“พี่ชาย ท่านดูอักษรที่ข้าคัด ก้าวหน้าขึ้นแล้วใช่หรือไม่ ข้าคิดว่าข้าก้าวหน้าขึ้น ตัวอักษรที่คัดไม่อ้วนเหมือนเมื่อเช้าแล้ว” เจินเจินเห็นกู้อวี้ฟื้นแล้วก็วิ่งปรี่เข้าไปหาอย่างดีใจ พร้อมกับชูกระดาษคัดอักษรให้อีกฝ่ายดู
กู้อวี้ที่กำลังจะพูดคำว่าไม่ กลับต้องชะงักไป ไม่ใช่เพราะไม่อยากพูดจาทำร้ายจิตใจนาง หากแต่เป็เพราะเวลานี้เขารู้สึกเจ็บขามากต่างหาก จึงกล่าวแต่เพียงว่า “เ้าไปหาท่านแม่ ให้ท่านพาไปอาบน้ำชำระกายเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด”
เจินเจินได้ยินดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเวลานี้ใบหน้าของนางคงจะเลอะน้ำหมึกอีกแล้วเป็แน่ เด็กหญิงรีบวิ่งออกไปอย่างเชื่อฟัง ทั้งยังะโไปตลอดทางว่า “พี่ชายฟื้นแล้ว!”
“ท่านพี่ฟื้นแล้วหรือ” กู้เอ้อร์หลางวิ่งมาจากด้านหน้าบ้าน ครั้นเห็นใบหน้าซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหมึกของเจินเจินก็หันไปะโเรียกน้องสาม “เ้าสาม รีบนำยาไปให้ท่านพี่เร็วเข้า!” จากนั้นเข้าไปจูงมือเจินเจิน “ไป พี่รองจะพาเ้าไปล้างหน้าล้างตา”
เจินเจินยอมให้กู้เอ้อร์หลางจูงมือแต่โดยดี ทว่าขณะเดียวกันกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังว่า “ตกลงกันแล้วมิใช่หรือว่าพวกเ้าจะเรียกข้าว่าลูกพี่”
เอ้อร์หลางชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยคำ “นั่นมันก่อนหน้านี้ เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่ของข้ารับเ้าเป็บุตรสาวบุญธรรมแล้ว ก็เท่ากับว่ายามนี้เ้าคือน้องสาวบุญธรรมของข้า ฉะนั้นตามธรรมเนียมเ้าสมควรต้องเรียกข้าว่าพี่รอง เ้าลองคิดดู มีบ้านใดบ้างที่พี่ชายเรียกน้องสาวว่าลูกพี่ เช่นนี้มันผิดธรรมเนียม แต่เ้าวางใจเถิด ในใจข้าเ้าคือลูกพี่”
เจินเจินเอียงศีรษะคิดตาม รู้สึกว่าที่อีกฝ่ายพูดมานั้นก็ฟังมีเหตุผล แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่อยากเรียกอีกฝ่ายว่าพี่รอง เพราะกู้เอ้อร์หลางตัวอวบอ้วนไม่หล่อเหลา
“ไม่เอา ข้าจะเรียกว่าเ้ารอง รอให้เ้าโตไปแล้วหน้าตาดีเมื่อใดข้าถึงจะเรียกเ้าว่าพี่รอง”
กู้เอ้อร์หลาง “…”
พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เพราะเขาตัวอ้วนหน้าตาไม่หล่อเลยไม่เหมาะจะเป็พี่ชายเช่นนั้นหรือ?
ช่างทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้ว!
