"คุณชาย คุณหนู ได้จองไว้รึไม่ขอรับ"
คนของร้านโรงเตี๊ยมหลังใหญ่ออกมาดูแลต้อนรับตรงด้านหน้าอย่างดีเมื่อเห็นรถม้ามาจอด คนผู้นี้คือ บัณฑิตมู่ฮ่าวอี้รูปงามนั้นเอง มองจากรถม้าที่หรูคราแรกก็นึกในใจอยู่ว่าเป็คุณชายจากตะกูลใด
"จอง"
ฮ่าวอี้เอ่ยตอบเพียงสั้น ๆ พร้อมกับชูป้ายให้กับเสี่ยวเอ้อดู ก่อนจะแวะไปหาน้องสาวที่รักตนได้ให้คนของตัวเองมาจองห้องที่ดีที่สุดไว้ก่อนแล้ว ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อปลอบประโลมใจน้องน้อยของเขาที่พึ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมากลัวนางจะเศร้าเสียใจมากนัก เหตุไฉนไม่เพียงไม่เสียใจตอนนี้กลับร่าเริงสดใสเป็ยิ่งนัก ฟู่หลางเทียน นะ! หากว่าไม่นับว่ากำลังจะมาเป็พี่เขยของตนคงต้องบุกไปประดาบกันซักตั้งหนึ่งเชียวล่ะ ถึงแม้นฮ่าวอี้จะเกิดในตระกูลบัณฑิตและเขาเองก็เป็บัณฑิตหนุ่มผู้เก่งกาจในยุคนี้ที่หาใครเทียบได้ยากแต่ฝั่งมารดานั้นก็เป็ถึงตระกูลทหารใหญ่ จึงได้ทั้งบู๋ทั้งบุ้นมาั้แ่เด็ก ข้อนี้ถือว่าตนได้เปรียบบุรุษรุ่นเดียวกันอยู่มาก
เสี่ยวเอ้อเดินนำทั้งสองเดินเข้ามานั่งในห้องเป็ที่เรียบร้อย ห้องที่ฮ่าวอี้จองไว้อยู่ชั้นสามของร้าน ด้านหน้าโล่งด้านข้างมีฉากกั้นระหว่างห้องถัดไปมิดชิด ด้านในตกแต่งหรูหรา คน้าสามารถมองดูลานด้านในได้ชัดเจนกว่ามุมอื่น ๆ ของร้าน ซึ่งกลางลานร้านมีเหล่าสตรีกำลังร่ายรำอย่างอ่อนช้อย สลับกับการขึ้นโต้กลอนกันของเหล่าบัณฑิต ทำให้บรรยากาศเป็ที่พอใจและรื่นรมย์สำหรับคนที่เข้ามาเป็ยิ่งนัก
"สมชื่อโรงเตี๊ยมใหญ่ของเมืองจริง ๆ อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ แถมสตรีงดงาม ต้องขอบคุณคุณชายมู่เ้าค่ะที่พาออกมาเปิดโลก"
เสี่ยวฟางเอ่ยเย้าแหย่ออกมาพลางใช้นิ้วชี้ไปตามแต่ละตำแหน่งที่ตนเอ่ยถึงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งรอยยิ้มนี้ของนางฮ่าวอี้ชื่นชอบเป็ยิ่งนัก เขาถึงกับยกคำกล่าวที่ว่าน้องน้อยเขายิ้มคราใดนภาสว่างไสวก็มิปานให้แก่นาง ไม่นับรวมคู่หมั้นของตนซึ่งนางงดงามและ ฮึฮึ ฮ่าวอี้ก้มหน้าที่แดงก่ำลงเล็กน้อย ในใจก็นึกถึงยามที่นางปรนเปรอตนบนเตียงเื่นี้ไม่มีผู้ใดได้ล่วงรู้หมั้นกันแล้วก็ต้องเป็ของกันและกันอยู่ดี เป็นางที่กล่าวแก่เขา สตรีเช่นนางก๋ากั๋นไม่มีผู้ใดเทียมจริง ๆ สินะ คุณหนูตระกูลฟู่
