ยามเงยหน้าขึ้นมองโค่วฉางคง ไป๋หยุนเฟยก็เอ่ยปากขึ้นอย่างเศร้าสร้อย “ท่านอาจารย์ ศิษย์ทำให้ท่านผิดหวัง ครั้งนี้ก็ล้มเหลวอีกแล้ว...”
โค่วฉางคงกลับยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หยุนเฟย เ้าคิดว่าอาจารย์เช่นข้าจะบังเกิดความผิดหวังหรือ?”
“ศิษย์ร่ำเรียนมาสิบวันแล้ว แต่กลับไม่อาจหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาง่ายๆได้แม้แต่ครั้งเดียว ช่างละอายต่อท่านอาจารย์ที่ตั้งใจพร่ำสอน ข้า...”
“เ้าผิดแล้ว” โค่วฉางคงเอ่ยปากขัดจังหวะไป๋หยุนเฟยที่กำลัง‘ตำหนิตนเอง’ จากนั้นก็ยิ้มพลางกว่าวว่า “ขอบอกกับเ้า การแสดงออกของเ้าในสิบวันมานี้ อาจารย์เช่นข้ารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง ถึงกับกล่าวได้ว่าตื่นเต้นยินดีต่อสิ่งที่เ้าแสดงให้เห็น นี่ยังดีกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาไว้ด้วยซ้ำ”
“เอ๊ะ?” ไป๋หยุนเฟยงุนงงสงสัย มันคิดว่าตนเองฟังผิดไป จึงเอ่ยปากถามเพื่อความแน่ใจ “ท่านอาจารย์ ท่านบอกว่า...”
“มิผิด เ้าสามารถใช้เวลาเพียงสิบวันก็สามารถทำได้ถึงระดับนี้ นับได้ว่าเป็ความสำเร็จอันยอดเยี่ยมแล้ว เ้าสามารถควบคุมพลังธาตุไฟได้อย่างละเอียดจนอาจารย์เองยังคาดไม่ถึง บอกได้อย่างไม่เกินเลยว่า เ้ามีพร์ด้านนี้เหนือกว่าศิษย์พี่ของเ้าหลายคน เมื่อยามที่เริ่มต้นเรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์เช่นเดียวกับเ้า!”
“เอ่อ...” โค่วฉางคงให้การยอมรับถึงเพียงนี้ ไป๋หยุนเฟยก็รู้สึกมือไม้ปั่นป่วน ความรู้สึกผิดหวังในใจก็ลดทอนลงหลายส่วน ทั้งยังบังเกิดความยินดีและภาคภูมิใจ
“หยุนเฟย เ้าทราบหรือไม่ว่าไฉนเ้าจึงไม่อาจหลอมประดิษฐ์แม้แต่กึ่งวัตถุิญญาได้สำเร็จ?”
คำถามของโค่วฉางคงสร้างความประหลาดใจแก่ไป๋หยุนเฟยอย่างยิ่ง มันจึงถามออกไปว่า “หรือเป็เพราะศิษย์ยังควบคุมพลังธาตุไฟได้ไม่ดีพอ...”
“ไม่ใช่ ความสามารถในการควบคุมธาตุไฟของเ้าในยามนี้ อย่าว่าแต่กึ่งวัตถุิญญา ต่อให้เป็วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับต่ำก็ยังเกินพอ!”
“หา?” ไป๋หยุนเฟยตื่นตะลึง ไม่ทราบว่าที่โค่วฉางคงกล่าวมานั้นหมายความว่าอย่างไร
โค่วฉางคงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ที่เ้าหลอมประดิษฐ์ได้ยากเย็นแสนเข็ญนั้น เป็เพราะเ้ายังขาดของสำคัญไปหนึ่งอย่าง!”
