“ศิษย์พี่ชวี!” ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่เดินสัญจรไปมา ครั้นเห็นชวีหลิงเฟิงก็หยุดฝีเท้าโน้มตัวแสดงความเคารพ ชวีหลิงเฟิงชอบความรู้สึกที่ถูกคนอื่นเคารพนบน้อมเป็อย่างมาก เพราะสถานะศิษย์สืบทอด สิทธิพิเศษต่างๆ ที่ได้รับจึงแตกต่างกับตอนที่เป็ศิษย์สามัญโดยสิ้นเชิง
หลังจากกลับมาจากเกาะหลัวโหว ชวีหลิงเฟิงได้รับการดูแลจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็อย่างดี กอปรกับการผจญภัยในเกาะหลัวโหว ในที่สุดเขาก็สำเร็จเป็ขั้นสั่งสมภายในเวลาไม่ถึงสามปี และกลายเป็ศิษย์สืบทอดของผู้าุโสิงอวี๋ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ในไม่ช้าชวีหลิงเฟิงจะได้รับตำแหน่งต่อจากผู้าุโสิงอวี๋ ปกครองยอดพิพากษาของขุนเขากระบี่เทียนหยวนกุมอำนาจอันยิ่งใหญ่
อันที่จริง ก่อนที่ชวีหลิงเฟิงจะเป็ศิษย์สืบทอด เขารับภารกิจจากยอดพิพากษามาบางส่วนแล้ว ปกติแล้วตอนอยู่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนเขาเป็คนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมาก ทั้งยังเป็คนเที่ยงธรรม ศิษย์กับผู้าุโคนอื่นจึงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ กับเื่ที่เขาจะรับ่ต่อเป็ผู้ปกครองยอดพิพากษา
ในฐานะศิษย์สืบทอดหน้าใหม่ ชื่อเสียงของชวีหลิงเฟิงไม่ได้ด้อยไปกว่าศิษย์สืบทอดคนก่อนๆ เลย
“หืม?” ทันใดนั้นชวีหลิงเฟิงก็ขมวดคิ้ว มีศิษย์คนหนึ่งเดินผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะทักทายหรือเคารพเขาด้วยซ้ำ
“หยุดอยู่ตรงนั้น เ้าเป็ใคร เป็ศิษย์จากตระกูลไหน” ชวีหลิงเฟิงะโเรียก
จินหลิงเอ๋อร์ผงะครู่หนึ่งแล้วหันกลับมามองชวีหลิงเฟิง “มีอะไร?”
“ข้าเป็ศิษย์พี่ของเ้า เหตุใดถึงไม่ทำความเคารพ?” ชวีหลิงเฟิงยิ้มเล็กน้อย
“ก็เพราะข้าไม่ใช่ศิษย์ของขุนเขากระบี่เทียนหยวน” จินหลิงเอ๋อร์กลอกตา
ชวีหลิงเฟิงหน้าเปลี่ยนสี หลังจากที่เป็ศิษย์สืบทอด ไม่ว่าจะเป็ศิษย์คนใดเมื่อพบเขาล้วนเคารพทักทายด้วยรอยยิ้ม ไม่เคยเหตุการณ์มีเฉกเช่นนี้มาก่อน
“ไม่ใช่ศิษย์ของขุนเขากระบี่เทียนหยวนแล้วเ้าเดินไปเดินมาอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนได้อย่างไร?” ชวีหลิงเฟิงคำราม ฝ่ามืออันแข็งแกร่งคว้าไหล่ของจินหลิงเอ๋อร์เอาไว้
“เจ็บ ปล่อยข้านะ!” จินหลิงเอ๋อร์กรีดร้อง
“ไปยอดพิพากษากับข้า ข้าอยากรู้ว่าเ้าเป็ใครมาจากไหน” ชวีหลิงเฟิงแสยะยิ้ม
“แล้วเ้าเป็ใคร มีสิทธิ์อะไรมาแตะตัวข้า!” จินหลิงเอ๋อร์พูดเสียงดัง
ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่อยู่ใกล้ๆ กระซิบกระซาบ ชวีหลิงเฟิงเป็ผู้ที่มีชื่อเสียงในขุนเขากระบี่เทียนหยวน คนส่วนใหญ่จึงคิดว่าจินหลิงเอ๋อร์เป็คนผิด
“ฟึ่บ!” แสงกระบี่ฟาดฟันลงมา จินขวางปรากฏกายขวางทางชวีหลิงเฟิง!
