“แปะ” เสียงตบยุงดังขึ้น พร้อมกับร่างบางนั่งรอเทวทิณณ์อยู่ที่ป้ายรอรถจนท้อ ก่อนจะก้มหยิบมือถือ ที่แบตหมดขึ้นมองแล้วถอนหายใจออกมา
“ไหนกำชับนักหนาว่าไม่ให้ลืม แต่ก็ให้คอยจนท้อเลย” พิมพ์มาดายู่หน้า แล้วหันมองรถที่แล่นผ่านไปมาด้วยความหวัง
“แปะ” เธอยังคงตบยุ่งที่แอบบินมากัดตามแขนและขา เป็ระยะ
“ห้าทุ่มแล้ว” เธอยกนาฬิกาขึ้นดู แล้วบ่นพึมพำ พลันหาวหวอดออกมาด้วยความง่วง ทว่ายังคงรอต่อไป ตามคำสั่งของเทวทิณณ์
เวลาผ่านไป...หญิงสาวรู้ตัวอีกทีคล้ายกับมีมือของใครมาสะกิดที่แขน ก่อนเธอจะปัดออก แล้วหลับต่อ...
“ใจคอเธอจะนอนตรงนี้จริง ๆ เหรอ” เสียงคุ้นหูพูดขึ้นทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ได้สติแล้วลืมตาขึ้น พบกับเทวทิณณ์ยืนกอดอกมองตรงมาด้วยใบหน้าหล่อเหลา
“พี่ทิณณ์” เธอพูดขึ้นด้วยความงัวเงีย
“ใช่ไง” เขาตอบกลับ พร้อมกับถอนหายใจออกมา
“กี่โมงแล้วคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยถาม พร้อมกับลุกขึ้นยืนช้า ๆ
“ตีหนึ่ง” เขาตอบแล้วจับจ้องมายังพิมพ์มาดาด้วยความไม่เข้าใจ
“เธอบ้าหรือเปล่า ทำไมไม่กลับไปรอที่คอนโดฯ ดึกดื่นขนาดนี้แล้วเธอรอเพื่ออะไร ถ้าพี่ไม่ขับรถผ่านมา เธอไม่ต้องนอนอยู่ตรงนี้จนถึงเช้าเหรอ ฮะ” เขาขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ ก่อนที่พิมพ์มาดาจะขมวดคิ้ว แล้วจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่ทำหน้าขมึง
“แล้วใครล่ะคะ ที่บอกให้พิมพ์รอที่เดิม ใครล่ะที่กำชับว่าอย่าลืมที่นัดไว้...ตัวเองผิดยังมาโทษคนอื่นอีก” พิมพ์มาดาโต้กลับอย่างไม่พอใจ
“เธอนี่มันซื่อบื้อกว่าที่พี่คิดมากเลยนะ มืดขนาดนี้จะรอเพื่ออะไร สกิลการเอาตัวรอดเธอไม่มีเลยหรือไง”
“ก็พี่ทิณณ์ให้พิมพ์รอ ถ้าพิมพ์ไม่รอ พี่ทิณณ์ก็ว่าพิมพ์ไม่รักษาคำพูดอีก ตกลงจะเอาไงกันแน่คะ บอกให้พิมพ์รอ พิมพ์ก็รอแล้วไง หิวก็หิว อะไรก็ยังไม่ได้ตกถึงท้องเลยั้แ่เย็น คิดว่าอยากรอมากหรือไงคะ..” เธอมุ่ยหน้าทำท่าจะร้องไห้
“ขึ้นรถ!” เขาไม่เสียเวลาตอบโต้ พลันดึงมือเธอไปที่รถ แล้วยัดร่างเล็กเข้าไปในรถคันหรูทันที
สายตาของดาหรัน จับจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะหันไปถามเพื่อนสาวนั่งน้ำตาไหลอยู่ด้านข้าง
“เธอเห็นแล้วใช่ไหม ว่ายัยเด็กนั่นกับทิณณ์ มีอะไรมากกว่าที่คิด และที่ฉันไม่ยอมให้ทิณณ์ไปส่งเธอ ก็เพราะฉัน้าให้เธอมาเห็นกับตา จะได้เชื่อเสียที ว่าเด็กนั่นไม่ได้เป็แค่น้องสาวเพื่อนอย่างที่ทิณณ์เขาอ้าง” สิ้นเสียงของดาหรัน ปุยนุ่นจึงยกมือปาดน้ำตาออก
“ก็แค่คู่นอน เหมือนคนที่ผ่านมาของทิณณ์นั่นแหละ”
“ถ้าแค่นั้น แล้วเธอจะร้องไห้ทำไม”
“แล้วฉันควรทำยังไง ให้ผู้หญิงพวกนี้กระเด็นออกจากชีวิตของทิณณ์” ปุยนุ่นตัดสินใจถามความคิดเห็นดาหรัน ก่อนที่รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายจะเผยออกมา
“ฉันก็จะทำให้ยัยเด็กนั่น ไม่กล้ายุ่งกับทิณณ์อีกเลย พรุ่งนี้เธอคอยดูละกัน” พูดจบ ดาหรันก็เลี้ยวรถออกจากสถานที่นั้นทันทีพร้อมแผนการในสมอง
