แม้แต่แม่นมจ้าวก็ถอยกลับไปอย่างรู้เื่รู้ราว ในลานไร้ผู้คนและเงียบอย่างมาก
หลงเฟยเยี่ยนั่งลง เมื่อกำลังจะหยิบอาวุธลับเข็มทองออกมา หานอวิ๋นซีที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แอบมองหน้าเขา นางพูดถูก เขานิ่งมากจริงๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับเขา
แต่นั่นเป็จูบแรกของนาง!
แล้วเขาล่ะ?
จูบเมื่อวานเกิดขึ้นกะทันหันและสั้นเกินไป นางซึ่งไม่มีประสบการณ์ ไม่สามารถบอกได้ว่านี่เป็ครั้งแรกของเขาหรือเป็ความช่ำชอง พูดง่ายๆ ว่าสิ่งที่จำได้เพียงอย่างเดียวคือ เขาเอาแต่ใจมาก!
คิดไปคิดมา ฉากเมื่อวานก็ผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเล็กของหานอวิ๋นซีเปลี่ยนเป็สีแดงทันที ในขณะเดียวกัน หลงเฟยเยี่ยก็เงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตาของเขาจับจ้องอย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าเห็นอะไรบางอย่าง ความอายของหานอวิ๋นซีแทบจะแผดเผาใบหน้าของนาง นางหันหลังกลับและเดินหนีไปด้วยความตื่นตระหนก “ท่านอ๋องรอสักครู่ ข้าจะไปยกชามาให้!”
ดวงตาสีดำลึกของหลงเฟยเยี่ยฉายแววคิดอะไรบางอย่างเล็กน้อย ซึ่งยากที่จะเข้าใจ เขาไม่ได้หยุดนางและยังคงหยิบอาวุธลับเข็มทองที่อยู่บนโต๊ะหินต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน หานอวิ๋นซีก็นำชาและขนมมาให้จริงๆ เมื่อมีเวลาปรับสภาพจิตใจ นางก็กลับมาเป็ดังเดิม อย่างน้อยนางก็ดูเป็ธรรมชาติมากกว่าก่อนหน้านั้นมาก
“ท่านอ๋อง ดื่มชาก่อนสิ”
นางนั่งลงตรงข้ามกับเขาและมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างกล้าหาญ
ในเมื่อชายผู้นี้สงบมาก นางมีอะไรต้องเขินด้วยล่ะ?
หลงเฟยเยี่ย เมื่อวานนี้เป็อุบัติเหตุ ครั้งหน้าข้าจะไม่ยอมง่ายๆ แบบนั้นแล้ว
หลงเฟยเยี่ยรับถ้วยชามาอย่างใจเย็นและจิบช้าๆ หานอวิ๋นซีเองก็ทำตามเขา จิบอย่างสบายๆ เช่นกัน ทั้งสองคนเงียบมาก
ในปลายฤดูใบไม้ผลิ ดอกหลีฮวาในลานบ้านจะร่วงหล่นลงมา ฉากนี้หากมองไกลๆ ดูเหมือนภาพวาดภาพหนึ่ง ทิวทัศน์งดงาม ผู้คนงดงาม เวลาและสถานที่เป็ไปตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใจของคนในภาพนี้จะสงบหรือไม่ มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้
หลงเฟยเยี่ยได้คัดเลือกอาวุธลับเข็มทองมาแล้ว เขาเลือกมาห้าชนิดที่เหมาะสำหรับหานอวิ๋นซีในการเรียนรู้และใช้งาน ได้แก่ เข็มดอกเหมย เข็มชี้ เข็มกดจุด เข็มแถว และเข็มปาก
เขาหยิบเข็มดอกเหมยขึ้นมาและเริ่มสอน
เข็มดอกเหมยนี้ทำจากเข็มห้าเล่ม ใหญ่กว่าเข็มที่ใช้ในทางการแพทย์ที่หานอวิ๋นซีใช้เล็กน้อย หานอวิ๋นซีคิดว่าอาวุธลับเข็มสีทองรูปทรงนี้น่าจะทรงพลังมาก
แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเข็มดอกเหมยอยู่ในระดับต่ำสุดและเป็อาวุธลับที่เรียนรู้ได้ง่ายที่สุด โดยปกติแล้วจะซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกง เมื่อจำเป็ต้องใช้ ก็หยิบหนึ่งกำมือแล้วขว้างใส่ศัตรู
เข็มทองมีใบมีดคมห้าใบ และหนึ่งกำมือใหญ่มีใบมีดคมนับไม่ถ้วน ซึ่งสามารถทำร้ายศัตรูได้แม้ว่าจะตั้งรับไม่ทันก็ตามและอัตราการโจมตีก็ยังสูงมาก
“ยังมีวิธีใช้อีกหนึ่งวิธี เวลาที่วิ่งหนี ให้โรยลงพื้นเพื่อแทงเท้าศัตรู จะได้เพิ่มเวลาการหลบหนีได้”
เมื่อหลงเฟยเยี่ยพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ยื่นเข็มดอกเหมยให้หานอวิ๋นซีและพูดอย่างเ็าว่า “แน่นอน ข้าไม่คิดว่าเ้าจะต้องใช้วิธีนี้”
เมื่อถึงเวลาต้องหนีก็ควรจะหนี หานอวิ๋นซีพูดบ่นในใจ ทว่าใบหน้ายังคงพยักหน้าอย่างจริงจัง “อืม เข้าใจแล้ว”
เข็มดอกเหมย ดูเหมือนว่านางจะไม่ต้องฝึกฝนมากนัก
หลงเฟยเยี่ยหยิบอาวุธลับเข็มสีทองออกมาสองเล่มพร้อมกัน ความยาวและความหนานั้นใกล้เคียงกับเข็มทางการแพทย์ทั่วไปแต่ปลายหนึ่งมีจุดเข็มสามจุดและปลายเข็มอีกอันถูกเกี่ยวไว้
“ทั้งสองอย่างนี้เรียกว่าเข็มกดจุด...”
ขณะที่หลงเฟยเยี่ยพูด ก็เลิกคิ้วและมองไปที่หานอวิ๋นซีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ลองเดาดูสิว่ามันใช้อย่างไร”
“เข็มกดจุด...”
หานอวิ๋นซีหยิบเข็มกดจุดขึ้นมาแล้วเริ่มทำท่าใช้มัน และตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “สิ่งนี้ออกแบบมาเพื่อโจมตีจุดสำคัญของจุดฝังเข็มโดยเฉพาะ!”
ที่เรียกว่า “เข็มกดจุด” เพราะต้องใช้ในการกดจุด อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าการที่สำนักถังพัฒนาเข็มชนิดนี้เพื่อจุดฝังเข็มออกมาได้นั้น ช่างโหดร้ายจริงๆ!
แค่การแทงเข็มลงไปที่จุดฝังเข็มด้วยเข็มทองปกตินั้นน่ากลัวแล้ว แล้วนับประสาอะไรกับเข็มแบบนี้ล่ะ?
เรียกได้ว่าต้องร้องขอชีวิต!
ไม่รู้ว่าหานอวิ๋นซีฉลาด หรือคำถามของหลงเฟยเยี่ยนั้นง่ายเกินไป พูดง่ายๆ คือเขาก็ไม่ได้ชมนางว่าฉลาดอยู่ดี
เขาพูดต่อว่า “เข็มนี้สามารถใช้ได้ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล สำหรับการใช้งานระยะใกล้นั้น เ้าต้องเข้าใกล้ศัตรูเพื่อจับเขาในตอนที่เผลอ สำหรับการใช้งานระยะไกลนั้น เป็การทดสอบสายตาและความแข็งแรงของมือ”
หานอวิ๋นซีพยักหน้าอย่างจริงจัง นางรู้ว่าสายตาและความแข็งแกร่งของมือเป็กุญแจสำคัญในการใช้อาวุธลับ
หลงเฟยเยี่ยไม่รีบร้อนที่จะสอนความแข็งแกร่งทั้งสองชนิดนี้ให้แก่นาง เขาหยิบอาวุธลับเข็มทองที่สามขึ้นมา เข็มชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก มีขนาดเพียงครึ่งเดียวของเข็มทางการแพทย์ทั่วไป
“มันเรียกว่าเข็มชี้”
“เข็มชี้?”
หานอวิ๋นซีไม่เข้าใจ ในความคิดของนาง เมื่อนางพูดถึง “เข็มชี้” นางก็นึกถึงนาฬิกา
อย่างไรก็ตาม เข็มชี้นี้ไม่ใช่เข็มชี้แบบนั้น!
