นอกเมืองชิงจิง
ถงอันอันยืนอยู่ในห้องลับใต้หลังคา สายตามองไปทางวังหลวงพลางปาดเหงื่อ
“ท่านผู้ดูแล ทางโน้นมีฝูงเมฆค้างคาวทมิฬบินมา เป็เ้าตำหนักจื่อขอรับ!” หัวโล้นคนหนึ่งบอกถงอันอันก่อนทำท่าจะออกไปอย่างตื่นเต้น
“ไม่ได้!” ถงอันอันตบหัวโล้นหน้าทิ่มพื้น
“ทะ ท่านทำอะไร?” หัวโล้นคนนั้นถามอย่างใ
“จูหงอีก็อยู่ด้วย ซ่อนตัวไว้ก่อน อย่าโผล่หน้าออกไป!” ถงอันอันตอบเสียงเข้ม
“จูหงอีอยู่แล้วท่านกลัวอะไร?”
“ผายลมเถอะ หวังเค่อเองก็อยู่เหมือนกัน พอมันเห็นเ้า มันจะไม่รู้เรอะว่าข้าอยู่ในเมืองชิงจิง? ซ่อนตัวไว้ รอไปพบท่านเ้าตำหนักจื่อทีหลัง!” ถงอันอันถลึงตา
“ท่านผู้ดูแล ข้ารู้สึกว่าท่านเดี๋ยวนี้ใจเสาะขึ้นมาก กลัวไปเสียทุกอย่าง! ทำตัวเป็เต่าหดหัว!”
“ผายลม พวกเ้ายังอยากโดนจับอีกหรือไร! ข้าแค่รอบคอบต่างหาก!” ถงอันอันถลึงตา
กลุ่มหัวโล้นพากันคอย่นอย่างอับจนหนทาง
“แล้วข้างท่านเ้าตำหนักนั่นคือ…?” หัวโล้นคนหนึ่งถามอย่างใ
“เนี่ยเทียนป้า?” ถงอันอันเองก็ตะลึง
บนหมู่เมฆค้างคาวไม่ไกลออกไป มีฝูงชนในชุดดำจำนวนมากยืนอยู่ จางเสินซวีนอนหมดสติอยู่ ตรงหน้าคือจื่อปู้ฝานผู้งดงามพร้อมเนี่ยเทียนป้าทางด้านข้าง
“เ้าจางเสินซวีนี่โดนข้าวางยา อีกนานกว่าจะได้สติ!” เนี่ยเทียนป้าอธิบาย
“เดิมทีต้องเป็จางหลี่เอ๋อร์ที่ถูกจับ แต่ได้จางเสินซวีก็ไม่เป็ไร พี่น้องคู่นี้ในอดีตระมัดระวังตัว ข้าส่งคนไปหลายชุดก็ยังจับไม่ได้! แต่เ้ากลับจับมันกลับมาได้! ดี ทำดีมาก!” จื่อปู้ฝานพยักหน้า
“ขอบคุณท่านเ้าตำหนัก!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างซึ้งใจ
“เ้ากับหวังเค่อมีความแค้นกัน?” จื่อปู้ฝานมองเนี่ยเทียนป้า
“เป็ศัตรูไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า! ท่านเ้าตำหนัก ท่านอยากกวาดล้างตระกูลหวังเมืองชิงจิงเพื่อนายน้อยจื่อใช่หรือไม่? เช่นนั้นขอให้ข้าได้ฆ่าหวังเค่อเป็คนสุดท้าย!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“นั่นขึ้นอยู่กับความสามารถของเ้า!” จื่อปู้ฝานตอบอย่างสงบ
“ท่านเ้าตำหนัก เมืองชิงจิงนี้ข้าเคยมาเยือน ข้าจะช่วยท่านตามหาหวังเค่อกับพวกพ้อง แต่พวกมันสมควรอยู่ในวังหลวง! อ๊ะ ข้าเห็นแล้ว นั่นไง นั่นหวังเค่อ!” เนี่ยเทียนป้าอุทานอย่างยินดี
ครั้งนี้ตนเสียศิลาิญญาแสนห้าหมื่นชั่งของจื่อปู้ฝานไป เดิมคิดว่าต้องซวยแน่แล้ว นึกไม่ถึงว่าจางเสินซวีที่ตนนำกลับมาด้วยจะทำให้จื่อปู้ฝานพอใจยิ่ง เนี่ยเทียนป้ารู้สึกว่าความซวยทั้งหมดมลายหายไป ทุกสิ่งจากนี้จะดำเนินไปอย่างราบรื่น
ข้าเพียง้าตามหาหวังเค่อ นึกไม่ถึงว่าแค่กวาดตามองก็พบแล้ว
ทุกอย่างกำลังจะราบรื่นแล้ว?
