หลังจากงานเลี้ยงจบลงถังเหล่ยก็กลับไปที่เรือนของเขา
ตี้เหยียนก็ได้ส่งทหารมาเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยที่เรือนของเขา
ถังเหล่ยก็ไม่ได้ระวังตัวแต่อย่างใด
เพราะผู้าุโใหญ่ของตระกูลตี้ได้กล่าวอย่างชัดเจนแล้วว่าห้ามผู้ใดลงมือหรือกระทำการไม่ดีต่อถังเหล่ย
ไม่เว้นแม้แต่ตี้เลี่ยที่มีอำนาจล้นฟ้า หากอีกฝ่ายคิดจะขัดคำสั่งของผู้าุโใหญ่คงไม่ดีต่อตัวเองอย่างแน่นอน
เมื่อย้อนกลับไปตอนที่กำลังเฉลิมฉลอง
สำหรับตี้เหยียนแล้วไม่ว่าอีกฝ่ายจะ้าสิ่งใด
เขายินดีที่จะทำทุกอย่างให้ถังเหล่ยพอใจ
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยรู้ดีว่าสิ่งที่เขา้าก็คือศิลาเพลิงิญญา
แต่เขาไม่สามารถกล่าวออกไปได้
เดิมทีถังเหล่ย้าศิลาเพลิงิญญาระดับสูงเพื่อสร้างหม้อปรุงยาที่มีคุณภาพดีไว้ใช้
แต่ในขณะนี้เขามีหม้อปรุงยาของนักปรุงยาเจิ้งแล้ว
เขาจึงหยุดคิดเื่หม้อปรุงยาใบใหม่และที่สำคัญเขาไม่สามารถหาศิลาเพลิงิญญาระดับสูงได้
เมื่อเป็เช่นนั้นถังเหล่ยจึง้าวัตถุดิบสำหรับปรุงยาคลั่งรุนแรงแทน
ยาคลั่งรุนแรงนี้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ทันที
และผลกระทบที่ตามมาก็ยังถือว่าน้อยกว่ายาชนิดอื่น
เขาจึงได้ขอวัตถุดิบสำหรับปรุงยาคลั่งรุนแรงระดับสี่จำนวนสิบชุดและวัตถุดิบสำหรับปรุงยาคลั่งรุนแรงระดับห้าจำนวนสองชุด
วัตถุดิบปรุงยาคลั่งรุนแรงระดับสี่สิบชุดนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับตี้เหยียน
อย่างไรก็ตามวัตถุดิบที่ถังเหล่ย้านั้นมีราคาแพงเล็กน้อย
และวัตถุดิบเหล่านี้ค่อนข้างหาได้ง่ายในเมืองแห่งนี้
สำหรับสิ่งที่ถังเหล่ย้านั้นไม่มีทางที่ตี้เหยียนจะปฏิเสธ
แต่เนื่องจากวัตถุดิบมีจำนวนมาก ตี้เหยียนจึงขอเวลาในการรวบรวมประมาณหนึ่งอาทิตย์
ตรงกันข้ามถังเหล่ยไม่้าอยู่ที่นี่นานเกินเจ็ดวัน
เช้าวันรุ่งขึ้นตี้เชียนเสวี่ยก็มาที่เรือนของถังเหล่ย
นางไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังบ่มเพาะอยู่ นางจึงเปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาต
“คุณหนูมาทำอะไรที่นี่?”
ถังเหล่ยถามตี้เชียนเสวี่ยทันทีที่นางเปิดประตู
“ข้าได้ยินท่านพ่อกล่าวว่าเ้ากำลังจะจากไป?”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวโดยไม่สบตาถังเหล่ย
นางจ้องมองไปที่ดอกไม้และต้นไม้ที่อยู่ด้านข้าง
“แน่นอน
ทันทีที่ท่านพ่อของเ้ารวบรวมวัตถุดิบให้ข้าครบแล้ว ข้าก็จะไป!”
ถังเหล่ยกล่าวและมองไปที่ตี้เชียนเสวี่ยด้วยความประหลาดใจ
เมื่อวานเขาพูดชัดเจนแล้ว เหตุใดนางจึงบุกเข้ามาถามถึงที่?
“เ้าจะไปไหน?”
