“เอ๊ะ?”
ภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้นััถึงความไม่ชอบมาพากลได้อย่างฉับไว ยังไม่ทันที่โครงกระดูกปีศาจเืจะเข้าไปใกล้ เขาที่ล่องลอยไปรอบด้านก็พลันพุ่งเข้าใส่เนี่ยเทียนทันที
เขารู้ว่าเนี่ยเทียนหาวิธีช่วยโครงกระดูกปีศาจเืยืนยันเป้าหมายได้แล้ว
ก่อนหน้านี้เขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว หมายจะค่อยๆ ไล่สังหารพวกหงช่านไปอย่างช้าๆ ไม่กังวลสักนิดว่าโครงกระดูกปีศาจเืจะพุ่งเป้ามาที่เขาได้
ทว่าการเคลื่อนไหวของโครงกระดูกปีศาจเื สายตาที่พุ่งเข้ามาหาเขา ทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น
มีดปีศาจเล่มใหญ่ของเขาพลันหลุดออกจากมือแล้วปล่อยประกายแสงสีม่วงบาดตา
เนี่ยเทียนที่ถูกทุกคนห้อมล้อมไว้ตรงกลาง เมื่อมี “ดวงตา” เจ็ดข้างนั้นจึงมองเห็นการกระทำทั้งหมดของเขาได้อย่างชัดเจน
คนอื่นๆ ที่เหลือต่างไม่รู้ถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของภูตผีปีศาจระดับสูง เพียงแต่พวกเขาเข้าใจว่าภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้นได้เริ่มลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหดแล้ว
“ฆ่าเขาซะ!”
เขาใช้จิตสังหารที่เข้มข้นเล็งไปที่ร่างของภูตผีปีศาจระดับสูงตัวนั้นแล้วออกคำสั่งต่อโครงกระดูกปีศาจเื
โครงกระดูกปีศาจเืที่ร่างสูงสามสิบกว่าเมตรซึ่งสูงใหญ่กว่าภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้นอยู่มาก ก้าวยาวๆ แปบเดียวก็มาหยุดอยู่ข้างกายภูตผีปีศาจระดับสูง
เท้าใหญ่ั์ของโครงกระดูกปีศาจเืที่มีแสงสีเืมากมายล้อมวนยกขึ้นแล้วกระทืบตูมลงไปบนร่างของภูตผีปีศาจระดับสูง
เวลาเดียวกันนั้น มือกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเืแค่ปัดเบาๆ ก็สกัดกั้นการโจมตีของมีดปีศาจเล่มนั้นได้อย่างง่ายดาย
แสงปีศาจที่เปล่งวิบวับบนมีดปีศาจเปลี่ยนมาเป็มืดสลัว
และมีดปีศาจเล่มนั้นก็ฟันลงบนมือกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเื แต่มือของโครงกระดูกปีศาจเืกลับมีเพียงสะเก็ดแสงสีน้ำตาลเหลือบเทาสาดกระเซ็นออกมาเท่านั้น ทว่ากลับไม่เกิดความเสียหายใดๆ
ตอนที่ภูตผีปีศาจระดับสูงถูกเท้าใหญ่ของโครงกระดูกปีศาจเืกระทืบลงมา หน้าของมันก็พลันเปลี่ยนสี รีบกลายร่างเป็เงาปีศาจหลบเลี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว
โครงกระดูกปีศาจเืดวงตากลวงโบ๋ แต่กลับไล่กวดภูตผีปีศาจระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ความถี่ของฝ่าเท้าที่กระทืบลงพื้นยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ภูตผีปีศาจระดับสูงหลบเลี่ยงอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าจะอย่างไรก็มิอาจหลุดพ้นโครงกระดูกปีศาจเืไปได้ จึงแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง บนร่างพลันมีจิติญญาระลอกหนึ่งไหลกรากออกมา
มีดปีศาจเล่มนั้นบินกลับมาอยู่กลางฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว
“เ้าเด็กน้อย ฝีมือไม่เลวเลย”
มือภูตผีปีศาจระดับสูงถือมีดปีศาจเอาไว้ ดวงตาทั้งคู่ที่เป็สีม่วงเข้มจ้องเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก็พลันบินไปทางทิศที่ตั้งของสำนักโลหิตซึ่งมีปราณปีศาจไหลเชี่ยวยิ่งกว่า
หลังจากที่โครงกระดูกปีศาจเืรู้เป้าหมายที่แน่นอนก็ตามติดไปทันทีโดยไม่รอคำสั่งจากเนี่ยเทียน
