เมื่อหลีเหย่เก็บของเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมจะพาเนี่ยเทียนไปยังค่ายกลนำส่งขนาดใหญ่ที่อยู่กลางเมืองของกะโหลกเื ทว่าหูหันกลับมาถึงพอดี
“เ้ารอก่อน ข้าจะพาหัวเทียนไปส่งที่เทือกเขาฮ่วนคง” หลีเหย่เอ่ยกำชับ
“เทือกเขาฮ่วนคง?” หูหันอึ้งไปครู่ มองเนี่ยเทียนด้วยความแปลกใจ “เขามีแค่ตบะท้าย์ ไปเทือกเขาฮ่วนคงจะถูกคนฆ่าระหว่างทางเอาได้”
“เขาย่อมไม่เหมือนพวกเ้าอยู่แล้ว” หลีเหย่แค่นเสียงหนึ่งครั้ง “ข้าจะใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติส่งตัวเขาไปยังเทือกเขาฮ่วนคงโดยตรง ไม่จำเป็ต้องเดินทางไกลให้เหนื่อยเปล่า”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของหูหันก็เปล่งประกายเล็กน้อย อดไม่ได้จนต้องเอ่ยวิงวอน “หลีเหย่ เอ่อ...ข้าก็อยู่กับเ้ามาปีหนึ่งแล้ว ่นี้หินวิเศษของข้าขาดมือเลยคิดจะไปเสี่ยงโชคที่เทือกเขาฮ่วนคงดูสักครั้งเช่นกัน หัวเทียนขอบเขตต่ำต้อยเกินไป ต่อให้ไม่ต้องเดินทางไกล อยู่ที่เทือกเขาฮ่วนคงก็ยังอันตรายมากอยู่ดี ข้าสามารถช่วยเ้าดูแลเขาได้”
หูหันช่วยหลีเหย่หลอมอาวุธมานานมากแล้ว ทว่าท่าทีที่หลีเหย่มีต่อนางกลับไม่ร้อนไม่หนาว
ในสายตาของนาง หลีเหย่ไม่เคยมองนางเป็คนกันเอง นางเองก็รู้ดีว่าเผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติได้สร้างค่ายกลขนาดเล็กแห่งหนึ่งไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง
ผู้ที่มีความสามารถสร้างค่ายกลนำส่งแห่งมิติในเทือกเขาฮ่วนคงได้มีเพียงสามอิทธิพลอย่างเดือนดับ เปลวอัคคีและกะโหลกเืเท่านั้น
สามฝ่ายนั่นไม่อนุญาตให้คนนอกยืมใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่ไปโผล่ในเทือกเขาฮ่วนคง ต่อให้จ่ายหินวิเศษมากแค่ไหนก็ไม่ยอม
มีเพียงคนที่พึ่งพาสามขั้วอิทธิพลเท่านั้นถึงจะสามารถใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติของทั้งสามฝ่ายไปโผล่ในเทือกเขาฮ่วนคงได้โดยตรง
นอกจากนี้แล้วก็มีเพียงเผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติเท่านั้นถึงจะมีความสามารถและกำลังทรัพย์มากพอจะสร้างค่ายกลนำส่งแห่งหนึ่งขึ้นมาในเทือกเขาฮ่วนคง
หูหันรู้มาตลอดว่าเผยฉีฉีมีค่ายกลนำส่งแห่งมิติแห่งหนึ่งในเทือกเขาฮ่วนคง แต่ว่าค่ายกลนำส่งแห่งมิตินั้นมีเพียงเผยฉีฉีและหลีเหย่เท่านั้นที่สามารถใช้ได้
คราวนี้หลีเหย่กลับยอมใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่สร้างขึ้นในเทือกเขาฮ่วนคงเพื่อเนี่ยเทียน ทำให้หูหันเกิดความคิดดีๆ ขึ้นมาทันที
“เ้าก็อยากไปเหมือนกันรึ?” หลีเหย่ขมวดคิ้ว
หูหันพยักหน้าติดต่อกัน รีบกล่าวว่า “เ้าวางใจได้เลย ข้าไม่มีทางเปิดเผยเื่ค่ายกลนำส่งแห่งมิติแห่งนั้นแน่นอน ข้ายังสามารถจ่ายหินวิเศษค่านำส่ง และอีกอย่าง หากเ้าอนุญาตให้ข้าไป เมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงข้าจะดูแลหัวเทียนเอง หากเขาพบเจออันตราย ข้าจะไม่มีทางนิ่งดูดายอย่างแน่นอน”
