“ขวดอาจจะสะดุดอะไรก็ได้ เลยหยุดแบบนั้น พื้นอาจไม่เรียบ” พีทพูดปลอบใจทุกคน แล้วยกขวดขึ้นใช้มือปัดพื้นให้เรียบ เพื่อให้เศษของที่ไม่้าหลุดออกไป
“จำกลิ่นจันทร์ได้ฤาไม่ ถามเขาไป” เสียงทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท มีเพียงเสียงของหญิงสาวปริศนาดังเข้าในหูของอินทิรา หญิงสาวพยายามหันมองหาต้นเสียง ในขณะที่ภวังค์ปริศนาพยายามเข้าควบคุมการกระทำของอินทิราอีกครั้ง
“ไม่ อย่ามายุ่งกับฉัน” หญิงสาวคิดต่อต้านอย่างสุดกำลัง
“กูบอกให้ถามเขาว่า จำกลิ่นจันทร์ได้ฤาไม่” เสียงอันน่ากลัวะโใส่หูของหญิงสาวจนเธอเผลอสติ แล้วหลับตาะโถามเขาอย่างไม่รู้สึกตัว
“พี่เชนทร์จำกลิ่นจันทร์ได้ไหมคะ” เสียงของทุกคนในงานเงียบกริบด้วยความงุนงง คเชนทร์มองอินทิราด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไปพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากันในทันที ร่างสูงวางแก้วแอลกอฮอล์ในมือลง แล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหาหญิงสาว ดวงตาแน่วแน่ทอดมองอินทิราไม่วาง
“น้องเอาชื่อนี้มาจากไหน” น้ำเสียงที่เคยอบอุ่นกลายเป็แข็งกระด้าง เต็มไปด้วยความอยากรู้ ก่อนจะดึงมือหญิงสาวขึ้นมากระชับแน่น คเชนทร์เหมือนถูกจี้จุด ปมในใจถูกหญิงสาวกระตุ้นจนไม่สามารถควบคุมได้
“เอ่อ..คือ...” อินทิรากลอกสายตาไปมา คิดหาคำตอบ
“พี่เชนทร์ ดึงเพื่อนคะนิ้งทำไมคะ” คะนิ้งลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปห้าม เมื่อเห็นว่าสายตาของพี่ชายตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิม
“พี่ขอคุยกับเพื่อนเราเดี๋ยวเดียว แบบส่วนตัว” เขาหันมาขอน้องสาวโดยไม่ฟังคำอนุญาต ก่อนจะดึงมือหญิงสาว เดินเข้าบ้านไป ร่างสูงหันมองดูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนตามมา มือหนายังคงกระชับแน่นไม่ยอมปล่อย สายตาเข้มมองเข้าไปในั์ตานั้นอย่างมั่นคงเพื่อ้าคำตอบ “กลิ่นจันทร์” เป็ชื่อเดียวที่ิญญาร้ายใช้อ้างกับแป้งหญิงคนรักเก่าของเขา
“บอกกับพี่มาว่าเมื่อกี้เธอพูดอะไร” คเชนทร์เริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่เื่บังเอิญที่หญิงสาวจะมาพูดล้อเล่นกับเขา
“อิงค์...” อินทิรากลืนน้ำลายพลางดึงสายตาต่ำลง เพื่อหลบสายตาแข็งกระด้างของเขา
“เธอไม่ตอบพี่ใช่ไหม” คเชนทร์ดึงมือหญิงสาวกลับไปยังกลุ่มที่เล่นเกม แล้วลงมือหมุนขวดแอลกอฮอล์ที่ว่านั้น ขวดหมุนวนเป็วงกลมหลายรอบก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าของอินทิรา มันไม่ใช่เื่บังเอิญ หรือเป็เพราะอิทฤทธิ์ของกลิ่นจันทร์ ทว่าเป็ความตั้งใจของคเชนทร์ที่ใช้เกมบังคับให้เธอได้พูดความจริง
“ตอบพี่มา รู้จักชื่อกลิ่นจันทร์ได้อย่างไร” อินทิรายังคงอ้ำอึ้ง พลางมองไปรอบๆ ทุกสายตาจับจ้องมายังเธอเพียงจุดเดียวเท่านั้น หากเธอตอบว่าได้ยินมาจากผี หรือรู้มาจากความฝัน อินทิราคงได้เป็บ้าในสายตาคนพวกนี้ หญิงสาวอ้ำอึ้งมองชายหนุ่มผู้ซึ่งคอยช่วยเหลือเธอหลายครั้ง ทว่าวันนี้เขาทำตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดหญิงสาวยอมหลบสายตาแล้วส่ายศีรษะไม่ยอมตอบคำถาม
“ไม่ตอบพี่ใช่ไหม ได้! ถ้าอย่างนั้นก็ตามกติกา” คเชนทร์เดินดุ่มๆ เข้าไปอุ้มหญิงสาว แล้วโยนเธอลงสระ ร่างเล็กรอยละลิ่วจมลงน้ำอย่างไม่ทันตั้งตัว อินทิราพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจอยู่หลายรอบ
“พี่เชนทร์ พี่เป็บ้าไปแล้วหรือไง ทำเพื่อนคะนิ้งทำไม” คะนิ้งวิ่งมาต่อว่าพี่ชายตัวเองอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปขอร้องให้พีทลงไปช่วยเพื่อนที่กำลังพยายามเอาตัวรอดจากสระน้ำ หากแต่ไม่ทันการณ์ อยู่ๆ ร่างเล็กก็จมวูบหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน ภายใต้น้ำอันใสนั้น อินทิราเห็นร่างของหญิงนางรำลอยอยู่ในนั้น เธอกำลังรำอย่างงดงามพลางแสยะยิ้มให้ ก่อนที่ผมยาวสีดำพุ่งเข้ามารัดข้อเท้าเธอเอาไว้แล้วดึงลงไปก้นสระ
“อีกลิ่นทิพย์ มึงเกิดได้ กูก็ทำให้มึงตายได้” เป็เสียงสุดท้ายที่หญิงสาวได้ยินก่อนจะหมดสติไป
“อิงค์” คเชนทร์ได้สติกลับมา รีบะโลงไปช่วยอย่างรีบร้อน ตามด้วยพีทและโต้งะโลงไปช่วยพร้อมๆ กัน
“พ่อพี่หาฤกษ์แต่งงานของเราได้แล้วนะ” นายหาญจับมือหญิงสาวขึ้นมาหอม กลิ่นทิพย์พยักหน้ายิ้มอย่างเขินอาย ท่ามกลางบึงบัวขนาดใหญ่ หาญวางมือหญิงสาวลงแล้วหยิบไม้พายแจวเรือต่อไป สายลมยามเย็นพัดโชยมาเป็ระลอก ฝูงผีเสื้อพากันบินตอมดอกบัวไปมาอย่างสราญใจ
“พี่หาญช่วยจอดเทียบตรงนี้ให้น้องประเดี๋ยว” กลิ่นทิพย์บอกชายคนรัก สายตาอ่อนโยนมองตรงไปยังดอกบัวสีชมพู แล้วเด็ดขึ้นมาอย่างทะนุถนอม นายหาญยิ้มกับความอ่อนหวานของคนรัก เขารู้สึกมีความสุขและเป็ผู้ชายที่โชคดีที่ได้หญิงสาวที่งามทั้งภายในและภายนอกอย่างกลิ่นทิพย์
