข้าไปเมืองจูเซียน กลับลอบปล่อยถงอันอันออกมาตามคิดบัญชีข้าลับหลัง!
เ้าถงอันอันนั่นข้าเป็คนจับมาแท้ๆ เ้ากลับปล่อยมันออกมาตามล้างแค้นข้า!
พอคนถูกข้าสะกดไว้ มันก็แสดงด่าวางมาดมาทวงถามคนเอากับข้า! ข้าไปทำอะไรให้?
ข้าไม่ถามอะไรซักคำก็ส่งคนให้มัน!
แลกกับที่มันช่วยข้าคลี่คลายวิกฤตเื่จางหลี่เอ๋อร์ แล้วมันทำอะไร? มันกลับไปตีกับนาง
สรุปสุดท้ายทำให้ข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ยิ่งบาดหมางไม่ลงรอย! เื่นี้ช่างมัน
แต่ข้าไม่มีอะไรที่ติดค้างมันใช่หรือไม่ แต่มันดันปล่อยตัวถงอันอันออกมาตามกัดข้าอีก!
มันอะไรกันนักหนา จะเป็คนดีมันยากขนาดนี้เลย?” หวังเค่อเอ่ยฉุนเฉียว
โม่ซันซันหน้าดำคล้ำ “ผายลม!
ก็เ้าบอกเองทั้งนั้นนี่นา? ข้าเองก็ถูกเ้าแหกตาด้วย?”
“ข้าหลอกเ้า? มา
เ้าว่ามาซิ มีเื่ไหนที่ข้าติดค้างเ้าบ้าง!” หวังเค่อย้อนถาม
เื่อะไร? ทุกเื่นั่นแหละที่เ้าติดค้างข้า!
“ที่เมืองจูเซียน
ก็เ้านั่นแหละที่ให้ข้าไปคุยกับจางหลี่เอ๋อร์…!”
โม่ซันซันเค้นสมองเถียงออกมาได้ครึ่งประโยคก็ต้องชะงัก
ทันใดนั้น มันก็คิดได้ ในเมืองจูเซียน
หวังเค่อขอร้องมันให้ช่วยคุยกับจางหลี่เอ๋อร์
ช่วยถ่ายทอดวาจาว่าหวังเค่อไม่ได้ชอบจางหลี่เอ๋อร์ออกไป!
หวังเค่อบริสุทธิ์ไร้มลทินจริงๆ! วันนั้นจางหลี่เอ๋อร์จู่ๆ
ก็ผีเข้าะเิโทสะออกมา แล้วข้าจะเอาเวลาที่้ไหนไปถกเหตุผลได้?
“มารอริยะ
ข้าใช้ประโยชน์จากถงอันอันในการสืบสวนหาตัวเ้าตำหนักที่คิดคดต่อท่าน
ถงอันอันนั่นเสียสติ เอาแต่คอยตามล่าหวังเค่อ ข้าเองก็จนปัญญา!” โม่ซันซันแก้ต่าง
“ดูสิๆ มันเริ่มด่าว่าคนอื่นสติไม่ดีแล้ว!
เื่นี้ไม่เกี่ยว เ้าเองน่ะมาไล่ฆ่าคนปิดปากทำไม? ข้าไปทำอะไรผิด
เ้าถึงมาใส่ร้ายข้ากับมารอริยะ!” หวังเค่อร้องขัด
โม่ซันซันั์ตาแดงก่ำราวสีโลหิต
จ้องเขม็งใส่หวังเค่อ เ้าทำบาปมหันต์ แต่แม่งเอ๊ย
เื่ทั้งหมดดันพลิกดำเป็ขาวให้เ้าเอาตัวรอดได้? ทำไมกัน?
