เห็นเด็กสาวที่น่ารักนั้นจู่ๆก็เบะปากหน้าบึ้งตึง จากนั้นดวงตากลมโตก็มีน้ำตาหลั่งไหล ตามมาด้วยเสียง‘แง’ดังขึ้นพร้อมกับที่นางเริ่มร้องไห้
ท่าทีอันน่ากลัวของหลี่เจี้ยนหนานกลับทำให้นางร้องไห้!
“ฮือ ฮือ ฮือ... อัปลักษณ์ เ้าคนอัปลักษณ์! ทำต้ายต้ายใแทบตาย... เ้าคนเลว! เ้าตั้งใจเกิดมาหน้าตาอัปลักษณ์เพื่อขู่ขวัญต้ายต้าย... ฮือ ฮือ เ้าคนเลว! คนเลว...” เด็กสาวน่ารักที่ชื่อว่า‘ต้ายต้าย’ใช้มือปาดเช็ดน้ำตาพร้อมกับกล่าวสะอึกสะอื้น
“อุ๊บ!”
ไป๋หยุนเฟยที่เดิมทีสีหน้าเคร่งขรึมก็แทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ --- เด็กคนนี้ช่างน่ารักน่าชัง เ้าอยากร้องก็ร้องไป ไฉนต้องยกเหตุผลที่... แม้อีกฝ่ายเกิดมาอัปลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจงใจเกิดมาอัปลักษณ์เพื่อขู่ขวัญเ้า!!
หลี่เจี้ยนหนานตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นมันก็ร่างสั่นระริกใช้สีหน้าบิดเบี้ยวปั้นยากชี้นิ้วไปที่เด็กสาว “เ้า เ้า...”
หลี่เจี้ยนหนานกล่าวคำ‘เ้า’ซ้ำไปซ้ำมาแต่ก็ไม่อาจนึกหาคำพูดมาต่อเป็ประโยคได้ คาดว่าั้แ่เกิดมามันคงไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน คำพูดของเด็กสาวทำให้สมองมันว้าวุ่นสับสน สุดท้ายจึงพุ่งเข้าใส่ด้วยความเดือดดาลพร้อมกับยกแขนขวาขึ้น เพียงพริบตาเดียวแขนมันก็เบ่งพองก่อนจะฟาดใส่เด็กสาวทันที!
ดวงตาไป๋หยุนเฟยฉายแววเย็นเยียบ มันขยับแขนขวาก็มีมีดสั้นปรากฏในมือ ชั่วขณะที่จะซัดมีดออกไปนั้นไป๋หยุนเฟยก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง มิหนำซ้ำครั้งนี้ยังตกตะลึงยิ่งกว่าครั้งก่อนมากมายนัก!
“ปัง!!”
ได้ยินเสียงดังกึกก้อง แล้วหลี่เจี้ยนหนานก็ลอยละลิ่วออกไป มันชนเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปร่วมห้าวาจนหักโค่น สุดท้ายจึงร่วงลงกับพื้น
ปรากฏแสงสีแดงห่อหุ้มอยู่รอบกายเด็กสาวที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ขณะเดียวกันพลังิญญาอันกล้าแข็งทะลักออกมาไม่หยุด
“บรร….บรรพิญญา!!”
ไป๋หยุนเฟยตาถลนแทบหลุดจากเบ้า มันถึงกับลืมเลือนไปชั่วขณะว่าเมื่อครู่คิดจะทำอะไร ไป๋หยุนเฟยจ้องมองดูเด็กสาวด้วยสายตาเหลือเชื่อ จากพลังิญญามหาศาลที่มากมายกว่ามันไม่รู้กี่เท่า อย่างน้อยนางก็ต้องเป็บรรพิญญาระดับกลาง!
