บทที่ 51
ฆาตกรรม
หลี่ชงเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ “แม่ของผมเสียชีวิตไปเมื่อยี่สิบปีก่อนเหรอครับ... ท่านอาจารย์พอดูออกไหมครับว่าท่านเสียชีวิตได้อย่างไร?”
หลินซีมีสีหน้าเคร่งขรึม “ถูกฆาตกรรม”
“อะไรนะ?!” หลี่ชงไม่อยากจะเชื่อ “ใคร... ใครฆ่าแม่ของผม?”
เวลาผ่านไปยี่สิบปี ความทรงจำเกี่ยวกับแม่เริ่มเลือนรางลงทีละน้อย แต่เขายังจำวันคืนที่มีแม่อยู่เคียงข้างได้เสมอ
“แม่ครับ ผมอยากกินเนื้อ”
“จ้ะ เดี๋ยววันนี้แม่จะตุ๋นซุปไก่ให้ลูกนะ”
“แม่ครับ ข้อนี้ผมทำไม่ได้”
“ชงชง ข้อนี้ต้องแก้โจทย์แบบนี้ลูก...”
“แม่ครับ เราจะไม่แยกจากกันตลอดไปเลยนะ”
“ชงชง เมื่อลูกโตขึ้นลูกก็จะมีครอบครัวของตัวเอง แต่แม่จะอยู่ข้างๆ ลูกเสมอ”
ทว่า แม่กลับทิ้งเขาไว้เพียงลำพังแล้วจากไป
หลายปีมานี้ หลี่ชงมีปมในใจมาตลอด เขาอยากตามหาแม่ เพื่อถามว่าทำไมวันนั้นถึงทิ้งเขาไป ที่แท้ความจริงกลับเป็เช่นนี้... แม่ถูกคนฆ่าตาย ท่านไม่ได้ตั้งใจทิ้งเขาไปเลย
วินาทีนั้น หลี่ชงทั้งโกรธแค้นและโศกเศร้า “ผมต้องตามหาฆาตกรมาล้างแค้นให้แม่ให้ได้!”
เขากำหมัดแน่น “อาจารย์ครับ คนคนนั้นคือใคร?”
หลินซีจ้องมองเขาเขม็ง “คุณมีรูปถ่ายของพ่อคุณไหม?”
“มีครับ” หลี่ชงเริ่มมีลางสังหรณ์ใจไม่ดี “อาจารย์ครับ พ่อของผมทำไมเหรอ?”
หลินซีเริ่มวิเคราะห์ช้าๆ “คนในรูปมีตาขาวสามด้านกระดูกคิ้วโหนกนูน สันจมูกขาดตอน มีลักษณะพิฆาตภรรยาและลูก นิสัยมุทะลุ ดุร้าย และมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง” “วังคู่ครองมีรอยขีดไขว้ซ้ำยังมีกลิ่นอายเืจางๆ” หลินซีเอ่ยทีละคำชัดเจน “พ่อของคุณนั่นแหละ คือฆาตกรที่ฆ่าแม่ของคุณ”
“นี่มัน... เป็ไปได้ยังไง?” หลี่ชงตาค้าง แทบไม่อยากเชื่อว่าพ่อฆ่าแม่!
หลินซีเอ่ยต่อ “ลองนึกดูให้ดี เมื่อยี่สิบปีก่อนตอนที่แม่คุณหายตัวไป พ่อของคุณมีท่าทีอะไรผิดปกติไหม?”
หลี่ชงพยายามนึกย้อนกลับไป... วันหนึ่งเมื่อยี่สิบปีก่อน เขากลับจากโรงเรียนแล้วหาแม่ไม่เจอ
เขาถามพ่อว่า “แม่ไปไหน?”
พ่อมีสีหน้าประหลาดและบีบไหล่เขาไว้แน่น “ชงชง แม่แกหอบเงินที่บ้านหนีไปกับผู้ชายคนอื่นแล้ว ต่อไปห้ามพูดถึงผู้หญิงคนนั้นอีก เข้าใจไหม?!”