หลีเหย่เงียบงันไม่พูดอะไร
แท้จริงแล้วไม่ว่าจะเป็เนี่ยเทียนหรือหูหันล้วนไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงให้เกียรติเนี่ยเทียนถึงขนาดที่หลังจากเนี่ยเทียนมาอยู่ได้ไม่นานกลับยอมพาเนี่ยเทียนไปใช้ค่ายกลนำส่งที่เป็แค่ของเขาและเผยฉีฉีเท่านั้น
เขาให้ความสำคัญกับเนี่ยเทียนด้านหนึ่งเป็เพราะคราวก่อนเนี่ยเทียนมีการแสดงออกที่โดดเด่นมากเป็พิเศษ
อีกด้านหนึ่ง หรืออาจจะพูดว่าเป็ด้านที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นก็คือตัวตนของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนเป็คนที่หัวมู่พามา
และหัวมู่ก็สนิทสนมกับอาจารย์ของเขาอย่างมาก เขายังแอบรู้สึกได้ด้วยว่าระหว่างอาจารย์เขาและหัวมู่น่าจะยังมีความลับมากมายต่อกัน
และก็ด้วยเหตุนี้ เนี่ยเทียนที่หัวมู่เป็คนพามาจึงแตกต่างไปจากคนอื่น
“หินวิเศษไม่จำเป็ต้องจ่ายแล้ว หากเ้าอยากไปจริงๆ ก็กินยากัดใจเม็ดนี้ลงไป” หลีเหย่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบเอายาสีเขียวเข้มเม็ดหนึ่งออกมาจากในถุงเก็บของแล้วมอบให้หูหัน “เ้าน่าจะรู้ว่ายากัดใจหมายความถึงอะไร ขอแค่เ้ายอมกินมัน ข้าถึงจะให้เ้าไปกับหัวเทียน”
เห็นว่าหลีเหย่หยิบยากัดใจออกมา หันหูก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
นางลังเลอย่างเห็นได้ชัด “จะให้ยาแก้ข้าเมื่อไหร่?”
“หลังจากกลับมา” หลีเหย่เอ่ยเสียงเ็า
หูหันกัดฟันแล้วกลืนยากัดใจสีเขียวเข้มเม็ดนั้นลงไป จากนั้นถึงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวว่า “ทีนี้ไปได้หรือยัง?”
“จำไว้ว่าช่วยข้าดูแลหัวเทียนให้ดี หากเขาไม่ได้กลับมาพร้อมกับเ้า ข้าจะไม่ให้ยาแก้กับเ้าเด็ดขาด” หลีเหย่สั่งความ
หูหันยิ้มขื่นหนึ่งครั้ง พยักหน้าเป็การบอกว่าเข้าใจ
“อย่าคิดว่าข้าโเี้ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเ้าไม่ได้มีเจตนาอื่น? ขอบเขตของเ้าสูงล้ำ อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยแห่งนี้แน่นอนว่าไม่ยอมกังวลกับสิ่งใด แต่หากอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงแล้วเ้าลงมือสังหารหัวเทียนขึ้นมา ข้าจะรู้ได้อย่างไร?” หลีเหย่เองก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง “เ้าติดตามข้ามาหนึ่งปีแล้วก็จริง ทว่าข้าไม่รู้จักเ้าดีนัก คนที่กล้ามาใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงล้วนไม่ใช่คนดี ในอดีตเื่ราวของเ้าเป็เช่นไรข้าเองก็ไม่รู้”
หูหันสีหน้ามืดมน กล่าวว่า “ข้าเข้าใจ อย่างไรเ้าก็ไม่เชื่อใจข้า”
“เ้าไปรอข้าที่ค่ายกลนำส่ง อีกเดี๋ยวข้าจะตามไป” หลีเหย่เอ่ยเร่ง
หูหันไม่พูดมากอีก รีบเดินออกไปทันที ไม่นานเงาร่างของนางก็หายลับไป