"เช่นนั้นตอบแทนข้าเป็ อืม เ้ากินหมดนี่ก็แล้วกัน อ่ะ"
"พี่ฮ่าวอี้เห็นข้าตระกละเช่นนั้นเลยรึ ถึงข้าจะชอบกินแต่หมดนี่คงตายกันพอดีสิเ้าคะ"
เสี่ยวฟางเอ่ยอย่างใ ก่อนจะกวาดสายตามองดูอาหารและของว่างที่อยู่ด้านหน้าตนเวลานี้ สั่งมาเยอะขนาดนี้ถึงนางจะชอบกินขนาดไหนเกรงว่าจะหมดหรอกนะ นี่ยังมิทันได้พร่องลงเลยด้วยซ้ำ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าล้อเล่นน่า ไม่หมดก็ไม่หมด รู้เสียบ้างเ้ามากับผู้ใดเช่นไรข้าย่อมจ่ายให้เ้าได้สบาย"
"พ่อบุญทุ่มเสียด้วย พี่ฮ่าวอี้นี้ดีต่อข้าจริง ๆ ขอบคุณนะเ้าคะ "
เสียวฟางเอื้อมมือไปจับแขนเป็การออดอ้อนขอบคุณมู่ฮ่าวอี้อย่างที่เคยทำ ในใจล้วนบริสุทธิ์ด้วยเห็นเขาเป็ดั่งพี่ชายแท้ ๆ ของตน
แต่กับคนที่ยืนเป็ตอไม้ใหญ่อยู่ด้านหน้าไม่เป็เช่นนั้น เมื่อเสี่ยวเอ้อนำอาหารมาให้แขกด้านในทั้งสอง ทำให้ฟู่หลางเทียนได้เห็นจังหวะการกอดอ้อนอ้อนของนางกับว่าที่น้องเขยตน ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้อารมณ์ในกายกระพือพัดขึ้นไปอีก
หน็อย แอบมาพลอดรักกันลับหลังน้องข้าอยู่นี่เองรึ หลิวฟางอี้ สตรีไร้ยางอาย! นี่มันชักจะมากไปเสียแล้ว หากไม่เกรงว่าน้องจะเสียใจเห็นทีคงเข้าไปชกสั่งสอนเ้าบัณฑิตนี่ซักทีสองทีเสียกระมัง ความคิดสะดุดลงเมื่อเสี่ยวเอ้อเดินออกมาพร้อมกับประตูที่ปิดลง
"เอ่อ นายท่าน ท่านรู้จักคนด้านในรึขอรับ กฎของร้านหากจะเข้าไปต้องได้รับอนุญาตก่อนนะขอรับ
ฟู่หลางเทียนมองดูเสี่ยวเอ้อน้อยตรงหน้าเล็กน้อย เด็กหนุ่มนี้ดูท่าพึ่งเข้ามาเริ่มงานกระมัง หากข้าจะเข้าไปผู้ใดจะขวางเขาได้เกรงว่าจะไม่มี โรงเตี๊ยมแห่งนี้ตนรึก็เป็เ้าของอยู่เกินกว่าครึ่ง
"เสี่ยวเอ้อ ข้ามีงานให้เ้าเ้าทำค่าตอบแทนดี สนใจรึไม่"
"งานอะไรรึนายท่าน"
"แค่จะให้เ้าไปทำธุระที่จวนตระกูลฟู่ของข้าให้เล็กน้อย"
จวนตระกูลฟู่! พลันเสี่ยวเอ้อบุรุษหนุ่มน้อยก็ตาโต รีบเอ่ยขอโทษขอโพยผู้เป็นายเสียยกใหญ่
