เสียงฝีเท้าม้าฝูงใหญ่ดังกระหึ่ม พุ่งตรงมายังกองทัพขนส่งเสบียง เหล่าทหารองครักษ์ต่างชักดาบเตรียมพร้อม
“เหมือนได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ!” ิหยวนะโ
เสียงฝีเท้าม้าที่ดังใกล้เข้ามา ดังปะปนกับเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ เสวี่ยเถา นายกองผู้ดูแลกองกำลัง นำทหารม้าอีกสองสามนายควบม้าออกไป “ผู้ใดอยู่ข้างหน้า!”
เบื้องหน้าคือคุณชายวัยเยาว์สองสามคน พร้อมผู้ติดตามอีกสองคน พวกเขารีบควบม้ามาแต่ไกล เมื่อถูกขวางทาง ม้าจึงยกขาหน้าขึ้นสูง หมุนตัวสองรอบจึงหยุดลง พอเห็นทหารก็เหมือนเห็น ผู้ช่วยชีวิต รีบกล่าวด้วยความร้อนใจโดยไม่รอให้ถาม “ท่านทหาร! พวกข้าถูกโจรปล้น คนของข้าาเ็และเสียชีวิตไปหลายคน! พวกมันกำลังตามมา ขอท่านทหารโปรดช่วยพวกข้าด้วย!”
เห็นพวกเขาเืโชกตัว ด้านหลังยังมีเสียงฝีเท้าม้าดังตามมา เสวี่ยเถาจึงโบกมือ ให้คนกลุ่มนั้นหลบไปอยู่ด้านหลัง ส่วนตนนำทหารม้าสิบนายเข้าไปรับมือ โจรปล้นธรรมดาจะสู้กำลังพลของกองทัพได้อย่างไร เพียงปะทะกันครั้งเดียว พวกนั้นก็ถูกสยบ บางส่วนถูกฆ่า บางส่วนาเ็ หลังสอบถามจึงรู้ว่าเป็โจรที่อาศัยอยู่บนูเาใกล้ๆ จึงยึดทรัพย์สินที่พวกโจรเคยปล้นมาทั้งหมด “ใต้เท้าิ ท่านจะจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ?”
ิหยวนเห็นท่าทางพวกนั้น คาดว่าคงเป็ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ เมื่อสิ้นไร้หนทางจึงต้องขึ้นเขาเป็โจร แต่หากปล่อยพวกเขาไป พวกเขาก็คงออกปล้นชาวบ้านอีก เห็นพวกเขาคุกเข่าลง แล้วก้มหัวขอร้อง ิหยวนจึงควบม้าเข้าไปหา “ข้าให้พวกเ้าเลือกระหว่างสองทาง หนึ่ง ทำงานเป็แรงงาน สอง ตัดมือข้างหนึ่ง แล้วกลับไป พวกเ้าเลือกเอาเอง”
มีสองคนที่ยอมคุกเข่าลง แล้วตอบตกลงว่ายินดีเป็แรงงาน อีกสองสามคนมองหน้ากัน ก่อนจะกัดฟัน ใช้ดาบฟันแขนของกันและกันจนขาด พวกเขาล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเ็ป ิหยวนใมาก รีบเข้าไปห้าม แต่ก็สายเกินไป จึงได้แต่สั่งให้คนไปทำแผลให้ หลังจากพวกเขาทั้งหมดฟื้น ต่างพยุงกันจากไปโดยไม่ปริปากสักคำ
ิหยวนตกตะลึงจนพูดไม่ออก การเป็แรงงานมันทรมานยิ่งกว่าพิการหรือ
หลังจากจัดการให้ชายสองคนที่ยอมเป็แรงงานไปช่วยงานบนรถม้าแล้ว คนกลุ่มนั้นก็เดินเข้ามาขอบคุณที่ช่วยชีวิต พวกเขาล้วนเป็เด็กหนุ่มรูปงามราวกับภาพวาด คนหนึ่งสง่างาม ส่วนอีกคนงดงามน่ารัก เห็นแล้วชวนให้หลงใหล
“ขอบพระคุณท่านที่ช่วยชีวิต พวกข้าเป็ศิษย์จากเจียงโจว ข้าน้อยนามว่าโหวฟาง ส่วนผู้นี้น้องชายของข้า นามว่าสวี่หรง...”
เสวี่ยเถากำลังพูดคุยกับพวกเขาอย่างออกรสออกชาติ ส่วนิหยวนยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านข้าง จางจิ่วรั่งจึงสะกิดเขาเบาๆ “เ้าเพิ่งเคยเห็นคนหน้าตาดีกว่าตนเองหรือไร ถึงได้ใปานนั้น?”
