“พระชายาทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้วเพคะ การที่พี่ชายและพี่สะใภ้รักใคร่กันได้ถึงเพียงนี้ถือเป็ความโชคดีของตระกูลชิวเราแล้ว” ชิวเหลียนยิ้มบางๆ พูดต่อ “ให้พูดก็พูดเถอะ พระชายาช่างมีวาสนานัก อีกไม่นานพระองค์คงจะให้ประสูติซื่อจื่อน้อยและจวิ้นจู่น้อยแล้วกระมังเพคะ”
อวิ๋นซีเพียงอืมไปเรียบๆ เสียงหนึ่ง และไม่ได้พูดอะไรต่ออีก นางอยากจะดูว่า ชิวเหลียนผู้นี้จักอดกลั้นไปได้ถึงขั้นไหน หากอีกฝ่ายอดทนไปได้ตลอดรอดฝั่ง ตัวนางก็คงไม่อาจลงมือก่อนได้ แหมแหม อยากรู้นักว่าเหล่าคนที่มารนหาที่เองนี้ จะมีลูกไม้เช่นใดกันนะ? อย่าทำให้นางผิดหวังเชียวล่ะ
หลังจากที่เห็นอวิ๋นซีเหม่อมองไปยังทิวทัศน์ไกล ไม่พูดจา สตรีทั้งสามที่นั่งอยู่ข้างนางก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา ชิวเหลียนมองอวี้เชี่ยนเอ๋อร์ไปทีหนึ่งก็เห็นคนหดคอลงเล็กน้อย สุดท้ายจึงได้ฝืนใจสำแดงความกล้าถามขึ้นแทน “พระชายาเพคะ พวกเราได้ยินมาว่า พระองค์ทรงเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตท่านอ๋องไว้ เื่นี้ถือเป็เื่จริงหรือไม่เพคะ? ”
พวกนางต่างพากันมองอวิ๋นซีราวกับกำลังรอคำตอบ เื่นี้ไม่ใช่แค่พวกนางสามคนที่สงสัยอยากรู้ แท้จริงแล้วคนภายนอกอีกมากต่างก็สงสัยใคร่รู้กัน อย่างไรเสียคนก็เป็แค่หญิงชาวบ้านคนหนึ่ง จะไปช่วยท่านอ๋องได้อย่างไร?
อวิ๋นซียิ้มบางๆ “หากพวกเ้าสนใจเื่นี้นัก จะไปถามหนิงชินอ๋องดูก็ย่อมได้ เปิ่นเฟยคิดว่าพระองค์คงจะยินดีคลายทุกความสงสัยของพวกเ้า” แค่นี้หรือ นางก็นึกว่าจะมีอะไรเสียอีก
ในตอนนี้เองภายในศาลาก็ปรากฏเงาร่างของคนอีกสองสามคน ผู้มาเยือนใหม่คือลู่อวี้ฉิงในอดีต หรือฮูหยินลู่ของใต้เท้าลู่เหวินเจิ้นคนปัจจุบัน ซึ่งในครั้งนี้อีกฝ่ายกำลังติดตามอยู่ข้างกายฮูหยินลู่ผู้เป็มารดาของลู่หลิงฉิง
อวิ๋นซีไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าสักนิดกับฮูหยินลู่ผู้นี้ แม้จะไม่เจอกันมาห้าปี แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้ดูเปลี่ยนไปจากเมื่อหลายปีก่อนแม้แต่น้อย ด้วยเื่นี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของนางยิ่ง “ฮูหยินลู่ ไม่ต้องมากพิธี นั่งเถอะ”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายคารวะตน อวิ๋นซีก็ชี้ไปยังที่นั่งตรงกันข้ามด้วยท่าทีสงบนิ่ง ไม่ว่าลู่หลิงฉิงจะเป็ชายารัชทายาทหรือไม่ ยามที่ฮูหยินลู่ผู้นี้เห็นนางก็ยังต้องคารวะ
ฮูหยินลู่ยิ้มพยักหน้าขอบพระทัย “เมื่อครู่หม่อมฉันไม่พบชายารัชทายาทมา พระนางยังทรงกังวลว่าชายาหนิงอ๋องทรงพระครรภ์อยู่จะไม่สามารถมาได้แล้วเสียอีกเพคะ”
อวิ๋นซียิ้มน้อยๆ “จะเป็ไปได้อย่างไร รัชทายาทแต่งชายารองและสนมซู่เฟยเข้าจวนทั้งที นี่ถือเป็งานมงคลสองชั้น เปิ่นเฟยย่อมต้องมาอาบบรรยากาศมงคลนี้สักหน่อย ไม่แน่ว่าวันหน้าเปิ่นเฟยอาจตั้งครรภ์ครั้งเดียวได้ลูกสองคนก็เป็ได้ หากเป็เช่นนั้นก็ดียิ่ง”
