ตอนที่ 9 งานเลี้ยงหงเหมินหน้าประตูเมือง และเกียรติยศที่กินไม่ได้
สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชก... หอบเอาใบไม้แห้งสีน้ำตาลไหม้ปลิวว่อนไปทั่วท้องถนนสายหลักของเมืองหลวงฉางอัน เสียงกลองศึกดัง ตุ้ม! ตุ้ม! ตุ้ม! เป็จังหวะหนักแน่น ผสานกับเสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านนับแสนคนที่มารอรับกองทัพปราบฏที่ได้รับชัยชนะกลับมา
แต่น่าเสียดาย... ที่ความยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้เข้าหัวฉันเลยแม้แต่นิดเดียว
ภายในรถม้าคันใหญ่ที่ถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีดำขลิบทอง ฉันหลินชิงเซวียนกำลังนอนขดตัวเป็ก้อนกลมๆ อยู่ในกองหมอนขนเป็ด มือข้างหนึ่งกอดถุงน้ำร้อน อีกมือหนึ่งปิดหูแน่น พยายามสกัดกั้นเสียงแห่งความ ยินดี ที่กำลังรบกวนเวลานอนอันมีค่า
"เสียงดังชะมัด... นี่พวกเขากำลังต้อนรับฮีโร่ หรือกำลังแข่งกันะโให้คอแตกตายกันแน่?" ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง
[ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือน] [ภารกิจต่อเนื่อง: กลับบ้านอย่างผู้ชนะ (แบบง่วงๆ)] [สถานะ: กำลังดำเนินการ] [คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบค่าความหมั่นไส้ระดับวิกฤตจากกลุ่มขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ดักรออยู่หน้าประตูเมือง... แนะนำให้โฮสต์ตื่นเต็มตา เพราะงานนี้อาจจะมีเืเปื้อนหมอน]
"เืเปื้อนหมอน?" ฉันลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง คิ้วขมวดเข้าหากัน
"หมอนใบนี้ราคาตั้งห้าร้อยตำลึงทอง ถ้าใครทำเลอะ ฉันจะคิดค่าซักรีดแบบทบต้นทบดอก"
รถม้าหยุดลงกะทันหัน แรงกระชากทำให้ตัวฉันไถลไปชนกับผนังบุนวม
"เกิดอะไรขึ้น?" ฉันะโถามออกไป ทั้งที่ยังไม่ยอมลุกจากท่าเดิม
เสียงของ แม่ทัพหวังชาง ดังเข้ามา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"เรียนท่านอ๋อง! เรียนคุณหนูหลิน! ขบวนทัพของเราถูกสกัดกั้นที่หน้าประตูเมืองชิงหลง! กลุ่มบัณฑิตจากสำนักศึกษาหลวงและท่านราชครูจางหยวนนำคนมาขวางทางไว้พะยะค่ะ!"
เซียวโม่ ที่นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ข้างๆ ฉัน ลืมตาขึ้นทันที ั์ตาสีนิลคู่นั้นทอประกายเย็นเยียบดุจคมดาบ เขาเอื้อมมือมาจัดผ้าห่มให้ฉันเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เปี่ยมอำนาจ
"จางหยวนงั้นรึ? ตาแก่หนังเหนียวนั่นยังไม่ตายอีกหรือ... ชิงเซวียน เ้าพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าลงไปจัดการเอง"
ฉันมองดูแผ่นหลังกว้างของเขาที่กำลังจะลุกออกไป แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
"คุณคะ... ถ้าคุณลงไป ตอนจบมีแค่สองแบบ คือคุณฆ่าเขาตายกลางเมือง แล้วโดนข้อหาทรราช หรือไม่ก็คุณยอมให้เขาด่าฟรีๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์... ซึ่งทั้งสองแบบมันทำให้เราถึงบ้านช้าลง"
