ภายใต้กรรมฐานที่กำหนด จิตของหญิงสาวค่อย ๆ ละเอียดลง จนลมหายใจของเธอกลืนไปกับความรู้สึก ก่อนจะพบกับความว่างและความสุขเหนือกว่าสิ่งใดที่เธอพานพบมา เป็ความสุขที่ไร้การยึดติด ไม่มีตัวเขา ตัวเรา มีเพียงความว่างเปล่าและอิ่มเอิบราบเรียบเคลือบอยู่บนจิตดวงน้อยนั้น พร้อมกับแสงแห่งความสงบในตัวของเธอเปล่งรัศมีสว่างใสเคลื่อนกระจายไปกระทบกับญาณของนก์น้อยตัวนั้น
“แสงแห่งความสุข กระแสแห่งบุญบารมีของนลินญามาแล้ว มาแล้ว” นกน้อยบินเข้าไปในถ้ำ พร้อมกับเรียวหางสวยทิ้งประกายเป็ระลอก ๆ นกน้อยบินไปหาศตนันท์นาคราช แล้ววนอยู่ที่ศีรษะของเขาไปมา
“ท่านควรยินดีกับนาง ท่านควรยินดีกับนาง” สุรเสียงของนกน้อยกังวานไพเราะ ก่อนที่ศตนันท์นาคราช จะคว้ากายของนกน้อยเข้ามาจับอย่างอ่อนโยน
“อันที่จริงแล้ว ข้าควรยินดีกับนาง ทว่าข้าอาจเห็นแก่ตัวเกินไปที่จะปล่อยนางไปเช่นนั้น นกน้อยเ้าอยู่ในเหตุการณ์ระหว่างข้ากับนางมาตลอด อายุขัยของเ้าเนิ่นนานพอ ๆ กับข้า เ้าน่าจะเข้าใจความรู้สึกข้ามากที่สุด”
“แต่นางกำลังจะหลุดพ้น แต่นางกำลังจะหลุดพ้น”
“ข้าผู้เฝ้าคอยนางมานับพัน ๆ ปี ยอมให้นางทำตามสัจวาจาของตัวเองโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับชาติภพของนาง ได้แต่เฝ้ามองนางมาเช่นนี้ หวังเพียงให้โชคชะตาพานางกลับมาสู้อ้อมกอดข้า แต่ดูเอาเถิด ตอนนี้โชคชะตากลับพานางห่างออกจากข้าไปทุกที” สายตาของศตนันท์นาคราชสั่นไหว ด้วยกลัวว่าจะไม่สามารถใช้ญาณสอดส่ายหาดวงจิตของนางพบอีก
“นกน้อย...ข้า้าให้นางรู้ความจริง เผื่อนางจะเปลี่ยนใจไม่ไปจากข้า”
“อย่าทำเช่นนั้น อย่าทำเช่นนั้น” นกน้อยพูดอย่างไม่เห็นด้วย ก่อนจะยกกายบินหนีเขาออกมา ปล่อยให้บุรุษรูปงามนั่งเหม่อลอย คิดหาวิธีทำให้คนรักของเขากลับมา ก่อนศตนันท์นาคราชจะแปลงกายเป็งูั์สีทองอร่ามเลื้อยออกจากถ้ำน้อยที่ใช้บำเพ็ญเพียร
เขาเลื้อยมายังหน้าผา ทอดมองไปยังสายน้ำด้านล่างเช่นเคย ความเสียใจของศตนันท์นาคราชบันดาลให้ฝนตกทั่วทั้งผืนป่าตลอดคืนไม่หยุดหย่อน เป็ตัวแทนแห่งน้ำตาที่ไหลรินลงจากดวงตาของเดรัจฉานใหญ่ผู้มากด้วยฤทธิ์
เสียงฟ้าร้องครืน ๆ ทำให้ลายสมาธิของนลินญาจนเธอต้องถอนออกแล้วค่อย ๆ ลืมตาก่อนดวงหน้าสวยจะหันไปยังหน้าต่างที่มีเม็ดฝนโปรยปรายไม่หยด พร้อมกับศตนันท์นาคราชปล่อยเสียงกึกก้องออกมาด้วยความเ็ป มิติทับซ้อนแปลเสียงนั้นออกมาเป็เสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว
หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปปิดหน้าต่าง ก่อนจะสังเกตเห็นประกายแสงบางอย่างวิบวับอยู่ไกล ๆ
“นลินญาเห็นหางเราไหม เห็นหางเราไหม” นกน้อยบินไปมา พยายามเปล่งประกายหางให้นางเห็น เพื่อเตือนภัยว่าศตนันท์นาคราชจะไม่ยอมปล่อยนางไป ด้วยความรักที่เขามีต่อนางมากมายเกินกว่าจะมีสิ่งใดยับยั้งนาคาผู้มากด้วยฤทธิ์ได้อีก
“แสงอะไรกัน” หญิงสาวหลี่ตามอง ก่อนจะนึกถึงฝันประหลาดนั้น ประกายแสงเช่นนี้คล้ายกับหางของนกน้อยตัวนั้น แต่ไม่ว่าจะจับจ้องพินิจอย่างไรกลับกลายเห็นเป็แสงอ่อน ๆ แล้วจางหายไปในที่สุด