ตอนนั้นหลี่ชงไม่ค่อยเชื่อ เพราะแม่เป็คนอ่อนโยนมาก ทุกวันจะช่วยเขายามทำการบ้าน แม่บอกว่าจะอยู่ดูเขาเติบโต แม่ไม่รู้จักผู้ชายคนอื่นเลย จะหนีไปได้ยังไง แต่สายตาพ่อตอนนั้นน่ากลัวมากจนเขาไม่กล้าถามต่อ
หลังจากนั้น เพื่อนบ้านทุกคนก็รู้ข่าวว่าแม่หนีตามชายชู้ไป ทุกครั้งที่คนพูดถึงแม่ มักจะตามมาด้วยคำด่าทอ
“นังสำส่อน! ปกติดูเรียบร้อย ที่แท้ก็แอบคบชู้”
“เฮ้อ รู้หน้าไม่รู้ใจ ใครจะไปรู้ว่าแอบแซ่บกี่ครั้งแล้ว”
“สงสารก็แต่หลี่เผิง (พ่อของหลี่ชง) ต้องเลี้ยงลูกชายตามลำพัง”
เมื่อคนด่ากันเยอะเข้า หลี่ชงก็เริ่มเชื่อคำพูดของพ่อว่าแม่ทิ้งเขาไปจริงๆ ปัจจุบัน หลี่ชงมีครอบครัวที่สมบูรณ์และหน้าที่การงานที่ดี แต่ยามดึกสงัดเขามักจะคิดถึงแม่และเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้ยินว่ามีอาจารย์ดังมาที่ถนนของเก่า เขาจึงลองมาถามหาแม่ดู
แต่ความจริงกลับกลายเป็ว่า พ่อฆ่าแม่แล้วยังสร้างข่าวลือใส่ร้ายว่าแม่หนีตามผู้ชายไป
หลี่ชงกุมหน้าร้องไห้โฮ “แม่ครับ ผมคิดถึงแม่เหลือเกิน...” เขาร้องไห้ จนฝูงชนที่มุงอยู่พลอยร้องตามไปด้วย
“โถ เด็กที่น่าสงสาร ถูกพ่อตัวเองหลอกมาตั้งยี่สิบปี”
“แม่เขาสิน่าสงสารกว่า ตายแล้วยังโดนใส่ร้ายอีก”
หลี่ชงร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเช็ดน้ำตาแล้วกำหมัดแน่น ในเมื่อรู้ความจริงแล้ว เขาต้องทวงคืนความยุติธรรมให้แม่ หลายปีมานี้ พ่อเอาแต่เป่าหูพูดเื่แย่ๆ ของแม่ให้เขาฟัง พอแม่จากไปได้เพียงปีเดียว พ่อก็แต่งงานใหม่ เขาในบ้านกลายเป็เหมือนคนไร้ตัวตน ไม่มีใครจำวันเกิด ไม่มีใครสนใจว่าเขาได้กินข้าวหรือยัง... เขาจึงดิ้นรนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อหนีจากบ้านหลังนั้น
หลี่ชงเอ่ยถามด้วยน้ำตาคลอเบ้า “อาจารย์ครับ... ร่างของแม่ผม... อยู่ที่ไหน?”