กู้เอ้อร์หลางที่ถูกเจินเจินทำร้ายจิตใจพาเ้าตัวเข้าไปในห้องครัว ก่อนจะรองน้ำใส่กะละมังแล้วนำมาช่วยล้างหน้าล้างตาให้ ั้แ่ต้นจนจบเขาทำให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจใส่ยิ่ง ครั้นใบหน้าของเจินเจินกลับมาสะอาดดังเดิม หยวนเหล่าเอ้อร์ได้เดินมากวักมือเรียกบุตรสาวที่หน้าห้องครัว “เจินเจิน รีบมาหาพ่อ พ่อมีเื่จะปรึกษา”
“เื่ใดหรือ” เจินเจินเอียงศีรษะถาม
“คุณชายหลิ่วบอกว่าวันรุ่งขึ้นจะขึ้นเขาแต่เช้า เดินทางครั้งนี้ต้องอ้างแรมบนนั้นครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือน เ้าว่าพวกเราควรไปด้วยดีหรือไม่”
“ไฉนต้องขึ้นไปนานถึงเพียงนั้น” เจินเจินถามต่ออย่างไม่เข้าใจ
หยวนเหล่าเอ้อร์ทำหน้ามึนงงเช่นกัน “พ่อเองก็ไม่ทราบ คุณชายหลิ่วจะให้ค่าตอบแทนถึงยี่สิบตำลึง เ้าว่าพวกเราควรไปด้วยดีหรือไม่ ไม่ว่าจะนอนที่ใดก็เหมือนกัน นอนบนเขาก็คงไม่แตกต่างกับนอนบนเตียงที่บ้านกระมัง”
เจินเจินไม่สนใจบิดา วิ่งไปหาหมอเทวดาชวีที่ห้อง “ท่านปู่ ท่านอยากได้สมุนไพรใดหรือ วาดรูปให้ข้าดูได้หรือไม่ ข้าขึ้นเขาไปเที่ยวเล่นบ่อยๆ ไม่แน่ว่าอาจจะเคยเห็น”
ครึ่งเดือนสำหรับนางเป็ระยะเวลาที่นานมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนึ่งเดือนเลย เพราะนางไม่อยากจากพี่ชายไปนานถึงเพียงนั้น
“ได้สิ ข้าจะวาดให้เ้าดูประเดี๋ยวนี้” หมอเทวดาชวีมิได้คาดหวังอันใดกับเด็กหญิงผู้นี้มากมายนัก ทว่าเขาเชื่อว่าดวงตาหลายคู่ย่อมดีกว่าคู่เดียว ชายชราจึงวาดสมุนไพรที่้าลงบนกระดาษพร้อมทั้งวางแผนในใจว่าจะนำไปให้คนอื่นดูด้วยเช่นกัน
สมุนไพรที่เขากำลังตามหานั้นไม่ใช่สมุนไพรธรรมดา หากแต่เป็สมุนไพรในตำนานซึ่งอยู่ในตำรับสมุนไพรที่เขาได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เช่นดองซวงเซิงฮวา เถาวัลย์เซียวเหยา ต้นเทพไท่ซุ่ยหยกขาว และดอกฉีซิงเซียนเหลียน หมอเทวดาชวีคาดเดาว่า สมุนไพรล้ำค่าที่สกุลกู้มีในนั้นน่าจะเป็สมุนไพรประเภทเดียวกับต้นเทพไท่ซุ่ยหยกขาว
เจินเจินรับรูปภาพไปดูแล้วเอียงคอถามอย่างสงสัย “หาก้ารักษาพี่ชายให้หายดีต้องใช้สมุนไพรหลายชนิดถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
หมอเทวดาชวียิ้มตอบ “ไม่ใช่ สมุนไพรเหล่านี้มีบางชนิดที่ใช้รักษาพี่ชายของเ้า แต่มีบางชนิดที่คนไข้คนอื่นของข้าจำเป็ต้องใช้ ข้าคิดว่าอย่างไรก็ต้องขึ้นเขาอยู่แล้ว มิสู้หาไปพร้อมกันเลยดีกว่า ข้าไม่ได้มาที่นี่บ่อยครั้งนัก หลังจากรักษาขาให้พี่ชายของเ้าจนหายดี ข้าก็ต้องกลับไปแล้ว”
เจินเจินคิดตามพบว่าที่ชายชราพูดมานั้นมีเหตุผลมิใช่น้อย เห็นแก่ที่อีกฝ่ายช่วยรักษาขาให้พี่ชาย เช่นนั้นนางจะพาเขาขึ้นไปหาสมุนไพรเหล่านี้ก็แล้วกัน
ความจริงแล้วในบรรดาสมุนไพรที่ชายชราวาดให้ดูนั้นมีบางตัวที่นางเคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่แค่เคยเห็นเท่านั้น หากแต่มีอยู่ชนิดหนึ่งจากในภาพวาดที่เคยนำมาทำมงกุฎดอกไม้ให้แก่เสี่ยวไป๋ด้วยซ้ำ ทว่ามันกลับไม่ชอบใจเลยทำลายทิ้งจนสิ้น ตอนหลังนางก็ไม่เคยเห็นดอกไม้ชนิดนี้อีกเลย
มีอีกชนิดหนึ่งคือดอกไม้สีขาวที่ชายชรากล่าวว่าตัวดอกจะมีสีขาวดุจหยก นางก็เคยนำดอกไม้นั้นมาเล่นอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว ไม่ว่าจะขยำอย่างไรมันก็ไม่แหลกละเอียดคามือ และนิ่มประดุจโคลนที่พอบีบก็จะไปโผล่ที่ซอกนิ้วแทน