ตี้เชียนเสวี่ยถามอย่างร้อนใจ
“ข้าบอกเ้าไม่ได้”
ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็า
“เ้าพาข้าไปด้วยได้หรือไม่?”
ตี้เชียนเสวี่ยถามทันที
“ไม่แน่นอน!”
ถังเหล่ยกล่าวอย่างเด็ดขาด
“ข้าไม่ได้ขอให้เ้าดูแลข้า
ข้าแค่อยากออกไปดูโลกภายนอกเท่านั้น ข้ารู้ดีว่าในอนาคตข้าคงจะไม่ได้อยู่ที่จักรวรรดิแห่งนี้ตลอดไป!”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา นางคิดไม่ถึงว่าถังเหล่ยจะปฏิเสธ
ถังเหล่ยไตร่ตรองดีแล้วว่าตี้เชียนเสวี่ยไม่เหมาะที่จะออกไปเผชิญหน้ากับอันตราย
จึงกล่าวออกมาอีกว่า
“เพราะที่ด้านนอกนั้นอันตรายเป็อย่างมาก
และที่สำคัญท่านพ่อของเ้าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน”
สิ่งที่ถังเหล่ยกังวลก็คือบนูเาจู่หุนนั้นอันตรายอย่างมาก
แม้แต่ตี้เหยียนที่มีความแข็งแกร่งก็ใช่ว่าจะไม่ได้รับอันตรายบนูเาจู่หุน
“ข้าไม่สนใจว่าท่านพ่อจะยินยอมหรือไม่!”
ตี้เชียนเสวี่ยตะคอกเสียงแข็งและจ้องมองไปที่ถังเหล่ย นางกล่าวต่อว่า
“ก่อนที่เ้าจะจากไป
ข้าอยากจะพาเ้าไปเดินเล่นในเมือง
หลายวันที่ผ่านมาเ้าไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยใช่หรือไม่?”
ถังเหล่ยครุ่นคิดภายในใจ ‘เขาถูกไล่ล่าอยู่ตลอดจะมีเวลาออกไปเดินเล่นได้อย่างไร?’
แต่ในขณะนี้ภัยคุกคามจากนิกายเสิ่นอวี่ได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว
หวังเจี๋ยที่รอดชีวิตจากการปะทะครั้งก่อนก็ควรกลับไปที่นิกายเพื่อขอกำลังเสริมแล้ว
อีกด้านหนึ่งตี้เลี่ยก็ได้รับคำสั่งจากผู้าุโใหญ่โดยตรง
หากในเวลานี้เขา้าจะออกไปด้านนอกก็ถือว่าเป็่เวลาที่เหมาะสม
ความจริงแล้วถังเหล่ยยังไม่รู้ว่าหวังเจี๋ยถูกชิงจือสังหารไปแล้ว
และชิงจือได้ส่งจดหมายลับกลับไปหาเยียนหลิงชวน
แน่นอนว่าภายในจดหมายบอกว่าลูกศิษย์ทั้งสามคนของนิกายเสิ่นอวี่ถูกสังหารโดยถังเหล่ย
ตี้เชียนเสวี่ยจับมือถังเหล่ยและหลบหนีออกจากห้อง
“เป็อย่างไรบ้าง
เมืองจิ่วหั่วนั้นกว้างใหญ่กว่าเมืองของเ้าใช่หรือไม่?” ตี้เชียนเสวี่ยถามถังเหล่ยที่อยู่ด้านข้าง
บนถนนมีผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก
ปะปนไปด้วยผู้ฝึกตนและผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้
สองข้างทางล้วนเป็ร้านค้าและโรงเตี๊ยม สมกับเป็เมืองหลวงของจักรวรรดิซือฉี
“แน่นอน”
ถังเหล่ยกล่าวพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ขณะที่เดินอยู่ด้านข้างตี้เชียนเสวี่ย
“เ้ามาจากเมืองเล็กๆ
ในจักรวรรดิเทียนอวี่จริงหรือ? เมืองที่เ้าอาศัยอยู่มีชื่อว่าอะไร?”