“นั่นไง ฮ่าฮ่า หวังเค่อมันหนีไม่รอดแล้ว ท่านเ้าตำหนัก ข้าจะลงมือเอง ข้าจะฆ่ามัน ท่านช่วยข้าดูทีว่ารอบตัวมันยังมีคนคอยช่วยหรือไม่!” เนี่ยเทียนป้าะโโลดเต้นอย่างยินดี
ไกลออกไป ทันทีที่หวังเค่อออกมาจากวังหลวง มันก็เห็นมารกลุ่มใหญ่กำลังเหินลงมาจากฟากฟ้า
หวังเค่อตะลึงไป จากนั้นหันหลังไปะโทางวังหลวง
“ทุกคนออกมาเร็ว เร็ว จูเยี่ยนด้วย ออกมาเร็วเข้า!” หวังเค่อแหกปากทันที
ไม่นาน กลุ่มศิษย์ลัทธิมารในชุดดำก็เดินออกมาจากวังหลวงด้านหลังหวังเค่อ ยืนเรียงข้างหวังเค่อทีละคน
ข้างกายหวังเค่อมีมารยี่สิบสามสิบตนยืนเคียงคู่ เนี่ยเทียนป้าที่กำลังจะลงมือพอมองเห็นเป็ต้องหน้าแข็งค้าง ท่วงท่าสภาวะกระโจนหยุดชะงักในทันที
“ท่านเ้าตำหนัก หวังเค่อมันเตรียมตัวมา!” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างขวยเขิน
“ฟุ่บ!”
กลุ่มคนบนเมฆทิ้งร่างลง
“น้อมรับเ้าตำหนักจื่อ!” เหล่ามารฝั่งหวังเค่อค้อมศีรษะคารวะเล็กน้อย
เมื่อเห็นเหล่ามารคารวะให้จื่อปู้ฝาน เนี่ยเทียนป้าก็สายตาเป็ประกาย “พวกเ้าเป็ศิษย์ลัทธิมาร? เห็นเ้าตำหนักจื่อยังไม่หลีกทางอีก? พวกเราแค่มาจับหวังเค่อ! ผู้ใดกล้าขวางทางพวกเราเท่ากับเป็ศัตรู!”
เนี่ยเทียนป้าคิดขู่กลุ่มชุดดำข้างหวังเค่อให้กลัว แต่พวกชุดดำทั้งหมดล้วนไม่สนใจเนี่ยเทียนป้า
“จูเยี่ยน? เ้ารับปากข้า แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ!” จื่อปู้ฝานมองจูเยี่ยนด้านหลังหวังเค่อก่อนเอ่ยเสียงเข้ม
จูเยี่ยนหน้าแข็งค้าง “เ้าตำหนักจื่อ ข้า้าช่วยท่านจริงๆ แต่ว่า…!”
จูเยี่ยนเวลานี้ยากจะออกปาก ข้าพยายามช่วยท่านแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าเื่มันจะเลยเถิดถึงขั้นนี้?
แม้จื่อปู้ฝานจะเอ่ยปากด่าจูเยี่ยน หากสายตากลับจ้องหวังเค่อเขม็ง
คนที่ทำลายแผนข้าหลายครั้งคือเ้าสินะ? ครั้งนี้ข้ามาด้วยตัวเอง ไม่มีใครช่วยเ้าได้ทั้งนั้น
“เ้าตำหนักจื่อ ในที่สุดท่านก็มา ข้ารอท่านมานานแล้ว!” หวังเค่อรีบก้าวออกไปเอ่ยอย่างสุภาพ
“หือ?” จื่อปู้ฝานเลิกคิ้ว
ลูกน้องด้านหลังจื่อปู้ฝานเองก็เผยสีหน้าประหลาด หวังเค่อเสียสติไปแล้ว? เ้ามองไม่ออกหรือว่าพวกเรามาเพื่อฆ่าเ้า? ไม่เพียงไม่หนี แต่ยังกล้าเดินเข้าหาอีก?