“ของสำคัญ... ของอันใด?” ไป๋หยุนเฟยตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นจึงถามด้วยความสงสัย
โค่วฉางคงก็ไม่ยื้อเวลาซุกงำอีกต่อไป ยามสะบัดมือขวาก็ปรากฏแสงสีแดงวาบขึ้น จากนั้นก็บังเกิดเสียงดัง‘ตึง’ พร้อมกับมีวัตถุปรากฏขึ้นที่ข้างกายไป๋หยุนเฟย
“นี่คือ... กระถามหลอมประดิษฐ์!”
ไป๋หยุนเฟยหันไปมอง ก็ได้เห็นกระถางสี่ขาขนาดใหญ่สูงราวครึ่งเอว ปากกระถางเป็ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างร่วมวา ตัวกระถางเป็สีแดงเข้มทั้งยังเรืองแสงสีแดงวับวาวออกมาพร้อมกับพลังธาตุไฟอันเข้มข้นที่แผ่ออกปะทะใบหน้า
โค่วฉางคงกล่าวต่อไปว่า “นี่คือของที่ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์ทุกคนต้องมี การหลอมประดิษฐ์มีหลายขั้นตอนรายละเอียดซับซ้อน จำต้องใช้ของสิ่งนี้ช่วยจึงจะสำเร็จได้ กระถางหลอมประดิษฐ์คุณภาพดีจะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสที่จะหลอมประดิษฐ์สำเร็จเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว และนี่คือกระถางหลอมประดิษฐ์ขนาดทั่วไป หาก้าหลอมประดิษฐ์อาวุธยาวเช่น ทวน ง้าวหรือขวานศึก ก็จำเป็จะต้องใช้กระถางหลอมประดิษฐ์อีกประเภทที่มีความยาวมากกว่านี้ แน่นอนว่า หากมีฝีมือระดับข้าคิดจะหลอมประดิษฐ์ด้วยมือเปล่าก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ว่าความสามารถของเ้าใจยามนี้ยังทำไม่ได้...”
“ที่แท้ การหลอมประดิษฐ์ก็ยังต้องมีสิ่งสำคัญที่ใช้เป็‘เครื่องมือ’อยู่อีก...” ในยามนี้ไป๋หยุนเฟยเข้าใจสิ่งที่โค่วฉางคงบอกกล่าวแล้ว แต่ทว่าในใจกลับบังเกิดความสงสัยขึ้น “แล้วไฉน...”
“เ้าคงสงสัยว่า แล้วเหตุใดข้าจึงไม่ให้เ้าใช้กระถางหลอมประดิษฐ์ในการหลอมประดิษฐ์แต่แรกกระมัง?”
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ายอมรับ โค่วฉางคงจึงกล่าวต่อ “เ้าเป็ถึงศิษย์สายตรง การเริ่มต้นก็ต้องยากลำบากกว่าศิษย์อื่นเป็ธรรมดา อีกอย่างข้าเองก็คาดหวังในตัวเ้ามากกว่าปกติ การหลอมประดิษฐ์ในสิบวันที่ผ่านมานี้ ก็เพื่อให้เ้าได้เข้าใจกระจ่างถึงความยากในการหลอมประดิษฐ์ ต่อไปเมื่อเ้าหลอมประดิษฐ์ก็จะระมัดระวังตั้งใจ มิหนำซ้ำยังทำให้เ้าได้เผชิญกับปัญหาต่างๆมากขึ้น ข้าเองก็จะได้อธิบายให้ละเอียดและรอบด้านยิ่งขึ้น”
“ที่ข้ากล่าวไป บางทีเ้าจะยังไม่เข้าใจ เอาเถอะ ยามนี้ข้าจะสอนวิธีการใช้กระถางหลอมประดิษฐ์ จากนั้นจะให้เ้าได้ทดลองใช้เพื่อหลอมประดิษฐ์อาวุธิญญาขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วเ้าก็จะเข้าใจสิ่งที่ข้ากล่าวไปเมื่อครู่ได้เอง”
