หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่คิดว่ามีเื่อะไร ใจนต้องวิ่งออกไปดู ไม่คิดเลยว่าจะเป็ชายชราและต้าเหอกลับมา
ได้เห็นพวกเขาเป็เื่น่ายินดีจริงๆ
"ท่านปู่ ต้าเหอ กลับมาได้ยังไง? ทำไมไม่บอกกันก่อนเลย” หลี่ชิงหลิงวิ่งไปหา สีหน้าดูมีความสุขมาก
ก่อนหน้านี้นางเขียนจดหมายให้ชายชรา บอกว่านางและหลิวจือโม่กำลังจะแต่งงานกัน
นางไม่ได้รับคำตอบ จึงคิดว่าพวกเขาไม่ว่างและไม่มีเวลากลับมา ไม่คิดเลยว่าจะแอบกลับมา ทำให้นางประหลาดใจอย่างมาก
ชายชราเหลือบมองหลี่ชิงหลิง และพูดด้วยน้ำเสียงยียวน "มีคนกำลังจะแต่งงานแล้วแจ้งข้ากะทันหัน ทำไมข้าต้องบอกก่อนกลับมาด้วย” เื่ใหญ่ขนาดนี้ไม่หารือกับเขาล่วงหน้า เขาเองก็ไม่พอใจนัก
ชายชราโกรธหรือ
มุมปากของหลี่ชิงหลิงยกขึ้น นางรีบจับมือชายชรา แล้วโยนความผิดใส่หลิวจือโม่ “ท่านปู่ ถ้าอยากโทษก็โทษพี่โม่เลย! เขาเป็คนเสนอ” เดิมทีนางคิดว่าจะแต่งงานอย่างน้อยก็ตอนอายุสิบหก ใครจะคิดว่าหลิวจือโม่จะใจร้อนขนาดนี้?
เนื่องจากเขาใจร้อนมาก นางจึงได้แต่พยักหน้าตอบรับ
ชายชราชำเลืองมองหลี่ชิงหลิง พูดอย่างเ็า "ก็ตกลงเรียบร้อยหมดแล้ว ข้าจะพูดอะไรได้อีก” เขาหันกลับมา ขอให้คนเอาสัมภาระลงมา
หลี่ชิงหลิงหันไปเห็นสัมภาระมากมายแล้วผงะ เอ่ยถามว่าขนบ้านกลับมาหรือ? ทำไมของเยอะแบบนี้?
ต้าเหอซึ่งกำลังคุยกับหลี่ชิงหนิงได้ยินจึงหันมากล่าว "พี่เสี่ยวหลิง นี่เป็ของขวัญหมั้นที่ท่านปู่เอามาให้" ทันทีที่ปู่ได้รับข่าวว่าพี่เสี่ยวหลิงกำลังจะแต่งงาน เขาก็ให้คนไปเตรียมของมากมายเพื่อกลับมาเป็สินสอด
"หือ? เยอะขนาดนี้?” เสียเงินไปเท่าไรนะ นางอยากจะจัดงานอย่างเรียบง่ายนะ!
"ท่านปู่ มีของข้าไหม?” หลี่ชิงหนิงเห็นแล้วเบิกตากว้าง ทำหน้าอิจฉา
แต่งงานแล้วจะได้เยอะขนาดนี้เลย? ถ้านางรีบแต่งก็จะได้เหมือนกันใช่ไหม?