“รอข้าอยู่นานแล้ว? ฮ่าฮ่า เ้าคือหวังเค่อรึ? เหอะ เ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามาที่นี่ทำไม?” จื่อปู้ฝานมองหวังเค่ออย่างหยามเหยียด
“ข้าย่อมต้องรู้ เ้าตำหนักจื่อ! ท่านทำไมถึงมาช้านัก! ข้าเปิดห้องรอรับท่านไว้แล้ว! อยู่ในห้องโถงด้านหลังท่าน!” หวังเค่อชี้ไปทางห้องโถงด้านหลัง
“เอ๋?” เนี่ยเทียนป้ากับเหล่าชายชุดดำต่างชะงักไป
เปิดห้องรับ?
“ข้ารู้ว่าท่านเ้าตำหนักจื่อกับข้ามีเื่เข้าใจผิดกัน แต่เื่เข้าใจผิดทุกอย่างล้วนสามารถคลี่คลายได้! เพื่อช่วยคลี่คลายเื่เข้าใจผิด ข้าจึงได้ลำบากช่วยท่านตระเตรียมการพบปะนี้ขึ้น!” หวังเค่ออธิบายด้วยรอยยิ้ม
“เข้าใจผิด? เหอะ หวังเค่อ เ้าคิดว่าจะสะสางความเข้าใจผิดนี้ได้รึ?” เนี่ยเทียนป้าเยาะเย้ย
เื่นี้เกี่ยวพันถึงว่าเหลนทวดของจื่อปู้ฝานจะครองแผ่นดินได้หรือไม่ เ้าคิดว่าจะยังมีทางให้หันกลับ? วันนี้ไม่เพียงเ้าต้องตาย แต่ตระกูลหวังของเ้าเองก็ไม่รอด
“เ้าตำหนักจื่อ เขาอยู่ด้านในแล้ว วันนี้ถึงกับแต่งเนื้อแต่งตัวเป็พิเศษ! ดูสมชายชาตรียิ่ง! เขาบอกว่าอยากคุยกับท่าน! เ้าตำหนักจื่อ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ท่านไม่เข้าห้องไปคุยกับเขาหน่อยหรือ?” หวังเค่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ชายชุดดำกับเนี่ยเทียนป้าต่างเบิกตากว้าง
นี่เื่อะไร? ข้าได้ยินอะไรไป?
วิธีแก้ไขความเข้าใจผิดและประจบเอาใจจื่อปู้ฝานของหวังเค่อก็คือการเปิดห้องรับรองแถมบุรุษให้? โสเภณีชาย? เ้าทำบ้าอะไร? ล่อลวงด้วยบุรุษ? ให้จื่อปู้ฝานพูดคุยคลี่คลายความเข้าใจผิด?
“หวังเค่อ เ้าเสียสติไปแล้ว เ้ากล้าลบหลู่เ้าตำหนักจื่อ? รนหาที่ตาย! พี่น้องทั้งหลาย ไปฉีกปากหวังเค่อร่วมกับข้าเถอะ!” เนี่ยเทียนป้าร่ำร้อง
“หุบปาก!” จื่อปู้ฝานส่งเสียงหยุดเนี่ยเทียนป้าไว้
เนี่ยเทียนป้าชะงักไป ท่านเ้าตำหนักให้ข้าเงียบทำไม?
“เขาแต่งตัวเพื่อข้าโดยเฉพาะ?” จื่อปู้ฝานถามอย่างแปลกใจ
เนี่ยเทียนป้าจ้องจื่อปู้ฝานเขม็ง ท่านเ้าตำหนัก หวังเค่อมันลบหลู่ความบริสุทธิ์ของท่าน ไฉนท่านถึงทำเสียงแบบนั้น? แถมทำไมยังดูตื่นเต้นยินดีอีก?