ฉันยันตัวลุกขึ้น สะบัดผมยาวสลวยให้เข้าที่ แล้วคว้าพัดจีบสะท้านภพ มาถือไว้
"ไปเถอะท่านอ๋อง... ไปดูซิว่าพวกคนแก่ที่ ขยัน หาเื่ใส่ตัว หน้าตามันเป็ยังไง"
ณ หน้าประตูเมืองชิงหลง
บรรยากาศที่ควรจะเต็มไปด้วยความปิติยินดี กลับกลายเป็ความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ขบวนทัพของเซียวโม่ถูกขวางด้วยกำแพงมนุษย์... กลุ่มบัณฑิตหนุ่มในชุดขาวนับร้อยคน นั่งคุกเข่าขวางทางเข้าเมือง โดยมีชายชราหนวดเคราขาวโพลนในชุดขุนนางเต็มยศยืนถือไม้เท้าหัวัอยู่ด้านหน้า ราชครูจางหยวน... สัญลักษณ์แห่งความถูกต้องและศีลธรรมจอมปลอมของราชสำนัก
"อ๋องเก้า เซียวโม่!" เสียงของราชครูจางดังก้อง กังวานด้วยพลังวัตรที่ฝึกปรือมานานปี "ท่านนำทัพไปปราบฏ แต่กลับใช้วิชามารต่ำช้า! ใช้ยาพิษมอมเมาข้าศึก! ชัยชนะที่ได้มาโดยไร้เกียรติเช่นนี้... ท่านยังมีหน้าแห่แหนเข้าเมืองหลวง รับคำสรรเสริญจากราษฎรอีกหรือ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ชาวบ้าน คำว่า วิชามาร และ ยาพิษ เป็ของแสลงสำหรับคนยุคนี้
เซียวโม่ก้าวลงจากรถม้า รัศมีอำมหิตแผ่พุ่งจนบัณฑิตแถวหน้าหน้าซีดเผือด
"ราชครูจาง... เปิ่นหวางหยุดาโดยไม่ต้องเสียเืเนื้อทหารแม้แต่นายเดียว นี่เรียกว่าไร้เกียรติงั้นรึ?"
"ไร้เกียรติสิ้นดี!" จางหยวนกระแทกไม้เท้าลงพื้น
"ทหารหาญย่อมต้องสู้ด้วยคมดาบและฝีมือ! การวางยาคือวิสัยของโจรต่ำช้า! ท่านทำลายศักดิ์ศรีของกองทัพต้าถัง! วันนี้... หากท่านไม่คุกเข่าขอขมาต่อฟ้าดิน และรับโทษทัณฑ์ ข้าจางหยวนยอมเอาหัวชนกำแพงตายอยู่ตรงนี้ ดีกว่าปล่อยให้ทรราชเข้าเมือง!"
"ใช่! คุกเข่า! คุกเข่า!" เหล่าบัณฑิตะโรับลูกกันเป็ทอดๆ
เซียวโม่กำหมัดแน่น เส้นเืปูนโปนที่ขมับ เขากำลังจะชักกระบี่... แต่แล้ว มือเรียวบางขาวผ่องดุจหยกมันแพะก็เอื้อมมาจับท่อนแขนเขาไว้
ฉันก้าวลงมาจากรถม้าในชุดสีม่วงอ่อนเรียบหรู ใบหน้างดงามแต่เรียบเฉย ดวงตาปรือปรอยเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน กวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะมาหยุดที่ราชครูจาง
"คุณตาคะ..." ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่ว โดยไม่ต้องะโ "เสียงดังขนาดนี้... ลืมกินยาความดันหรือเปล่าคะ?"
"บังอาจ!" จางหยวนชี้หน้าฉัน สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
"นังปีศาจจิ้งจอก! เ้าสินะที่เป็ต้นคิดวิชามารพวกนี้! สตรีไร้ยางอาย แทรกแซงกิจการกองทัพ!"
ฉันแคะหูเบาๆ แล้วเป่าลมใส่นิ้ว
"คุณราชครู... สำนวนจีนเขาว่า กบในกะลาครอบ ฉันนึกว่ามันมีแค่ในนิทาน ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นตัวเป็ๆ ยืนใส่ชุดขุนนางอยู่ตรงนี้"
"เ้า... เ้าว่าข้าเป็กบ!"