หลินซีคำนวณด้วยนิ้วมือ “ใต้ต้นพุทราในสวนหลังบ้านเก่าของคุณ”
“ขอบคุณครับอาจารย์ ขอบคุณมาก” หลี่ชงลุกขึ้นอย่างโงนเงน “รอผมฝังศพแม่เสร็จแล้ว ผมจะกลับมาขอบคุณอาจารย์อีกครั้งครับ”
หลินซีหยิบยันต์ออกมาใบหนึ่ง “เดี๋ยวก่อน เอาเส้นผมของคุณมาให้ฉันเส้นหนึ่ง” หลี่ชงทำตาม หลินซีรับเส้นผมมาวางบนยันต์แล้วร่ายคาถา เส้นผมจมหายเข้าไปในยันต์สีเหลือง หลี่ชงเห็นแสงสีทองวาบผ่านตาไปแวบหนึ่งจึงถามด้วยความสงสัยว่าคืออะไร
“ยันต์ตามรอย” หลินซีอธิบาย “หากคุณหาโครงกระดูกไม่เจอ ให้หยดเืลงไปหนึ่งหยด ยันต์จะนำทางไปหาแม่ของคุณเอง”
เธอเสริมอีกว่า “ในเมื่อคุณยังจำท่านได้ แม่ของคุณย่อมจำคุณได้เช่นกัน”
หลี่ชงโอนเงินค่าครูแล้วรีบถือยันต์กลับบ้านเกิดทันที บ้านเกิดเขาอยู่ไม่ไกลจากปักกิ่ง ขับรถเพียงสองชั่วโมงก็ถึง เขาพุ่งเข้าไปในบ้าน กระชากตัวพ่อที่กำลังนอนกลางวันอยู่ให้ลุกขึ้น “ไปกับผม!”
หลี่จวิน (พ่อ) ถูกปลุกกลางคันก็อารมณ์เสียด่ากราด “หลี่ชง! แกปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหม ถึงกล้ามาขึ้นเสียงกับฉัน!”
หลี่ชงจ้องมองด้วยสายตาเย็นเยียบ “แกไม่ใช่พ่อฉัน”
หลี่จวินะเิอารมณ์ “แกหมายความว่ายังไง?! ถ้าฉันไม่เลี้ยงแกมา แกอดตายไปนานแล้ว! แกไม่ใช่ลูกฉันแล้วเป็ลูกใคร? หรือเป็ลูกที่แม่แกแอบไปไข่ไว้กับชู้คนไหน?!”
หลี่ชงตาแดงก่ำ กระชากคอเสื้อพ่อ “แกไม่มีสิทธิ์พูดถึงแม่ฉัน... ไอ้ฆาตกร!”
หลี่จวินใจสั่นวาบ เื่ผ่านมาตั้งยี่สิบปี ไอ้ลูกโง่คนนี้ไม่มีทางรู้ความจริงแน่ เขาทำตาหลุกหลิกพลางโวยวายกลบเกลื่อน “แกพูดเื่บ้าอะไรของแก!”
หลี่ชงไม่สนใจ ลากพ่อขึ้นรถแล้วขับตรงไปยังบ้านเก่าที่ไม่ได้อยู่นานแล้ว เมื่อหลี่จวินเห็นเส้นทางที่คุ้นเคยก็เริ่มกระวนกระวาย เมื่อรถจอด หลี่ชงลากพ่อลงไปที่ต้นพุทราหลังบ้าน ต้นพุทราต้นนั้นสูงใหญ่กว่าต้นไม้อื่นๆ ใบเขียวชอุ่มและออกดอกเต็มต้น หลี่จวินรู้สึกได้ถึงความเย็นะเืที่พุ่งขึ้นมาจับใจ
เขาดิ้นรนสุดชีวิต “หลี่ชง ปล่อยฉัน! ฉันไม่ไปตรงนั้น!”
หลี่ชงกำมือแน่น ะโใส่หน้า “แกไม่อยากมาที่นี่ แต่แม่ฉันนอนอยู่ที่นี่มาตั้งยี่สิบปี! ยี่สิบปีเต็มๆ!”
หลี่จวินตาเหลือกด้วยความลนลาน “หลี่ชง แกมันบ้าไปแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่าแม่แกหนีไปกับชายชู้ แกพล่ามเื่ไร้สาระอะไร!”
หลี่ชงดวงตาแดงฉานดั่งโลหิต บีบคอพ่อของตัวเอง “แม่ไม่ได้ทิ้งฉันไป... แต่แกฆ่าแม่!”
“แกเป็คนฆ่าแม่!”