“ถึงข้าไม่ได้รับอนุญาตให้พูด แต่วันนี้เขาก็แต่งตัวใหม่ แถมยังเปลี่ยนทรงผม ดูหล่อกว่าเดิมเป็กอง! ท่านเ้าตำหนักจื่อ ดูเถอะ เขารอนานเกินไปแล้ว ทำไมท่านถึงไม่เข้าไปพูดคุยสักที? พวกเราจะคอยเฝ้าประตูให้ รับรองว่าไม่มีใครขัดจังหวะท่านได้! ถึงอย่างไร โอกาสแบบนี้ก็หายากนัก!” หวังเค่อเร่งเร้า
เนี่ยเทียนป้ากับคนที่เหลือถลึงตา หวังเค่อ เ้าพูดบ้าอะไร? เห็นเ้าตำหนักจื่อเป็คนเช่นนั้น? ให้ไปพบโสเภณีชายต่อหน้าต่อตาทุกคน? ส่วนเ้าช่วยเฝ้าประตูดูต้นทางให้?
“ได้!” จื่อปู้ฝานพยักหน้า
“ท่านเ้าตำหนัก!” เนี่ยเทียนป้ากับคนที่เหลือต่างอุทาน
ท่านเ้าตำหนัก ท่านทำแบบนี้ได้ยังไง? ไม่ใช่ท่านมาเพื่อฆ่าหวังเค่อ? นี่ท่านจะรับสินบนของมันง่ายๆ แบบนั้น? ความมุ่งมั่นตั้งใจท่านหายไปไหนหมด?
“พวกเ้ารออยู่ด้านนอก ห้ามส่งเสียง รอข้ากลับออกมา!” จื่อปู้ฝานสั่งเสียงเข้ม
“หา?” เนี่ยเทียนป้าอุทานอย่างใ
ทะ ทะ ทะ ท่านเป็เ้าตำหนักแบบไหน? เมื่อครู่ยังทำท่าจะฆ่าหวังเค่ออยู่เลย พอหวังเค่อเปิดห้องรับรองให้บอกว่ามีคนรออยู่ ท่านก็คุมตัวเองต่อไม่ไหวแล้ว? อยากวิ่งโร่เข้าไปเสียเต็มประดา? แม่งเอ๊ย ทำไมกัน?
“ทราบ!” กลุ่มมารที่จื่อปู้ฝานนำมาด้วยขานรับ
จากนั้น จื่อปู้ฝานก็เข้าไปในห้องโถงเพียงลำพัง
“ปัง!”
หวังเค่อเป็คนช่วยปิดประตูให้ จากนั้นยืนเฝ้าอารักขาประตูอย่างแข็งขัน
เนี่ยเทียนป้ามองดูประตูปิดลงด้วยโทสะลุกท่วม นี่เกิดบ้าอะไรขึ้น
“หวังเค่อ เ้า นี่เ้ารู้จักใช้มนต์มหาเสน่ห์ด้วย?” เนี่ยเทียนป้ามองหวังเค่ออย่างดุร้าย
“ไม่รู้! มนต์มหาเสน่ห์บ้าบออะไร?” หวังเค่อถามอย่างสงสัย
“งั้นทำไม ทำไมท่านเ้าตำหนักถึงได้ฟังเ้า…เมื่อกี้…!” เนี่ยเทียนป้าไม่กล้าถามต่อ
“เพราะเ้าตำหนักจื่อเป็ทารกแกนิญญา มีญาณเทวะอยู่ นางแค่แผ่ญาณเทวะออกก็รับรู้ถึงสภาพภายในห้องได้แล้ว!” หวังเค่ออธิบาย
“แต่ว่า แต่ว่า…!” เนี่ยเทียนป้าพูดไม่ออก
พอกวาดญาณเทวะออก เ้าตำหนักจื่อก็เมินเฉยศัตรูตรงหน้า วิ่งโร่เข้าไปหาโสเภณีชายในห้องเลย? ในห้องนี้มีบุรุษหมาป่าพยัคฆ์แบบไหนอยู่กันแน่?