การถอยร่นอย่างฉับพลันของภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้นดูเหมือนจะไปชักนำปราณปีศาจ ทำให้ปราณปีศาจที่ปกคลุมทุกคนเอาไว้เคลื่อนตามเขาไปราวกระแสน้ำขึ้นน้ำลงที่ไหลกรากไปทางสำนักโลหิต
“ดวงตา” เจ็ดข้างของเนี่ยเทียนก็เคลื่อนลึกตามไปยังทิศทางที่ตั้งของสำนักโลหิตด้วย
ทว่าไล่ตามไปได้ครู่เดียวพลังจิตของเขาที่ถูกปลดปล่อยออกไปก็คล้ายจะไม่เพียงพอ
ดูเหมือนขอบเขตที่ “ดวงตา” สามารถแผ่ไปได้จะอิงตามตามการเคลื่อนไหวของเขา หากเขาไม่เคลื่อนไหว “ดวงตา” ก็ไม่สามารถครอบคลุมไปทุกพื้นที่รอบด้าน
เมื่อ “ดวงตา” เจ็ดข้างมองไม่เห็นร่องรอยของภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้น โครงกระดูกปีศาจเืจึงหยุดชะงักอย่างเลื่อนลอยอีกครั้ง
พื้นที่ที่โครงกระดูกปีศาจเืหยุดนิ่งคือพื้นที่ที่มีปราณปีศาจไหลเชี่ยว แต่เมื่อปราณปีศาจถอยห่างออกไป พื้นที่ที่ทุกคนอยู่จึงไม่เหลือปราณปีศาจอีกแม้แต่เส้นเดียว
ทุกคนที่มีม่านแสงจากธาตุต่างๆ ปกคลุมร่างเห็นว่าปราณปีศาจสลายหายไป ต่างก็พากันผ่อนลมหายใจ รีบสะกดกลั้นการไหลหายไปของปราณิญญา
พวกเขาทุกคนต่างก็รีบหยิบเอาหินวิเศษออกมาฟื้นฟูพลังกายทันที
“เนี่ยเทียน เมื่อครู่นี้เ้าเรียกใช้โครงกระดูกปีศาจเืรึ?” หงช่านแห่งวังยมบาลใช้หินวิเศษฟื้นฟูพลังอย่างรวดเร็วพลางเอ่ยถามเนี่ยเทียนด้วย
“อืม” เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ
เวลานี้กระแสจิตเจ็ดกลุ่มที่เขาปลดปล่อยออกมาซึ่งห้อมล้อมด้วยแสงดาวพริบพราวต่างก็กลับคืนสู่มหาสมุทรจิติญญาแล้ว
เมื่อถูกเผาผลาญไป่หนึ่ง กระแสจิตที่กลับคืนมาจึงสูญหายไปเกินครึ่ง
ประกายแสงที่มาจากสะเก็ดดาวเจ็ดดวงนั้นก็ได้หดเล็กลงไปอีกสามเท่า จากนั้นก็ผสานเข้าไปอยู่ในสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดดวงอีกครั้ง
เขารู้ว่าเวลาเพียงชั่วครู่ พลังจิตของเขาได้เผาผลาญไปแล้วไม่น้อย
“เป็เ้าจริงๆ รึ?” เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตตื่นตะลึงเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “เมื่ออยู่ท่ามกลางปราณปีศาจ แม้แต่ข้าก็ยังไม่สามารถใช้พลังจิตเล็งตำแหน่งของภูตผีปีศาจระดับสูงตนนั้นได้อย่างแม่นยำ ด้วยขอบเขตตบะของเ้า น่าจะ...ยังไม่บรรลุถึงระดับยอดเยี่ยมขนาดนี้กระมัง?”
เนี่ยเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “เป็วิชาลับที่อาจารย์ข้าถ่ายทอดให้น่ะ”
เขาเอาปัญหาทั้งหมดโยนไปให้อูจี้ ไม่กล้าพูดว่าเขาได้รับคาถาสะเก็ดดาวมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว และสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่เขาหลอมรวมขึ้นมานั้นมีความลึกลับมากมายเพียงใด
“อ้อ ที่แท้ก็ผู้าุโอูนี่เอง” เฟิงหลัวพยักหน้า ทว่ากลับยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เพราะเท่าที่เขารู้มา ต่อให้เป็อูจี้เองก็น่าจะยังไม่มีความสามารถทำให้เนี่ยเทียนที่มีตบะแค่ท้าย์ฝึกเวทลับด้านพลังจิตได้มหัศจรรย์ถึงขนาดนี้
“เอ่อ ใครยังมียาคืนพลังจิตอยู่บ้าง?” เนี่ยเทียนเอ่ยถามแ่เบา
“เมื่อครู่นี้เ้าเผาผลาญพลังจิตไปเยอะมากหรือ?” หงช่านถาม
เนี่ยเทียนพยักหน้า
หงช่านหยิบเอายาคืนพลังจิตอีกสามเม็ดออกมาส่งให้เนี่ยเทียนอย่างไร้ซึ่งความลังเล “ข้ามีเหลือแค่นี้แล้ว”