หลังจากที่นางจากไปแน่นอนแล้ว หลีเหย่ถึงได้แค่นเสียงกล่าวกับเนี่ยเทียน “หัวเทียน ระวังหญิงสาวผู้นี้ไว้ให้ดี ข้าเคยได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับนางมาบ้าง นางไม่ธรรมดาเลยล่ะ หากไม่ให้นางกินยากัดใจ ข้าย่อมไม่มีทางวางใจปล่อยให้นางไปกับเ้าแน่ แน่นอนว่าอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยนางไม่สามารถสร้างเื่ก่อราวได้ ทว่าพอออกไปข้างนอกก็ไม่แน่”
"เ้ากลัวว่านางจะฆ่าข้า?” เนี่ยเทียนตะลึง
“หากไม่มียากัดใจ เกรงว่านางคงจะทำเช่นนั้นจริงๆ เ้าต้องจำเอาไว้ว่าในอาณาจักรเลี่ยคงไม่มีใครที่ธรรมดาสักคน โดยเฉพาะผู้หญิงเช่นนี้ แต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ที่ซับซ้อนถึงขีดสุด” หลีเหย่ตอบรับ
“อ้อ แบบนี้เองหรือ แล้วเหตุใดเ้าถึงเชื่อใจข้าเล่า?” เนี่ยเทียนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ท่านหัวเป็คนพาเ้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างท่านหัวและอาจารย์ข้า...” พูดมาได้ครึ่งหนึ่งหลีเหย่ก็หยุดชะงักแล้วไม่พูดมากอีก “ไปกันเถอะ รู้แค่ว่าเ้าไม่ใช่คนนอกก็พอแล้ว”
ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเนี่ยเทียนและหลีเหย่ก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดใหญ่ของเมืองโพ่เมี่ย ซึ่งหูหันได้มารออยู่ก่อนแล้ว
ระหว่างทางที่มาหลีเหย่ยังกำชับเื่ราวบางส่วนกับเนี่ยเทียน ทั้งยังหยิบเอากำไลหยกเขียวและแผนที่แผ่นหนึ่งมอบให้เขา ให้เนี่ยเทียนไปตามสถานที่ที่กำหนดไว้ในแผนที่
หลังจากที่หลีเหย่จ่ายหินวิเศษให้กับหลิวคังแห่งกะโหลกเืที่เป็ผู้รับชอบที่แห่งนี้เสร็จเรียบร้อยก็ให้เนี่ยเทียนและหูหันเข้าไปยืนในค่ายกล
ค่ายกลเปิดใช้ เนี่ยเทียนและหูหันจึงหายไปจากเมืองโพ่เมี่ย
นาทีถัดมา คนทั้งสองก็มาปรากฏตัวอยู่ในค่ายกลนำส่งแห่งมิติเล็กๆ ที่เผยฉีฉีสร้างไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง
หลังจากเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ หูหันก็ดูเป็ตัวของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด นางเหลือบตามองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้งและกล่าวว่า “หลีเหย่ไม่เคยเป็มิตรกับใครขนาดนี้มาก่อน”
เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ แล้วจึงกล่าวว่า “ข้ามาที่เทือกเขาฮ่วนคงก็เพราะฝึกตน ไม่ได้อยากรวย พื้นที่ที่ข้าจะไปไม่มีสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งป้วนเปี้ยนอยู่ อีกทั้งก็ถูกค้นหาจนทั่วหมดแล้วจึงไม่เคยมีใครไปที่นั่น”
“อ้อ แบบนี้เองหรือ” หูหันมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำหนึ่งครั้งคล้ายจะมองให้ทะลุปรุโปร่ง ทว่าเนี่ยเทียนในสายตาของนางไม่ว่ามองอย่างไรก็ช่างปกติธรรมดา ไม่มีจุดพิเศษใดๆ
นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลีเหย่ผู้เย่อหยิ่งถึงได้ให้ความสำคัญกับเนี่ยเทียนนัก