"เปล่าค่ะ... ฉันว่าคุณแย่กว่ากบอีก" ฉันเดินนวยนาดเข้าไปหาเขา ท่ามกลางสายตานับหมื่นคู่
"คุณบอกว่าชัยชนะของท่านอ๋องไร้เกียรติ เพราะไม่ได้ใช้ดาบฟันกันเืสาดงั้นเหรอ? งั้นฉันขอถามหน่อย... เกียรติที่คุณบูชานักบูชาหนาเนี่ย มันกินได้ไหมคะ? มันเอาไปจ่ายค่าทำศพให้ลูกเมียของทหารที่ตายไปได้หรือเปล่า?"
ฉันชี้ไปที่กองทัพด้านหลัง ทหารนับหมื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ครบ 32 ประการ
"ถ้าท่านอ๋องทำตามวิธีมีเกียรติของคุณ... ป่านนี้ทหารพวกนี้คงกลายเป็ศพ นอนเน่าอยู่ในหุบเขา ให้แร้งกามันจิกกิน! แล้วคุณ... คุณที่นั่งจิบชาสบายใจอยู่ในเมืองหลวง ก็จะเขียนกลอนไว้อาลัย ยกย่องว่าพวกเขาตายอย่างสมเกียรติ... ถุย!"
ฉันถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่ไยดี กิริยาที่ขัดกับภาพลักษณ์สตรีชั้นสูงอย่างสิ้นเชิง
"คุณมันก็แค่ตาแก่เห็นแก่ตัว ที่ยอมให้คนอื่นตายเป็หมื่นเพื่อรักษาอุดมการณ์เน่าๆ ของตัวเอง คุณไม่ได้รักชาติหรอกค่ะ... คุณแค่รักหน้าตาของตัวเอง!"
"สามหาว! สามหาวที่สุด!" จางหยวนหน้าแดงจนกลายเป็สีม่วง
"ทหาร! จับนังแพศยานี่! ใครตัดหัวนางได้ ข้าให้รางวัลพันตำลึงทอง!"
ทันทีที่สิ้นเสียง... สถานการณ์ก็พลิกผัน บัณฑิตแถวหน้าที่ดูไร้พิษสง จู่ๆ ก็ฉีกชุดขาวออก เผยให้เห็นชุดเกราะหนังและอาวุธที่ซ่อนอยู่! พวกเขาไม่ใช่นักศึกษา... แต่เป็ มือสังหาร!
"ฆ่าทรราชเซียวโม่! ฆ่านางปีศาจหลินชิงเซวียน!"
ลูกธนูนับร้อยดอกถูกยิงมาจากบนกำแพงเมือง และจากฝูงชนที่ปะปนอยู่
"ระวัง!" เซียวโม่ตวาดลั่น เขาพุ่งตัวมาขวางหน้าฉัน สะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว ปราณกระบี่สีดำทมิฬก็พุ่งออกไปปัดลูกธนูร่วงกราวราวกับใบไม้
"ชิงเซวียน! ไปหลบหลังข้า!"
"หลบ?" ฉันมองดูลูกธนูที่ปักอยู่บนพื้น ห่างจากเท้าฉันไปไม่กี่เิเ ความง่วงหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหงุดหงิดระดับทะลุปรอท
"ฉันเกลียดที่สุด... คือพวกที่ชอบมารบกวนเวลานอน แล้วยังมาทำลายบรรยากาศการกลับบ้าน!"
[ระบบ: ตรวจพบเจตนาฆ่าระดับสูง] [โหมดต่อสู้: ปลาเค็มพิโรธ เปิดใช้งาน] [อาวุธแนะนำ: เข็มพิษสลายกระดูก ผสานกับ พัดจีบสะท้านภพ]
ฉันแสยะยิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้ราชครูจางเผลอก้าวถอยหลัง
"ในเมื่อพวกคุณ ขยัน ที่จะตายกันนัก... ฉันก็จะสงเคราะห์ให้ค่ะ!"