“ท่านปู่ ข้าก็แต่งด้วยดีกว่า แบ่งส่วนหนึ่งให้ข้าได้ไหม”
หลี่ชิงหนิงทำให้ทุกคนหัวเราะจนปวดท้อง
ชายชราอุ้มหลี่ชิงหนิงแล้วหัวเราะ "เด็กโง่ เ้ายังเด็ก รออีกสิบปีเถอะ!" ไม่เจอกันนาน เ้าตัวน้อยก็โตขึ้นแล้ว “ไว้ตอนหนิงหนิงแต่งงาน ปู่จะเตรียมให้เยอะกว่านี้อีก”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา หลี่ชิงหนิงก็นับนิ้วด้วยความเศร้า “อีกนานเลย แต่งเร็วกว่านี้ไม่ได้หรือ?" ถ้ารีบแต่งงานเร็วก็จะรวยเร็ว
ของมีค่าเยอะขนาดนี้ นางสามารถซื้อของอร่อยๆ ได้มากมาย
หน้าผากหลี่ชิงหลิงแทบมีเส้นสีดำสามเส้นพาดลงมา นางเคาะหัวหลี่ชิงหนิงและพลางหัวเราะและดุนาง ขนยังงอกไม่ครบเลย พูดอะไรแก่แดดเสียจริง ไม่อายหรือไงนะ
นางล่ะกลัวน้องสาวที่มีนิสัยโผงผางแบบนี้จะแต่งไม่ออก
“น่าอายอะไร พี่ก็จะแต่งกับพี่ใหญ่นี่” หลี่ชิงหนิงตอบอย่างมั่นใจ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็เอื้อมมือไปเคาะหัวนางอีกครั้ง "ไว้โตเท่าพี่แล้วค่อยมาบอกว่าจะแต่งงาน!" เรียนรู้แต่เื่ไม่เป็เื่ นางชักปวดหัว “ท่านกับต้าเหอนั่งรถมานาน คงเหนื่อยแล้ว เข้าไปนั่งเถอะ ไว้ข้าจัดห้องเสร็จก็พักผ่อนได้”
ยุคนี้ไม่เหมือนสมัยปัจจุบันที่มีเครื่องบิน มีรถไฟ ไปไหนก็สะดวก สมัยโบราณนั่งรถม้าได้อย่างเดียว ช้าก็ช้า แถมยังโคลงเคลงไปมา ทรมานมาก
นอกจากนี้ชายชราก็อายุมากแล้ว นางกลัวจริงๆ ว่าร่างกายของเขาจะรับไม่ไหว
“หนิงหนิงรีบลงมา ท่านปู่นั่งรถเหนื่อยแล้ว เ้าก็โตเกินให้ท่านปู่อุ้มแล้ว”
แม้ว่าหลี่ชิงหนิงจะติดเล่น แต่นางก็เชื่อฟัง นางได้ยินแล้วก็รีบขอให้ชายชราปล่อย จูงมือชายชราเข้าบ้านช้าๆ แถมรินน้ำให้เองด้วย
ชายชรายิ้มจนตาปิด รู้สึกดีใจมาก ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้อยู่กับเด็กๆ เหล่านี้แล้ว!
“ท่านปู่ไม่อยู่บ้านนาน คิดถึงข้าไหม ข้าคิดถึงท่านปู่มาก” หลี่ชิงหนิงค้ำคางแล้วถามอย่างอ่อนหวาน
ชายชราที่ได้ดับกระหายวางชามลงบนโต๊ะ เอื้อมมือไปลูบหัวเล็กๆ ของหลี่ชิงหนิง พยักหน้าและบอกว่าคิดถึงหนิงหนิงมาก
ก่อนหน้านี้เขาเคยขอให้พวกหลิวจือโม่ติดตามเขาไปที่เมืองหลวง แต่เด็กๆ ไม่อยากไปกันเลย
เขาไม่มีทางเลือกนอกจากพาต้าเหอไปคนเดียว
ต้าเหอไม่เหมือนเด็กๆ พวกนี้ เขาเรียนเก่งจึงต้องให้ติดตามไปเรียนวิชาแพทย์
สั่งสอนสิ่งที่เขาเรียนรู้มาตลอดชีวิต โดยถือว่าเขาเป็ผู้สืบทอด
ต้าเหอมีวิชาแล้วก็จะไม่อดตายในอนาคต
“ปู่คิดถึงข้าขนาดนั้น มีของมาให้ไหม”
ที่แท้ก็เพื่อประโยคนี้นี่เอง ชายชราฟังแล้วหัวเราะอีกครั้ง
“มีสิ จะไม่มีของขวัญให้เ้าได้อย่างไร” เขาชี้ไปที่กล่องใบหนึ่ง “นั่นของขวัญหนิงหนิง ลองดูว่าชอบไหม”
หลี่ชิงหนิงโห่ร้อง ะโลงจากเก้าอี้ วิ่งไปเปิดกล่องอย่างมีความสุข
ในกล่องมีของทุกอย่าง ของเล่น เสื้อผ้า… หลากหลายจนเด็กน้อยตาลาย
หลังดูเสร็จ นางจึงเพิ่งนึกได้ว่าหลี่ชิงเฟิง หลิวจือเยี่ยน และหลิวจือโหรวไม่อยู่บ้าน แถมไม่รู้ว่าปู่กลับมาแล้ว
“ท่านรอตรงนี้นะ ข้าจะไปเรียกพวกพี่มา”
หลังจากนั้นก็รีบวิ่งหายไปโดยไม่รอให้ชายชราตอบ
หลังวิ่งไปไกลแล้ว ชายชราก็หัวเราะ “ผ่านไปเดี๋ยวเดียว เ้าเด็กนั่นก็โตขนาดนี้เสียแล้ว”
ก่อนที่เขาจะออกจากหมู่บ้านหนิวโถว เ้าตัวเล็กยังพูดไม่คล่องเลย!