“หินส่งข้อความเสียงก้อนนี้ข้ามอบให้เ้า” หูหันหยิบเอาหินทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนก้อนหนึ่งที่ด้านในกลวงโบ๋ส่งมาให้เนี่ยเทียนแล้วบอกว่า “ในรัศมีสิบลี้ เ้าสามารถส่งข้อความเสียงผ่านหินนี้ได้ หากอยู่เกินสิบลี้ก็จะใช้ไม่ได้แล้ว ข้าจะพยายามอยู่ในขอบเขตที่ใกล้กับเ้ามากที่สุด หากพบเจอปัญหา เ้าสามารถใช้หินส่งข้อความเสียงนี้เรียกข้าได้ ข้าจะรีบมาหาโดยเร็วที่สุด”
เนี่ยเทียนรับเอาหินส่งข้อความเสียงมาแล้วนาบลงบนปากจากนั้นจึงเป่าลมลงไปเบาๆ และเขาก็ได้ยินเสียงของตัวเองดังออกมาจากชายแขนเสื้อของหูหันทันที
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าหินส่งข้อความเสียงของหูหันไม่ได้อยู่ในกำไลเก็บของของนาง แต่อยู่ที่ชายแขนเสื้อของนาง
“จำไว้ว่าต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี หากเ้าตายไป ข้าก็ต้องซวยไปพร้อมเ้าด้วย” หูหันกล่าวอย่างจริงจัง
“แน่นอนว่าข้าย่อมไม่อยากตาย” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ก่อนที่หูหันจะจากไป นางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ช่างเถอะ ข้าไปส่งเ้ายังสถานที่ที่เ้า้าไปก่อนดีกว่า ข้ากลัวว่าระหว่างทางเ้าจะดวงซวยเจอปัญหาเข้า”
“ก็ดี” เนี่ยเทียนกล่าว
หลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็สวมกำไลหยกสีเขียวลงบนข้อมือ ใช้พลังิญญามาปกคลุมร่างตัวเองและเดินออกไปจากถ้ำพร้อมกับหูหัน
ตอนที่หูหันออกไปนอกถ้ำก็มีม่านแสงสีรุ้งจางๆ กลุ่มหนึ่งปกคลุมไปทั่วกาย ป้องกันไม่ให้ปราณิญญาสกปรกแทรกซึมเข้ามา
หลังจากที่เนี่ยเทียนบอกทางโดยดูจากแผนที่แผ่นนั้นแล้ว หูหันก็เดินนำทางอยู่ข้างหน้า คอยปลดปล่อยกระแสจิตออกไปรับััอย่างระมัดระวังต่อเนื่อง อีกทั้งเมื่อมีรอยแยกห้วงมิติล่องลอย นางก็หลีกเลี่ยงไปก่อนนานแล้ว
นางไม่รู้เวทลับห้วงมิติ ไม่สามารถพุ่งเข้าไปในเทือกเขาฮ่วนคงได้โดยตรงอย่างเผยฉีฉี
ตลอดทางนางจึงระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ทำให้การเดินทางของพวกเขาเชื่องช้าอย่างถึงที่สุด
นางคอยหลบเลี่ยงรอยแยกห้วงมิติรวมไปถึงสัตว์วิเศษที่อาจซ่อนตัวอยู่มาตลอดทาง ใช้เวลาไปสามชั่วยามเต็มถึงได้พาเนี่ยเทียนมาถึงสถานที่ที่เขา้า
“คือที่นี่แหละ ข้าสำรวจดูแล้ว รอบๆ นี้ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตอยู่จริง เ้าก็รออยู่ที่นี่ไปเถอะ” หลังจากที่หูหันพามาถึงก็บอกให้เขาระวังตัวจากนั้นถึงได้จากไปเพียงลำพัง
ตอนนี้เป็่กลางดึกแล้ว
ท้องฟ้าของอาณาจักรเลี่ยคงเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราว ส่องแสงสุกสกาว
เนี่ยเทียนที่ร้อนใจอยากรวบรวมพลังดวงดาวเพื่อรับเข้ามาในคลื่นพลังแห่งดวงดาวและแปลงไปเป็หยดดาวไม่คิดจะสังเกตบริเวณรอบๆ ให้ละเอียดก็เลือกที่แห่งหนึ่งอย่างง่ายๆ แล้วจึงเริ่มใช้คาถาสะเก็ดดาวมาชักนำแสงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าทันที
-----