“จินขวาง!” ชวีหลิงเฟิงขมวดคิ้ว
ถ้าถามว่าการเดินทางไปยังเกาะหลัวโหวในตอนนั้นได้อะไรบ้าง นอกจากจะได้ของล้ำค่ามาแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาอีกก็คือสองอัจฉริยะ
ไม่ว่าจะเป็จินขวางหรือว่าชวีหลิงเฟิง หลังจากที่ไปจากเกาะหลัวโหว ขั้นพลังของพวกเขาทั้งสองก็พุ่งทะยานเป็ทวีคูณ เกือบจะสำเร็จเป็ขั้นสั่งสมใน่เวลาเดียวกัน ขั้นบำเพ็ญเพียรของพวกเขาก็คือขั้นสั่งสมสองชั้นฟ้า มีคุณสมบัติที่จะเป็เสาหลักของอนุชน
แต่เพราะเื่ที่เกิดขึ้นบนเกาะหลัวโหว ทำให้จินขวางกับชวีหลิงเฟิงขัดแย้งกันมาโดยตลอด และด้วยนิสัยของจินขวางในขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่เป็คนรักสันโดษ ไม่ค่อยมีเพื่อน ดังนั้นในการต่อสู้กับชวีหลิงเฟิงจึงมักเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกาะหลัวโหวครั้งนั้นจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ทั้งสองก็ยืนหยัดในความคิดของตัวเอง ทั้งจินขวางกับชวีหลิงเฟิงต่างได้รับการสนับสนุนจากผู้าุโในสำนัก เพราะไม่มีหลักฐาน ทั้งยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ แม้แต่ซั่งกวานซงก็ไม่สามารถตัดสินลงโทษพวกเขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ทั้งสองแสดงพร์ในการต่อสู้ ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ยิ่งไม่อยากลงโทษทั้งสองคนนี้
ความสามารถในการทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นสั่งสมใน่อายุนี้ทำให้พวกเขาเป็อัจฉริยะในเส้นทางยุทธ์โดยไม่ต้องสงสัย ภายภาคหน้ามีโอกาสที่จะสำเร็จเป็ขั้น์ปฐีหรือขั้นนิพพาน ซึ่งเป็สิ่งที่สำคัญยวดยิ่งต่อขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“ศิษย์พี่ชวีช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก นี่จะพาคนไปที่ยอดพิพากษาอีกแล้วรึ?” จินขวางแค่นเสียงเย็น
“นางไม่ใช่ศิษย์ของขุนเขากระบี่เทียนหยวนแต่กลับสามารถเดินไปเดินมาอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน พฤติกรรมน่าสงสัย ในฐานะศิษย์สืบทอดยอดพิพากษา ข้าต้องพานางไปสอบปากคำที่ยอดพิพากษา” ชวีหลิงเฟิงกล่าว
“แม้ว่านางจะไม่ใช่ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนทว่านางก็เป็สหายของแม่นางจือหนิง เ้ากล้าสอบปากคำสหายของแม่นางจือหนิงงั้นรึ?” จินขวางแสยะยิ้ม
“ซั่งกวานจือหนิง!” ชวีหลิงเฟิงขมวดคิ้ว สถานะของซั่งกวานจือหนิงสูงศักดิ์เพียงใดมิต้องเอ่ย ถึงเขาเป็ศิษย์สืบทอดก็รู้ข้อเท็จจริงเพียงผิวเผินเท่านั้น ซั่งกวานจือหนิงไม่ได้เป็แค่บุตรสาวของเ้าสำนัก แต่มีอะไรที่มากยิ่งกว่านั้น
กระทั่งอาจารย์ของเขายังไม่กล้าล่วงเกินซั่งกวานจือหนิง แล้วนับประสาอะไรกับเขาที่เป็แค่ศิษย์สืบทอด