"เสี่ยวเอ่อมีตาหามีแววไม่ นายท่านโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วยขอรับ"
เสี่ยวเอ้อน้อยละล้ำละลักบอกเสียงตะกุกตะกัก นี่พึ่งได้เริ่มทำงานจะตกงานแล้วรึนี่ข้า
"เอาล่ะๆ ข้าไม่ใช่คนมากความ เ้าไปที่จวนตระกูลฟู่ ไปหาคุณหนูรอง บอกแก่นางว่า ฮวาซินน้องรักเ้าไม่สบายหนัก มู่ฮ่าวอี้กำลังมา เ้าเร่งไปเลยนะ อ่ะนี่ของเ้า"
"ของข้ารึนายท่าน โอ้โห เช่นนั้นข้าไปเดี๋ยวนี้ "
เสี่ยวเอ้อน้อยเมื่อเห็นพวงเงินที่วางลงในมือก็ตาลุกวาว รีบเดินออกไปเพื่อทำตามที่บุรุษรูปงามตรงหน้าสั่งอย่างรวดเร็ว
หลางเทียนมือผลักเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นภาพสตรีร่างอวบกำลังกอดแขนคู่หมั้นของน้องสาวตนอยู่ก็ได้แต่สูดหายใจลึก ๆ ดูสิขนาดเขามายืนอยู่ตรงนี้ชายหญิงคู่นี้ก็ยังไม่รู้ตัว
"อื้ม อ้าวมู่ฮ่าวอี้"
"พี่หลางเทียน"
ฮ่าวอี้หันมาหาเสียงทักทายก็เห็นหลางเทียนยืนอยู่ จึงรีบลุกขึ้นพร้อมกับปลดแขนของน้องสาวออกไว้ รู้สึกขนลุกหนาว ๆ ร้อน ๆ กับสายตาคมที่จ้องมายังตนและเสี่ยวฟางเช่นไรไม่รู้
"อ้าว นี่มันคุณหนูหลิวนี่ พวกเ้ามาเปิดโรงเตี๊ยมกันสองต่อสองเกรงว่าจะดูไม่เหมาะเท่าไหร่กระมัง เช่นนั้นให้ข้านั่งด้วยดีรึไม่ พอดีแวะทักทายแขกมาสักพักข้าชักเมื่อยแล้วเช่นกัน"
ฟู่หลางเทียนนั่งลงรินชาใส่จอกแล้วยกขึ้นดื่มคล้ายว่าเหน็ดเหนื่อยกระหายเสียยิ่งนัก
ด้านเสี่ยวฟางเมื่อเห็นหน้าหล่อเหลาของคนที่นางนึกเกลียดก็ขยับเข้าไปหลบด้านหลังของพี่ชายทันที
"เอ่อ พวกเราแค่ออกมาทานของอร่อยหนะพี่ฟู่ เอ่อข้าเลี้ยงปลอบใจนาง เอ่อ"
"ปลอบใจนาง เฮอะ! ดีจริง ๆ มู่ฮ่าวอี้ น้องข้าป่วยนอนซมอยู่ที่จวนแต่เ้ากับพาสตรีอื่นออกมาตะลอนเที่ยวอย่างนั้นรึ"
ฮ่าวอี้เมื่อได้ยินว่าฮวาซินไม่สบายก็เกิดร้อนรนในใจ นางไม่สบายใยเขาจึงไม่รู้
"ขะข้าไม่รู้เลยพี่ฟู่ เช่นนั้นข้าจะไปดูนางเสียหน่อย"
"พี่ฮ่าวอี้"
พูดจบฮ่าวอี้ก็หุนหันเดินออกไปทันที ลืมว่าตนมีหลิวฟางอี้มาด้วยเสียสนิท
หลิวฟางอี้เมื่อเห็นฮ่าวอี้ก้าวออกไปก็ก้าวตามไปทันที ก่อนจะโดนมือใหญ่ดังคีมเหล็กคว้าหมับจับแขนนางไว้ก่อนจะดึงให้เข้ามาปะทะในอ้อมกอดตามอารมณ์ของเ้าของร่างใหญ่
"นี่ปล่อยข้านะ!!"