“เมืองอวิ๋นหลิว”
ถังเหล่ยกล่าวและมองไปยังตี้เชียนเสวี่ยอย่างร้อนรน
ความจริงแล้วถังเหล่ยยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองเกิดอยู่ที่เมืองอวิ๋นหลิวจริงหรือไม่? แต่เมื่อนึกถึงความทรงจำของชาติก่อน
เขาก็มักจะคิดว่าตัวเองนั้นมาจากเมืองอวิ๋นหลิว
“หากมีเวลาเ้าคิดว่าจะพาข้าไปที่นั้นหรือไม่?
ส่วนตัวข้าก็อยากจะไปที่จักรวรรดิเทียนอวี่อยู่บ้าง”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวด้วยความคาดหวังอย่างมาก
ถังเหล่ยพยักหน้าแต่การพยักหน้าของเขาเห็นได้ชัดว่าเป็การโกหก
และกล่าวกับตี้เชียนเสวี่ยว่า
“ข้าจะพาเ้าไปยังสถานที่ที่ดี!”
จากนั้นทั้งสองใช้เวลาเดินอีกประมาณหนึ่งก้านธูป
ทันใดนั้นด้านหน้าของทั้งสองก็ปรากฏซากปรักหักพังขนาดใหญ่
ถังเหล่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ภายในเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้ มีซากปรักหักพังขนาดใหญ่ได้อย่างไร?
“รับสิ่งนี้ไป!”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวพร้อมกับมีชุดคลุมสีดำสองชุดในมือของนาง
ถังเหล่ยรู้สึกสับสน
ในเวลากลางแสกๆ พวกเขาจะสวมชุดคลุมสีดำไปทำไมกัน จากนั้นตี้เชียนเสวี่ยก็พาถังเหล่ยไปที่ด้านหลังของซากปรักหักพัง
ทันใดนั้นถังเหล่ยก็เห็นหลุมสีดำขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้า
“นี่คือ?”
ถังเหล่ยกล่าวถาม
“ที่นี่เคยเป็วังหลวงแต่ต่อมาถูกทำลายโดยไม่ทราบสาเหตุ
จากนั้นสถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็ตลาดมืดขนาดใหญ่ของเมืองจิ่วหั่ว!”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยความกระตือรือร้น
เดิมทีนางมักจะมาที่นี่คนเดียว ภายในตลาดมืดมีเื่ที่ทำให้นางต้องตื่นเต้นมากมาย
แน่นอนว่าอันตรายที่นี่ก็มีมากเช่นกัน หากตี้เหยียนรู้ว่านางแอบมาที่นี่ นางจะต้องถูกกักบริเวณอย่างแน่นอน
หลังจากได้ยินสิ่งที่ตี้เชียนเสวี่ยกล่าว
ถังเหล่ยก็เริ่มสนใจสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาทันที เขาคาดเอาไว้ว่าตลาดมืดแห่งนี้จะต้องมีสมบัติล้ำค่าหมุนเวียนอยู่ภายในอย่างแน่นอน
ไม่เช่นนั้นตระกูลตี้คงทำลายตลาดมืดแห่งนี้ไปแล้ว
อย่างไรก็ตามวัตถุดิบที่ถังเหล่ย้าจากตี้เหยียนนั้น
ก็มาจากตลาดมืดแห่งนี้เช่นกัน
จากนั้นตี้เชียนเสวี่ยก็พาถังเหล่ยเข้าไปภายในหลุมสีดำขนาดใหญ่อันมืดมิดทันที
เพียงแค่สองลมหายใจเท่านั้นก็มีแสงไฟส่องไปที่ใบหน้าของทั้งสองทันที
ในเวลาเดียวกันถังเหล่ยก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เขาเห็น
ผู้คนที่อยู่ภายในตลาดมืดไม่ได้มีจำนวนน้อยกว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองเลยด้วยซ้ำ
ภายในตลาดมืดมีแสงไฟส่องสว่างราวกับเมืองหลวง
สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย
ผู้ฝึกตนจำนวนมากที่อยู่ภายในตลาดมืดล้วนมีผ้าคลุมศีรษะเพื่อเป็การปกปิดตัวตน
“ไปเถอะ
ที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจ ข้าจะพาเ้าไปที่อื่น!”
ตี้เชียนเสวี่ยจับมือถังเหล่ยและเดินตรงไปยังส่วนลึกของตลาดมืด
……
