ภายในโรงหนัง เมื่อก้าวมาถึงเก้าอี้ที่มีหมายเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษระบุเอาไว้ตรงกับตั๋ว มะลิก้าวเข้าไปก่อน เจมส์เดินตามมาข้างหลัง
หญิงชายต่างวัยทรุดร่างลงนั่งบนเก้าอี้ได้เพียงไม่กี่อึดใจหนังก็เริ่มฉาย บาง่บางตอนระหว่างที่เื่ราวในหนังกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน จู่ๆ มะลิก็มีอันต้องสะดุ้งใ เมื่อเจมส์เอื้อมมือข้างหนึ่งมากุมหลังของหล่อนแล้วบีบเบาๆ
ตอนแรกมะลิใจหายวาบ หากก็ไม่ได้ชักมือกลับ ได้แต่นั่งตัวเกร็ง หายใจไม่ทั่วท้อง ระบายลมหายใจออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ กับการกระทำอันน่าแปลกใจของพ่อสามี
ความสงสัยทำให้มะลิตั้งคำถามในใจว่าเจมส์แอบคิดอะไรกับหล่อนหรือเปล่า?’
มือใหญ่ของเจมส์กุมหลังมือของมะลิอยู่นาน จะด้วยเหตุผลอันใดที่ทำให้เขาทำเช่นนี้มะลิไม่รู้ หากหล่อนก็ยอมให้เขากุมมือ กระทั่งเจมส์เริ่มบีบเบาๆ นิ้วกลางกดเบาๆ บนหลังมือของหล่อน ทำอยู่อย่างนั้นเป็จังหวะ ทำเอามะลิขนลุกซู่ รู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของเขาที่เสียดสีอยู่บนหลังมือของหล่อน
“หนาวใช่ไหม…มือหนูเย็นมาก”
เจมส์เอียงไหล่มาถาม ขณะสายตายังจับจ้องอยู่ที่จอหนัง ทำทีว่าดูหนัง แต่แท้จริงแล้วความสนใจของเขาอยู่ที่ตัวหล่อน
“นิดหน่อยค่ะ… ”
มะลิตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย ค่อยๆ ชักมือกลับ เจมส์จะรู้บ้างหรือไม่… ว่าเขาทำให้หล่อนหัวใจเต้นแรงจนไม่เป็อันดูหนัง
มะลิยังคงครุ่นคิด หล่อนยอมรับอย่างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกหวั่นไหวกับเจมส์
ผู้ชายคนนี้เป็คนแปลก เวลาเพียงไม่กี่วันที่ได้รู้จักกัน ได้อยู่ใกล้ชิดเขา แม้ว่ามันยังไม่นานพอจะทำให้หล่อนรู้จักเขาในทุกแง่มุม… แต่มุมหนึ่งที่มะลิััได้… ก็คือผู้ชายคนนี้ต้องเซ็กส์จัดอย่างแน่นอน
นั่งดูหนังต่อมาอีกราวๆ ชั่วโมงก็พากันกลับ ตอนมาถึงบ้านก็ใกล้ค่ำพอดี
ที่บ้านของเจมส์
“คุณอยากทานอะไรคะ… หนูจะทำมื้อค่ำให้คุณ”
มะลิเอ่ยถามถึงอาหารมื้อค่ำ อยากทำมื้อพิเศษเพื่อขอบคุณเจมส์ที่อุตส่าห์พาหล่อนออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา
“ฉันอยากกินต้มยำไก่บ้าน… หนูทำได้ไหม”
ตอนอยู่อเมริกาเจมส์ชอบทานอาหารไทย
“ได้ค่ะ… เอ่อ แต่ว่าในตู้เย็นไม่มีไก่นะคะ คงต้องออกไปซื้อ ตอนนี้ที่หน้าอำเภอมีตลาดนัดพอดี”
มะลิรู้เพราะว่าเจมส์เพิ่งขับรถผ่านตลาดนัดตอนพากันกลับบ้าน
“โอเค… งั้นเราไปซื้อไก่กัน”
“ค่ะ… งั้นรีบไปนะคะ ฟ้าครึ้มๆ อีกไม่นานฝนคงตกหนักแน่ๆ”
มะลิกล่าวพลางแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า เห็นกลุ่มเมฆฝนสีเทากำลังตั้งเค้าทะมึนมาั้แ่ตอนบ่าย เริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกขณะ ได้ยินเสียงฟ้าร้องมาแต่ไกล เสียงลมลู่ใบมะพร้าวต้นใหญ่ที่หลังบ้าน ได้ยินเสียงก้านกิ่งของมันเสียดสีกับชายคาเป็จังหวะ
ในเวลาต่อมา
ใช้เวลาไม่นานนัก เจมส์ก็ขับรถกระบะมาถึงตลาดนัด มะลิเปิดประตูก้าวลงจากรถ เดินนำหน้าเข้ามาในตลาดริมทาง โดยมีร่างสูงใหญ่ของเจมส์ก้าวตามหลัง ในมือข้างหนึ่งของมะลิถือร่มกันฝนติดมาด้วย เตรียมเอาไว้เพื่อความไม่ประมาทกับฝนที่ทำท่าว่าจะเทลงมาได้ทุกเวลา
มะลิรีบซื้อของที่้า เจมส์ช่วยหิ้วถุงพลาสติกเดินตามหลัง ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของผู้คนที่มองมาโดยเข้าใจว่าเจมส์กับมะลิเป็คู่สามีภรรยา
เมื่อซื้อของได้ครบตามที่้า สายฝนก็เริ่มโปรยลงมา มะลิรีบกางร่มที่ถืออยู่ในมือ จากนั้นฝนก็กลั่นเม็ดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
“รีบไปเถอะค่ะ”
ทั้งคู่รีบพากันเดินกลับมาที่รถ ฝ่าสายฝนเย็นะเื ภายใต้ร่มคันเดียวกัน บางจังหวะที่ร่างกายัักันโดยไม่ตั้งใจนัก ได้สร้างความอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดล้ำ ฝนเริ่มสาดแรงจนร่มแทบกันไม่ได้ เจมส์เอื้อมแขนมาโอบหล่อน ขยับมายังด้านที่ฝนสาด เอาตัวบังฝนให้มะลิ พากันเดินมาถึงรถ
กลับมาถึงบ้าน หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนแห้ง มะลิก็เข้าครัวทันที ห่วงว่าเจมส์จะหิว
“ให้ผมช่วยอะไรได้บ้าง”
ร่างสูงเดินตามเข้ามาถามถึงก้นครัว
“ช่วยล้างมะเขือเทศก็ได้ค่ะ”
สูตรต้มไก่บ้านของมะลิต้องใส่มะเขือเทศ หล่อนยื่นถุงมะเขือเทศให้เขา เจมส์เอื้อมมือรับ ทำให้มือของทั้งสองัักันอีกครั้ง
มะลิเขิน… หล่อนช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคร้ามของเขา ในจังหวะที่สายตาประสานกัน มะลิสู้มองสายตา ทั้งสองนิ่งมองตากัน ปล่อยให้ความรู้สึกหลั่งไหล
