ในอาณาเขตนี้ เผ่าค้ำ์คือผู้ที่ห้ามล่วงเกินโดยเด็ดขาด ใครๆ ต่างก็รู้ว่าหากล่วงเกินเผ่าค้ำ์ล้วนจบไม่สวย แม้ว่าพรรค์พวกของตัวเองจะถูกซูเก๋อฆ่าตาย แต่พวกเขาก็ทำได้แค่ทน ถึงจะมอบความหาญกล้าให้มากกว่านี้เป็สิบเท่า พวกเขาก็ไม่กล้าบุกบั่นเผ่าค้ำ์
“เ้ายังมีชีวิตอยู่ นี่เป็ข่าวดีที่สุดใน่หลายวันที่ผ่านมา” ซูเก๋อมองจูชิงแล้วยิ้มอย่างจริงใจ
“ยังพาเสี่ยวสือโถวกลับมาไม่ได้รึ?” จูชิงเอ่ยถาม
ซูเก๋อส่ายหัว “อีกฝ่ายเร็วมาก พอนักรบของเผ่ามาถึง พวกเขาเห็นแค่ข้านอนอยู่ ส่วนมนุษย์พวกนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
สำนัก์สราญรมย์มีจ้าวแห่งการทำลายล้างอยู่เื้ั หลังจากที่จับตัวเสี่ยวสือโถว พวกเขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังรูหนอนที่อยู่ใกล้ที่สุด เปิดเส้นทางกลับไปยังโลกขั้วทมิฬ
ผ่านไปหลายวันแล้ว จอมยุทธ์สำนัก์สราญรมย์น่าจะอยู่ที่โลกขั้วทมิฬแล้ว
อีกทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เผ่าค้ำ์ไล่ตามมา จ้าวแห่งการทำลายล้างจึงทำลายรูหนอนนั่นทิ้ง แม้ว่าเผ่าค้ำ์จะเจอรูหนอนที่ข้ามผ่านไปยังโลกขั้วทมิฬ แต่รูหนอนของอีกฝ่ายถูกทำลายแล้ว เผ่าค้ำ์ย่อมทำอะไรไม่ได้
สำนัก์สราญรมย์วางแผนมานานเพื่อลักพาตัวเด็กจากเผ่าค้ำ์ ดังนั้นขั้นตอนทั้งหมดจึงดำเนินการเป็ไปตามแผน กระทั่งเผ่าค้ำ์ก็ยังไหวตัวไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของจูชิงทำให้แผนการของสำนัก์สราญรมย์หยุดชะงัก ถึงพวกเขาจะได้ตัวเด็กจากเผ่าค้ำ์มา แต่ก็ต้องเสียเสาหลักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสำนักไป
จูชิงนำทุกสิ่งที่ได้รับใน่สองสามวันออกมา ส่วนใหญ่เป็สมุนไพริญญากับหินปราณ บางอย่างเป็ทรัพยากรพิเศษจากโลกสักโลกหนึ่ง ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้
จูชิงนำโอสถลมปราณพิเศษมอบให้กับพวกซูเก๋อ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นชนะใจเผ่าค้ำ์ไปเต็มๆ
สิบวันผ่านไป จูชิงบำเพ็ญเพียรจนทำให้ขั้นพลังเสถียรอย่างสมบูรณ์ ผลข้างเคียงที่เกิดจากการยืมพลังของเฒ่าปีศาจก็มลายหายหมดสิ้นเช่นกัน
ห่างจากเผ่าของซูเก๋อหลายพันลี้ พลังปราณฟ้าดินเข้มข้นสุดแสน จอมยุทธ์ที่ตามหาสมบัติอยู่ใกล้ๆ มองลมปราณปราณฟ้าดินที่ผสานรวมเป็หนึ่งเดียวด้วยความตกตะลึง
เอกภพฟ้าดิน เอกภพฟ้าดินของจอมยุทธ์กำลังประจักษ์!