โค่วฉางคงเดินไปที่ข้างกระถางหลอมประดิษฐ์ จากนั้นยื่นมือขวาแตะที่ข้างกระถาง หลังจากส่งพลังิญญาเข้าไปกระถางก็เริ่มแผ่แสงสีแดงสว่างขึ้นก่อนจะรวมตัวกลายเป็ลูกไฟอยู่ภายในที่กึ่งกลางกระถางหลอมประดิษฐ์
“กระถางหลอมประดิษฐ์สร้างจากวัตถุดิบธาตุไฟ ดังนั้นจึงสามารถใช้มันเป็ตัวกลางเพื่อส่งผ่าน รวบรวมและควบคุมการใช้ไฟได้อย่างง่ายดาย” ระหว่างที่โค่วฉางคงอธิบายก็สะบัดมือซ้าย แล้วก้อนสินแร่ขนาดเท่าศีรษะก็ถูกโยนลงไปในกระถาง แต่ไม่ทันไรก็ถูกหลอมแยกจนเหลือขนาดเท่ากำปั้น
“ภายในกระถางถูกแบ่งเป็ส่วนย่อยขนาดเล็กมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งสามารถควบคุมให้เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปเป็รูปทรงตามที่้าเพื่อช่วยในการขึ้นรูประหว่างการหลอมประดิษฐ์ ส่วนด้านนอกยังมีช่องขนาดเล็กที่สามารถใส่วัตถุดิบรองเพื่อความสะดวกต่อการผสมให้เหมาะสมตามเวลา” โค่วฉางคงสะบัดมือซ้ายอีกครั้ง วัตถุดิบรองหลากหลายชนิดก็ถูกใส่ลงในช่องข้างกระถาง พร้อมกับเสียงดังแกร๊กที่เกิดขึ้น ด้านล่างของกระถางก็ปรากฏเบ้ารูปมีดสั้นขึ้น แล้ววัตถุดิบทั้งมวลที่ถูกหลอมด้วยไฟก็ลงไปอยู่ในเบ้าก่อนจะเปลี่ยนรูปทรงกลายเป็มีดสั้น “แม้จะมีกระถางหลอมประดิษฐ์ช่วยขึ้นรูป แต่การหลอมและควบคุมพลังไฟก็ยังต้องทำอยู่เช่นเดิม เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่ารูปทรงและปริมาณวัตถุดิบจะไม่ผิดเพี้ยนไป”
“สุดท้ายก็คือการควบกลั่น ขั้นตอนนี้ก็สามารถใช้กระถางหลอมประดิษฐ์ช่วยในการควบคุมการสั่นกระเพื่อมและการเปลี่ยนแปลงของพลังิญญาให้ละเอียดยิ่งขึ้น” ขณะที่โค่วฉางคงกล่าวประโยคสั้นๆนี้ พลังิญญาที่สั่นกระเพื่อมจนไป๋หยุนเฟยใจสั่นสะท้านก็พลันหายไป แล้วแสงสีแดงก็ดับวูบลงพร้อมกับลูกไฟที่แตกกระจายหายไป จากนั้นก็มีมีดสั้นสีแดงเข้มเล่มหนึ่งปรากฏอยู่ในมือโค่วฉางคง
อาวุธิญญาเล่มนี้หลอมประดิษฐ์สำเร็จในเวลาเพียงไม่นาน มิหนำซ้ำเวลาที่ใช้ก็ลดลงกว่าครั้งที่หลอมประดิษฐ์เป็ตัวอย่างแก่ไป๋หยุนเฟยเมื่อสิบวันก่อนกว่าครึ่งด้วยซ้ำ
ไป๋หยุนเฟยตั้งใจจดจ่อั้แ่ต้นจนจบ ระหว่างที่จ้องมองทุกความเคลื่อนไหวของโค่วฉางคงไม่วางตา สมองก็จดจำทุกรายละเอียดที่อีกฝ่ายบอกกล่าวออกมาโดยไม่ตกหล่น
โค่วฉางคงปล่อยให้ไป๋หยุนเฟยทำความเข้าใจอยู่สักพัก จากนั้นจึงกล่าวว่า “หยุนเฟย เ้ามาลองหลอมประดิษฐ์ดูสักครั้งเถอะ!”