หลี่ชิงหลิงปวดหัวเล็กน้อย "เด็กชาวป่า วิ่งออกไปเล่นั้แ่เช้ามืด กลับมาอีกทีตอนหิวข้าวนู่น ช่วยไม่ได้จริงๆ”
“เด็กไม่เล่นแล้วจะทำอะไร” ชายชราพูด “ข้าว่าหนิงหนิงดีออกนะ ฉลาดมาก”
หลี่ชิงหลิงมองออกแล้ว หากพูดอีกจะโดนชายชราโต้กลับ ดังนั้นนางจึงหยุดพูด เปลี่ยนเื่ถามถึงเื่ในเมืองหลวง
ชายชราเองก็พูดแต่ข่าวดี บอกว่าสบายดี มีต้าเหออยู่ด้วยแล้วไม่เหงา
เมื่อได้ยินว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี นางก็พยักหน้าอย่างสบายใจ หันมองต้าเหออีกครั้งแล้วหัวเราะ “รู้สึกเหมือนต้าเหอสูงขึ้นอีกแล้ว" การกินอยู่คงไม่เลว มีเนื้อมีหนังขึ้นด้วย ไม่ผอมแห้งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ต้าเหอยิ้มเขินๆ บอกว่าอาหารที่บ้านค่อนข้างดี ตัวก็สูงขึ้นเพราะได้กินเนื้อทุกวัน
หลี่ชิงหลิงยิ้ม ถามเขาว่าเรียนวิชาแพทย์เป็อย่างไรบ้าง?
เขาตอบว่าพอได้
“ต้าเหอหัวไว สอนแล้วต่อยอดได้เอง” ชายชราลูบเคราและมองต้าเหอด้วยความพึงพอใจ
ถ้าเขาไม่เห็นว่าต้าเหอมีความสามารถก็คงไม่ให้ตามติดเรียนรู้
"ตั้งใจเรียนให้ดี จากนั้นก็เป็เซียนแพทย์…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ต้าเหอก็ยิ่งเขินอาย “ข้าเพิ่งเรียนรู้เื่ผิวเผิน ยังเทียบท่านปู่ไม่ได้...”
หลี่ชิงหลิงโบกมือ และพูดต่อ "ข้าว่าเ้าทำได้แน่ อีกหน่อยต้องเหนือกว่าปู่แน่”
"พูดเกินจริงแล้ว ถ้าเป็เซียนแพทย์ง่ายขนาดนั้น โลกนี้คงมีเซียนแพทย์เต็มไปหมดแล้ว” ชายชราเย้ยหยัน “อย่าทำให้ต้าเหอเสียคน”
“ท่านเป็ไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าจะไม่มี ไม่เคยได้ยินหรือว่าคลื่นลูกใหม่แรงกว่าลูกเก่า…”
ทั้งสองเจอกันก็เริ่มปะทะฝีปากอีกแล้ว
หลิวจือโม่และต้าเหอมองหน้ากัน ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาหันมาคุยกันโดยไม่สนการโต้เถียงของทั้งคู่
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงของหลี่ชิงเฟิงและหลิวจือเยี่ยนก็ดังมาจากข้างนอก
“ปู่... ท่านปู่… กลับมาแล้วจริงๆ หรือ?”
เสียงมาถึงก่อนคน ทันทีที่พวกเขาสองคนวิ่งเข้าไปในบ้าน เห็นชายชราและต้าเหอก็ทักทายกันด้วยความรักใคร่และเริ่มพูดคุยอย่างมีความสุข
ต้าเหอมีเื่คุยกับพวกเขามาก เด็กชายทั้งสามจับกลุ่มเริ่มคุยสนุกกัน
หลี่ชิงเฟิงและหลิวจือเยี่ยนฟังเื่ในเมืองหลวงแล้วอุทานชื่นชม
หลิวจือโหรวเดินรั้งท้าย เมื่อเห็นภาพที่มีชีวิตชีวานี้ก็ยิ้มทักปู่ จากนั้นทักต้าเหอ
"โอ้ โหรวโหรวก็สูงขึ้นด้วย" ชายชรายิ้มอย่างใจดี ลูบหัวโหรวโหรว "แต่ผอมไปหน่อย”
หลิวจือโหรวก็มีความสุขมากเช่นกัน นางนั่งข้างชายชรา และถามเบาๆ "ท่านปู่ จากเมืองหลวงมาที่นี่ใช้เวลานานเท่าไร? เหนื่อยไหมเ้าคะ?”
"ต้าเหอกับข้าใช้เส้นทางบกก่อน แล้วเปลี่ยนเส้นทางน้ำจึงเร็วกว่าปกตินิดหน่อย ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือนก็ถึง ระหว่างทางเลยไม่เหนื่อยมาก” ถ้าเดินแต่ทางบกจะเหนื่อยกว่ามาก
หลิวจือโหรวมองชายชรา เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้แสดงอาการเหนื่อยล้าใดๆ จึงตอบอืมด้วยความโล่งใจ
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน ผู้เฒ่าหลี่ที่ได้ยินข่าวก็รีบรุดมาหา