เมื่อฝึกฝนจนถึงขั้น์ปฐี คนผู้นั้นจะสามารถสร้างเอกภพฟ้าดินของตัวเองขึ้นมาได้ แล้วเมื่อตายเอกภพฟ้าดินนั้นก็จะหายสาบสูญ และหลายพันปีต่อมา เอกภพฟ้าดินก็จะปรากฏอีกครั้ง
จูชิงที่อยู่ในเผ่าสังเกตเห็นปรากฏการณ์นั้นเช่นกัน ทุกครั้งที่เอกภพฟ้าดินปรากฏ เหล่าจอมยุทธ์จะแก่งแย่ง่ชิง ครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ซูเก๋อใจสั่นเล็กน้อย ผู้ที่ดับสิ้นวายชีวาในอาณาเขตค้ำ์ล้วนแล้วไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ เอกภพฟ้าดินล้วนเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า นับว่าเป็ขุมทรัพย์ล้ำค่าสำหรับเผ่าค้ำ์
“ข้ากับเ้าจะเอกภพฟ้าดินนั่น!” จูชิงะโขึ้นไปบนตัวของซูเก๋อ
ซูเก๋อไม่รอช้า รีบสืบเท้าตรงไปยังเอกภพฟ้าดิน
“เอกภพฟ้าดินของนักรบเผ่าค้ำ์!” ครั้นซูเก๋อััถึงกลิ่นอายจากเอกภพฟ้าดิน ใบหน้าพลันเปลี่ยนสี
ทันใดนั้น แสงนับไม่ถ้วนพุ่งลงมาจากท้องฟ้าตรงเข้าใส่เอกภพฟ้าดิน!
คาดเดาจากคลื่นพลังที่แผ่ซานออกมาจากลำแสงเ่าั้ อย่างน้อยก็น่าจะเป็ขั้นนิพพานหรือไม่ก็ขั้นมหันต
เมื่อซูเก๋อมาถึง เอกภพฟ้าดินปรากฏขอบเขตแล้ว ลมปราณฟ้าดินยังคงรวมตัวกันอย่างต่อเนื่องกลายเป็มหาสมุทรลมปราณ
นี่เป็ครั้งแรกที่จูชิงเห็นพลังลมปราณที่น่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้ ถ้าฝึกฝนอยู่ในนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องสูงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
แต่จอมยุทธ์ที่มาที่นี่ไม่มีกระจิตกระใจที่จะฝึกฝน พวกเขาจับจ้องมองเอกภพฟ้าดินที่กำลังจะปรากฏอย่างกระวนกระวาย การปรากฏของเอกภพฟ้าดินย่อมสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ เดาว่าเ้าของดั้งเดิมจะต้องเป็ผู้อยู่เหนือฟ้า ไม่รู้ว่าข้างในเอกภพฟ้าดินนั้นมีสมบัติน่าทึ่งอะไรอยู่บ้าง
จอมยุทธ์มักจะเก็บสิ่งที่มีค่าที่สุดเอาไว้ในเอกภพฟ้าดิน ซึ่งแทบจะเป็เอกฉันท์ของจอมยุทธ์ทุกคน ดูจากขนาดของเอกภพฟ้าดินแล้ว ถ้าไม่ใช่ขั้นนิพพานก็น่าจะเป็ขั้นมหันต สิ่งที่อยู่ในเอกภพฟ้าดินนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่ง
“เอกภพฟ้าดินของเผ่าค้ำ์อย่างนั้นรึ?” จูชิงอดถามไม่ได้
“ใช่แล้ว!” ซูเก๋อพยักหน้าหนักแน่น
ซูเก๋อไม่มีทางจำกลิ่นอายของพวกพ้องที่อยู่เผ่าพันธุ์เดียวกันผิดอย่างแน่นอน เป็ไปได้ว่าอาจเป็ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในยุครุ่งเรืองของเผ่าค้ำ์ซึ่งปรากฏขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ตายมานานเป็พันเป็หมื่นปี
คิดได้ดังนั้นซูเก๋อพลันตาแดงก่ำ ถ้าเ้าของเอกภพฟ้าดินนี้เป็ผู้แข็งแกร่งในยุครุ่งเรืองของเผ่าค้ำ์จริง เช่นนั้นในเอกภพฟ้าดินจะต้องมีวรยุทธ์ที่เหมาะสมกับเผ่าค้ำ์ หรืออาจมีศัสตราวุธที่เหมาะสมอยู่ด้วยก็เป็ได้!