“โม่ซันซัน ทำไมเ้าคิดฆ่าหวังเค่อ?” มารอริยะถามสำทับ
“มารอริยะ ผู้น้อยทราบความผิดแล้ว!” ครานี้
โม่ซันซันได้แต่ต้องยอมรับผิดร้องขอความเมตตาเท่านั้น
โดยเฉพาะหากเ้ายังโต้เถียงกับหวังเค่อไม่หยุด
เ้ายิ่งไม่อาจแก้ต่างได้! ช่างเถอะ จะจัดการเ้าหวังเค่อนี่ยังไม่ถึงเวลา
สิ่งสำคัญคือมีเื่ราวมากหลายที่ตนเองก็ไม่อาจออกปาก นี่มันน่าโมโหปานไหน?
“หือ ยอมรับผิดแล้ว? ถ้าวันนี้ข้าไม่อยู่ตรงนี้
หวังเค่อคงถูกเ้าสังหารไปแล้ว!” มารอริยะเอ่ยเสียงเย็น
โม่ซันซันสารภาพผิด ไม่แก้ตัวใดๆ
ก้มหน้ารับชะตากรรม
“จากนี้ไป หากไม่มีคำอนุญาตจากข้า
เ้าไม่อาจหมายหัวหวังเค่อได้อีก!” มารอริยะเอ่ยหนักแน่น
หวังเค่อเชิดหน้าชูคออย่างลำพอง
“ขอรับ!”
โม่ซันซันรับคำหน้าคล้ำเคร่ง
“พวกเ้าต่างก็เป็คนของข้า
สามารถเห็นแย้งกันได้ แต่ไม่อาจเข่นฆ่ากันเอง! วันนี้เ้าเมื่อกระทำเื่ผิดพลาด
ต้องขอขมาต่อหวังเค่อ ให้ถือว่าเลิกแล้วต่อกัน!” มารอริยะเอ่ยเสียงเข้ม
“อะไรนะ? ขอขมาต่อมัน?”
โม่ซันซันหน้าเบี้ยวบูด
“มารอริยะ ท่านเปลี่ยนวิธีการลงโทษได้หรือไม่?”
หวังเค่อเองก็ถามโพล่งออกมา
“หือ?” มารอริยะมองหวังเค่อด้วยความสงสัย
ข้าช่วยเ้าตัดสินอยู่นะ
เ้าอยากจะเปลี่ยนอะไร?
“ใช่ ที่จริง ข้าเป็คนยึดถือความจริงยิ่ง
ให้มันคุกเข่ายอมรับผิด แรงทระนงเข้ากระดูกของมันรับรองว่าไม่มีทางยอมรับได้!
ท่านว่า สามารถอะลุ้มอะล่วยได้หรือไม่?”
มารอริยะ “…!”
โม่ซันซัน “…!”
อะลุ้มอะล่วย? หมายถึง?
หมายถึงอะไร? แน่นอนว่าหมายถึงเงินน่ะสิ!
โม่ซันซันไอ้เฒ่าอุบาทว์โขกศีรษะขออภัย? ล้อเล่นหรือเปล่า
เ้าเป็พวกหลงทระนงตนสินะ? นอกจากจะไร้ประโยชน์ใช้สอยใดๆ
โดยสิ้นเชิงแล้ว ยังจะถูกโม่ซันซันตามอาฆาตข้าไปชั่วชีวิต ขอเพียงมีโอกาสชั่วๆ
ต่อข้าเมื่อไร ต้องฉวยโอกาสใช้กฎเกณฑ์มาล้มทับข้าแน่นอน
“โม่ซันซันยังไงก็เป็ทารกแกนิญญา
หากต้องมาคุกเข่าขอขมาเซียนเทียนผู้หนึ่งออกจากอัปยศอดสูเกินไป ดังนั้น โม่ซันซัน
เ้าคิดว่าเ้าโขกศีรษะหนึ่งครั้งมีราคาค่างวดเท่าไหร่? เ้าเอาเงินนั่นให้ข้า
เื่ของพวกเราให้ถือว่าแล้วกันไป ตกลงมั้ย?” หวังเค่อเอ่ยกลั้วยิ้ม
โม่ซันซันหน้าดำทะมึน อะไร
ใครบอกว่าจะโขกศีรษะให้เ้ากัน?