เฉินลู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันปากอ้าตาค้างอยู่กับที่ ไม่ทราบว่าตนควรจะทำอย่างไรดี
จากนั้นเด็กสาวจึงยื่นมือออก มือน้อยที่สวมถุงมือสีชมพูก็เปล่งแสงสีแดงเจิดจ้าพร้อมกับที่พลังธาตุไฟเข้มข้นปะทุขึ้น แล้วทันใดนั้นพลังธาตุไฟครึ่งหนึ่งก็ถูกดูดรั้งเข้าสู่มือน้อยข้างนั้น ส่วนอีกครึ่งที่เหลือกลับหมุนวนอยู่กลางอากาศพร้อมกับก่อตัวเป็รูปลักษณ์ --- กลุ่มพลังธาตุไฟกลับก่อตัวกลายเป็กรงเล็บแมวขนาดร่วมวา!
ยามที่‘กรงเล็บแมว’ก่อรูปร่างจนสมบูรณ์ เด็กสาวที่กำลังร้องไห้ก็เดินเข้าไปฟาดใส่...
ได้ยินเสียงดัง “ผัวะ!” หลี่เจี้ยนหนานที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นก็ถูกฟาดลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ขณะที่มือซ้ายปาดเช็ดน้ำตา มือขวาก็ตวัด‘กรงเล็บแมว’ั์ฟาดใส่หลี่เจี้ยนหนานอีกหลายต่อหลายครั้ง ดูไปคล้ายกับนางกำลังตะปบมุสิกอยู่
“ฮือ ฮือ... เ้าทำให้ต้ายต้ายใ เ้ารังแกข้า! ฮือ ฮือ... ต้ายต้ายใแทบตาย ช่างน่ากลัวนัก...” ระหว่างที่ตะปบใส่ เด็กสาวก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
……
“นายน้อย!!” เฉินลู่ที่รู้สึกตัวจากความตื่นตะลึงรีบพุ่งเข้าไปหาหลี่เจี้ยนหนานอย่างร้อนรน ขณะเดียวกันก็แผ่พลังสีม่วงออกมารอบกาย
การเคลื่อนไหวของมันที่พุ่งเข้าหา สร้างความตระหนกให้แก่เด็กสาวจนร้องออกมาราวกับแมวถูกแหย่ กรงเล็บน้อย เอ่อ ผิดแล้ว มือน้อยนั้นจึงตวัดออก แล้วกรงเล็บแมวที่รวดเร็วยิ่งกว่าครั้งแรกก็พุ่งเข้าหาเฉินลู่โดยไม่ทันตั้งตัว แล้วเสียง‘ผัวะ’ก็ดังขึ้นพร้อมกับที่เฉินลู่ลอยละลิ่วออกไปเช่นเดียวกับหลี่เจี้ยนหนาน มันกระเด็นไปชนต้นไม้หักโค่นลงอีกหลายต้นจึงค่อยร่วงลงไปกองกับพื้น
หลังจากฟาดเฉินลู่ราวกับสะบัดมือปัดแมลงออกไปแล้ว เด็กสาวก็หันกลับมาฟาดหลี่เจี้ยนหนานที่นอนกองกับพื้นโดยที่ไม่ทราบเป็ตาย นางสะอึกสะอื้นราวกับถูกเอาเปรียบ แต่สิ่งที่นางทำนั้นช่าง...
ไป๋หยุนเฟยตาค้างมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเองก็ไม่ทราบว่าควรจะทำเช่นไรต่อไปดี แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก็อดไม่ได้ต้องร้องออกไป “แม่... แม่นางน้อย อย่าได้ตีมันอีกเลย หากตีต่อไปมันคง
ยามนี้หลี่เจี้ยนหนานถูกฟาดจนทั้งร่างจมอยู่ในดิน ดูไปคล้ายจะแน่นิ่งไปแล้ว ไป๋หยุนเฟยไม่ได้เวทนามัน เพียงแต่ไม่้าเห็นเด็กสาวที่น่ารักสดใสเช่นนี้เพียงเพราะได้รับความใจึงลงมือฆ่าคน ร้องบอกถึงสองครั้งเด็กสาวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตอบสนอง อาจเพราะนางกำลังตื่นตระหนกก็เป็ได้ ไป๋หยุนเฟยไม่มีทางเลือก จึงได้พุ่งเข้าหานาง แต่ผู้ใดจะทราบว่าเพียงไปได้ไม่กี่ก้าว เด็กสาวก็พลันตอบโต้โดยสัญชาติญาณสะบัดมือฟาดใส่
“โอ๊ะ!” ไป๋หยุนเฟยคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะคล้ายกับแมวคลั่งที่เห็นใครก็ฟาดใส่ มันรีบชะงักร่างไขว้มือทั้งสองข้างไว้ด้านหน้าเพื่อป้องกัน เสียง‘ปัง’ดังสนั่น พร้อมกับที่ไป๋หยุนเฟยถูกฟาดกระเด็นออกไปทางด้านหลัง
ไป๋หยุนเฟยพลิกร่างกลางอากาศหยั่งเท้าทรงกายกับพื้น แต่ยังไม่ทันได้คิดจะขยับเคลื่อนไหว จู่ๆไป๋หยุนเฟยก็หน้าแปรเปลี่ยนไป มันไม่รีรอรีบถีบเท้าขวาโดยแรงขณะเดียวกันก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับยกแขนขวาขึ้นป้องกัน
แสงสีแดงวาบผ่านใบหน้าไป๋หยุนเฟยก่อนจะพุ่งเข้าหาเด็กหญิงนั้น
“เคร้ง!!”
