ตอนที่ 2 เสียงคำรามของผู้แพ้
ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหมู่บ้านเหอผิงราวกับผ้าคลุมศพผืนั์ สายฝนยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ลดละ มันสาดกระหน่ำลงมาเพื่อชะล้างคราบดินแดงบนถนนลูกรังที่ขรุขระ แต่กลับไม่อาจชะล้างคราบน้ำตาและกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งหนาแน่นอยู่ในบ้านดินหลังท้ายหมู่บ้านหลังนี้ได้เลย
ภายในห้วงคำนึงที่สับสนและบิดเบี้ยวของ หลินเสี่ยวเสี่ยว จิติญญาของเธอกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรสีดำที่เย็นเยียบและไร้ที่สิ้นสุด ความเ็ปที่ขมับซ้ายดูเหมือนจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ ทุกครั้งที่หัวใจเต้นตุบตับราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าในความมืดมิดอันว่างเปล่านั้น กลับมีเส้นแสงสีทองเส้นเล็กๆ ถักทอขึ้นมาเหมือนใยแมงมุมลึกลับ มันไม่ได้ถักทอด้วยแสงธรรมดา แต่มันคือแก่นแท้แห่งโชคชะตาที่ไหลผ่านเส้นเืฝอยที่ฉีกขาด ซึมเข้าสู่ก้านสมอง และไหลมารวมกันที่ดวงตาซ้ายของเธออย่างบ้าคลั่ง
“โลกที่เ้าเห็น! จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!”
เสียงนั้นดังก้องมาจากมิติที่ลึกซึ้งและโบราณเกินกว่าจะอธิบายด้วยภาษาใดๆ เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเหมือนดวงตาซ้ายของเธอกำลังถูกแผดเผาด้วยไฟนรกที่มองไม่เห็น มันร้อนรุ่มจนเธออยากจะกรีดร้อง แต่ลำคอกลับตีบตัน ทว่าในขณะที่ความเ็ปพุ่งถึงขีดสุด มันกลับปลดล็อกการมองเห็นในรูปแบบใหม่ เธอเริ่มเห็นโครงสร้างของบ้านไม้ที่กำลังจะผุพัง เห็นความชื้นที่ซึมลึกอยู่ในเสาจนเกือบจะพังทลาย และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ เธอเห็นร่างของตัวเองนอนจมกองเื โดยมีรัศมีสีเทาจางๆ ของความตาย ปกคลุมอยู่รอบตัวเหมือนหมอกร้ายที่กำลังรอเวลาจะกลืนกิน
ที่หน้าประตูบ้านที่ถูกทำลายลงอย่างป่าเถื่อน ชายคนหนึ่งเดินโงนเงนฝ่าสายฝนเข้ามา ร่างกายของเขาสูงใหญ่แต่ทว่าดูอ่อนแรงราวกับใบไม้ที่เหี่ยวเฉาและกำลังจะร่วงหล่น หลินต้าจู้ ในสภาพเสื้อผ้าเปียกชุ่มจนแนบไปกับิัที่เต็มไปด้วยรอยแผล ในอ้อมกอดของเขาซุกซ่อนถุงผ้าเล็กๆ ที่บรรจุข้าวสารหยาบๆ ไม่กี่กิโลกรัมไว้ราวกับมันเป็สมบัติล้ำค่าที่สุดที่เขาแลกมาด้วยชีวิต
ใบหน้าของเขาที่ครั้งหนึ่งเคยหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในฐานะหัวหน้าคนงานผู้ขยันขันแข็ง บัดนี้กลับบวมช้ำจนจำแทบไม่ได้ ดวงตาข้างขวาปิดสนิทเพราะอาการบวมเขียว มุมปากฉีกขาดมีเืซึมออกมาไม่หยุด ผิวหน้ามีรอยถลอกลึกจากการถูกกระแทกกับพื้นคอนกรีตอย่างรุนแรง
เขาสะดุดล้มลงตรงหน้าประตูบ้าน เข่ากระแทกพื้นดินอย่างแรงจนเขาร้องออกมาด้วยความเ็ป แต่สัญชาตญาณแรกที่เขาทำคือรีบตรวจสอบถุงข้าวในอกเสื้อ เมื่อเห็นว่ามันยังแห้งอยู่ เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกและน่าเวทนา
ทำไมชายที่แสนดีคนนี้ถึงตกอยู่ในสภาพเยี่ยงสุนัขข้างถนน?