ภายในรถหรูของเทวทิณณ์ พิมพ์มาดานั่งเงียบและรู้สึกโกรธที่เขาเอาแต่ต่อว่า โดยไม่มีเหตุผล
“ขอโทษละกัน” อยู่ ๆ เทวทิณณ์ก็เอ่ยขึ้น ก่อนที่หญิงสาวจะชะงัก แล้วค่อย ๆ หันกลับมายังชายหนุ่ม พลันขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ว่าคนอย่างเขาจะกล้าเอ่ยคำนั้นกับเธอ
“พอดีวันนี้เป็วันเกิดพี่ ก็เลยอยู่ฉลองจนลืมเธอไป แต่...ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก ถึงแม้เธอกับพี่จะไม่ได้เป็อะไรกัน แต่เธอก็ยังอยู่ในความรับผิดชอบของพี่อยู่ดี ถ้าเธอเป็อะไรไป พี่ก็รับผิดชอบไม่ไหวเหมือนกัน” พิมพ์มาดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงท้องร้องของเธอจะดังลั่นออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้หญิงสาวรีบใช้กระเป๋าปิดท้องในทันทีด้วยความอาย
เทวทิณณ์เหลือบมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้า พลางเผลอปล่อยยิ้มออกมาให้กับความเดียงสานั้น พิมพ์มาดาเป็ผู้หญิงที่เขาคาดเดาไม่ได้ นอกจากซื่อบื้ออย่างไม่น่าเชื่อแล้ว เธอยังกล้าเถียงเขาแบบที่ไม่มีใครเคยทำ ชายหนุ่มหมุนพวงมาลัยจอดเทียบริมถนน ก่อนที่หญิงสาวจะหันมายังเขาแล้วพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ
“จอดทำไมคะ”
“หิวไม่ใช่เหรอ เวลานี้ก็มีแต่ร้านพวกนี้เท่านั้นแหละที่เปิดขาย รองท้องไปก่อนละกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปเรียนไม่รู้เื่เอาง่าย ๆ” เขาพูดจบจึงดึงมือหญิงสาวลงจากรถ แล้วพาเธอมานั่งในร้านอาหารริมทาง พลางจัดการสั่งอาหารมา แล้วนั่งมองเธออย่างเงียบ ๆ
“ไม่ทานเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเขาเอาแต่นั่งมอง ไม่แตะอาหารบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย
“พี่อิ่มแล้ว” เธอพยักหน้าขึ้นลงเข้าใจ พร้อมกับเตรียมจัดการกับอาหารตรงหน้า หญิงสาวกินไปได้เพียงสองสามคำเธอจึงนึกขึ้นได้
“อื้ม..เกือบลืมไปเลยค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็วางช้อน แล้วหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า เป็สร้อยข้อมือสีดำราคาไม่แพง ยื่นให้เขาพร้อมกับส่งยิ้มหวาน
“สุขสันต์วันเกิดนะคะ”
“นี่มันสร้อยข้อมือ ที่ขายอยู่หน้ามหาวิทยาลัยใช่ไหม ราคาสิบบาทได้มั้ง”
“ห้าสิบค่ะ ไม่ใช่สิบบาท” เธอเถียง พลางตักอาหารเข้าปากด้วยท่าทางเดียงสา
“นั่นแหละ ต่างกันตรงไหน” แม้เขาจะย้อน แต่เธอทำไม่ใส่ใจ ก่อนที่เทวทิณณ์จะก้มมองของขวัญจากพิมพ์มาดา แล้วเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเก็บสร้อยข้อมือเส้นนั้นเข้ากระเป๋าไป
“เธอเป็คนแรกนะ ที่กล้าซื้อของราคาห้าสิบบาทให้พี่ เป็ของขวัญวันเกิด”
“พิมพ์รู้ค่ะ ว่าพี่ทิณณ์คงได้ของขวัญราคาแพงเต็มไปหมด แต่พิมพ์มีปัญญาซื้อให้พี่ทิณณ์ได้เท่านี้แหละค่ะ ถ้าไม่เอาก็คืนมาได้นะคะ” หญิงสาวพูดด้วยกิริยาผ่อนคลาย