หลงเฟยเยี่ยซ่อนเข็มทองคำไว้ระหว่างนิ้วของเขาอย่างเงียบๆ และยื่นมือใหญ่ไปที่ใบหน้าของหานอวิ๋นซี ก่อนที่มือจะเข้าไปใกล้ เข็มทองคำก็โผล่ออกมา จนเกือบจะทำร้ายใบหน้าของนาง
หานอวิ๋นซีที่ไม่ทันตั้งตัว ในตอนที่กำลังจะหลบ หลงเฟยเยี่ยก็เก็บมือกลับมาและถามอย่างอดทนว่า “เข้าใจใช่หรือไม่?”
หานอวิ๋นซีก็ตระหนักว่า “ชี้” ของ “เข็มชี้” หมายถึงนิ้ว!
ในขณะที่นางพยักหน้า นางซ่อนเข็มชี้ไว้ระหว่างนิ้วของนาง สมกับที่เป็คนที่จับเข็มมาตลอดทั้งปี เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ยากสำหรับนาง ในไม่ช้า ระหว่างนิ้วทั้งหมดของนางก็เต็มไปด้วยเข็มชี้
“ระวัง!”
นางเปล่งเสียงดังและยื่นมือทั้งสองข้างออกไป ทันใดนั้น เข็มชี้ก็ล้อมรอบใบหน้าของหลงเฟยเยี่ย โดยที่ปลายเข็มอยู่ห่างจากแก้มของเขาไม่ถึงครึ่งเข็ม!
เฉียดฉิว!
ต้องรู้ว่า ตราบใดที่หานอวิ๋นซีใช้แรงมากขึ้นอีกเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือถ้าหลงเฟยเยี่ยแค่ขยับอีกเล็กน้อย ใบหน้าของเขาคงไม่รอดเป็แน่!
มันเป็นิสัยที่มีมาั้แ่เด็กจนโต ที่เขาไม่เคยยอมให้อันตรายใดๆ เข้าใกล้และไม่ยอมให้สิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อครู่หากหานอวิ๋นซี้าฆ่าเขา เรียกได้ว่าง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
ในชั่วพริบตา เจตนาฆ่าก็ฉายแววในดวงตาของหลงเฟยเยี่ย
หานอวิ๋นซีไม่ได้สังเกตเห็นความแปลกประหลาดของหลงเฟยเยี่ย นางชอบเข็มชี้แบบนี้อย่างมาก ยิ้มหัวเราะแล้วดึงมือกลับมา “สนุกจริงๆ ข้านี่มันเก่งเหลือเกิน!”
ขณะที่นางพูด นางหยิบเข็มชี้ขึ้นมา และซ่อนเข็มทองสี่หรือห้าเข็มไว้ในระหว่างนิ้วนิ้วเดียว โดยไม่เผยออกมาให้เห็น
นางยกมือขึ้นเพื่อแสดงให้หลงเฟยเยี่ยเห็น และพูดด้วยความโอ้อวดว่า “หากพลาดไปหนึ่งเข็ม ก็ยังมีอีก เป็สิ่งที่ผู้อื่นไม่คาดคิด”
ก่อนที่หลงเฟยเยี่ยจะมองเห็นได้ชัดเจน หานอวิ๋นซีก็วางเข็มทองทั้งหมดในนิ้วของนางลง นางกางนิ้วทั้งห้าให้หลงเฟยเยี่ยดู ยิ้มแล้ววางฝ่ามือลง ตบโต๊ะหิน แล้วให้หลงเฟยเยี่ยดูที่มืออีกครั้ง พร้อมกับปิดนิ้วทั้งห้า
นางยิ้มอย่างมีเลศนัยให้หลงเฟยเยี่ย ั์ตาใสเป็ประกาย เข็มทองปรากฏขึ้นระหว่างนิ้วแต่ละนิ้วทันที นางกะพริบตาอีกครั้ง และเข็มทองเข็มที่สองก็เผยอออกมา ราวกับเวทมนตร์ เข็มทองแต่ละเล่มถูกเปิดเผยออกมาระหว่างนิ้วทั้งห้า
ยิ่งกว่านั้น บางส่วนออกมาจากฝ่ามือและบางส่วนออกมาจากหลังมือ มือเล็กที่สวยและบอบบางของนางดูเหมือนจะมีพลังวิเศษ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยท่าทางที่เก่งกาจเช่นนี้ หากไม่รู้คงคิดว่าว่านางเป็ปรมาจารย์อาวุธลับ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลงเฟยเยี่ยเห็นไม่ใช่การเคลื่อนไหวของนาง แต่เป็ดวงตาของนาง
ดวงตาคู่นั้นว่องไวและสดใสไปตามการเคลื่อนไหวของนาง ราวกับว่ามันสามารถพูดได้ทั้งยังมีเสน่ห์อย่างมาก และไม่รู้ว่าเจตนาฆ่าในดวงตาของหลงเฟยเยี่ยหายไปอย่างไร้ร่องรอยั้แ่เมื่อไร
หานอวิ๋นซีที่พบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเขา นางหยุดและมองไปที่เขา “ท่านอ๋อง...”