เมื่อเช้านี้ ต้าจู้เดินทางเข้าตัวเมืองด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม เขาตั้งใจจะไปของานทำที่ไซต์ก่อสร้างเพื่อนำเงินมาซื้อยาให้ภรรยา แต่ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไป ผู้รับเหมาคนเก่าที่เคยร่วมงานกันกลับะโด่าทอเขาต่อหน้าคนนับสิบ
"ไอ้หัวขโมย! มึงยังกล้าโผล่หัวมาอีกเหรอ? โรงงานเก่าเขาส่งจดหมายเตือนกันไปทั่วว่ามึงมันขี้คุก ขโมยของบริษัท! ไปให้พ้น! อย่ามาทำตัวเป็เสนียดที่นี่!"
ต้าจู้เดินคอตกออกมาด้วยความแค้นที่สุมอก เขาไม่ได้ขโมย! เขาถูกรองผู้จัดการหวังใส่ร้ายเพราะเขาดันไปรู้เห็นการยักยอกเงินของมัน! แต่เส้นสายและอำนาจเงินตราสำคัญกว่าความจริง เสียงของคนจนที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเขามันช่างเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบในพายุ
ในขณะที่เขากำลังสิ้นหวังและมืดแปดด้าน อาโกว เพื่อนเก่าที่เคยทำงานด้วยกันก็เดินเข้ามาทักพร้อมกับรอยยิ้มอาบยาพิษ
"ต้าจู้เอ๊ย! มึงจะไปทำงานหลังขดหลังแข็งทำไม? บ่อนท้ายซอยน่ะ วันนี้มือขึ้นกันเพียบ มึงลองเสี่ยงดูสิ เผื่อจะได้เงินค่ายาเมียมึงไง!"
ด้วยความรักที่มีต่อเมียและความหิวโหยของลูกที่คอยหลอกหลอน ต้าจู้ที่ไร้ทางเลือกจึงเชื่อคำล่อลวง เขาเข้าไปในบ่อนมืดๆ แห่งนั้น และแน่นอน! มันคือกับดักที่เตรียมไว้เพื่อขยี้คนอย่างเขา เงินเก็บเพียงไม่กี่หยวนที่เขาเหลืออยู่หมดไปภายในสิบนาที เมื่อเขาโวยวายว่ามีการโกง นักเลงคุมบ่อนก็รุมสกรัมเขาอย่างป่าเถื่อน พวกมันกระทืบเขาจนสลบแล้วโยนออกมาที่กองขยะท้ายซอยราวกับขยะชิ้นหนึ่ง
เขาฟื้นขึ้นมาพร้อมความอัปยศที่กัดกินจิติญญา แต่ความรับผิดชอบในฐานะพ่อยังคงบังคับให้เขาเดินไปที่ตลาด เขายอมคุกเข่าอ้อนวอนเถ้าแก่ร้านข้าวสารที่เคยรู้จักกัน เพื่อแลกกับการล้างท่อระบายน้ำที่เน่าเหม็นหลังร้านด้วยมือเปล่าทั้งที่ร่างกายาเ็สาหัส เพียงเพื่อแลกกับข้าวสารเพียงถุงเดียวนี้!
"เหมยฮัว! พี่กลับมาแล้ว! เสี่ยวเสี่ยว! พ่อมีข้าวมาให้แล้วนะ"
ต้าจู้กระซิบเสียงสั่น พยายามพยุงตัวลุกขึ้น แต่ทันทีที่เขาก้าวเท้าข้ามธรณีประตูที่พังทลาย ภาพที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นลงชั่วขณะ ความหวังที่จะเห็นรอยยิ้มของลูกสาวกลับกลายเป็นรกที่ตั้งอยู่ตรงหน้า
"พ่อครับ! พี่สาวถูกป้าสะใภ้รองทำร้าย!" เสี่ยวป๋อ ละล่ำละลักบอกด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาไหลนองหน้า ทันทีที่เห็นเงาร่างของพ่อปรากฏขึ้น
กลิ่นคาวเืที่คุ้นเคยปะทะจมูก แสงจากฟ้าแลบวูบหนึ่งเผยให้เห็นร่างของลูกสาวคนโตนอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้นดินที่เฉอะแฉะ ขมับของเธอแตกเป็แผลเหวอะหวะ เืสีแดงเข้มอาบไปครึ่งใบหน้า และที่ข้างๆ กันนั้น ภรรยาของเขากำลังตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น พยายามจะส่งเสียงเรียกเขาแต่ไม่มีแรงพอ
ถุงข้าวสารในมือของต้าจู้ร่วงหล่นลงพื้น เมล็ดข้าวสีขาวกระจายเกลื่อนไปบนดินโคลนที่เปื้อนเื
ความเงียบงันที่น่าขนลุกปกคลุมอยู่เพียงวินาที ก่อนที่พายุอารมณ์จะะเิออกมาอย่างรุนแรง
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!"
