เดิมิอวี่คิดว่าด่านต่อไปคงจะเป็การแยกกลุ่มอีกเหมือนเดิม แต่ใครจะคิดว่าจะมีคนจำนวนมากมายขนาดนี้ แม้แต่คนของตำหนักโยวิก็อยู่ด้วย!
บริเวณนี้มีคนมากกว่าร้อยคน ทุกคนล้วนแต่ผ่านเข้ามาสู่การต่อสู้ในรอบนี้ทั้งหมด!
“เ้าเองหรือ!”
ิหลงกัดเขี้ยวอันเงางามของตัวเอง แล้วจ้องมาที่ิอวี่ด้วยสายตาที่แข็งทื่อ
หลัวหลิงที่สวมหน้ากากอยู่ด้านข้างก็พูดขึ้นว่า “คิดว่าเขาน่าจะเป็คนที่ฆ่าน้องชายข้าสินะ”
ระหว่างที่พูด หลัวหลิงก็เปิดดวงตาหยั่งรู้เพื่อสำรวจิอวี่ แต่เขากลับััลมปราณบนร่างกายของิอวี่ได้น้อยมากก็เลยหันไปพูดกับิหลงว่า “ดูให้ดีว่าข้าลงมืออย่างไร”
เมื่อััได้ถึงน้ำเสียงที่ไม่พอใจของหลัวหลิง ิหลงก็รู้สึกหงุดหงิด “เ้าระวังตัวให้ดีเถอะ เขามีทักษะการต่อสู้ที่แปลกประหลาดมาก”
หลัวหลิงไม่ได้ตอบ แต่เขาเตรียมที่จะลงมือ และในเวลานี้เองก็เกิดเสียงะเิดังขึ้นจากก้อนหินใหญ่ที่อยู่บริเวณหน้าผา
ทุกคนหันไปมองก็พบว่ามีแสงสีเขียวจางๆ ปรากฏขึ้นบนก้อนหินขนาดใหญ่
“ผ่านหน้าผานี้ไปเข้าถ้ำูเาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้ได้ หลังจากนี้อีกหนึ่งก้านธูป ประตูถ้ำจะปิดลง”
เมื่อเห็นประโยคนี้ลอยขึ้นมา หลัวหลิงก็หยุดการเคลื่อนไหวลง ทุกคนรวมถึงตัวเขาก็เริ่มคิดวิเคราะห์ความหมายของข้อความดังกล่าว
ด้านหน้าเป็หน้าผาที่ลึกลงไปไม่มีที่สิ้นสุด และถ้ำูเาที่ว่านั้นก็อยู่ห่างไกลออกไป แล้วทุกคนจะข้ามระยะห่างขนาดนี้ไปฝั่งตรงข้ามได้อย่างไรกันล่ะ?
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย บนหินั์ก็ปรากฏข้อความขึ้นมาอีกว่า “เริ่มจับเวลา”
อักษรดังกล่าวปรากฏขึ้นเพียงไม่นานก็สลายกลายเป็ผงสีเขียวจางๆ และรวมตัวกันเป็ก้อนกลมๆ เท่ากับกำปั้น ก่อนจะตกลงไปในหลุมที่มืดดำด้านหน้า
ราวกับหยดน้ำที่ละลายลงสู่ผิวทะเลสาบที่เป็ดั่งกระจกใต้ก้นบึ้งที่ไร้ขอบเขต โดยมีแสงของก้อนกลมๆ นี้เป็ศูนย์กลาง ระลอกคลื่นสีเขียวนี้แผ่กระจายตัวออกไป!
เมื่อมองดูอย่างละเอียดก็จะพบว่า ระลอกคลื่นเ่าั้มันไม่ใช่น้ำในทะเลสาบจริงๆ แต่แสงสีเขียวจางๆ ค่อยๆ เรืองแสงขึ้นเรื่อยๆ จนเรืองแสงขึ้นมาทั้งหมด!
ทุกคนถึงได้พบว่าแสงนี้มีขนาดเท่ากันหมด ้ามันดูเรียบและลื่นมาก ส่วนด้านล่างก็มีหินที่มีลักษณะแปลกตาออกไป
หินพวกนี้มีระยะห่างกันประมาณยี่สิบสามสิบเมตร เรียงรายไม่เป็ระเบียบ กระจายเป็ระยะทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ิอวี่มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เข้าใจความหมายทุกอย่าง ที่แท้เป้าหมายของด่านนี้ก็คือการเหยียบหินเ่าั้ แล้วใช้เวลาที่เร็วที่สุดข้ามไปยังปากถ้ำ!