ได้ยินเสียงโลหะเสียดสีกันดังกระชั้นพร้อมกับที่แขนเสื้อไป๋หยุนเฟยถูกกระชากขาด แม้การโจมตีครั้งนี้จะถูกปลอกแขนมีดเพลิงป้องกันเอาไว้ได้ แต่ไป๋หยุนเฟยยังคงรู้สึกได้ถึงความเ็ปที่แขน
“อสูริญญา!!” ไป๋หยุนเฟยตื่นตระหนกยิ่ง เมื่อหันหน้าไปมอง จู่ๆดวงตามันก็เบิกกว้างราวกับมองเห็นเื่อันเหลือเชื่อ ไป๋หยุนเฟยอุทานด้วยความตกตะลึงว่า “สุกร?!”
มิผิด ที่ปรากฏตรงหน้านั้น เป็สุกรตัวน้อยที่สูงเพียงหนึ่งเชียะตัวหนึ่ง!
แต่ที่พิเศษก็คือ เ้าสุกรตรงหน้านี้กลับยืนบนขาหลังทั้งสองเช่นเดียวกับท่ายืนของมนุษย์ มิหนำซ้ำทั่วร่างของมันยังประกอบด้วยมัดกล้ามเนื้อไปทุกส่วนสัด กีบเท้ามันแหลมคมแวววาว ดวงตาทั้งสองทอประกายคล้ายดวงตาของมนุษย์ และที่สำคัญมันกลับเป็สุกรที่เป็สีแดงไปทั้งร่าง!!
ภาพที่เห็นชวนให้ไป๋หยุนเฟยบังเกิดความคิดขึ้น แทนที่จะคล้ายมนุษย์ที่ร่างเต็มไปด้วยมัดกล้าม มันกลับดูคล้ายหมูหันเสียมากกว่า
แต่ทว่าไป๋หยุนเฟยกลับหัวเราะไม่ออก เพราะมันััได้อย่างแจ่มชัดว่าสุกรตัวนี้ดวงตาฉายแววอำมหิต ทั้งยังแผ่พลังออกมาอย่างรุนแรง --- มันถึงกับเป็อสูริญญาระดับห้าขั้นปลาย!!
มีเื่ประหลาดเกิดขึ้นทุกวัน แต่วันนี้กลับมากเป็พิเศษ อย่างแรกก็ได้พบคุณชายไร้สมองของตระกูลใหญ่ที่กล้ามาก่อเื่เลวร้ายในพื้นที่ของสำนักช่างประดิษฐ์ จากนั้นก็ได้พบกับเด็กสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ดูไร้พิษสงแต่กลับสามารถแสดงพลังของบรรพิญญาระดับกลางออกมาได้ ยามนี้ยังได้พบกับหมูหันที่เป็อสูริญญาระดับห้าขั้นปลายอีก --- ไป๋หยุนเฟยคิดว่าวันนี้สมองมันคงไม่อาจประมวลอะไรได้อีกต่อไปแล้ว...