เพราะความเสื่อมถอย เผ่าค้ำ์จึงไม่สามารถกลับมารุ่งเรืองได้ดั่งเก่า แม้ว่าจะสูญเสียวรยุทธ์กับศัสตราวุธไป หากแต่เผ่าค้ำ์ก็ยังคงแข็งแกร่ง ทว่าเมื่อเทียบกับสมัยรุ่งเรืองแล้วยังห่างชั้นกันมากโขนัก ไม่เช่นนั้นปรมาจารย์สราญรมย์จะกล้าลักพาตัวเด็กจากเผ่าค้ำ์ได้อย่างไร?
“ตู้มมม!” ในที่สุด เอกภพฟ้าดินก็ปรากฏโดยสมบูรณ์ ทางเข้าเอกภพฟ้าดินเปิดแล้ว!
“ไป!” จอมยุทธ์จำนวนมากพุ่งเข้าไปในทางเข้าแทบจะในเวลาเดียวกัน ขอแค่ไปถึงก่อน โอกาสที่จะได้สมบัติล้ำค่าก็จะเพิ่มสูงขึ้น
“ใครขวางข้า มันต้องตาย!” กระบี่ในมือชายหนุ่มโลกวายุคลั่งสั่นสะท้าน แสงกระบี่พุ่งออกไปเป็แนวขวาง สังหารคนที่อยู่ตรงหน้าจนหมด
“ขั้นนิพพาน เขาเป็ขั้นนิพพาน!” จอมยุทธ์ส่วนหนึ่งมองชายหนุ่มผู้นั้นด้วยความตกตะลึง!
ชายหนุ่มที่มาจากโลกวายุคลั่งอำมหิตเหี้ยมแสนพรรณนา ไม่ว่าใครที่ตรงเข้าไปในพื้นที่สุญญากาศที่อยู่ข้างหน้าล้วนถูกฆ่าตายจนหมด
“โหดร้ายมาก สมญานามของโจวเฟิงโลกวายุคลั่งสมกับที่เล่าขานเลย!”
ทันใดนั้น แสงกระบี่เส้นแสงหนึ่งพุ่งเข้าไปในพื้นที่นั้น
โจวเฟิงแค่นเสียง แล้วฟันกระบี่ลงไปโดยไม่ลังเล
ทว่าเ้าของแสงกระบี่ผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ เขาเมินเฉยกระบี่ของโจวเฟิง แสงกระบี่ส่องสว่างแวบหนึ่ง แล้วเข้าไปในเอกภพฟ้าดิน
“เจียงฉี บังอาจ่ชิงของล้ำค่าต่อหน้าข้างั้นรึ!”โจวเฟิงเดือดดาล กายาเปลี่ยนเป็แสงกระบี่พุ่งเข้าไปในเอกภพฟ้าดินเช่นกัน
“ซูเก๋อ ร่างกายเ้าไม่เหมาะกับเอกภพฟ้าดิน เ้าอยู่ข้างนอกเถอะ ข้าจะเข้าไปเอง!” พูดจบจูชิงก็เข้าพุ่งเข้าไปดุจดั่งเงาทมิฬ
“ครืนนน!” ขณะที่จูชิงเข้าไปในเอกภพฟ้าดิน คลื่นพลังร้อนแรงผลาญเผาโถมเข้าใส่ทำเอาจูชิงแทบล้มลงไปกับพื้น
“ร้อนมาก!” จูชิงมองเอกภพฟ้าดินด้วยความตกตะลึง
มันจะต้องเป็เอกภพฟ้าดินธาตุอัคคีอย่างไม่ต้องสงสัย!