ิหยวนไม่สนใจจางจิ่วรั่ง เอาแต่จ้องคุณชายที่อยู่ตรงหน้า เหตุผลก็เพราะว่า เขารู้จักเด็กสาวผู้นี้นั่นเอง
ิหยวนคว้าแขนเสื้อของโหวฟางเอาไว้ “คุณหนูใหญ่โหว ยามนี้บ้านเมืองวุ่นวาย เหตุใดท่านจึงออกมาข้างนอก?”
“พี่ชายท่านนี้พูดเื่อันใด?” โหวฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทางดูสง่างาม
“แล้วนั่นผู้ใดอีก?”
โหวฟางคลี่พัดออกเพื่อบังปาก ก่อนจะแนะนำเสียงเบา “คุณหนูรองตระกูลสวี่”
“ตระกูลสวี่...” ิหยวนเบิกตากว้างอย่างเฉียบพลัน “หรือว่าจะเป็...”
ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาววาบผ่านหน้า ปลายดาบแหลมคมพุ่งตรงเข้ามาหาเขา ิหยวนคว้าพัดของโหวฟางมาไว้ได้ทัน “เ้าคือิเยี่ยหรือ?!”
ิหยวนใจนพูดไม่ออก ค่อยๆ ยื่นนิ้วชี้ไปทางด้านหลังซ้าย ดาบเล่มนั้นถูกเก็บเข้าฝัก ก่อนจะพุ่งตรงไปหาิเยี่ยอีกครั้ง
ิหยวนหันกลับไปมองโหวฟางอย่างเชื่องช้า โหวฟางยิ้มพลางรับพัดของตนกลับไป
โหวอิง อาจารย์ของิหยวน เป็คนเ้าชู้ แม้แต่งงานกับฮูหยินตระกูลชุยมาหลายปี มีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคน แต่ก็ไม่ยอมรับอนุ เขาตั้งชื่อบุตรสาวว่าโหวฟาง ซึ่งเป็ชื่อของผู้ชาย หลังจากนั้นเขารับปี้อวี้เป็บุตรบุญธรรม ตั้งชื่อให้ว่าโหวเจิ้ง เขาอยากเปลี่ยนชื่อบุตรสาวเป็อักษร ‘ฟัง’ อีกหนึ่งตัว แต่ถูกปฏิเสธ บุตรสาวบอกกับเขาว่า “ความประพฤติดีงามเป็แบบอย่าง ไม่สั่งสอนก็ประพฤติตนดีงาม ไม่ว่าชายหรือหญิง ต่างต้องปฏิบัติตาม ไม่ใช่แค่คุณธรรมของบุรุษ หรือสตรีต้องปฏิบัติตามสามเชื่อฟังสี่คุณธรรมเท่านั้นหรือ?” โหวอิงรู้สึกทึ่งในตัวบุตรสาว ทั้งรู้สึกละอายใจ จึงไม่ได้เปลี่ยนชื่อบุตรสาวอีก
ส่วนสวี่หรงที่มากับนาง แท้จริงแล้วชื่อสวี่หรง เป็คู่หมั้นที่ิหลานหาให้ิเยี่ยั้แ่เด็ก เดิมทีตกลงกันว่าจะให้แต่งงานตอนอายุสิบห้าปี แต่ิเยี่ยกลับเลือกไปศึกษาที่สำนักศึกษากลางที่เมืองหลวง ิเยี่ยเป็คนเ้าสำราญ พอไปถึงเมืองเจี้ยนคังก็เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ เมืองหลวงนั้นรุ่งเรือง ทั้งของกิน ของใช้ ผู้คน ล้วนงดงามเลิศเลอไปเสียหมด เทียบกับเจียงโจวแล้ว ที่นั่นช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เขาจึงลืมเื่แต่งงานไปเสียสนิท ไม่คิดอยากแต่งงานให้โดนผูกมัดั้แ่อายุยังน้อย จดหมายจากทางบ้านที่ส่งมาเร่งรัดให้แต่งงาน เขาก็เอาแต่บ่ายเบี่ยง ผ่านไปหนึ่งปี เขาก็อ้างว่ากำลังเตรียมตัวต้อนรับิหยวนที่กำลังจะเดินทางไปเมืองหลวง กระทั่งิหลานเขียนจดหมายมาหาด้วยตัวเอง สั่งให้เขากลับบ้านในปีหน้า ิเยี่ยจึงยอมตกลงอย่างเสียมิได้ โดยไม่คิดว่าจะเกิดาครั้งใหญ่และขาดการติดต่อไป เื่แต่งงานจึงเงียบหายไป ิเยี่ยเองก็ลืมเื่นี้ไปนานแล้ว
ฉะนั้นตอนนี้ เขาถึงถูกตามล่า
-----
