“แย่แล้ว มีคนมาถึงก่อนพวกเรา!” ติงชิ่งที่เพิ่งมาถึงเชิงเนินทรายพร้อมกับต่งเย่าขมวดคิ้วและร้องะโออกไป “ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกคน เร็วเข้า”
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินเสียงะเิที่ดังสนั่นจาก้า พวกเขาต่างก็รู้สึกกังวล พวกเขาเดินทางมาหลายสิบลี้ เอาชนะหุ่นเชิดเหล็กดำสามกลุ่มได้สำเร็จ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะมาถึงที่ตั้งของสมบัติ กลับมีคนมาถึงก่อน นี่มันอะไรกัน!
หนอยแน่ะ ไม่สนว่าจะเป็ศิษย์ของสำนักใด หากมากล้าแย่งสมบัติของสำนักแม่มดเพลิงร้อนไปจากปากของพวกเราก็ต้องแย่งมันคืนมา! โดยไม่ต้องให้หัวหน้าติงชิ่งสั่ง เหล่าศิษย์สำนักแม่มดเพลิงร้อนทั้งแปดคนรวมถึงต่งเย่า ต่างก็ใช้ความเร็วสูงสุดมั่งหน้าขึ้นไปบนเนินทราย
ติงชิ่งกับต่งเย่าที่ขึ้นไปบนเนินทรายก่อน ต้องใกับทะเลสาบที่อยู่ตรงหน้า แต่ในไม่ช้าก็ใกับภาพการต่อสู้ที่ดุเดือดกลางทะเลสาบที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งพันหมี่
“น่ะ...นั่นคือสัตว์อสูรระดับสาม งูหลามไฟลายเมฆ ดูจากพลังของลูกพลังสัตว์อสูรและเสาไฟนั่นแล้ว งูหลามไฟลายเมฆตัวนี้น่าจะอยู่ในระดับสามขั้นสูงสุด สองคนนั้นเป็ใครกันแน่ ถึงได้ต่อสู้กับงูหลามไฟลายเมฆระดับสามชั้นสูงสุดได้ พลังของพวกเขาน่าจะไม่ด้อยไปกว่าหลงเฮ่อ หัวหน้าทีมเพลิงร้อนของสำนักเราเลย!” ดวงตาสีเขียวของต่งเย่าแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
แต่จุดที่ติงชิ่งสนใจแตกต่างจากต่งเย่าอย่างเห็นได้ชัด “เป็การใช้พลังิญญาที่พิลึกพิลั่นมาก ฝ่ามือเพลิงแดงเอย มีดเพลิงไฟเอย ดรรชนีเพลิงทองเอย วิชาธาตุไฟทั้งสามท่านี้ล้วนมีความลื่นไหลมาก ที่สำคัญคือยังมีวิชาธาตุทองและวิชาธาตุลมแทรกอยู่เป็ระยะๆ !
สิ่งที่พิลึกพิลั่นที่สุดคือวิชาแต่ละอย่างล้วนอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่วิชาทั้งสามธาตุที่แตกต่างกันสามารถใช้ร่วมกันได้อย่างลงตัว แต่ยังเพิ่มพลังซึ่งกันและกันอีกด้วย!”
“อีกคนหนึ่งก็ทรงพลังมาก! นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นหญิงสาวที่ทรงพลังขนาดนี้ นางใช้หมัดอะไรถึงได้ทรงพลังเพียงนี้กัน ลูกพลังสัตว์อสูรของสัตว์อสูรระดับสาม กลับถูกหมัดเดียวชกะเิได้! พลังนี้ช่างสุดยอด!”
“แม่เ้าโว้ย! คนพวกนี้มาจากไหนกันแน่ ถึงได้ผิดมนุษย์มนาขนาดนี้ สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสามได้!” เมื่อทั้งเจ็ดคนขึ้นมาบนเนินทราย ในไม่ช้าก็ต้องใกับการต่อสู้อันดุเดือดบนโขดหินตรงกลางทะเลสาบเบื้องหน้า
“นั่น...ดูเหมือนจะเป็ศิษย์ของสำนักิญญาเมฆานะ!” ชายหนุ่มคนหนึ่งหรี่ตาลงและกล่าว!
สำนักิญญาเมฆา? ั้แ่เมื่อไรกันที่สำนักิญญาเมฆามีลูกศิษย์ที่เก่งกาจถึงขนาดนี้ หรือว่าทั้งสองคนนี้จะเป็ตัวแกนนำของสำนักกระบี่ิญญาเมฆา เช่นเดียวกับหลงเฮ่อและคนอื่นๆ ในทีมเพลิงร้อนของสำนักเรา?
...