ฉันสะบัดพัดจีบออก พรึ่บ! ไม่ใช่แค่ลมธรรมดา แต่เป็คลื่นกระแทกที่อัดแน่นไปด้วยปราณพิษไร้สีไร้กลิ่น
"เซียวโม่! ก้มหัวลง!" ฉันะโสั่ง
ท่านอ๋องเก้าผู้ไม่เคยฟังคำสั่งใคร ก้มหัวลงทันทีตามสัญชาตญาณ เข็มเงินนับพันเล่มพุ่งออกจากกลไกที่ซ่อนอยู่ในพัดของฉัน ลอดผ่านศีรษะเขาไปเสียบทะลุร่างของมือสังหารที่ดาหน้าเข้ามา
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เสียงเข็มเจาะทะลุเนื้อดังถี่ยิบ มือสังหารเ่าั้ชะงักค้าง ก่อนจะล้มลงไปดิ้นพราดๆ ิัเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำ และสลายกลายเป็ของเหลวส่งกลิ่นเหม็นไหม้ นี่คือพิษสูตรใหม่ที่ฉันเพิ่งคิดค้นได้ตอนว่างๆ... พิษน้ำกรดกัมมันตภาพรังสี (ตั้งชื่อให้มันดูเวอร์ไปงั้นแหละ จริงๆ คือพิษงูผสมกรดเข้มข้น)
"ปีศาจ! นางเป็ปีศาจจริงๆ!" ราชครูจางกรีดร้อง ขาสั่นพับๆ จนเยี่ยวราดรดกางเกง "ฆ่านาง! ฆ่านางเดี๋ยวนี้!"
เงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากกำแพงเมือง รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์! ดาบใหญ่ั์ฟันลงมาหมายจะผ่าร่างฉันเป็สองซีก! เซียวโม่ติดพันอยู่กับมือสังหารอีกกลุ่ม เขาหันมาเห็น แต่ระยะทางมันไกลเกินไป
"ชิงเซวียน!!!"
ฉันเงยหน้ามองคมดาบที่กำลังจะถึงหัว... เวลาเหมือนจะเดินช้าลง ฉันไม่ได้ขยับหนี ไม่ได้หลบ แต่ฉันยกมือซ้ายขึ้น... นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบ เหรียญปลาเค็มทองคำ (ไอเทมป้องกันฉุกเฉิน ใช้แล้วทิ้ง) ไว้
"ระบบ... โล่สะท้อนกรรมทำงาน!"
แก๊ง!!!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก ดาบั์ที่ฟันลงมาด้วยแรงมหาศาล หยุดกึกอยู่ที่ปลายเล็บของฉัน โดยมีม่านพลังสีทองจางๆ กั้นอยู่ ยอดฝีมือคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"เป็ไปไม่ได้! เ้าไม่มีวรยุทธ์!"
"ฉันไม่มีวรยุทธ์หรอกค่ะ..." ฉันยิ้มหวาน
"ฉันมีแต่เงิน (แต้มระบบ) และความี้เีที่จะเจ็บตัว!"
ตูม!
แรงสะท้อนกลับทำงาน พลังทั้งหมดที่เขาฟันลงมา ถูกคูณสองและดีดกลับไปหาเ้าตัว ร่างของยอดฝีมือกระเด็นลอยละลิ่วข้ามกำแพงเมืองไปกระแทกกับหอระฆังจนพังถล่มลงมา!
ความเงียบ... เงียบสนิทชนิดที่ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง มือสังหารที่เหลือยืนตัวแข็งทื่อ ไม่มีใครกล้าขยับ ชาวบ้านนับแสนมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... จากความสงสัย กลายเป็ความหวาดกลัวระคนเลื่อมใส
ฉันปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ เดินเข้าไปหาราชครูจางที่ตอนนี้ทรุดลงไปกองกับพื้น
"คุณตาคะ..." ฉันก้มลงมองเขาด้วยสายตาสมเพช
"สำนวนจีนว่า คนคำนวณ ไม่สู้ฟ้าลิขิต แต่สำหรับคุณ... คนโง่คำนวณ มีแต่พาวงศ์ตระกูลฉิบหาย"
ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ กระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน
"กลับไปบอกเ้านายของคุณ... ไม่ว่าจะเป็ฮ่องเต้ หรือใครก็ตามที่อยู่เื้ั ว่าถ้ายังขยันส่งคนมาตายแบบนี้อีก... ครั้งหน้าฉันจะไม่หยุดแค่หน้าประตูเมือง แต่ฉันจะไป นอนเล่นในท้องพระโรง ให้พวกคุณดู!"