ชวีหลิงเฟิงไม่คาดคิดว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าจะเป็สหายของซั่งกวานจือหนิง แม้ว่าซั่งกวานจือหนิงจะหายตัวไปสักพักหนึ่งแล้ว แต่นางก็ยังเป็ยอดหญิงแห่งขุนเขากระบี่เทียนหยวน แน่นอนว่าไม่มีใครอาจหาญกล้าล่วงเกินสหายของนาง
กระนั้นชวีหลิงเฟิงก็ยังไม่ปล่อยมือ ถ้าเขายอมประนีประนอม ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะคิดอย่างไร ทั้งยังเสียศักดิ์ศรีเป็อย่างมาก
“ยอดพิพากษาเป็ผู้คมกฎสำนัก แม้เป็สหายของแม่นางจือหนิง หากทำผิดกฎก็ต้องได้รับโทษ นับประสาอะไรกับคนนอก” ชวีหลิงเฟิงกล่าว
“สมกับศิษย์พี่ชวี เที่ยงธรรมยิ่งนัก!” ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะชื่นชม
“ข้าอยากรู้นักว่าใครกล้าแตะต้องนาง!” ทันใดนั้นเงาดำพุ่งเข้ามา
ชวีหลิงเฟิงมือชาจึงจำเป็ต้องปล่อย หลังจากที่เงาดำพุ่งผ่านไป จินหลิงเอ๋อร์ก็ปรากฏตัวอีกครั้งตรงข้ามกับชวีหลิงเฟิง ในเวลาเดียวกันจูชิงก็ประจักษ์กาย เหลือบตามองชวีหลิงเฟิงด้วยสายตาเ็า
“เ้า!” ชวีหลิงเฟิงหน้าเปลี่ยนสี ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าคนที่ทำให้เขาต้องฝันร้ายนั้นตายไปแล้ว หากแต่จู่ๆ คนผู้นั้นกลับมาอยู่ตรงหน้าเขา
ย้อนกลับไปที่เกาะหลัวโหว ถ้าไม่ใช่เพราะชายที่อยู่ตรงหน้า ซั่งกวานจือหนิงกับจินขวางก็คงตายไปแล้ว และถ้าเป็เช่นนั้น ปัญหาก็จะลดน้อยลงไปมากโข
“ชวีหลิงเฟิง กล้าแตะต้องศิษย์ของข้าอย่างนั้นรึ!” จูชิงเหยียดยิ้ม
“ศิษย์ของเ้า? เ้าเป็แค่ศิษย์ชั้นนอก เ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะรับศิษย์!” ชวีหลิงเฟิงคำราม
“นั่นใคร เหตุใดถึงจองหองเฉกเช่นนั้น ไม่ไว้หน้าศิษย์พี่ชวีเลย?” ศิษย์บางคนที่ไม่เคยเห็นจูชิงซุบซิบนินทา
“ไม่รู้สิคงมีคนหนุนหลังกระมัง” ศิษย์อีกคนไม่แน่ใจนัก
“คนหนุนหลัง ถึงจะมีคนหนุนหลังแต่จะเทียบกับศิษย์พี่ชวีได้รึ อาจารย์ของศิษย์พี่ชวีคือผู้าุโสิงอวี๋ยอดพิพากษาเชียวนะ จะมีสักกี่คนในขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่กล้าฉีกหน้า?” ศิษย์คนก่อนหน้านี้กล่าว
คราวนี้ชวีหลิงเฟิงตั้งใจแน่วแน่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องฆ่าจูชิงให้ได้ ดีที่สุดก็คือฆ่าให้ตายในครั้งเดียว เพื่อที่ฝันร้ายในใจจะได้จบสิ้นลง เส้นทางแห่งยุทธ์ในภายภาคหน้าจะได้ราบรื่นยิ่งขึ้น
“ไปยอดพิพากษากับข้า มีความผิดหรือไม่ ยอดพิพากษาจะตัดสินเอง” ชวีหลิงเฟิงพูด
“ยอดพิพากษาเป็ถิ่นของเ้า สุดท้าย ถึงพวกเราจะไม่มีความผิด เ้าก็ต้องตัดสินว่ามีความผิดอยู่ดี” จูชิงแผดเสียงเย็น
“จูชิง อย่ามาใส่ร้ายข้า ข้าชวีหลิงเฟิงตัดสินทุกอย่างยุติธรรมเสมอ หนึ่งก็คือหนึ่ง สองก็คือสอง ถ้าพวกเ้าไม่มีความผิด ข้ารับประกันว่าพวกเ้าจะกลับลงมาจากยอดพิพากษาได้อย่างปลอดภัย” ชวีหลิงเฟิงะโ
จูชิงเบะปาก “ถ้าเ้าไว้ใจได้อย่างที่พูดจริงๆ ก็คงไม่มีศิษย์มากมายถูกเ้าฆ่าตายบนเกาะหลัวโหว”
“ครืนน!” ประโยคที่จูชิงกล่าวออกมาทำให้เหล่าศิษย์ตะลึงจังงัน