คำว่า ลูก เป็หนามยอกอกของฮูหยินลู่ ผู้เป็มารดาเช่นนางไม่เข้าใจเลย บุตรสาวของตนและรัชทายาทแต่งงานกันมาหลายปี แต่เหตุใดหลังจากให้กำเนิดจวิ้นจู่น้อยมาแล้วคนหนึ่ง ป่านนี้ก็ไม่มีอีก แต่อวิ๋นซีผู้นี้ตอนนี้ตั้งครรภ์แล้ว
ตัวนางมีชาติกำเนิดมาจากตระกูลสูงส่ง แน่นอนย่อมรู้ว่าทายาทนั้นสำคัญต่อการสืบทอดอย่างไร ซึ่งดูจากตอนนี้ที่ฮ่องเต้ใจกว้างต่อคนจากจวนหนิงชินอ๋องมากเพียงใดก็พอจะรู้ได้ เพราะฮ่องเต้นั้นปรารถนาที่จะมีลูกหลานมาก โดยเฉพาะลูกจากรัชทายาท
“รัชทายาทแต่งชายารองและสนมซู่เฟยเข้ามาก็ยังจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพียงนี้ ไม่รู้ว่าครั้นแต่งพี่สะใภ้ชายารัชทายาทเข้ามาจะยิ่งใหญ่สักเพียงใดกัน เปิ่นเฟยคิดว่า การที่รัชทายาทไปรับเ้าสาวด้วยตนเองถึงจวนตระกูลลู่จักต้องเป็เกียรติเป็ศรีให้กับคนในตระกูลมากเป็แน่” อวิ๋นซีอมยิ้มจิบชา
จู่ๆ ก็มีคนพูดแทรกขึ้นมา “รัชทายาทไปรับเ้าสาวเองที่ไหนกัน ตอนนั้นชายารัชทายาทแต่งเข้าจวนรัชทายาทมาในฐานะชายารอง เพราะชายารัชทายาทในตอนนั้นยังเป็ท่านนั้นอยู่”
เมื่อทุกคนได้ยินก็มองไปยังสตรีท้องโตที่สวมอาภรณ์สีแดงเดินมาทางนี้ เมื่อชิวเหลียนเห็นเช่นนั้นก็รีบก้าวเข้าไปประคอง อวิ๋นซีพิจารณาหยวนอวี่ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าไปรอบหนึ่ง หึหึ สวมอาภรณ์สีแดงงดงามมา ยังไม่หลงลืมรักเก่าไปอีกหรือ?
หากเป็เช่นนั้นจริง ไม่อาจไม่กล่าวได้ว่า หยวนอวี่ผู้นี้มีความยึดติดต่อโอวหยางเทียนหัวอย่างลึกซึ้งจริงๆ สิ่งที่ต้องรู้ก่อน อีกฝ่ายนั้นถูกนางใส่กู่ยวนยางลงในร่าง ยามนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่หยวนอวี่ยังคงรักษาใจให้เป็ดังเดิมได้ ทั้งยังชัดเจนว่าสติปัญญาของอีกฝ่ายเทียบไม่ได้กับตอนนั้นอีกแล้ว
หยวนอวี่เข้ามาคารวะอวิ๋นซี จากนั้นก็นั่งลงบนตำแหน่งที่ชิวเหลียนเคยนั่ง นางมองฮูหยินลู่ไปทีหนึ่ง ยิ้มถามว่า “เหตุใดสีหน้าของฮูหยินลู่ถึงได้ไม่น่ามองเพียงนี้ หรือว่าตัวข้าพูดอันใดผิดไป? ”
ทุกคนเห็นท่าทางหยวนอวี่เช่นนี้ต่างก็ได้แต่อดทน ปิดปากตนไม่ส่งเสียงใด และตั้งตารอชมละครอย่างเงียบๆ อย่างไรเสีย ทั้งสามท่านนี้ล้วนไม่ธรรมดา ฮูหยินผิงหยางโหวยังมีอีกฐานะหนึ่งที่เป็เสี้ยนจู่ ฮูหยินลู่เป็มารดาของชายารัชทายาท ส่วนอวิ๋นซีนั้นก็เป็ชายาหนิงชินอ๋องที่สูงส่ง หากคนทั้งสามจะพูดกัน พวกนางก็ทำได้แค่รับฟังเท่านั้น
อีกทั้ง หัวข้อสนทนานี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นอย่างพวกนางจะถกเถียงกันได้ อย่างไรเสีย นี่ก็เกี่ยวข้องไปถึงท่านนั้นที่เคยอยู่ในจวนรัชทายาทมาก่อน