ด่านที่แล้วเป็การทดสอบกำลังการต่อสู้โดยรวมของผู้กล้า ส่วนด่านนี้เป็การทดสอบพลังกายและความเร็วของผู้กล้า!
เขาประเมินว่าหินที่กำลังเปล่งแสงเหล่านี้ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดแสงของมันจะค่อยๆ หรี่ลงจนมืดสนิทในท้ายที่สุด แล้วคนที่เหยียบก็จะตกลงไปด้านล่าง
ถึงเวลานั้น หากไม่มีการยืมพลังจากภายนอกก็จะต้องตกหน้าผากระดูกแตกละเอียดแน่นอน! แต่หากตอนนี้ไม่ลองสู้ดู การยืนอยู่บนหน้าผาก็เท่ากับนั่งรอความตายเช่นกัน เกรงว่าคงต้องถูกขังอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตจนกว่าจะมีใครสามารถทำลายกลไกทั้งหมดลงได้!
ดังนั้น กลไกที่ตั้งเอาไว้มันล้วนแต่บีบคนที่เข้ามาในโพรงมรณะไปสู่ความตายในแทบทุกย่างก้าว!
ิอวี่ไม่ได้มีความลังเลใจแต่อย่างใดเลย เขาเหยียบไปยังก้อนหินแล้วพุ่งไปด้านหน้าทันที
“จะหนีไปไหน!”
ิหลงจับตาการเคลื่อนไหวของิอวี่อยู่ตลอด วินาทีที่ิอวี่เคลื่อนไหวนางก็ตามไปทันที ในมือของนางถือขวานั์ แม้ร่างกายของนางเล็กมากแต่ก็ยังเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว จนไม่นานก็สามารถตามิอวี่ไปได้ทัน
จากนั้น คนกว่าร้อยคนที่เหลือก็เหมือนจะรู้สึกตัว ทุกคนเริ่มเหยียบไปบนก้อนหินพวกนั้น แล้ววิ่งไปข้างหน้าไม่หยุด หลัวหลิงเองก็พาคนของตำหนักโยวิวิ่งตามิอวี่ไปด้วยเช่นกัน
“ครั้งนี้ข้าจะเล่นงานเ้าให้เละเลย!”
ิหลงจับขวานด้วยสองมือแล้ววิ่งไล่ฟันิอวี่อย่างดุเดือด ลมปราณพลุ่งพล่านอยู่บนขวานอย่างไม่ขาดสาย แรงที่ฟันออกไปรุนแรงมากและประชิดมาก
“ปี้ลั่ว”
มีดบินเก้าเล่มบนข้อมือซ้ายของิอวี่เปล่งแสงออกมา มันคือมีดบินปี้ลั่ว ตอนนี้พลังจิตของิอวี่นั้นแข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว น้ำสีดำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปเหมือนกัน การควบคุมมีดบินในครั้งนี้ของเขาดูคล่องแคล่วมากกว่าเดิม และมีพลังที่น่ากลัวมากอยู่บนตัวของมีด!
พลังของมีดบินเก้าเล่มนั้นพุ่งทะลวงพลังจนแตกกระเจิง จากนั้นก็พุ่งเข้าไปบินวนอยู่รอบตัวของิหลง มีดบินแต่ละเล่มนั้นมีพลังแฝงที่น่ากลัวมากทำให้ิหลงจำใจต้องรับมืออย่างไม่ทันตั้งตัว และไม่สามารถทำการโจมตีใหม่ได้อีก!
เพราะการเหยียบก้อนหินไล่ล่าหากไม่ระวังอาจพลาดตกเหวลงไปได้ ดังนั้นิหลงไม่เพียงต้องต้านพลังมีดบินของิอวี่ แต่ยังต้องระวังการเคลื่อนที่ของตัวเองด้วย ดังนั้นการโจมตีของนางถึงได้ขาด่ไป
แต่ิอวี่นั้นแตกต่างจากนาง พลังจิตของเขาไม่เหมือนคนอื่น ต่อให้กำลังควบคุมมีดบินปี้ลั่วอยู่เขาก็ยังสามารถประคองการวิ่งไปข้างหน้าของตัวเองได้
“หนอย! ข้าจะจัดการเ้าให้ได้!”