“หือ? จางเสินซวี? ทำไมมันถึงโดนเ้าจับมาได้?” หวังเค่อมองดูจางเสินซวีที่ถูกเหล่ามารคร่ากุมไว้อย่างแปลกใจ
จางเสินซวีที่หมดสติถูกโยนทิ้งลงกับพื้น
“เหอะ เื่นี้ต้องขอบคุณเ้า! ห้องลับใต้ดินของเรือนน้ำชากงอี้ในเมืองจูเซียน! เ้ารู้ไหมว่าเพราะข้าพาตัวจางเสินซวีกลับมาด้วย ท่านเ้าตำหนักถึงยอมละเว้นเื่ศิลาิญญาแสนห้าหมื่นชั่งที่ข้าใช้ไป!” เนี่ยเทียนป้ากล่าวอย่างภาคภูมิ
“จางเสินซวี เ้าไม่ได้เป็คนจับมาเอง? วันนั้นเป็ข้า…บ้าชิบ ไม่ได้การ!” หวังเค่อเผยสีหน้ากังวล
“อะไร? เกิดอะไรขึ้น?” เนี่ยเทียนป้าถามอย่างแตกตื่น
“พวกเ้า ทำไมถึงพาจางเสินซวีมาที่ชิงจิงด้วย? ตอนนี้จางหลี่เอ๋อร์กับพวกหาจางเสินซวีไม่พบ โม่ซันซันเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน พวกนางจะต้องไล่ตามข้ามาแน่!” หวังเค่อกังวล
“ประเสริฐเลยมิใช่รึ? ฮ่าฮ่าฮ่า โทสะของจางหลี่เอ๋อร์จะพุ่งมาที่เ้า! เ้าจะต้องแบกรับโทสะของพรรคอีกาทองคำ!” เนี่ยเทียนป้าหัวเราะอย่างตื่นเต้น
“ผายลม โทสะบ้าบออะไร! ในที่สุดข้าก็ขอให้โม่ซันซันช่วยข้าคลี่คลายจางหลี่เอ๋อร์ให้หยุดไล่ตามตื๊อข้า ตอนนี้นางดันมีข้ออ้างลงมืออีกแล้ว!” หวังเค่อเอ่ยอย่างกังวล
“เอ๋? อะ อะไร? จางหลี่เอ๋อร์? ศิษย์พี่หญิงใหญ่ของพรรคอีกาทองคำ? นางไล่ตามตื๊อเ้า?” ชายชุดดำข้างกายเนี่ยเทียนป้าถามอย่างใ
“ปัง!”
ตอนนี้เอง ประตูห้องโถงด้านหลังหวังเค่อพลันเปิดออก
เนี่ยเทียนป้ามองดูประตูห้องโถงอยู่สักพัก “จบเร็วปานนี้?”
แต่พอมองไปทางประตูห้องโถงที่เปิดอ้า จื่อปู้ฝานเดินออกมาด้วยใบหน้าหม่นทมึน ตามติดด้วยจูหงอี
“จะ เ้าตำหนักจู?” ฝูงคนชุดดำต่างอุทานอย่างใ
ไม่ใช่จื่อปู้ฝานเข้าไปพบโสเภณีชายในห้องโถง? ไหงเป็จูหงอีไปได้?
หรือจะเป็อย่างที่พวกเราคิด?