“เอ๊ะ? เสี่ยวโหรวโหรว! เ้ากลับมาแล้ว!!” ยามนั้นเองก็ได้ยินเสียงเด็กสาวก็ร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นยินดี นางหยุดการเคลื่อนไหวมองดูสุกรที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะชี้นิ้วไปที่หลี่เจี้ยนหนานที่ถูกอัดจมลงในพื้นพร้อมกับกล่าวว่า “เ้าไปไหนมา ต้ายต้ายตามหาอยู่ตั้งนาน แล้วคนเลวนี้ก็มาขู่ขวัญต้ายต้าย น่ากลัวยิ่งนัก ฮือ ฮือ...”
หมูหัน... ไม่ใช่ ‘เสี่ยวโหรวโหรว’อสูริญญาระดับห้า มันหันกลับไปมองเด็กสาวด้วยสายขออภัยแวบหนึ่ง จากนั้นจึงหันกลับไปหาหลี่เจี้ยนหนานด้วยสายตาราวกับสุนัขป่า สุดท้ายจึงมองที่ไป๋หยุนเฟยด้วยความโกรธแค้น
“เอ่อ... เ้า... เ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่พวกเดียวกับมัน ที่จริงแล้วข้ามาเพื่อช่วยแม่นางน้อยท่านนั้น...” ไป๋หยุนเฟยโบกมืออธิบายด้วยความร้อนรน
ยามนั้นเอง เฉินลู่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดที่มุมปากยังมีคราบโลหิตเป็ทางยาว ในใจมันยามนี้ช่างขมขื่นรันทด เพราะเพียงไม่กี่อึดใจเหตุการณ์ก็กลับกลายเป็เช่นนี้ได้ หากเป็ไปได้เฉินลู่ก็อยากหลีกหนีไปให้ไกลจากสถานที่อันตรายแห่งนี้โดยเร็ว แต่เพราะหลี่เจี้ยนหนานยังคงถูกฝังอยู่ในพื้น มันจึงได้แต่ต้องฝ่าเข้าไป โชคดีที่อีกฝ่ายมุ่งความสนใจต่อไป๋หยุนเฟยและไม่มีทีท่าว่าจะลงมือต่อพวกตนอีก หลังจากดึงร่างหลี่เจี้ยนหนานขึ้นจากพื้นได้มันจึงค่อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ --- ยังดี ที่ยังมีลมหายใจอยู่
ขณะมองดูเฉินลู่ที่พยุงหลี่เจี้ยนหนานซึ่งหายใจรวยรินจากไป โดยที่องครักษ์อีกสองคนวิ่งหนีจากไปแต่แรกแล้ว ไป๋หยุนเฟยก็ไม่คิดจะขัดขวาง เ้าหมูหันก็เช่นกันยังคงนิ่งเฉยไร้ปฏิกิริยาอันใด เมื่อเด็กสาวเห็นว่าหลี่เจี้ยนหนานถูกพยุงจากไปจนลับตาเหลือไว้แต่เพียงหลุมลึกรูปมนุษย์บนพื้น นางก็หัวเราะร่าพร้อมกับดึงเ้าหมูหันเข้ามากอด จากนั้นจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “คนเลวไปแล้ว! คิกคิก... ถูกต้ายต้ายทุบตีจนหรุบหางหนีไปแล้ว! เสี่ยวโหรวโหรว ต้ายต้ายร้ายกาจหรือไม่...”
ยามแก้มอวบอิ่มของเด็กสาวเบียดชิดกับหัวของมัน แววตาเกรี้ยวกราดของเ้าหมูหันก็พลันมลายสิ้นกลายเป็สีหน้าอับจนปัญญาเข้ามาแทนที่
ไป๋หยุนเฟยเหงื่อหยด --- เ้าเปลี่ยนหน้าได้เร็วเกินไปหรือไม่?
ระหว่างที่ไป๋หยุนเฟยกำลังใคร่ครวญว่าจะลอบจากไปดีหรือไม่นั้น ก็พลันมีเสียงแหวกอากาศดังเกรี้ยวกราดมาจากด้านซ้าย แล้วกระบี่ยาวที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงก็พุ่งวาบผ่านหมู่ไม้ในป่าตรงเข้าหามัน!