เสี่ยวฟางเมื่อโดนกอดไว้ทั้งตัวก็ดีดดิ้นสุดแรง แม้นนางจะรูปร่างอวบอิ่มแต่เมื่อเทียบกับแรงบุรุษแล้วเกรงว่าแรงคงเท่ามดเองกระมัง ดูอย่างตอนนี้ที่นางดีดดิ้นเขายังไม่สะทกะเืเลยซักนิด
"ไม่ ดิ้นต่อสิ"
"ปล่อยนะ ฟู่หลางเทียนคนเลว หากไม่ปล่อยข้าจะร้องให้คนช่วยจริงด้วย ปล่อยนะ"
เมื่อดิ้นเช่นไรก็ไม่เป็ผลแถมยังโดนรัดแน่นขึ้นเสียยิ่งกว่าเก่าเสียอีก
อึก! หลางเทียนกลืนน้ำลาย เมื่อเห็นนางดื้อดึงไม่อยู่นิ่งจึงแกล้งรัดร่างนุ่มนิ่มนี้เข้าไปอีก ทำให้แขนแกร่งที่กอดอยู่ใต้ฐานปทุนอวบคู่งามดันให้หน้าอกของนางเด่นขึ้นจากชายขอบอาภรณ์ตัวสวย เนินอกขาวอวบความใหญ่โตไม่ต้องให้เอ่ยถึง ฟู่หลางเทียนได้ยลและััมากับตัวว่าทั้งใหญ่และนุ่มมากแค่ไหน และตอนนี้แก่นกายที่โดนบั้นท้ายส่ายปัดป่ายไปมาโดนก็เริ่มจะร้อนดุจไฟขึ้นมาน้อย ๆ
"บอกให้ปล่อยไงละคนบ้า ปล่อยนะ"
เสี่ยวฟางบิดตัวและข้อมือไปมาพยายามขัดขืนดีดดิ้นออกจากอ้อมกอดแกร่ง แต่เหมือนยิ่งดิ้นยิ่งรัดและยิ่งขยับก็เริ่มรับรู้ได้ถึงแท่นแข็ง ๆ ที่กำลังทิ่มนางอยู่ทางด้านหลัง ได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยแต่หาได้สนใจไม่สิ่งที่สนใจคือทำยังไงก็ได้ให้หลุดจากอ้อมกอดนี่ไปให้ได้เสียก่อน
"นี่ปล่อยนะ หยุดหยาบคายกับข้าเสียที ปล่อย ฮึ่ย!"
เสี่ยวฟางที่เริ่มโมโหแล้วในตอนนี้ ได้แต่กระแทกลมหายใจร้อน ๆ ออกมาอย่างระบายอารมณ์ที่ตนทำอะไรบุรุษตรงหน้าไม่ได้
"หึ หยาบคายรึ เช่นไรกัน ฮึ"
หลางเทียนเมื่อเห็นนางนิ่งแล้วก็โฉบใบหน้าลงมาแกล้งคลอเคลียกับแก้มใสของนาง จงใจพ่นลมหายใจร้อน ๆ รดไปยังผิวอ่อนบริเวณลำคอระหงอย่างนึงแกล้ง
เสี่ยวฟางตาโตใกับการกระทำของฟู่หลางเทียนอยู่ไม่น้อย ได้แต่ย่นคอหลบลมหายใจร้อน ๆ นั่นไปมา ใจดวงน้อยเต้นระรัวดังกลองศึก ตัวแข็งนิ่งค้างไปชั่วขณะ
......
มาแล้วค่า ตอนหน้าโรงเตี๊ยมจะลุกเป็ไฟ เตรียมทิชชู่ไว้ให้ดีนะคะ