ความดุร้ายของงูหลามไฟลายเมฆระดับสามชั้นสูงสุด ทำให้ฉินหรูเยียนกับเซียวหลิงอวิ๋นต่างก็พบกับความยากลำบาก
แม้ว่าทั้งคู่จะเป็อัจฉริยะที่เก่งกาจที่สุดในระดับผู้ใช้พลังิญญาก็ตาม แต่ก็ยังถูกจำกัดด้วยพลังยุทธ์อยู่ดี
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับงูหลามไฟลายเมฆที่เกรี้ยวกราดแล้ว แม้จะเป็การเข้าปะทะเพียงสิบกว่าชั่วอึดใจ แต่ก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
“หลิงอวิ๋นน้อย สัตว์อสูรตัวนี้เก่งเกินไป พวกเราหนีกันเถอะ!” ฉินหรูเยียนใช้ ‘หมัดทลายภูผา’ ไปแล้วสิบสามหมัด จึงได้รู้ว่าลำพังตัวนางกับเซียวหลิงอวิ๋นยังไม่สามารถต่อกรกับงูหลามไฟลายเมฆตัวนี้ได้
ดูจากอาการบ้าคลั่งของสัตว์อสูรตัวนี้แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเซียวหลิงอวิ๋นน่าจะได้สมุนไพรมาเป็ที่เรียบร้อย
เมื่อได้ของมาแล้วก็ไม่จำเป็ต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้อีกต่อไป
“ได้! เ้าไปก่อนเลย!” เซียวหลิงอวิ๋นกล่าว ในขณะที่มือขวาของเขาก็มีดาบยาวเล่มหนึ่งปรากฏอยู่ในมือ ‘ดาบิญญาภูติน้ำ’
พร้อมด้วยการกวัดแกว่ง แสงดาบสีฟ้าก็ถูกปล่อยออกมาจากตรงด้านหน้าของเซียวหลิงอวิ๋น แแปรเปลี่ยนกลายเป็ดวงไฟสีฟ้าหลายร้อยดวง ก่อนจะพุ่งลงมาใส่หัวงูสีดำแดงเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วราวกับปรอทที่ไหลไปตามพื้น
วิชาระดับเหลืองขั้นสูงสุด ‘วิชาดาบเมฆาวารี’ กระบวนท่าที่สอง ‘เมฆาวารีร้อยคมดาบ’
นี่เป็ครั้งแรกที่เซียวหลิงอวิ๋นใช้ท่าดาบอันทรงพลังนี้ต่อหน้าผู้คน
วิชาดาบเมฆาวารีมีเพียงสี่กระบวนท่า กระบวนท่าหนึ่งจะทรงพลังกว่าอีกกระบวนท่าหนึ่ง
แต่ด้วยพลังยุทธ์ของเซียวหลิงอวิ๋นในปัจจุบัน ทำให้เขาพอที่จะสามารถใช้สามกระบวนท่าแรกได้อย่างถูไถ แต่กระบวนท่าที่สามนั้นทรงพลังจนเกินไป และใช้พลังิญญามากจนเกินไปด้วย การฟันเพียงครั้งเดียวก็ทำให้สูญพลังิญญาที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเขาไปจนเหี้ยน
แต่เซียวหลิงอวิ๋นย่อมไม่ทำสิ่งที่จะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายแน่
ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้กระบวนท่าที่สอง ‘เมฆาวารีร้อยคมดาบ’ ซึ่งสามารถใช่ต่อกรกับอีกฝ่ายได้ ยังคงมีพลังเหลือเอาไว้ให้ตัวเองใช้หนีได้ด้วย
เมื่อเผชิญกับกระบวนดาบที่รวดเร็วราวกับปรอทที่ไหลไปตามพื้นของเซียวหลิงอวิ๋น งูหลามไฟลายเมฆทื่ทรงพลังก็ไม่กล้าประมาท ปากงูขนาดใหญ่ของมันอ้าออก
“ฮ่า!” พลังสัตว์อสูรอันทรงพลังจำนวนมากกลายเป็หอกยาวสีดำแดงขนาดสองจั้งในอากาศด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง ทันทีที่หอกนี้สร้างเสร็จก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า พุ่งเข้าปะทะกับเมฆาวารีร้อยคมดาบทันที
“ปุๆๆ!”