เช่นนี้หลงเฟยเยี่ยจึงจะได้สติกลับมา และในที่สุดั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ เขาก็สูญเสียความสงบไป
เขาหยิบอาวุธลับเข็มทองที่เหลืออีกสองเล่มอย่างไม่ตั้งใจและแนะนำสั้นๆ ว่า “นี่เรียกว่าเข็มแถวหรือที่เรียกว่าเข็มรองเท้า มันวางไว้ที่ปลายรองเท้า ใช้เพื่อเตะกระแทกจุดสำคัญของคู่ต่อสู้โดยเฉพาะ ต้องใช้กำลังขาที่แข็งแรง หากมีกำลังขาที่ดีก็คงใช้ได้ไม่เลว ส่วนอันนี้เรียกว่าเข็มปาก ตามชื่อของมัน มันซ่อนไว้ในปากและคายออกมาทำร้ายคน ซึ่งต้องใช้กำลังภายใน”
ในความเป็จริง การใช้อาวุธลับเข็มทองทั้งห้านั้นง่ายมาก และสามารถเข้าใจได้ด้วยคำอธิบายเ่าั้ ทว่าเวลาใช้งานมันกลับไม่ได้ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู การใช้ให้ดีและแม่นยำนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน
หานอวิ๋นซีที่กำลังรีบเรียนรู้จึงพลาดสายตาของูเาน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่หลบอยู่ครู่หนึ่ง นางรีบพูดว่า “ท่านอ๋อง ท่านสอนข้าใช้กำลังภายใน กำลังมือและสายตาให้ข้าด้วยสิ!”
หลังจากที่หลงเฟยเยี่ยแนะนำมัน นางแทบไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็สามารถรู้ได้ว่าอาวุธลับเข็มทองเหล่านี้ควรวางยาพิษอย่างไรและใช้ยาพิษชนิดใด
ในชีวิตก่อนของนาง นางไม่เคยคิดที่จะเป็นักวางยาพิษเลย แต่ด้วยสถานการณ์ที่บังคับให้คนมองว่านางเป็ภัยคุกคาม ในเมื่อเป็เช่นนี้ นางก็จะทำให้มันสมกับการได้ชื่อว่าคุกคาม!
ไม่เพียงเป็หมอพิษ ช่วยเหลือคนไข้ แต่ยังเป็มือวางยาพิษ ไว้ป้องกันตัวเองและลงโทษสิ่งชั่วร้าย!
หานอวิ๋นซีกำลังรีบ แต่น่าเสียดายที่หลงเฟยเยี่ยกลับเทน้ำเย็นลงอ่าง เขายืนขึ้นและพูดอย่างใจเย็นว่า “ใช้ให้คุ้นมือก่อน ส่วนที่เหลือ...ไม่ต้องรีบ”
ด้วยนิสัยของเขาที่มีความอดทนอย่างจำกัด พูดจบก็้าที่จะออกไป ทว่าครั้งนี้หานอวิ๋นซีไม่ยอมปล่อยเขาไป รีบวิ่งไล่ตามไปด้านหน้าเพื่อขวางทางไว้ แล้วยิ้มอย่างประจบประแจง “ท่านอ๋อง ในเมื่อวันนี้ท่านมาแล้ว ก็สอนด้วยเถอะนะ ข้าเล่นเข็มทองมาั้แ่เด็ก ข้าเรียนรู้วิธีการใช้มันได้เร็วอยู่แล้ว”
แม้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะไม่ตอบ แต่เขาก็ไม่ได้ขยับตัวใดๆ เช่นกัน เมื่อเห็นสิ่งนี้ หานอวิ๋นซีจึงรีบพูดว่า “ท่านอ๋อง ข้ารับประกันว่าท่านจะไม่เสียเวลามากเกินไปอย่างแน่นอน”
หลงเฟยเยี่ยยังคงพูดคำคำนั้น “ไม่รีบ”
“ท่านอ๋องจริงๆ แล้ว...”
