เจินเจินมีเรี่ยวแรงมหาศาลเพียงแค่ชกลงไปบนผิวน้ำแข็งก็ทำให้แตกเป็รูได้ นางชกน้ำแข็งจนเป็รูหลายแห่ง แต่ทว่าก็ไม่มีปลาะโขึ้นมาเลยแม้แต่ตัวเดียว เหตุการณ์ในเวลานี้แตกต่างจากเหตุการณ์ที่นางจำได้ลิบลับเลยทีเดียวเชียว
แลเห็นเด็กทุกคนมองมาที่นาง เด็กหญิงก็เริ่มรู้สึกไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด เป็กู้เอ้อร์หลางที่เข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ “ไม่แน่ว่าปลาอาจจะว่ายไปที่อื่นแล้วก็ได้ พวกเราลองไปดูทางต้นน้ำดีหรือไม่”
เด็กที่เหลือหันไปมองเจินเจิน นางกำหมัดแล้วชูมือขึ้น “ไป!” กล่าวจบก็วิ่งนำไปทันที
กู้เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางรวมถึงเด็กคนอื่นวิ่งตามไป ถึงแม้ว่าเจินเจินจะแขนสั้นขาสั้น ทว่ากลับเป็คนที่วิ่งเร็วที่สุดในหมู่เด็กๆ แม้แต่หิมะหนาๆ ก็ไม่อาจขัดขวางพวกเขาไว้ได้
เวลานี้เองที่สายตาของเจินเจินเหลือบไปเห็นหลี่ซื่อซึ่งมีท่าทางกำลังจะะโแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตาย นางกำลังจะเอ่ยปากะโห้าม ทว่าหลี่ซื่อกลับะโลงไปเบื้องล่างเสียแล้ว
เจินเจินรีบะโตามไปทันที
เอ้อร์หลางเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกใทำอันใดไม่ถูก เมื่อมีสติจึงร้องะโว่า “รีบไปตามผู้ใหญ่มา!” ได้ยินดังนั้นเด็กหลายคนจึงรีบวิ่งไป
น้ำในแม่น้ำ่ฤดูหนาวช่างเหน็บหนาวจนเสียดแทงเข้าไปถึงในกระดูก เจินเจินตัวสั่นงันงกด้วยความหนาว ต้นโสมที่อยู่ตรงจุดตานเถียนจึงปล่อยกระแสอบอุ่นออกมา กระทั่งความหนาวถูกขจัดหมดไปนางจึงมีสติพอที่จะสอดส่ายสายตามองหาหลี่ซื่อ
ถึงแม้บนผิวน้ำจะเป็น้ำแข็ง ทว่าสายน้ำด้านใต้ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง ด้วยเหตุนี้น้ำแข็งที่เกาะอยู่บนผิวน้ำจึงเป็แค่น้ำแข็งชั้นบางๆ ไม่หนามาก
หลี่ซื่อะโลงแม่น้ำมาแล้วก็ถูกสายน้ำพัดพาไป เจินเจินจึงรีบว่ายตาม
เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางจับจ้องบริเวณที่เจินเจินะโลงไปอย่างแน่นิ่ง ทว่ารออยู่สักครู่ก็ไม่เห็นวี่แววของเด็กหญิงหรือหลี่ซื่อโปล่ขึ้นมาเลย ในเวลานี้ทั้งสามคนคิดไม่ออกว่าควรต้องทำอย่างไรดี
ซื่อหลางที่ตระหนกใสุดขีดหมุนกายวิ่งกลับไปที่บ้าน “ข้าจะไปบอกท่านพี่!”
เอ้อร์หลางกับซานหลางกลัวน้องชายคนเล็กจะบอกเล่าเื่ราวได้ไม่ชัดเจนจึงรีบวิ่งตามไปด้วย
ที่ปลายน้ำในเวลานี้เจินเจินโผล่ศีรษะขึ้นมา และพยายามพยุงหลี่ซื่อขึ้นมาบนฝั่ง
เด็กๆ “…”
เจินเจินช่างเก่งกาจยิ่งนัก!
ผู้ใหญ่ที่เพิ่งตามมาถึง “…”
หนึ่งในนั้นมีหมอมาด้วยจึงรีบเข้าไปจับชีพจรให้หลี่ซื่อ ขณะที่หยวนเหล่าเอ้อร์ซึ่งเพิ่งวิ่งมาถึงก็หอบหายใจด้วยความเหนื่อยพร้อมกับถอดเสื้อชั้นนอกของตนออก แล้วนำไปคลุมตัวให้บุตรสาว “เ้านี่ จะทำให้พ่อใหรืออย่างไร ที่นางฆ่าตัวตายเพราะถูกบ้านใหญ่บีบคั้น แล้วเ้าช่วยนางไว้ด้วยเหตุใด คอยดู กลับไปพ่อจะตีเ้า!”