“บัดซบ!” ลมปราณของชวีหลิงเฟิงเดือดพล่านเหวี่ยงฝ่ามือโจมตีจูชิง
“แทงใจดำงั้นรึ จะฆ่าข้าเพื่อปิดปากอีกคนหรือไง?” จูชิงหมุนควงแขนเหวี่ยงหมัด ปีศาจวายุประจักษ์ ลมพัดโหมกระหน่ำ
“หรือว่าเป็เื่จริง ศิษย์พี่ชวีฆ่าคนพวกนั้นจริงๆ รึ?”คนที่อยู่รอบๆ อดถามไม่ได้
ไม่ว่าเบื้องบนขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะปิดเื่นี้ดีแค่ไหน สุดท้ายก็มีข่าวลือแพร่กระจายออกไปอยู่ดี แค่ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าเป็ฝีมือของชวีหลิงเฟิงหรือว่าจินขวาง
ทว่าฟังจากที่จูชิงพูดคล้ายกับว่าจะเป็ฝีมือของชวีหลิงเฟิง
“นั่นไม่ใช่วิชาของสำนัก!” ทันใดนั้นมีคนะโเสียงดัง ปีศาจวายุที่อยู่ข้างหลังจูชิง น่าสะพรึงกลัวแสนพรรณนา
วิชาของขุนเขากระบี่เทียนหยวนล้วนแล้วดำเนินตามรอยผู้ทรงธรรม แล้วภูตผีน่ากลัวเช่นนี้จะปรากฏขึ้นได้อย่างไร ลักษณะคล้ายคลึงกับของสำนักปีศาจเป็อย่างมาก
“สำนักปีศาจ เ้าเป็ไส้ศึกของสำนักปีศาจ!” ชวีหลิงเฟิงเป็โทสะ
“เ้านี่เปลี่ยนเื่เก่งเสียจริง สำนักปีศาจ? เพราะเ้าบอกว่าข้าเป็คนของสำนักปีศาจ ดังนั้นข้าก็ต้องเป็คนของสำนักปีศาจงั้นรึ?” จูชิงหัวเราะเหยียดหยาม
ถ้าบอกว่าเขาข้องเกี่ยวกับสำนักปีศาจ เหตุใดมือเหล็กหนึ่งในแปดผู้พิทักษ์ของสำนักปีศาจถึงถูกเขาฆ่าตายเสียล่ะ
“ไส้ศึกของสำนักปีศาจต้องถูกลงทัณฑ์ ตายซะเถอะ!” ชวีหลิงเฟิงชักกระบี่ที่สะพายอยู่ด้านหลังฟาดฟันใส่จูชิง
การต่อสู้กันเองในสำนักถือว่าเป็ความผิดร้ายแรง แม้แต่ศิษย์สืบทอดก็ยังไม่กล้าฆ่าศิษย์สำนักเดียวกันอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วที่มีเื่เฉกเช่นนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้
ชวีหลิงเฟิงไม่ได้เป็คนโง่ เขาไม่มีทางตกหลุมพรางอยู่แล้ว ดังนั้นจึงใส่ร้ายว่าจูชิงเป็ไส้ศึกสำนักปีศาจ ในฐานะผู้ที่เป็ไส้ศึก ความตายคือโทษที่สมควรได้รับแล้ว แม้ว่าภายหลังจะพบว่าจูชิงไม่ใช่ไส้ศึกของสำนักปีศาจ แต่ด้วยสถานะของชวีหลิงเฟิงย่อมได้รับการยกเว้นโทษโดยสิ้นเชิง
“ชวีหลิงเฟิง สามหาวนัก!” จินขวางเดือดดาลมาดหมายชักกระบี่ฟันกลับไป
ทว่าตอนนั้นเองมีมือหนึ่งหยุดจินขวางไว้ “ข้าจัดการเอง ข้าอยากเรียนกระบวนท่ากระบี่จากศิษย์พี่ชวีเสียหน่อย”
“เ้ารับมือไม่ไหวหรอก เขาเป็ขั้นสั่งสมสองชั้นฟ้า ใกล้จะสำเร็จเป็ขั้นสั่งสมสามชั้นฟ้าแล้ว!” จินขวางขมวดคิ้ว
จูชิงเป็แค่ขั้นหลอมลมปราณสามชั้นฟ้าห่างจากชวีหลิงเฟิงหนึ่งขั้นพลังใหญ่ ช่องว่างขนาดนี้ เดาว่าอาจจะถูกชวีหลิงเฟิงฆ่าตายในพริบตาเดียว
ทว่าจูชิงเหมือนไม่ได้ยินที่จินขวางพูด เขายื่นมือคว้ากระบี่ของชวีหลิงเฟิง!
ถูกจับแล้ว กระบี่ของชวีหลิงเฟิงถูกจับแล้ว!
ชวีหลิงเฟิงหน้าเขียวคล้ำ ฝ่ามือของจูชิงเปรียบเสมือนกับูเาใหญ่ ไม่ว่าเขาจะพยายามขับเคลื่อนลมปราณมากแค่ไหนก็ไม่สามารถขยับกระบี่ได้แม้แต่น้อย