ิหลงแผ่กระจายลมปราณสีม่วงแห่งความชั่วร้ายออกมาทั่วตัว ทำให้มีดบินปี้ลั่วที่อยู่รอบตัวของนางต้องถอยห่างออกมา จากนั้นนางก็ยกขวานั์ขึ้นและฟันลงไปอย่างรุนแรง
“ขวานะเิิญญา”
ขวานหมุนอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดเสียงลมดังขึ้น จากนั้นก็ฟันเข้าใส่ิอวี่อย่างรวดเร็ว
กระบวนท่านี้เป็ทักษะการต่อสู้หลิงระดับสูง ไม่ว่าจะเป็ความเร็วและกำลังของมันล้วนแต่น่าทึ่ง ิอวี่เห็นิหลงตะคอกเสียงออกมา จุดแสงสีดำที่อยู่ห่างออกไปตำแหน่งหนึ่งก็ขยายใหญ่ขึ้นเบื้องหน้าของเขา
“กลับ”
มีดบินปี้ลั่วเก้าเล่มย้อนกลับมาตรงหน้าของิอวี่จากนั้นก็ปะทะเข้าใส่กับขวานั์อีกครั้ง แต่หลังจากนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้น ิอวี่สร้างเปลวเพลิงทรงระฆังขึ้นมา ซึ่งมันก็คือคาถาค่ายกลกันไฟกระบวนท่าทีสอง ค่ายกลระฆังทอง!
ค่ายกลระฆังทองป้องกันได้แค่ขวานที่ฟันลงมาในห้วงเวลานั้นเท่านั้น แต่ในวินาทีต่อมา ขวานั์ก็ยังฟันลงมาบนหัวของิอวี่อีกครั้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ิอวี่รวบรวมลมปราณเอาไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง พลังจิตของเขาพุ่งมารวมตัวกันที่ดวงตาและจ้องไปยังขวานที่ฟันลงมาตรงหน้า จากนั้นเขาก็พนมมือหนีบขวานั์เล่มนั้นเอาไว้ในมือ!
แรงพลังที่ะเิขึ้นทำให้ิอวี่ต้องล่าถอย แต่เขายังคงหนีบขวานั์เอาไว้ในมือแน่น ทำให้ิหลงนั้นไม่สามารถบังคับให้มันกลับมาได้
ที่จริงเมื่อครู่ิอวี่สามารถใช้ฝ่ามือปลิดิญญาชุ่ยอวี้ต้านกระบวนท่าของิหลงได้ แต่ิอวี่กลับไม่ทำแบบนั้น เขาเลือกจะใช้มีดบินปี้ลั่วมาต้าน ใช้ระฆังทองมาต้าน ก็เพื่อลดพลังของขวานั์ให้อ่อนลง และใช้มือในการหยุดมันเอาไว้
ฝ่ามือปลิดิญญาชุ่ยอวี้มีพลังแข็งแกร่งมาก แต่ก็ต้องแลกกับการผลาญลมปราณที่มากขึ้นเช่นกัน การใช้วิธีการแบบนี้ถึงแม้จะซับซ้อนอยู่บ้าง แต่ก็สามารถลดพลังโจมตีของิหลงไปได้ และภายในระยะเวลาอันสั้นก็ทำให้นางไม่สามารถลงมือกับเขาได้อีก!
“ในเมื่อเ้าอยากจะมอบมันให้ข้า ข้าก็คงไม่เกรงใจเ้าล่ะนะ”
พูดจบิอวี่ก็พลิกข้อมือ เขาเก็บเอาขวานั์เล่มนั้นเข้าเกราะแขนเฮยจินไปเลย
“เ้า!” ิหลงโกรธจนตัวสั่น นางคิดไม่ถึงเลยว่ากระบวนท่าสังหารของนางไม่เพียงไม่สามารถสังหาริอวี่ได้ แต่กลับกัน ศาสตราวุธของนางยังถูกริบไปด้วยอีก
ที่จริงในใจของิหลงนั้นรู้สึกตกตะลึงมากเช่นกัน ไม่เจอแค่ไม่กี่วัน ความสามารถของิอวี่เหมือนจะก้าวหน้าไปไม่น้อยเลย
ถึงแม้ขวานะเิิญญากระบวนท่าสังหารของนางจะถูกิอวี่ต้านไปได้ถึงสองครั้ง อานุภาพถูกทอนลงไปมาก แต่ถึงจะอย่างนั้น ต่อให้เป็ผู้กล้าขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่แปดระดับประสานเป็หนึ่ง ทำไมถึงสามารถใช้มือรับการโจมตีที่หนักหน่วงขนาดนั้นได้ล่ะ?