เจินเจินกลับยิ้มกว้าง “ท่านพ่อ ข้ามิได้เป็อันใดเ้าค่ะ!”
ครั้นแลเห็นว่าหมอได้ช่วยหลี่ซื่อจนสำลักน้ำออกมา ทุกคนจึงค่อยลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ทว่าปัญหาในเวลานี้คือจะพาตัวหลี่ซื่อให้ไปอยู่ที่ใด ถึงแม้นางจะรอดชีวิตมาได้ แต่ถ้าไม่พาไปไว้ที่ใดสักที่ เกิดนางคิดไม่ตกอยากฆ่าตัวตายขึ้นมาอีกจะทำเช่นไร จะอย่างไรก็ตามเื่นี้ต้องโทษบ้านใหญ่สกุลหยวนที่ทำเกินไป
“ท่านแม่ พาท่านอาสะใภ้สี่ไปที่บ้านพวกเราเถิด” เจินเจินวิ่งเข้าไปหาจ้าวซื่อ
หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง แบกหลี่ซื่อขึ้นหลังแล้ววิ่งกลับไปที่บ้านของตน
“ท่านรีบตามไปดูเถิด” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวกับหมอ ก่อนจะเร่งรุดตามไปเช่นกัน หากมีคนเสียชีวิตในหมู่บ้านในวันส่งท้ายปีจะถือว่าไม่เป็มงคล อีกประการหนึ่งคือถึงแม้ตอนมีชีวิตอยู่ บ้านเดิมของหลี่ซื่อจะไม่สนใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหากคนตายไปแล้วบ้านเดิมจะยังคงไม่สนใจเหมือนเดิม สรุปแล้วคือเื่นี้เป็เื่ที่หาวิธีจัดการได้ยากยิ่ง
ชาวบ้านทุกคนมองหยวนเหล่าเอ้อร์ซึ่งกำลังแบกหลี่ซื่อวิ่งกลับไปที่บ้านรองสกุลหยวนจึงได้แต่ทอดถอนในใจ ท้ายที่สุดแล้วหยวนเหล่าเอ้อร์ก็เป็คนดีกว่าคนบ้านใหญ่ ก่อนหน้านี้พวกเขามองอีกฝ่ายผิดไป คิดว่าหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่ได้เื่ไม่เป็โล้เป็พาย แต่บัดนี้เป็ที่แน่ชัดแล้วว่าคนที่ไม่เอาไหนคือบ้านใหญ่ต่างหาก โดยเฉพาะเ้าใหญ่
หากหลี่ซื่อเป็อะไรไป ทั้งหมดย่อมเป็ความผิดของเ้าใหญ่ที่ใส่ร้ายว่านางขโมยเงินหวางซื่อ จนเกิดน้อยอกน้อยใจคิดฆ่าตัวตาย พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเ้าใหญ่จะเป็คนเช่นนี้
ขณะที่ชาวบ้านทุกคนกำลังพูดคุยถึงเื่นี้อยู่นั้น หยวนเหล่าเอ้อร์ที่แบกหลี่ซื่อไว้บนหลังก็กลับมาถึงบ้าน เจินเจินบอกให้บิดาวางหลี่ซื่อไว้บนเตียงของตนเอง
แม้หยวนเหล่าเอ้อร์จะไม่ยินยอมในทีแรก ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านจึงต้องเห็นแก่หน้าบุตรสาว เลยยอมทำตามที่นางบอก
หมอเขียนเทียบยาให้หลี่ซื่อ ขณะที่เจินเจินถูกจ้าวซื่อพาไปยังห้องครัวเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ต่อมาไม่นานกู้ซิ่วไฉ กู่ซื่อรวมถึงกู้อวี้ก็มาถึง
เดิมทีซื่อหลางพาทุกคนไปยังแม่น้ำ แต่ระหว่างทางได้รู้จากชาวบ้านว่าพวกหยวนเหล่าเอ้อร์ได้พาหลี่ซื่อกลับไปที่บ้านแล้ว ทุกคนจึงเปลี่ยนทิศทางไปยังบ้านรองสกุลหยวนแทน
ระหว่างที่เจินเจินกำลังอาบน้ำ หยวนเหล่าเอ้อร์เชิญให้ทุกคนที่เพิ่งมาไปนั่งที่ห้องโถง จากนั้นจึงยกน้ำร้อนมาให้ทุกคนดื่ม ก่อนหน้านี้คนสกุลกู้ไม่ได้ไปที่บ้านใหญ่สกุลหยวนจึงไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้น หยวนเหล่าเอ้อร์จึงเล่าเื่ราวทั้งหมดให้คนสกุลกู้ฟัง
กู้ซิ่วไฉกับกู่ซื่อฟังแล้วต่อว่าบ้านใหญ่สกุลหยวนไม่หยุด
“เลว เลวจริงๆ!”
