“หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัด...เดียว...คลุม...ฟ้า!”
ซุนเฟยลอยอยู่กลางอากาศ ในขณะที่ร้องะโออกมา หมัดโปร่งแสงขนาดสิบตารารางเมตรถูกรวบรวมขึ้นมาอีกครั้ง ซุนเฟยปล่อยหมัดขวาของตัวเองโจมตีไปที่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย'
หลังจากผ่านการต่อสู้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ค่อยๆ เก็บสะสมความรู้ความเข้าใจมาเรื่อยๆ และหมั่นขัดเกลาหมัดหิมะเยือกแข็งซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งคุ้นเคยกับกระบวนท่าทั้งสองรูปแบบ นั่นก็คือ ‘หมัดเดียวคลุมฟ้า’ กับ ‘หมัดเดียวสังหาร’
‘หมัดเดียวคลุมฟ้า’ เป็พลังที่มาจากพละกำลังของคนเถื่อนเลเวล 40 ล้วนๆ ตอนนี้ขีดจำกัดในการปล่อยหมัดของซุนเฟยอยู่ที่ห้าสิบหมัด ดังนั้นพลังในการโจมตีของมันจึงรุนแรงกว่าเดิมมาก
ส่วน ‘หมัดเดียวสังหาร’ เกิดจากพละกำลังและทักษะ 'ทุบ' ของคนเถื่อนผสานเข้าด้วยกัน ท่านี้สามารถเพิ่มความเสียหายให้แก่ศัตรูและผลักศัตรูให้กระเด็นกลับไปได้ แต่น่าเสียดายที่ทักษะ 'ทุบ' ของคนเถื่อนเลเวล 40 ในตอนนี้ยังสร้างความเสียหายในระดับสูงไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าอัศวินผู้ตัดสินที่แข็งแกร่งพวกนี้ ทำให้ไม่สามารถสังหารพวกเขาภายในหมัดเดียวได้เหมือนชื่อของท่ามัน
ตูม!
หมัดโปร่งแสงโจมตีเข้าที่ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย' คลื่นกระแทกได้ขยายออกเป็วงกว้างไปทั่วทุกสารทิศ
พลังหมัดโปร่งแสงห่อหุ้มร่างของ 'อัศวินแห่งความโหดร้าย' ไว้ ในด้านพละกำลังกายเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซุนเฟย และเนื่องจากการโคจรคลื่นพลังในร่างของเขาเกิดติดขัดขึ้นมา ทำให้เขาไม่สามารถต้านทานการโจมตีในครั้งนี้ของซุนเฟยไว้ได้ ร่างของเขาถอยหลังไปเรื่อยๆ ราวกับเป็กระสอบทรายก็ไม่ปาน ปากของเขากระอักเืออกมาไม่หนุด
“อ่า...”
เสียงฮือฮาของฝูงชนที่ยืนอยู่รอบๆ สนามประลองก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจากอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักรต่างตกตะลึงกันทั่วหน้า พวกเขาพากันอ้าปากกว้างพลางส่งเสียงร้องแปลกๆ ที่ฟังไม่เข้าใจออกมา ที่เป็เช่นนี้ก็เพื่อระบายความใและความตื่นเต้นที่มันจุกอกของตัวเอง
ท่ามกลางฝูงชน าาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“แข็งแกร่ง...ไร้เทียมทาน! จิตสังหารที่ไร้ความปรานี อิสระไม่ยึดติดกับใคร นี่สิคือาาที่แท้จริง ไม่เพียงมีพลังที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งอีกด้วย เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ข้ายังต้องฝึกอีกมาก!”
ในใจของาาหนุ่มรู้สึกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก หากเปลี่ยนเป็เขาล่ะก็ ต่อให้มีพลังที่แข็งแกร่งแบบาาเมืองแซมบอร์ด เขาก็คงไม่กล้าท้าชนกับพวกอัศวินผู้ตัดสินแน่ๆ ฉากนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง
“เรียนรู้...ข้าจะต้องเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากาาเมืองแซมบอร์ด ต่อให้เป็การกระทำเล็กๆ ก็ตาม เพราะนี่คือวิถีของาาที่แท้จริง!”