เ้าเป็ใครกันแน่! เ้าทำได้อย่างไรกัน!
ิหลงนั้นใและสงสัยอย่างมาก แต่เมื่อนางเห็นเงาคนพุ่งไปหาิอวี่ นางก็ยิ้มขึ้นมาได้
เพราะใน่เวลาสั้นๆ ที่ิหลงกับิอวี่ต่อสู้กัน หลัวหลิงก็ใช้ความเร็วของเขาตามิอวี่มาทัน เขาใช้หอกยาวสีดำในมือของเขาพุ่งแทงมาที่ิอวี่
หอกเล่มนี้มีชื่อว่าหอกิญญาแห่งความตาย เป็ศาตราวุธระดับเก้า คนที่ตายใต้หอกเล่มนี้นั้นมีจำนวนนับไม่ถ้วนเลย!
อีกอย่าง หลัวหลิงก็ฝึกเคล็ดวิชาแดนนรกได้แข็งแกร่งอย่างมาก ลมปราณพลังความชั่วร้ายที่ปรากฏอยู่รอบตัวเขานั้นเป็สีดำอมม่วง เขารวบรวมมันไปไว้ที่หอกทั้งหมดและพุ่งแทงไปที่หน้าอกของิอวี่ด้วยจิตสังหารที่แรงกล้าอย่างมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่แข็งแกร่งแบบนี้ ิอวี่จึงใช้เท้าท่องเมฆาขึ้นมาทันที เขาะโพุ่งไปที่ก้อนหินจุดเขียวก้อนหนึ่งเพื่อหลบการพุ่งแทงของหอก
จากนั้น เขาก็ควบคุมมีดบินปี้ลั่วให้หมุนลอยขึ้นและสร้างพายุสังหารให้หมุนรอบตัวของหลัวหลิง
แต่หลัวหลิงกลับยิ้มแสยะและหมุนตัวรอบหนึ่ง เกิดลมพายุหมุนสีดำอมม่วงซัดมีดบินปี้ลั่วทั้งหมดกระจายออกไป จากนั้นก็เหยียบไปที่หินจุดเขียว เศษเงาของเขานั้นยังอยู่ที่เดิม แต่ในความเป็จริงแล้วร่างของเขาพุ่งออกไปด้านหน้าเพื่อไล่สังหาริอวี่ไกลกว่าหลายเมตรแล้ว
การเคลื่อนที่ของหลัวหลิงราวกับิญญา มีทั้งความรวดเร็วและว่องไว มันคือทักษะการต่อสู้หลิงระดับสูง เท้าแห่งเงา!
เมื่อใช้เท้าแห่งเงาแล้ว ร่างกายของเขาก็จะไม่ต่างจากเศษเงาที่เปลี่ยนทิศทางไปเรื่อยๆ ยากที่จะคาดเดาได้ และจะมีความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ อีก ิหลงกับเ้าอ้วนเองก็ใช้เท้าแห่งเงาได้เหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่คล่องเท่าหลัวหลิง!
หากไม่ใช่เพราะมีข้อจำกัดเื่ของแวดล้อม หลัวหลิงจะเร็วได้กว่านี้อีก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมีความเร็วมากพอที่จะพุ่งไปสังหาริอวี่ได้
เมื่อััได้ถึงอันตรายที่พุ่งมาจากด้านหลัง ิอวี่ก็รู้ทันทีว่าคงไม่สามารถหลบการโจมตีได้ในระยะเวลาอันสั้นแบบนี้แน่ เขาหันหลังกลับมาและบังเอิญได้สบเข้ากับดวงตาสีม่วงของหลัวหลิงทันที!
จากนั้น หลัวหลิงก็ได้ปล่อยพลังะเืสยบออกมา พลังลมปราณชั่วร้ายพุ่งออกมาเพื่อสยบิอวี่ให้อยู่
หลัวหลิงยิ้มที่มุมปาก ะเืสยบของเขา คนส่วนมากยังไม่ทันจะสู้ก็จะเสียขวัญกันหมด!