โดยไม่คาดคิด ก่อนที่หานอวิ๋นซีจะพูดได้ หลงเฟยเยี่ยก็ขัดจังหวะขึ้นมาว่า “ไม่ต้องรีบร้อนหรอก รอให้ถังหลี่มา แล้วให้เขาสอนเ้า”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หานอวิ๋นซีอ้าปากค้างตกตะลึง คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปากก็ไม่สามารถพูดออกมาได้
หลงเฟยเยี่ยสัญญาว่าจะสอนอาวุธลับให้นาง แต่เขาไม่ได้สัญญาว่าจะสอนนางอย่างไรและสอนนางในระดับไหน ดังนั้นเขาจึงทำตามสัญญาด้วยการแนะนำสั้นๆ เท่านั้น นางไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ
เ้าบ้าคนนี้!
เห็นได้ชัดว่าเขาจำเื่ที่ประตูเมืองครั้งก่อนได้อย่างชัดเจน!
รอให้ถังหลี่มาสอนนาง?
ถังหลี่จะมาเมื่อไร? จะมาจริงๆ หรือ?
หานอวิ๋นซีได้แต่หัวเราะฮ่าฮ่าฮ่า
หลงเฟยเยี่ยที่หันกลับมานานแล้ว มุมปากที่เ็าตลอดเวลาของเขายกขึ้น ราวกับว่าเขากำลังแอบหัวเราะเยาะ
หานอวิ๋นซี มีคนมากมายที่ขอร้องข้า แต่เ้าเป็คนเดียว
หานอวิ๋นซีมองไปที่ด้านหลังของหลงเฟยเยี่ย ทว่าก็ไม่ได้ตามเขาไป นางหรี่ตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ฮึ่ม อยากให้นางขอร้องเขา ไม่มีทางหรอก!
หลงเฟยเยี่ย ท่านเป็คนแนะนำให้ข้ารู้จักอาวุธลับเอง ดังนั้นอย่ามาขอร้องให้ข้าเรียนรู้มันทีหลังก็แล้วกัน!
หานอวิ๋นซีผู้มุ่งมั่น จึงเริ่มวางยาพิษให้กับอาวุธลับเข็มทองจำนวนมาก จู่ๆ นางก็นึกถึงกู้ชีฉ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว พิษที่หลังมือของชายผู้นั้นหายแล้วหรือยัง? รักษาหายแล้วหรือยังนะ?
ครั้งหน้า เขายังจะกล้าบุกเข้ามาอีกหรือไม่?
ตามที่แม่นมจ้าวพูดแล้ว ั้แ่เมื่อคืนนี้ ไม่เพียงจำนวนองครักษ์ในลานดอกบัวเท่านั้น แต่ทั่วทั้งจวนอ๋องก็เพิ่มขึ้นเป็สองเท่า ว่ากันว่าพวกเขาทั้งหมดถูกส่งมาจากกูหยวน
ในเวลานี้ กู้ชีฉ่าวไม่ได้อยู่ที่อื่น แต่อยู่ที่จวนตระกูลหาน
เขานั่งอยู่บนหลังคาห้องส่วนตัวของหานอวิ๋นซีที่ว่างเปล่า ปลดผ้าพันแผลที่พันอยู่ด้านหลังมือด้วยใบหน้าที่สงบและหล่อเหลา
โชคดีที่เมื่อวานนี้เขาหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว มิฉะนั้น มือของเขาคงได้ถูกหานอวิ๋นซีทำลายจริงๆ
เนื้อหลุดลุ่ย!
หัวใจของสตรีผู้นี้ทำด้วยอะไรกัน ทำไมถึงโหดร้ายขนาดนี้?