มารอริยะใช้สายตาพิกลมองดูหวังเค่อ
ข้าแค่้าสร้างความลำบากแก่โม่ซันซันเล็กน้อย ถือโอกาสสั่งสอนมันเพื่อควบคุมบังคับมันง่ายขึ้นเท่านั้น
ไม่ได้ให้เ้ามาออกหน้าพิพากษา ไหงเ้ามาตู่เอาว่าข้าจะให้ทารกแกนิญญาโขกศีรษะขออขมาเซียนเทียนอย่างเ้ากัน? นี่เ้าใช้สมองส่วนไหนคิด!
มียางอายบ้างหรือไม่?
“โม่ซันซัน ดูนะ ข้าเห็นแก่หน้าเ้า
เ้าก็อย่าบิดพลิ้วไป จ่ายๆ มาเถอะ ศีรษะเ้าที่ต้องโขกลงมานี้
คงมิใช่มีค่าแค่หนึ่งสลึงหรอกนะ? มา
มารอริยะเองก็เป็พยานอยู่ เ้าคงไม่เอาแต่ขี้งกอยู่หรอกใช่ไหม? ถ้าเ้าอาย งั้นข้าจัดการเอง!” หวังเค่อเดินขึ้นหน้ายื่นสองมืออย่างกระเหี้ยนกระหือ
“เ้า เ้าจะทำอะไรน่ะ?” โม่ซันซันถอยหลัง
แม่งเอ๊ย ถอยไปไกลๆ เลย
กำไลมิติข้าเกือบถูกเ้าฉกไปแล้ว แบบนี้มันจะสนิมสนมกันเกินไปหน่อยมั้ย?
“เอ่อ ข้าก็คิดไปเองว่าท่านอยากให้ข้าล้วงเอง!
เอาเถอะ ข้าไม่แตะ ท่านหยิบเองเถอะ เร็วหน่อยแล้วกัน!” หวังเค่อเร่ง
โม่ซันซันมองหวังเค่อหน้าดำทะมื่น
ค่อยเหลือบมองมารอริยะ มารอริยะตะลึงจนโง่งมไปพักใหญ่ หวังเค่อผู้นี้ไม่เพียงไร้ยางอาย
แต่ยังรู้จักได้คืบกระดืบเอาศอก นี่มัน…!
โม่ซันซันที่กำลังหน้าดำทะมึนพลิกฝ่ามือ
กำไลมิติก็โผล่มา หลังจากพลิกไปมารอบหนึ่ง ก็ส่งให้แก่หวังเค่อ “เอาไป !
ศิลาิญญาแสนชั่ง ถือเป็ค่าทำขวัญ!”
“แสนชั่ง? โขกศีรษะของเ้า
มีค่าแค่แสนเดียว?” หวังเค่อเบิกตากว้าง
“ไม่เอางั้นก็…!” โม่ซันซันทำท่าฉวยกำไลมิติคืน
แต่ของเข้าปากเสือแล้ว มีหรือจะได้คืน? มันแค่ก็หยั่งเชิงโก่งราคาเท่านั้น
ไหนเลยจะยอมให้เป็ดย่างโบยบินออกจากเตาได้? เงินของเ้าจะเอาคืนได้ยังไง?
หวังเค่อฉกกำไลมิติซุกเข้าอกเสื้อด้วยความเร็วแสง
“ไอ้หยา ช่างเถอะ ถึงจะน้อยไปหน่อย
แต่เห็นแก่หน้ามารอริยะ ข้าจะถือว่าตามนั้น ถือเป็ค่าทำขวัญของเ้าให้ข้า
พวกเราหายกัน!” หวังเค่อพูดอย่างเสียไม่ได้
โม่ซันซัน “…!”
มารอริยะ “…!”