หอกสีดำแดงนั้นก็เป็เหมือนดั่งัที่ว่ายข้ามทะเล ไม่มีอะไรที่ต้านทานมันได้ ทันทีที่หอกพุ่งเข้าปะทะ ก็ทำให้แสงดาบหลายสิบดาบต้องสลายไป แต่กระบวนดาบของเซียวหลิงอวิ๋นกระบวนท่านี้มีถึงหลายร้อยดาบที่มีจำนวนน้อยด้านหน้าและหนาแน่นด้านหลัง ยิ่งดาบหลังๆ พลังก็ยิ่งมากขึ้น
หลังจากที่หอกทำลายแสงดาบไปหกสิบเจ็ดดาบแล้ว ปลายหอกก็เริ่มสึกหรอ ดาบที่เจ็ดสิบทำให้ปลายหอกถึงกับแตกเป็เสี่ยงๆ หลังจากดาบที่เจ็ดสิบห้าไป หอกก็แตกเป็เสี่ยงๆ
ดาบที่เหลืออีกยี่สิบห้าดาบฟันไปที่งูหลามไฟลายเมฆพร้อมด้วยพลังของหอกที่แตกสลายไป
หัวงูสีดำแดงของงูหลามไฟลายเมฆก็กวัดแกว่งไปมา ‘วิ้ง’ แล้วก็มีโล่สีดำแดงปรากฏขึ้นมาบนหัวของมัน
“ปึกๆๆ...” ทั้งยี่สิบสามดาบปักลงบนโล่สีดำแดงด้วยความเร็วที่น่าใ โล่ที่สร้างจากพลังสัตว์อสูรสั่นไหวอย่างรุนแรง “ปึงๆ!” ก่อนที่ดาบสองเล่มสุดท้ายจะฟาดฟันลงมาอย่างแรง
โล่สีดำแดงสั่นอย่างรุนแรง ทนไม่ไหวอีกต่อไปและแตกออก! พลังที่ะเิออกมากระแทกเข้ากับงูหลามไฟลายเมฆ จนทำให้มันต้องหลับตาและล้มตัวลงไปในทะเลสาบ
“ไปเร็ว!” ทางด้านฉินหรูเยียนก็เรียกกระสวยแสงสายัณห์ออกมา ในตอนที่เซียวหลิงอวิ๋นกำลังปล่อยร้อยลำแสงดาบเมฆาวารีใส่อย่างบ้าคลั่ง จนเมื่อโล่สีดำแดงแตกออก ฉินหรูเยียนก็ะโขึ้นไปบนกระสวยแสงสายัณห์ที่ปรากฏออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้ว และอัดพลังิญญาของตัวเองใส่เข้าไปในกระสวยแสงสายัณห์อย่างบ้าคลั่ง แล้วจึงะโเรียกเซียวหลิงอวิ๋นที่อยู่ด้านล่าง
“ฟิ่ว!” เซียวหลิงอวิ๋นะโขึ้นไปบนกระสวยแสงสายัณห์
ฉินหรูเยียนที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วปล่อยพลังิญญาทันที
กระสวยแสงสายัณห์กลายเป็สายรุ้งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่องูหลามไฟลายเมฆโผล่หัวงูขนาดใหญ่ของมันขึ้นมาจากผิวน้ำอีกครั้ง กระสวยแสงสายัณห์ก็บินออกไปไกลเป็ร้อยจั้งแล้ว
“ฟ่อ!” มันมองไปยังกระสวยแสงสายัณห์ที่บินจากไปอย่างรวดเร็ว งูหลามไฟลายเมฆก็คำรามออกมา ตัวที่ใหญ่ั์ของมันเลื้อยไปตามผิวน้ำและว่ายตามด้วยความเร็วสูง ไล่ตามกระสวยแสงสายัณห์ที่กำลังหนีไปด้วยความเร็วสูงเหนือพื้นน้ำ
เพียงแต่ฝ่ายหนึ่งว่ายน้ำ และอีกฝ่ายบินบนท้องฟ้า ฝ่ายที่ว่ายน้ำอยู่จะไล่ตามฝ่ายที่บินอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไร?
“ฮ่าๆๆ” เซียวหลิงอวิ๋นก็หัวเราะร่าออกมาหลังจากที่เห็นท่าทีที่กระวนกระวายของงูหลามไฟลายเมฆที่อยู่ในทะเลสาบเื้ั มันอ้าปากออกและพ่นลูกพลังสัตว์อสูรออกมา ทะยานขึ้นมาบนฟ้าเป็ระยะหนึ่งร้อยจั้ง ก่อนจะค่อยๆ วาดโค้งและตกลงไปตามเดิม
“คิกๆ เ้างูหลามั์บินไม่ได้ ตอนนี้พวกเราปลอดภัยแล้ว!” ฉินหรูเยียนหัวเราะคิกคัก อารมณ์ผ่อนคลายลง ชั่วขณะต่อมา นางก็เห็นเงาเก้าคนที่ยืนอยู่บนเนินทรายริมฝั่งทะเลสาบทางด้านซ้าย
ดวงตาสีดำเหมือนอัญมณีของฉินหรูเยียนสว่างวาบขึ้นมาทันที รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของนาง
กระสวยแสงสายัณห์หักเลี้ยวกลางอากาศบินตรงไปที่เงาของทั้งเก้าคนนั้นอย่างรวดเร็ว!