ไป๋หยุนเฟยสูดลมหายใจลึกคราหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงก้าวเท้าออกสองก้าวไปที่ด้านข้างของกระถางหลอมประดิษฐ์
……
จากนั้นจึงเริ่มทำตามขั้นตอนที่โค่วฉางคงได้อธิบายไปก่อนหน้า มันใช้ฝ่ามือแตะที่ข้างกระถางพร้อมกับส่งพลังิญญาเข้าไป พลังธาตุไฟก็รวมตัวเกิดเป็ลูกไฟอันร้อนแรงขึ้นอีกครั้งที่กึ่งกลางกระถาง
โยนก้อนสินแร่ลงไป ใส่วัตถุดิบรองหลากชนิด ทำการหลอมแยก ผสมขึ้นรูป ควบกลั่น... ทีละขั้นทีละตอนตามลำดับ ไป๋หยุนเฟยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า --- สะดวกราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรค
กระทั่งลูกไฟแตกกระจายออก ก็ปรากฏมีดบินเล่มสีเงินแวววับวางอยู่ในกระถางหลอมประดิษฐ์ ไป๋หยุนเฟยกลับเหม่อมองกระถางหลอมประดิษฐ์ด้วยสายตาซึมเซาอยู่เนิ่นนาน
ยามที่วัตถุิญญาชิ้นนี้หลอมประดิษฐ์สำเร็จ มันกลับรู้สึกแค่เพียงว่า.... ง่ายดาย?
มิผิด หากเปรียบเทียบกับการหลอมประดิษฐ์ในสิบวันที่ผ่านมา การหลอมประดิษฐ์เมื่อครู่ใช้เวลาสั้นๆเพียงชั่วน้ำเดือด ทั้งยังกล่าวได้ว่าทุกอย่างทำได้สำเร็จอย่างง่ายดาย ราวกับพลิกฝ่ามือ!
ไป๋หยุนเฟยตะลึงงันอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายจึงหยิบมีดบินสีเงินขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นสุดระงับ รูปทรงธรรมดา ยาวสามนิ้ว กว้างเท่านิ้วมือ นี่เป็มีดบินรูปทรงธรรมดาที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์มีดบินเล่มนั้นนั่นเอง
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“พลังโจมตี: 181”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 50 แต้ม”
แม้จะเป็เพียงกึ่งวัตถุิญญา แต่ก็เข้าใกล้ขอบเขตของวัตถุิญญามากแล้ว ยามไป๋หยุนเฟยลูบคลำััมีดเล่มเล็กนี้ ดวงตามันก็ฉายแววตื่นเต้นออกมาอย่างชัดเจน
โค่วฉางคงพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพอใจ จากนั้นจึงกล่าวว่า “ประเสริฐมาก หยุนเฟย จดจำความรู้สึกเมื่อครู่ไว้ให้ได้ วิชาหลอมประดิษฐ์... ก็เป็เช่นนี้เอง!”
ไป๋หยุนเฟยเก็บมีดบิน จากนั้นจึงตอบอย่างนอบน้อมว่า “ศิษญ์ทราบแล้วท่านอาจารย์!”
โค่วฉางคงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “ยามนี้ก็ไม่เช้าแล้ว พอเท่านี้ก่อนเถอะ วันนี้เ้าไม่ต้องหลอมประดิษฐ์อีกแล้ว รักษาสภาวะเช่นนี้เอาไว้ ยึดหลักการหลอมประดิษฐ์ที่เ้าทำสำเร็จเป็หลัก นำมาประยุกต์กับประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาในหลายวันนี้ เชื่อว่าเมื่อเ้าทำการหลอมประดิษฐ์ครั้งต่อไป จะสามารถพัฒนาก้าวะโได้อย่างแน่นอน ต่อให้เป็วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับกลางก็คงไม่เกินความสามารถ!”
ไป๋หยุนเฟยรับคำ “ทราบแล้วท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ศิษย์ค่อยมาใหม่...”