“จูหงอี เ้าหมายความเช่นไร? ทำไมเ้าถึงไม่อยากใช้เวลาร่วมกับข้า?” จื่อปู้ฝานจ้องจูหงอีเขม็งพลางถามเสียงเข้ม
“ที่ควรพูดข้าก็พูดไปแล้ว ข้าไม่อยากให้ชิงเอ๋อร์ต้องเข้าใจผิด!” จูหงอีตอบอย่างจริงจัง
หวังเค่อเพ่งมองก่อนจะหดหัวกลับ กลุ่มคนชุดดำที่คิดเอ่ยปากเองก็นิ่งงันไป เพราะบนแก้มของจูหงอีมีรอยริมฝีปากสีแดงสดประทับอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้จื่อปู้ฝานจะเข้าไปในห้องโถงไม่นาน แต่รอยริมฝีปากนี้ก็อธิบายทุกสิ่งอย่างแล้ว สมควรมีเื่ที่ไม่อาจพูดถึงเกิดขึ้น
ทว่ายามนี้ จื่อปู้ฝานมีสีหน้าโกรธเคือง ส่วนจูหงอีสีหน้าแข็งกระด้าง เห็นชัดว่าเป็จูหงอีไม่อยากสานต่อเื่ราว ดังนั้นจึงเปิดประตูออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
“จูหงอี เ้า เ้า เ้า…!” จื่อปู้ฝานใกล้จะะเิอยู่รอมร่อ
“เ้าตำหนักจื่อ โปรดระงับโทสะด้วย! ใจเย็นไว้ก่อน เดี๋ยวข้าเกลี้ยกล่อมเ้าตำหนักจูให้!” หวังเค่อรีบส่งเสียง
จูหงอี ท่านทำบ้าอะไร? ข้าขอให้ท่านเป็คนช่วยไกล่เกลี่ย ช่วยข้ากล่อมจื่อปู้ฝาน ท่านทำนางขุ่นข้องหมองใจ คนซวยคือข้าไม่ใช่หรือไร
“เ้าตำหนักจู ไม่ใช่ท่านรับปากจะคุยกับเ้าตำหนักจื่อให้หรอกรึ? เกิดอะไรขึ้น?” หวังเค่อถามอย่างกังวล
“หวังเค่อ เ้าไม่รู้เื่ราว ไม่ต้องสอดปาก!” จูหงอีถลึงตา
หวังเค่อ “…!”
ข้าไม่รู้เื่ราวตรงไหน? รอยริมฝีปากบนหน้านั่นท่านคืออะไร คิดว่าข้าตาบอด? ไม่รู้เื่? ต่อให้ไม่รู้ ท่านก็จะไปยั่วโทสะจื่อปู้ฝานไม่ได้ ขืนนางะเิเพลิงแค้นออกมาไม่ฟังเหตุใด คนซวยก็คือข้านี่ไง!
ทางด้านข้าง จูเยี่ยน เนี่ยเทียนป้า และศิษย์ลัทธิมารทั้งหมดล้วนต่างหวาดหวั่นสุดจะกล่าว อย่างไรเสีย คู่กรณีก็คือสองเ้าตำหนัก ใครมันจะกล้าสอดปาก
ทว่าหวังเค่อไม่พูดไม่ได้ เื่นี้เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของตระกูลหวัง! แต่จะเกลี้ยกล่อมพาตัวเองรอดพ้นสถานการณ์นี้ยังไงดี?
กล่อมจูหงอีอีกรอบ? ไม่ได้ ขืนมันเก็บของสะบัดก้นจากไปจะทำยังไง? ขั้นแรกต้องปลอบจื่อปู้ฝานให้ใจเย็นก่อน
“เ้าตำหนักจื่อ เ้าตำหนักจูเวลานี้ยังมีเื่ต้องคิดมาก ท่านอย่าได้เก็บไปใส่ใจจนเกิดโทสะเลยนะ! ความจริงแล้วข้าเองก็เข้าใจความคิดของเ้าตำหนักจู! ท่านรอก่อนเถอะ!” หวังเค่อตะล่อมจื่อปู้ฝานก่อน
อย่างไรเสียก็ไม่อาจล่วงเกินทั้งสองฝ่ายได้ เช่นนั้นก็เล่นตามน้ำไปก่อน
“เ้าเข้าใจอะไร?” จื่อปู้ฝานเอ่ยเสียงเย็น
“ข้าเข้าใจว่าความรู้สึกที่ท่านมีให้เ้าตำหนักจู ทุกคนล้วนสามารถมองเห็น นั่นยังเป็สาเหตุที่เ้าตำหนักจูไม่อาจยอมรับหัวใจของท่านได้! ท่านเองก็ต้องอดทนไว้ก่อน!” หวังเค่อเกลี้ยกล่อม