เพียงแต่ฟันของเสี่ยวไป๋แหลมคมมาก มันกัดกระชากแค่ไม่กี่ครั้งก็ทำให้ดอกไม้ดอกนั้นขาดละเอียด นับว่าเป็ของดีมีพลังิญญา เพียงแต่รสชาติแย่ไปสักเล็กน้อย อย่าว่าแต่เสี่ยวไป๋กินไม่ลงเลย แม้แต่นางก็กินไม่ลงเช่นกัน เมื่อเล่นจนเล่นไม่ได้อีกนางก็โยนทิ้งไป น่าเสียดายที่ต่อมาตอนหลังนางก็มิได้พบเห็นมันอีกเลย
นอกจากนี้แล้วยังมี…
เจินเจินหยิบรูปวาดสามรูปจากทั้งหมดขึ้นมา “สมุนไพรสามชนิดนี้ข้าเคยเห็นบนเขา”
เป็สมุนไพรสามชนิดที่นางยังไม่มีโอกาสได้เด็ดมาเล่น…
หมอเทวดาชวีตาโตด้วยความดีอกดีใจ เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “เ้า…เ้าเคยเห็นพวกมันจริงหรือ”
สมุนไพรสามชนิดที่เด็กหญิงบอกว่าเคยเจอบนเขานั้นมีสองชนิดที่เขาจะนำไปถอนพิษให้แก่นายท่านหก ส่วนอีกชนิดคือดอกฉีซิงเซียนเหลียนซึ่งมีแต่ในตำนานเท่านั้น หากเขาสามารถหาดอกไม้ชนิดนี้มาได้จริง ก็จะช่วยถอนพิษของนายท่านหกได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออายุขัยและการมีทายาท ชายชราคิดในใจว่าเด็กหญิงผู้นี้คงไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่
“ใช่ ข้าเคยเห็น ไม่ผิดแน่ มันสวยมาก” เจินเจินยืนยัน รูปลักษณ์ของดอกไม้นั้นไม่เพียงแค่สวยงาม ทว่ายังมีพลังิญญามาก เพียงแต่ตำแหน่งที่ขึ้นค่อนข้างอันตราย นางเลยไม่มีความคิดจะไปเด็ดมาเล่น แม้ว่า ‘เห็ดสีม่วง’ ที่นางเก็บมาจะมีพลังิญญาไม่เท่าดอกไม้ที่ว่านี้ แต่หากเก็บมาหลายๆ ดอกก็จะได้พลังิญญาเท่ากันแล้วมิใช่หรือ
หยวนเหล่าเอ้อร์รีบไล่บุตรสาวออกจากห้อง โดยอ้างว่าให้นำของไปให้กู้อวี้ เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้เจินเจินก็รีบวิ่งแจ้นออกไปแล้ว
“ท่านหมอชวี คุณชายหลิ่ว หากเจินเจินสามารถพาพวกท่านไปหาดอกไม้ที่ว่านี้พบ…”
“ข้าให้หนึ่งพันตำลึง” หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่ปิดบังท่าทีโลภมากของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทว่ายังไม่ทันพูดจบ หลิ่วตี๋ก็เสนอผลประโยชน์ออกมาอย่างรู้ทันเสียก่อน
หยวนเหล่าเอ้อร์ “…”
เท่าใดนะ?
เขามิได้ฟังผิดใช่หรือไม่?
หนึ่งพันตำลึงคือเท่าใด? ไอ้หยา เขานับไม่เป็
หลิ่วตี๋ขมวดคิ้ว หนึ่งพันตำลึงยังรังเกียจว่าน้อยไปอีกหรือ?
หมอเทวดาชวีนึกว่าที่หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่พูดไม่จาเพราะรังเกียจว่าน้อยเกินไป กล่าวว่า “หากดอกไม้ที่เจินเจินบอกว่าเคยเห็นคือดอกไม้ที่ข้ากำลังตามหาอยู่จริง อย่าว่าแต่หนึ่งพันตำลึงเลย สองพันตำลึงก็สามารถจ่ายให้ได้ เพียงแต่ไม่เคยมีผู้ใดเคยพบดอกฉีซิงเซียนเหลียนในโลกมนุษย์มาก่อน ไม่แน่ว่าเจินเจินอาจจะมองผิดไป ไม่สู้พวกเราขึ้นเขาไปดูก่อน”
หยวนเหล่าเอ้อร์ดีใจจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารัวๆ ขณะคิดในใจว่า บุตรสาวคนดีของพ่อ เ้าห้ามเข้าใจผิดเชียวนะ! หาไม่แล้วเงินเยอะถึงเพียงนั้นได้ลอยหายไปแน่
“ได้ เพียงแต่หากใช่ดอกไม้ที่ท่านกำลังตามหา ต้องจ่ายข้าเป็ก้อนตำลึงเงิน ไม่ๆ ตำลึงทองดีกว่า!” ตำลึงเงินเขานับไม่เป็ แต่หากเป็ตำลึงทองนั้นเขานับเป็