โค่วฉางคงสั่นศีรษะเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ไม่ต้องแล้ว ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป เ้าไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว”
“เอ๊ะ?” ไป๋หยุนเฟยตื่นใ “แต่ว่า...”
“สิ่งจำเป็ที่เ้าต้องเรียนรู้ในขั้นตอนทั้งหมดข้าก็ได้ถ่ายทอดให้เ้าแล้ว ที่เ้ายังขาดอยู่ก็คือทำความคุ้นเคยกับเคล็ดการหลอมประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะหลอมประดิษฐ์ได้สำเร็จ” โค่วฉางคงยิ้มพลางกล่าวว่า “วันพรุ่งนี้เ้าไปพบซ่งหลิน และขอให้มันจัดเตรียมถ้ำหลอมประดิษฐ์บนยอดเขาประจิมให้แก่เ้าเพื่อใช้ในการฝึกฝนการหลอมประดิษฐ์ หลังจากนั้นข้าจะตรวจสอบความก้าวหน้าในการฝึกฝนของเ้าทุกสิบวัน ใน่เวลานี้หากเ้าประสบปัญหาใด ก็สามารถขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่ใหญ่ของเ้า แต่จะมาพบข้าโดยตรงก็ได้เช่นกัน”
ที่จริงแล้ว ด้วยฐานะเ้าสำนักของโค่วฉางคง การปลีกตัวมาถ่ายทอดวิชาด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องถึงสิบวันเช่นนี้ ก็พอจะบอกได้แล้วว่าให้ความสำคัญต่อไป๋หยุนเฟยเพียงใด
ไป๋หยุนเฟยใคร่ครวญชั่วขณะก็พลันเข้าใจ มันจึงกล่าวอย่างนอบน้อม “ศิษย์ทราบแล้ว ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะสั่งสอน ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝนให้มาก จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง!”
“อืม ข้าเชื่อใจเ้า แต่ว่าการหลอมประดิษฐ์ใช่ว่ารีบร้อนคร่ำเคร่งแล้วจะยิ่งประสบความสำเร็จ เ้าอย่าได้กระหายต่อความสำเร็จจนเกินไป” โค่วฉางคงหยิบแหวนสีเทาวงหนึ่งออกมาส่งให้ไป๋หยุนเฟยก่อนจะกล่าวว่า “ในแหวนช่องมิตินี้มีวัตถุดิบหลอมประดิษฐ์อยู่จำนวนหนึ่ง น่าจะเพียงพอให้เ้าใช้ฝึกฝนได้สักระยะ ภายในยังมีม้วนตำราเล่มหนึ่งที่บันทึกรายละเอียดวิธีการหลอมประดิษฐ์ อัตราส่วนวัตถุดิบ เคล็ดลับการหลอมประดิษฐ์และบันทึกจากประสบการณ์ของข้าอีกด้วย เ้านำไปอ่านศึกษาดู คงไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ และกระถางหลอมประดิษฐ์ใบนี้เ้าก็เก็บเอาไว้ ด้วยความสามารถของเ้ายามนี้นับว่าเหมาะสมต่อการใช้งานแล้ว”
ไป๋หยุนเฟยตาเป็ประกายพร้อมกับรีบรับมา
โค่วฉางคงโบกมือ “เอาเถอะ เ้ากลับไปยังยอดเขาประจิมได้แล้ว...”
รอกระทั่งไป๋หยุนเฟยจากไป ห้องอันว่างเปล่านี้ก็มีเสียงถอนหายใจของโค่วฉางคงแว่วสะท้อนขึ้น “ครั้งแรกที่กำหนดการทดสอบสามเดือน นับว่ายากเกินไปสำหรับมันจริงๆ วัตถุิญญาชั้นปฐี เป็ไปไม่ได้เลยที่มันจะหลอมประดิษฐ์ออกมาได้...”
“หรือบางทีข้าควรจะประกาศยกเลิกการทดสอบ...”