หลินต้าจู้แหงนหน้าขึ้นฟ้าแล้วแผดเสียงร้องออกมาปานจะขาดใจ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงของสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุมและถูกพรากทุกสิ่งไปจากชีวิต เขาทรุดตัวลงกอดร่างของเสี่ยวเสี่ยวไว้ในอ้อมแขนที่สั่นเทา
"ทำไม! ทำไมต้องเป็แบบนี้! ์! ท่านตาบอดรึอย่างไร!" เขาะโก้องอย่างคุ้มคลั่ง
"ฉันทำงานหนัก ฉันซื่อสัตย์ แต่ฉันกลับต้องติดคุก! ฉันออกมา ฉันพยายามจะสร้างตัวใหม่ แต่พวกมันก็ยังรุมทำร้ายครอบครัวฉัน! ป้าสะใภ้รอง! มึงทำร้ายลูกกู! มึงทำร้ายเมียกู!"
เขากอดลูกสาวแน่นจนอกแทบจะรวมเป็เนื้อเดียวกัน ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของเขาจนแหลกสลาย เขาเป็พ่อที่ห่วยแตก เป็ผู้ชายที่ปกป้องใครไม่ได้เลย และตอนนี้ ลูกสาวที่เขารักที่สุดกำลังจะตายเพราะความอ่อนแอของเขา
"พ่อขอโทษ! เสี่ยวเสี่ยว พ่อขอโทษ!" เขาซบหน้าลงกับร่างของลูกสาว สะอื้นไห้จนตัวโยน
"ถ้าลูกเป็อะไรไป พ่อจะเผาบ้านพวกมันให้มอดไหม้! พ่อจะฆ่าพวกมันทุกคน!"
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังถึงขีดสุดนั้นเอง นิ้วมือที่เย็นชืดของเสี่ยวเสี่ยวกลับกระตุกเบาๆ
ดวงตาซ้ายของเธอที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ภายใต้เปลือกตาที่บวมช้ำนั้น ไม่ใช่ดวงตาของเด็กหญิงธรรมดา แต่มันคือดวงตาที่เปล่งประกายสีทองจางๆ
เสี่ยวเสี่ยวมองเห็นพ่อของเธอ แต่สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่เพียงใบหน้าที่ปูดบวม เธอเห็น เส้นด้ายแห่งโชคชะตา สีดำขลับ ที่พันธนาการตัวพ่อของเธอไว้แ่าดุจโซ่ตรวน มันคือ คำสาปแห่งความยากจนที่ถูกสลักลึกลงในกรรมพันธุ์ และยังมีเส้นไหมสีดำที่เปื้อนกลิ่นอายอัปมงคลพาดผ่านหัวใจของเขา นั่นคือคำสาปจากศัตรู (รองผู้จัดการหวัง) ที่คอยบิดเบือนโชคลาภให้กลายเป็คดีความ
แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ รัศมีสีแดงฉาน ที่แผ่ออกมาจากร่างของพ่อ มันคือเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่กำลังจะแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขา
"พ่อ! คะ!" เสียงแ่เบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมดังขึ้น
ต้าจู้หยุดชะงัก
"เสี่ยวเสี่ยว? ลูกฟื้นแล้ว! ์! ลูกยังไม่ตาย!"
เสี่ยวเสี่ยวพยายามจะยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ปูดบวมของพ่อ ดวงตาซ้ายของเธอกะพริบวูบหนึ่ง เธอเห็นภาพนิมิตย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในบ่อนพนัน เห็นหน้าอาโกวที่โกงเงินพ่อ และเห็นจุดอ่อน บนร่างกายของพ่อที่ต้องได้รับการรักษาด่วนที่สุด
"พ่อ! อย่าร้องไห้นะคะ! หนูกลับมาแล้ว!" เสี่ยวเสี่ยวพยายามฝืนยิ้มทั้งที่เืเต็มหน้า "หนูจะดูแลครอบครัวเราเอง! หนูจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเราได้อีก!"
ดวงตาของเด็กสาววัย 12 ปีคนนี้เปลี่ยนไปแล้ว มันกลายเป็ดวงตาที่แหลมคมดุจใบมีดและลึกลับเกินกว่าที่ใครจะหยั่งถึง ต้าจู้มองลึกลงไปในตาของลูกสาว และเขาก็รู้สึกได้ถึงอำนาจบางอย่างที่ทำให้อารมณ์โกรธแค้นของเขาสงบลงอย่างน่าประหลาด