ในใจของาาน้อยคนนี้ยึดาาแซมบอร์ดเป็แบบอย่างของตัวเอง ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ภายในจิตใจของาาน้อยแดนใต้ผู้นี้กำลังมีต้นกล้าเล็กๆ เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างช้าๆ
……
บนสนามประลองดาบ
ด้วยการโจมตีของ ‘หมัดเดียวคลุมฟ้า’ ทำให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบที่สุด ดวงตาของซุนเฟยฉายแววคลั่งขึ้นมา เขาตวัดขาเตะออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝ่าอากาศที่แหลมคมดังขึ้น ก่อนที่เท้าจะเตะอัดร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าอย่างรุนแรง จนร่างของเขาถอยหลังไปไกล ยังไม่จบแค่นั้น ซุนเฟยปล่อยหมัดโปร่งแสงตามไปะเิร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าอีกครั้ง
ตูมๆๆ!
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าพยายามหนีอย่างสุดชีวิต แต่ซุนเฟยไม่ยอมให้โอกาสนั้นแก่เขา ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าถูกซุนเฟยทุบจนน่วมเหมือนเป็กระสอบทราย เืสาดกระจายเต็มท้องฟ้า ร่างของเขาถอยหลังไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ถูกไล่ต้อนไปชนกับ 'ม่านน้ำครอบฟ้า' บาเรียเวทมนตร์ที่คลุมสนามประลอง ดาบหมัดโปร่งแสงในตอนนี้ดูเหมือนห่าฝนที่ตกกระหน่ำลงมาใส่ร่างของเขาไม่หยุด อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าพยายามโคจรเปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าอย่างบ้าคลั่ง แต่นอกจากปกป้องร่างของตัวเองแล้ว เขาก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะโจมตีสวนกลับไปด้วยซ้ำ ตอนนี้เขาเหมือนนกทะเลที่น่าสงสาร กำลังหลงทางอยู่ในมหาสมุทรที่กำลังโกรธเกรี้ยว นอกจากดิ้นรนและร่ำไห้แล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก
“สมควรตาย! สมควรตาย! สมควรตาย!”
กลิ่นอายที่น่าเกรงขามะเิออกมาจากไกลๆ ตอนนี้เอง อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองที่ติดสถานะ ‘ถอยกลับ’ ของหมัดหิมะเยือกแข็งก็ได้สติกลับคืนมา เขาร้องคำรามอยู่ในลำคอประหนึ่งัที่กำลังโกรธเกรี้ยว เปลวไฟสีดำที่ห่อหุ้มทั่วร่างของเขาก็กลายเป็งูจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองก็จมหายไปท่ามกลางเปลวไฟสีดำ
“ว้าว นี่คือท่าไม้ตายที่มีชื่อเสียงที่สุดของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง ฮ่าๆ ตอนนี้าาเมืองแซมบอร์ดเหมือนแหย่เท้าเข้าไปในยมโลกแล้วครึ่งหนึ่ง!”
วณิพกอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักร มาเตรัซซี่พูดพึมพำกับตัวเองขึ้นมาด้วยท่าทางสบายๆ เขายังคงโบกพัดขนนกสีทองและจิบเหล้าในแก้วไวน์ต่อ แก้วไวน์สีทองนี้ดูเหมือนจะใส่เหล้าได้ไม่มาก หากเป็คนธรรมดาคงดื่มหมดไปนานแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ั้แ่ที่ออกมา มาเตรัซซี่ดื่มเหล้าไปแล้วหลายครั้ง และในแต่ละครั้งที่ดื่มก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่ทำไมในแก้วไวน์สีทองนี้ถึงยังคงมีกลิ่นเหล้าโชยออกมาได้เรื่อยๆ เหมือนกับว่ายังมีเหล้าอยู่ ทำไมมันถึงยังไม่หมดสักทีเล่า และที่แปลกไปกว่านั้นคือ แม้บนสนามประลองดาบจะเต็มไปด้วยคลื่นดาบมากมาย แต่ทันทีที่คลื่นดาบลอยไปทางเขา มันก็สลายกลายเป็สายลมธรรมดาๆ ชุด ผมและเคราของเขาพลิ้วไหวไปตามแรงลม ทำให้เขาดูนุ่มนวลขึ้น
ทันใดนั้น
จบประโยคของเขา กลิ่นอายอันตรายที่ไหลออกมาจากร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็มีงูั์สีดำตัวหนึ่งทำท่าจะพุ่งเข้ามาฉกซุนเฟย
ทักษะคลื่นพลังระดับสูง...อสรพิษเพลิงนิล
ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองยังคงซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดำ
ถึงแม้ว่าอุณหภูมิของเปลวไฟสีดำนั่นจะไม่ร้อน แต่ทุกที่ที่เปลวไฟสีดำปะทุผ่านก็จะถูกไฟคลอกจนดำเป็ตอตะโก แม้กระทั่งพื้นดินที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยเวทมนตร์ก็ยังไหม้จนกลายเป็สีดำ บาเรียเวทมนตร์ธาตุน้ำสีฟ้าเองก็ถูกกัดกร่อนจนเกิดไอหมอกสีดำขึ้นมาจางๆ ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงกัดกร่อนดังชี่ๆ ลอยมา
งูั์สีดำนับสิบตัวที่เลื้อยอยู่กลางอากาศก็เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็เปลี่ยนรูปเป็ตะปูเกลียวปลายแหลมที่เล็งปลายไปทางร่างของซุนเฟย อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองพยายามให้ตะปูเกลียวปลายแหลมขนานกับพื้นดิน ก่อนที่มันจะเริ่มหมุนตัวอย่างบ้าคลั่งแล้วพุ่งทะยานไปทางซุนเฟย
การเคลื่อนไหวเช่นนี้เรียกความสนใจจากทุกคนได้ดี
ท่าไม้ตายแบบนี้สิถึงจะคู่ควรกับตำแหน่งของอัศวินผู้ตัดสิน
แม้ว่าการโจมตีจะยังมาไม่ถึง แต่ซุนเฟยก็รู้สึกได้ถึงความเ็ปที่ทิ่มแทงมาจากด้านหลัง ราวกับว่าร่างของตัวเองกำลังจะถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ
“ฮ่าๆๆ มาก็ดี ข้าจะได้ลองหมัดหิมะเยือกแข็งกระบวนท่าที่สาม…”
ซุนเฟยไม่ได้หันหน้ากลับไปมองเหมือนอย่างที่ทุกคนคิด เขายังคงปล่อยหมัดโปร่งแสงโจมตีร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าไม่หยุด และหมัดสุดท้ายของซุนเฟยก็ชกเข้าที่มุมอับอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ทำให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าป้องกันไม่ทัน
หมัดนี้ทำให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าถึงกับเวียนหัวขึ้นมาทันที เขาสูญเสียการควบคุมร่างไปชั่วขณะ
“โอกาสดี...”
ซุนเฟยใช้ทักษะ 'ะโ' ของคนเถื่อนทะยานเข้าไปหาร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า ก่อนจะคว้าคอเสื้อของเขาขึ้นมาแล้วโยนออกไปอย่างไม่ใยดี ราวกับโยนถุงขยะก็ไม่ปาน
ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าถูกโยนไปทาง ‘อสรพิษเพลิงนิล’ ท่าไม้ตายของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง...
ดวงตาของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าเบิกกว้างขึ้น
ในขณะเดียวกัน ดวงตาของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองก็เบิกกว้างขึ้นเช่นกัน
'อสรพิษเพลิงนิล' เป็ท่าไม้ตายที่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต และเขาก็ใช้ท่าไม้ตายนี้ในการรักษาตำแหน่งอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองมาโดยตลอด ซึ่งยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา มียอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องตายเพราะท่าไม้ตายของเขา แม้แต่ยอดฝีมือที่มีระดับดาวเหนือกว่าเขาก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับท่าไม้ตายนี้ ไม่มีทักษะคลื่นพลังใดที่สามารถต้านทานมันได้
แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของท่าไม้ตายเขาก็คือ
ไม่สามารถเรียกกลับมาได้
เมื่อปล่อยท่าไม้ตายนี้แล้วจะไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ หากฝืนบังคับเรียกกลับมา ตัวเขาเองก็ต้องได้รับาเ็สาหัสเช่นกัน!
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าาาแซมบอร์ดจะใช้วิธีนี้มาทำลายท่าไม้ตายของตัวเอง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าเลย จนถึงตอนนี้เขายังมึนงงไม่หายที่ถูกาาเมืองแซมบอร์ดโยนมาทางนี้ อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้ามองท่าไม้ตายของสหายที่กำลังหมุนควงมาทางตัวเองด้วยสีหน้าหวาดกลัว เขาไม่รู้จะหลบอย่างไรดี ดูเหมือนว่าาาเมืองแซมบอร์ดจะใช้ร่างของเขามาขวางทางยมทูตแทนตัวเอง
“สมควรตาย ไอ้สวะเอ๊ย!”
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองไม่มีทางเลือก มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะหยุดท่าไม้ตายของตัวเองได้
ในชั่วพริบตา เืก็ไหลทะลักออกมาจากมุมปากของเขา เขาฝืนเรียก ‘อสรพิษเพลิงนิล’ กลับมา ทำให้อวัยวะภายในได้รับาเ็หนัก
แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์จากการเรียกท่าไม้ตายกลับมาจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก แม้ว่า 'อสรพิษเพลิงนิล' จะเคลื่อนไหวช้าลง พลังอำนาจลดลง แต่ยังคงมีพลังบางส่วนที่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองไม่สามารถควบคุมมันได้ เสียงฝ่าอากาศที่แหลมคมยังคงดำเนินต่อไป ปลายเกลียวที่แหลมคมหมุนควงเสียดสีกับอากาศจนเกิดประกายไฟกระจายไปทั่ว 'อสรพิษเพลิงนิล' พุ่งตรงไปยังร่างที่ไร้การป้องกันของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า
เดิมที ชุดเกราะเวทมนตร์ของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าก็ถูกซุนเฟยกระหน่ำโจมตีไม่ยั้งจนทำให้พลังป้องกันของมันลดลงอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอกับพลังที่น่าเกรงขามแบบนี้ก็ยิ่งทำให้มันแตกกระจายเป็ชิ้นๆ อย่างรวดเร็ว…
มองเห็นปลายเกลียวที่กำลังหมุนควงราวกับสว่านใกล้เข้ามาเจาะที่หัวของตัวเอง อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าก็หน้าเสีย นอกจากจะขยับตัวหลบไม่ทันแล้ว ชุดเกราะของตัวเองก็ดันมาพังในตอนนี้เสียได้ ทันใดนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา...
จู่ๆ ก็มีร่างเงาโผล่พรวดเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อพร้อมกับพลังอันแข็งแกร่ง เขาเข้ามาขวางทางระหว่างสว่านมรณะที่มีเปลวไฟสีดำลุกโชนและร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า มือทั้งสองข้างของเขาแยกออกกว้าง มือหนึ่งดันร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า อีกมือหนึ่งยกขึ้นต้านสว่านมรณะร่างของเขาเกิดแสงสว่างสีทองแสบตา ความตายที่ไร้ทางแก้ไขได้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ตูม!
พลังของ 'อสรพิษเพลิงนิล' ที่เหลือพลันแตกกระจาย ส่วนร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าก็ถูกผลักกระเด็นตกลงไปข้างๆ สนามประลอง…
ทั้งสนามประลองพลันเงียบสงบ
ผู้คนทั้งในและนอกสนามประลองต่างจับจ้องไปที่ร่างของบุรุษที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
------------------