แต่มันร้อนยิ่งกว่าเอกภพฟ้าดินที่จูชิงเคยเข้าไปก่อนหน้านี้มาก เรียกได้ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เอกภพฟ้าดินแห่งแรกที่จูชิงเข้าไป แม้ว่าจะร้อน ทว่าก็มีแค่ทะเลทรายเท่านั้น แต่เอกภพฟ้าดินแห่งนี้ ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปด้วยูเาไฟ ทั้งพื้นดินก็ยังเป็หินหนืด มีหินอยู่น้อยมาก ทั้งหินพวกนั้นก็ยังร้อนมาก ถ้าไม่ใช้ลมปราณต่อต้านความร้อน จูชิงเดาว่าใช้เวลาไม่นานคงถูกเผาจนสุกเป็แน่
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าสภาพแวดล้อมในเอกภพฟ้านี้ดีจะอันตรายเฉกเช่นนี้ จูชิงถือว่าโชคดีบริเวณที่ยืนอยู่มีหินอยู่มาก ซึ่งรอบนอกล้วนแล้วเป็หินหนืดทั้งสิ้น
มีบางคนโชคร้ายตกลงไปในหินหนืด ถ้าเป็ขั้นเหินนภาอาจสามารถใช้ลมปราณบินขึ้นไปในอากาศได้ แต่ถ้าเป็จอมยุทธ์ที่ขั้นพลังต่ำกว่านั้น มีแค่ต้องตายสถานเดียว
บางคนก็ตกลงไปในปล่องูเาไฟ แม้เป็ขั้นเหินนภา ถ้าตกลงไปทั้งแบบนั้น กระทั่งกระดูกก็ยังไม่เหลือ
ถึงสภาพแวดล้อมจะอันตรายยวดยิ่ง แต่ปราณธาตุอัคคีเปี่ยมล้นยิ่งทวี จูชิงััได้ว่าปราณธาตุอัคคีกำลังแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขา
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก!” เฒ่าปีศาจนั่งอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์แสยะยิ้ม
“มีเื่อะไรดีๆ งั้นรึ?” จูชิงกลอกตา
“เ้าจำวิชาลับวิชาที่สองที่ข้าถ่ายทอดให้เ้าได้หรือไม่?” เฒ่าปีศาจเปลี่ยนเื่
“《กายปีศาจเพลิง》น่ะหรือ ทำไมล่ะ?” จูชิงขมวดคิ้ว
“《หลอมกายปีศาจวายุ》ของเ้าสำเร็จแล้วส่วนหนึ่ง ทว่า《กายปีศาจเพลิง》ยังก้าวหน้าไม่ถึงไหน ข้าว่าที่นี่เหมาะสมมากที่จะฝึกฝน《กายปีศาจเพลิง》ให้สำเร็จสมบูรณ์!” เฒ่าปีศาจพูด
วิชาลับทั้งสองแข็งแกร่ง แต่ฝึกฝนยากลำบากยิ่งกว่ากระไรดี ตอนนี้เฒ่าจปีศาจกลับบอกว่าสามารถฝึกฝน《กายปีศาจเพลิง》ให้สำเร็จสมบูรณ์ได้!
“ล้อข้าเล่นรึ?” จูชิงมองเฒ่าปีศาจอย่างฉงนสงสัย
เฒ่าปีศาจแค่นเสียง “หน้าข้าเหมือนล้อเล่นหรือไง?”
“เหมือน!” จูชิงพยักหน้า
“ไปตายซะ!” เฒ่าปีศาจถลึงตาใส่จูชิง
“ไม่แกล้งเ้าแล้วก็ได้ ข้าต้องทำอย่างไร?” จูชิงหยุดหยอกล้อเฒ่าปีศาจ
“ง่ายมาก ะโลงไปซะ!” เฒ่าปีศาจชี้ไปที่หินหนืดด้านล่างที่กำลังเดือดปุดๆ รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้า
จูชิงหน้าเปลี่ยนสี “พูดจริงงั้นรึ!”
“หินหนืดที่นี่เหมาะกับ《กายปีศาจเพลิง》จนไม่รู้จะเหมาะอย่างไรแล้ว นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น เมื่อไหร่ที่เ้าคุ้นชินกับอุณหภูมิของที่นี่ นั่นถึงจะเรียกว่าสถานที่บำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง!” เฒ่าปีศาจชี้นิ้วไปทีู่เาไฟสูงตระหง่านที่กำลังปะทุ ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า พอมันตกลงมา อุณหภูมิสูงมากจนทำให้หินที่อยู่ใกล้ๆ ละลายกลายเป็หินหนืด
พลานุภาพฟ้าดินน่าพรั่นพรึงเหนือจินตนาการ กระทั่งจูชิงยังอดตัวสั่นไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเฒ่าปีศาจไม่เคยโกหก จูชิงคงคิดว่าเฒ่าปีศาจกำลังฆ่าเขาทางอ้อม!
“ตูม!” จูชิงบีบจมูกแล้วะโลงไปในหินหนืด!