ราชครูจางตาเหลือกค้าง หัวใจวายเฉียบพลันเพราะความกลัวสุดขีด ร่างกระตุกสองสามครั้งแล้วแน่นิ่งไป
"ตายซะแล้ว..." ฉันยืดตัวขึ้น หันไปหาเซียวโม่ที่เดินเข้ามาหา เขาเนื้อตัวเปื้อนเื แต่ไม่มีแผลแม้แต่รอยเดียว
"เ้า... าเ็ตรงไหนไหม?" เขาถามเสียงสั่น มือจับไหล่ฉันแน่นเพื่อสำรวจ
"ไม่ค่ะ... แค่หิว แล้วก็ง่วงมาก" ฉันทำหน้ามุ่ย
"ท่านอ๋องคะ... การเป็คนเก่งนี่มันเหนื่อยจริงๆ รู้งี้ฉันยอมให้เขาด่าว่าเป็ปีศาจแล้วนั่งกินขนมในรถม้าต่อดีกว่า"
เซียวโม่หัวเราะออกมา... เสียงหัวเราะที่ดังก้องท่ามกลางซากศพและความหวาดกลัว เขาดึงฉันเข้าไปกอดแน่น ต่อหน้าธารกำนัลนับแสน
"เ้าไม่ใช่ปีศาจ... แต่เ้าคือ เทพธิดาของข้า" เขาะโก้องประกาศศักดา
"ฟังให้ดี! หลินชิงเซวียนผู้นี้ คือว่าที่พระชายาเอกของข้า เซียวโม่! หากใครหน้าไหนกล้าแตะต้องนาง... หรือแม้แต่รบกวนเวลานอนของนาง จุดจบของมันจะไม่สวยงามเท่าราชครูจางแน่!"
เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิมหลายเท่า
"ท่านอ๋องจงเจริญ! พระชายาเทพธิดาจงเจริญ!"
ฉันซุกหน้าลงกับแผงอกของเขา แอบเช็ดคราบเืที่กระเด็นมาโดนแก้มกับเสื้อของเขา
"นี่คุณ... ประกาศแบบนี้ เดี๋ยวงานเข้าฉันอีกนะ"
"ช่างหัวมันสิ" เซียวโม่ก้มลงจูบที่ขมับของฉัน
"ตราบใดที่เ้าอยู่ข้างข้า... ต่อให้ต้องเป็ศัตรูกับคนทั้งโลก ข้าก็พร้อมจะฆ่าพวกมันให้หมด เพื่อให้เ้าได้นอนหลับสบาย"
"ปากหวาน..." ฉันยิ้มออกมา
"งั้นรีบกลับจวนเถอะค่ะ ฉันอยากอาบน้ำ แล้วก็... กินหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงฝีมือพ่อครัวหลวง"
"จัดไป... สามถ้วยเลยดีไหม?"
"ห้าถ้วยค่ะ! วันนี้ฉันใช้พลังงานไปเยอะมาก!"
ขบวนทัพเคลื่อนเข้าสู่เมืองหลวงอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีฉันเดินเคียงคู่ไปกับท่านอ๋องเก้า ไม่ใช่ในฐานะสตรีที่หลบอยู่หลังบุรุษ แต่ในฐานะ ปลาเค็มพิฆาต ที่ทุกคนในเมืองหลวงจะต้องจดจำไปจนวันตาย... ว่าอย่าได้ริอ่านไปปลุกนางให้ตื่นเด็ดขาด!
ทว่า... บนหอคอยสูงเสียดฟ้าในพระราชวังต้องห้าม สายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองลงมาผ่านม่านมุก ฮองเฮา ผู้กุมอำนาจวังหลัง ขบเล็บยาวสีแดงสดจนหักคาเนื้อ
"หลินชิงเซวียน... นังแพศยา! ข้าประเมินเ้าต่ำไป... แต่ในวังหลังแห่งนี้ ไม่มีที่ว่างให้ปลาเค็มอย่างเ้าได้หายใจหรอก!"