ฮูหยินลู่มองคนตรงหน้า ยิ้มบางๆ “ที่ไหนกัน จริงอยู่ที่ตอนนั้นชายารัชทายาทแต่งเข้าจวนรัชทายาทในฐานะชายารอง”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยินก็มีท่าทีรู้แจ้งทันใด “เปิ่นเฟยนึกออกแล้ว หลายปีก่อน เคยมีพ่อค้าจากเมืองหลวงมาเยือนร้านยาของบิดาเปิ่นเฟยที่ดินแดนตะวันตก เขาเคยพูดถึงเื่รัชทายาทและชายารัชทายาทองค์ก่อนอยู่บ้าง ได้ยินมาว่าทั้งสองพระองค์รักใคร่กันมาก แต่ว่า เปิ่นเฟยสงสัยอยู่อย่าง เหตุใดตอนหลังพี่สะใภ้ชายารัชทายาทถึงได้แต่งเข้าจวนรัชทายาทมาเป็ชายารองเล่า? ”
“ยามนั้นชายารัชทายาทองค์ก่อนประชวรหนัก ฮองเฮาจึงพระราชทานสมรสให้ชายารัชทายาทลู่แต่งเข้าจวนรัชทายาทมา นั่นก็เพื่อเป็การล้างความอัปมงคล มิคาดวันที่สองหลังจากที่ชายารัชทายาทลู่แต่งเข้ามา ชายารัชทายาทองค์ก่อนก็สิ้นพระชนม์ ยิ่งกว่านั้น คนยังตายจากทั้งแม่ทั้งลูก เฮ้อ” เมื่อพูดถึงตอนสุดท้าย หยวนอวี่ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “ท้ายที่สุด พิธีล้างความอัปมงคลนี้กลับทำให้ชายารัชทายาทองค์ก่อนถึงกับสิ้นพระชนม์”
เมื่อฮูหยินลู่ฟังถึงตรงนี้ สีหน้าก็ดำราวกับถ่าน สิ่งที่หยวนอวี่พูดเป็การบอกว่า ลูกสาวของนางเป็ดาวอัปมงคลชัดๆ ที่เป็เหตุให้เฉียวอวิ๋นซีสองแม่ลูกต้องตาย ด้วยเื่นี้ มีแต่ฟ้าเท่านั้นที่รู้ว่า คนที่สมควรตายเป็ตัวนางเองนั่นแหละ
ถึงกระนั้นเท็จจริงในเื่ที่เกิดขึ้นตอนนั้น นางพูดอะไรออกไปไม่ได้ทั้งนั้น
อวิ๋นซีสูดลมหายใจเข้าลึก อดพูดไม่ได้ว่า “คิดไม่ถึงว่าจะมีเื่ที่น่าเศร้าเพียงนี้ ชายารัชทายาทองค์ก่อนช่างน่าสงสารยิ่งนัก อดทนอุ้มท้องมาตั้งสิบเดือน อีกไม่นานก็น่าจะคลอดลูกแล้ว สุดท้ายกลับ...น่าเสียดายจริงๆ ”
ถึงแม้หยวนอวี่จะไม่ชอบอวิ๋นซี แต่เมื่อได้ยินคนพูดเช่นนี้ก็อดเออออไม่ได้ “ก็นั่นน่ะสิ”
ฮูหยินลู่ลุกขึ้นยืนกะทันหัน หันมองหยวนอวี่แล้วพูดว่า “ฮูหยินผิงหยางโหว เ้าไม่รู้หรือไร เื่บางเื่จะพูดจามั่วๆ มิได้ ตระกูลเฉียวนั้นเนรคุณชาติทรยศแผ่นดิน หากเ้ายังพูดถึงใครหรือเื่อะไรเ่าั้อีก ระวังจะเป็การหาเื่ใส่ตัว”
“ก็แค่ตระกูลเฉียวที่ติดต่อกับแคว้นศัตรู แต่เฉียวอวิ๋นซีนั้นตบแต่งเข้าเป็สะใภ้ของราชวงศ์แล้ว ส่วนคนที่ข้าพูดถึงก็คือชายารัชทายาทองค์ก่อน ไม่ใช่ตระกูลเฉียว ฮูหยินลู่ไม่สบายใจตรงไหนหรือ? อย่างไรเสีย ทุกคนในเมืองหลวงล้วนรู้ดี ตอนนั้น เพื่อจะแต่งชายารัชทายาทองค์ก่อนเข้ามา รัชทายาทต้องคิดวางแผนอย่างหนัก ดังนั้น ผู้ที่แต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมจะอย่างไรก็มีแค่คนเดียว” หยวนอวี่ได้รัก แต่ไม่ได้ครอง ในใจจึงมีความโกรธแค้น ส่วนชิวินั้น นางรู้แค่ว่าเมื่อตนเข้าใกล้เขาเมื่อไรก็เพียงแต่อยากจะพลิกฟ้าคว้าฝนไปกับเขาอย่างไม่อาจห้ามได้
ทว่า ใจดวงนี้ยังคงรักมั่นอยู่ที่ชายผู้สูงส่งผู้นั้น ส่วนตอนนั้นเื่ที่เขาอยากให้นางทำ นางไม่อาจทำให้สำเร็จได้ คนมีแต่มากล่าวโทษ หลายปีมานี้ระหว่างพวกเขาจึงไม่เคยได้นัดพบกันอย่างลับๆ อีกเลย ซึ่งตัวนางไม่อาจยินยอม
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็เื่ใดที่พอจะหาเื่คนตระกูลลู่ได้ นางก็ยินดีทำ อีกทั้ง ยังจะกระทำอย่างไม่เกรงกลัวด้วย