จูหงอีเห็นหวังเค่อออกหน้าพูดแก้ตัวให้ตนก็ละอายขึ้นมาเล็กน้อย ถึงอย่างไรตนก็รับปากว่าจะช่วยหวังเค่อ แต่ผลลัพธ์กลับ…
“เ้าไม่เคยโดนกับตัว! ยังกล้าให้ผู้อื่นอดทนอีก?” จื่อปู้ฝานถลึงตาใส่หวังเค่อ
“ใครบอกว่าข้าไม่เคย? เพราะข้ามีประสบการณ์นี่แหละถึงทราบว่าเ้าตำหนักจูคิดอ่านอย่างไร! เ้าตำหนักจื่อ ท่านรุกหนักขนาดนี้เ้าตำหนักจูไม่มีช่องหายใจเลย! ข้ารู้ว่าท่านชอบเ้าตำหนักจู แต่ความรักมีด้วยกันหลายรูปแบบ หากท่านบีบบังคับเ้าตำหนักจูเช่นนี้ เขาจะกลายเป็หวาดกลัวท่าน! ข้าเคยประสบมาก่อน! ข้ารู้หัวใจเ้าตำหนักจูดีที่สุด!” หวังเค่อปลอบ
“เ้า? เคยประสบ?” จื่อปู้ฝานขมวดคิ้ว
จูหงอีเองก็มองหวังเค่อด้วยแววตาสงสัย เ้าพูดบ้าอะไร? ข้าโดนรุกใส่จนไม่มีช่องหายใจ? ไม่ใช่สักหน่อย ข้าแค่ไม่อยากให้ชิงเอ๋อร์เข้าใจผิดเท่านั้นเอง
“ถูกต้อง ่นี้ข้าเองก็ประสบปัญหาแบบเดียวกับท่าน ข้าเองก็มีแฟนแล้ว แม้แฟนข้าจะไม่อยู่ แต่ข้าก็ถูกหญิงสาวอีกคนหมายปอง เพื่อให้เกียรติชื่อเสียงของนาง ข้าจะไม่ขอเอ่ยนาม ข้าบอกได้เพียงว่านางเป็ดวงธาตุทองคำขั้นสูงสุด เป็ที่หมายปองของผู้คนนับหมื่น แต่ข้าไม่ทราบด้วยเหตุใด บางทีนางอาจมองว่าข้าหล่อกว่าคนอื่น เอาเถอะ ข้าเองก็โดนนางรุกจนหายใจหายคอไม่ทัน! ข้าหวาดกลัวเหลือเกิน!” หวังเค่อทอดถอนใจ
“หา?” ทั้งสองมองหวังเค่ออย่างสงสัย
“หวังเค่อ เ้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่?” จูหงอีมองหวังเค่อด้วยสีหน้าพิกล
“เหอะ หวังเค่อ เ้าเป็แค่เซียนเทียน กลับโดนดวงธาตุทองคำขั้นสูงสุดรุกใส่? เ้าคิดหลอกใคร? เ้าพานางมาแสดงตัวได้หรือไม่? ดวงธาตุทองคำขั้นสูงสุดคนไหนมันตาบอดถึงขนาดชายตามองเซียนเทียนแบบเ้า!” จื่อปู้ฝานกล่าวอย่างหยามเหยียด
ขณะที่หวังเค่อกำลังจะบ่นต่อ
“แกว๊ก!” “แกว๊ก!”
……
ที่สุดขอบฟ้าพลันมีเสียงกระเรียนร้องดังมาจนทุกคนเงยหน้ามอง
“ศิษย์พรรคอีกาทองคำ?” ศิษย์ลัทธิมารถามอย่างใ
“นำมาโดยศิษย์พี่หญิงใหญ่พรรคอีกาทองคำ จางหลี่เอ๋อร์?” ศิษย์ลัทธิมารอีกคนอุทานอย่างแตกตื่น
หวังเค่อมองจื่อปู้ฝานอย่างแตกตื่น “ท่าน ท่านแค่อ้าปากพูด อีกฝ่ายก็มาเลย?”
“เ้าว่าอะไร?” จื่อปู้ฝานมองหวังเค่ออย่างเหม่อลอย
“ข้าว่าแล้ว ข้ากะแล้วว่านางต้องมาตามหาจางเสินซวี จบสิ้นแล้ว เนี่ยเทียนป้า ไอ้ตัวบัดซบ! ข้าอุตส่าห์ขอให้คนช่วยแก้ตัวให้ข้าแล้ว แต่เ้า เ้าดันล่อนางมาหาข้าอีกแล้ว!” หวังเค่อด่าเนี่ยเทียนป้าอย่างโกรธเกรี้ยว
เนี่ยเทียนป้า “…!”
ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย?