เนี่ยเทียนรับยาคืนพลังจิตทั้งสามเม็ดมาอย่างไม่เกรงใจแล้วจึงกลืนลงท้องไปทันใด จากนั้นถึงพูดว่า “ขอบคุณมาก”
“ที่ข้ายังมีอีกสองเม็ด” โจวอี้แห่งสำนักภูตผีก็ส่งยาคืนพลังจิตมาให้สองเม็ด
ภาพความเสี่ยงเมื่อครู่นี้ทำให้โจวอี้เข้าใจว่าลำพังเพียงพลังของพวกเขาหากคิดจะพลิกแพลงสถานการณ์เลวร้ายของสำนักโลหิตก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
สิ่งที่พวกเขาพึ่งพาได้มีเพียงเนี่ยเทียนที่สามารถควบคุมโครงกระดูกปีศาจเืได้เท่านั้น และก่อนหน้านี้ก็เป็เพราะโครงกระดูกปีศาจเืเล็งตัวภูตผีปีศาจระดับสูงนั่นไว้ได้ ถึงได้บีบให้มันถอยกรูดออกไป
โครงกระดูกปีศาจเืที่เนี่ยเทียนควบคุมจำเป็ต้องเผาผลาญพลังจิตอย่างต่อเนื่อง หากคิดจะให้เนี่ยเทียนดำเนินการต่อไปได้ วิธีที่เร็วที่สุดก็คือยาคืนพลังจิต
และก็ด้วยเหตุนี้ ทั้งๆ ที่โจวอี้รู้ว่ายาคืนพลังจิตราคาไม่ธรรมดา เป็วัตถุที่ล้ำค่าและหาได้ยากของแต่ละสำนัก แต่สุดท้ายก็ยังส่งมอบมาให้
“ขอบคุณมาก” เนี่ยเทียนเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง แล้วจึงกลืนยาคืนพลังจิตสองเม็ดนั้นลงไป
ตอนที่กินยาคืนพลังจิตสี่เม็ดก่อนหน้านั้น หลังจากที่เส้นใยพลังจิตจำนวนมากเติมเต็มมหาสมุทรจิติญญาแล้วก็จะแทรกซึมเข้าไปในสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดดวง
หากไม่เป็เพราะสำนักโลหิตเผชิญกับอันตราย จำเป็ต้องอาศัยเขาควบคุมโครงกระดูกปีศาจเื ต่อให้เป็อูจี้เองก็คงมิอาจปล่อยตามใจให้เขาใช้ยาคืนพลังจิตมาบำรุงสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดดวง
ได้เห็นความมหัศจรรย์ของสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดดวง เขาจึงอยากจะพยายามทำให้สะเก็ดดาวทั้งเจ็ดนั้นเปลี่ยนมาเป็เจิดจ้าบาดตายิ่งกว่าเดิม
โอกาสนี้หาได้ยากยิ่ง เขาไม่้าที่จะสูญเสียมันไป และอยากใช้โอกาสนี้พยายามชิงเอายาคืนพลังจิตมาจากมือของคนอื่นให้ได้มากที่สุด
“ให้เ้า...”
เวลานี้ อวี๋ถงแห่งสำนักโลหิตก็ส่งยาคืนพลังจิตเม็ดหนึ่งมาให้อย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่หนึ่ง มองนางด้วยสีหน้าประหลาดใจ กล่าวว่า “คงไม่ใช่ยาพิษหรอกกระมัง?”
“ไม่เอาก็อย่าเอา!” อวี๋ถงหน้าขึงตึง ทำท่าจะชักมือกลับ
เนี่ยเทียนหัวเราะเฮอๆ เอื้อมมือมาคว้ายาคืนพลังจิตเม็ดนั้นไปอย่างรวดเร็วแล้วกลืนลงท้องทันที จากนั้นจึงกล่าวว่า “ขอบคุณนะ” เขาคิดไม่ถึงว่าอวี๋ถงจะมอบยาคืนพลังจิตให้เขาเช่นกัน
“ข้าให้เ้ายืมต่างหาก รอสำนักโลหิตพ้นภัยเมื่อไหร่ เ้าต้องคืนข้าด้วย!” อวี๋ถงกล่าวด้วยสีหน้าไม่เป็มิตร “ข้าทำเพื่อสำนักโลหิต เพื่อสหายและผู้าุโในสำนักถึงได้ให้เ้ายืมยาคืนพลังจิตเม็ดนี้ เ้าห้ามคิดไปไกล! ความแค้นระหว่างพวกเรายังคงอยู่! และจะต้องแก้ไขในเร็ววัน!”
“เข้าใจแล้วๆ” เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ ทว่ากลับพูดกับตัวเองในใจว่าให้ตายอย่างไรก็จะไม่ยอมคืนให้เด็ดขาด
พอกลืนยาคืนพลังจิตเ่าั้ลงไป ตอนที่เขามองไปยังทุกคนอีกครั้งก็เห็นเพียงความตกตะลึงบนใบหน้าของคนเ่าั้ ไม่มีใครส่งยาคืนพลังจิตมาเพิ่มให้
เขาที่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยจึงหลับตาลงทันที เริ่มหลอมละลายยาคืนพลังจิตมาใช้บำรุงสะเก็ดดาวมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดดวง
-----