“เพียงแค่เพราะกลอนคู่แค่ไม่กี่คู่ถึงกับต้องทำกันขนาดนี้ กลอนคู่เหล่านี้จะสักกี่อีแปะกันเชียว แต่พวกเขากลับใจร้ายใจดำทำกับนางได้!” กู่ซื่อกล่าวอย่างสะท้อนในใจ
“ก็นั่นน่ะสิ!” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวเห็นด้วยพลางถอนหายใจ
หยวนเหล่าเอ้อร์แค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างเ็า กล่าวว่า “เ้าสามเ้าสี่คิดจะใช้จอบกับไม้ฟาดเจินเจิน เคราะห์ดีที่บุตรสาวของข้าหลบได้ทัน หาไม่แล้วเกรงว่า…แค่กลอนคู่แค่ไม่กี่คู่ถึงกับต้องลงไม้ลงมืออย่างโเี้กับเด็กคนหนึ่งเช่นนี้ ยังนับว่าเป็คนได้อยู่อีกหรือ!”
หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่มีทางปล่อยเ้าสามเ้าสี่เ้าคนชั่วช้าสารเลวนั่นไปแน่ ยามที่สองคนนั้นยังเป็เด็ก เขายังเคยช่วยเลี้ยงดูแลน้อยไปเสียเมื่อไร เมื่อได้ของกินมาก็แบ่งให้น้องชายทั้งสองคนอยู่ทุกครั้งไป แล้วพวกเขาเล่า ช่างเป็หมาป่าตาขาวเสียจริง!
หมอจับชีพจรให้หลี่ซื่อเสร็จแล้วกลับไปเอายา ระหว่างนี้เจินเจินที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เห็นกู้อวี้นั่งอยู่ในห้องโถงก็วิ่งพุ่งเข้าไปหา กอดขาเอาไว้พร้อมกับเงยหน้าถามด้วยสีหน้าโอ้อวด “พี่ชาย ข้าเก่งหรือไม่ ข้าเป็คนช่วยท่านอาสะใภ้สี่ขึ้นมาจากในแม่น้ำ”
กู้อวี้เม้มปากแน่น แสดงสีหน้าชัดถึงความไม่พอใจ กระนั้นก็ยังยื่นมือไปลูบศีรษะของเจินเจินอย่างอ่อนโยน “เก่ง แต่ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกรู้หรือไม่”
นั่นคือแม่น้ำน้ำแข็งที่สามารถทำให้คนตายได้เชียวนะ!
ถึงแม้กู้อวี้จะชื่นชมในความสามารถของเจินเจิน ทว่าในเวลาเดียวกันก็รู้สึกใอยู่ไม่น้อย จนกระทั่งได้ยินชาวบ้านต่างกล่าวกันว่าช่วยคนขึ้นมาได้แล้ว ใจที่เครียดเขม็งถึงได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และด้วยความร้อนใจจึงลืมปกปิดเื่ที่ขาของเขาหายดีแล้วไปเสียสนิท
“พี่ชายของเ้าพูดถูก เ้าเก่งมาก แต่ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีก” ผู้ใหญ่บ้านสนับสนุนอีกคน ก่อนจะถอนหายใจยาวกล่าวว่า “กู้อวี้ ขาของเ้าหายดีแล้วหรือ เดิมทีทุกคนเข้าใจว่าเ้าใหญ่คือผู้มีบุญวาสนาสูงส่ง ด้วยเพราะตอนนั้นก็มีชาวบ้านในหมู่บ้านหลายคนได้ยินคำทำนายนี้ของนักพรตผู้นั้นกับหู
“กระทั่งในยามที่เ้าใหญ่สลับการแต่งงานให้เจินเจินแต่งให้เ้าแทน ข้านึกว่าขาของเ้าคงจะไม่มีทางหายดีแล้ว อย่างไรเจินเจินก็ไม่ใช่ผู้ที่มีบุญวาสนาสูงส่งเช่นเ้าใหญ่ ไม่คิดว่าแท้จริงแล้วผู้ที่มีบุญวาสนาสูงส่งจะคือเจินเจิน หาใช่เ้าใหญ่ไม่
“อีกทั้งหลังจากที่เจินเจินไปอยู่ในบ้านสกุลกู้ ไม่เพียงขาของเ้าที่หายดี แต่อาการป่วยเรื้อรังของสามีภรรยากู้ก็ยังดีขึ้นมาก คืนวันแห่งความสุขคงรอพวกเ้าสกุลกู้อยู่”
กู้ซิ่วไฉกุมมือยกขึ้นคารวะ “ขอให้เป็ดังที่ท่านว่า”
“เจินเจินของพวกเราเป็เด็กจิตใจดี ไม่เพียงแค่นี้ยังรักความยุติธรรมด้วย หาไม่แล้วคงไม่ไปเอาคืนที่บ้านใหญ่สกุลหยวนเช่นนั้น” กู่ซื่อยิ้มพลางกล่าวชื่นชมอีกคน
