เมื่อกลับถึงบ้านในวันนั้น เหล่าแม่บ้านที่พอจะเรียนรู้ได้ก็รีบนำถั่วไปแช่น้ำตามที่ได้ร่ำเรียนมา
ทว่าในวันรุ่งขึ้น พวกเธอก็ยังคงแวะเวียนมาช่วยฮวาเจาทำงานอยู่ดี กองตะกร้ามากมายขนาดนั้น หากปล่อยให้ฮวาเจาทำคนเดียวก็ดูน่าสงสารยิ่งนัก
อีกทั้งฮวาเจายังเป็คนพูดจาไพเราะ ไม่เพียงแต่น้ำเสียงที่ชวนฟัง หากแต่ท่าทีก็สุภาพอ่อนโยน ไม่ดุดันหรือเสียดสีใคร ที่สำคัญคือไม่พูดจาไร้สาระให้เมื่อยปาก พวกเธอพบว่าตนเองกลับรู้สึกชอบที่จะพูดคุยกับฮวาเจาเสียด้วยซ้ำ เมื่อเลิกงานและรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะเดินมาที่บ้านของเธอ
แท้จริงแล้วงานรดน้ำต้นไม้ในแต่ละวัน ฮวาเจาทำเสร็จไปนานแล้ว ไม่สิ ที่จริงแล้วเธอแทบไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหาก
หากต้องรดน้ำตะกร้า 750 ใบ แล้วยังต้องรดหลายรอบ เธอคงไม่ต้องทำอะไรอื่นทั้งวัน นอกจากขลุกตัวอยู่แต่ในห้องนี้
ความจริงแล้ว เธอรดน้ำเพียงตะกร้าละครั้งเท่านั้น ที่เหลือก็ปล่อยให้พลังงานในกายดูแลไป งานนี้จึงเบาแรงอย่างยิ่ง เพียงแค่เดินผ่านไปมาในห้องเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว หรือแม้แต่เดินอยู่ในลานบ้านก็ยังได้
แต่เมื่อมีคนมาช่วย ฮวาเจาก็ยินดีอย่างยิ่ง เธอเองก็้าที่จะผูกมิตรกับคนในหมู่บ้าน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่กลมเกลียวสำหรับการอยู่รอดของลูกน้อยในครรภ์
ในเวลา 5 วัน ฮวาเจาก็ได้เพื่อนกลุ่มแรกมาครอง เป็เหล่าป้าสะใภ้ 5 คน และสะใภ้ 3 คน
วันนี้เองก็เป็วันที่ถั่วงอกของพวกเธอพร้อมที่จะนำออกจากกระถาง
คนเหล่านี้ต่าง้าจะนำถั่วเพียงหนึ่งชั่งมาเพาะในกระถาง เพื่อทดลองดู หากทำสำเร็จก็จะเก็บไว้กินเอง เพราะกินคนเดียวคงไม่หมดตะกร้า
ผลปรากฏว่าทุกคนทำสำเร็จอย่างงดงาม!
ถั่วงอกในกระถางงอกงามเต็มเปี่ยม อวบอ้วนขาวนวล แถมยังมีกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ แค่เห็นก็ชวนให้เจริญอาหาร
เมื่อลองเด็ดมากินสด ๆ ก็พบว่ารสชาติเหมือนกับถั่วงอกที่ฮวาเจาทำไม่มีผิดเพี้ยน!
แน่นอนว่าต้องเหมือนกันอยู่แล้ว ใน่หลายวันที่ผ่านมา เมื่อฮวาเจาเข้าไปในป่า เธอก็มักจะแวะผ่านบ้านของคนเหล่านี้ และแอบ "ดูแล" ถั่วงอกของพวกเธอ
นี่เป็วิธีที่เธอเพิ่งคิดได้
เธอไม่อาจปล่อยให้พวกเธอทำไม่สำเร็จ มิฉะนั้นพวกเธอคงคิดว่าเธอกั๊กความลับไว้แน่!
ทำไมใช้วิธีเดียวกัน แต่เธอทำได้ แต่พวกเธอกลับทำไม่ได้ แถมยังแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว?
คงเป็เพราะเธอเก็บงำเคล็ดลับบางอย่างไว้ไม่ได้บอก!
ดังนั้นเธอจึงต้องเหนื่อยหน่อย ต่อไปหากบ้านไหนเพาะถั่วงอก เธออารมณ์ดีก็จะ "ดูแล" ให้ แต่หากอารมณ์ไม่ดีก็จะปล่อยไปตามยถากรรมก็พอ
ด้วยวิธีนี้ก็จะโทษว่าเธอสอนวิธีผิด ๆ ไม่ได้แล้ว เพราะต้องเป็ที่พวกเธอเองทำผิดพลาดไปบ้าง เช่น ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง ปริมาณน้ำ ไม่ได้
เมื่อมีคนทำสำเร็จหลายคน ในหมู่บ้านก็เกิดกระแสความนิยมเพาะถั่วงอกกันทั่วทุกครัวเรือน
เมื่อถั่วงอกรุ่นที่สองออกมา ก็มีทั้งที่ทำได้และไม่ได้
ฮวาเจาทราบมาว่า หากบ้านไหนมีขนบธรรมเนียมที่ดี มีคุณธรรม ก็จะทำได้ แต่หากบ้านไหนไร้คุณธรรม ก็จะทำไม่สำเร็จ
ทั่วทั้งหมู่บ้านเขาคังซาน มีเพียงบ้านของฮวาซานรวมถึงบ้านลูกชายอีกหลายคนที่ไม่สำเร็จ ถั่วงอกที่เพาะออกมากลับเล็กเรียว แถมยังมีรสขมอีกด้วย
ฮวาเจาเองก็เพิ่งค้นพบจากการทดลองครั้งนี้ว่า นอกจากเธอจะสามารถแลกเปลี่ยนพลังงานกับพืชได้แล้ว เธอยังสามารถดูดซับพลังงานโดยที่ไม่ต้องตอบแทนคืนให้แก่พวกมันได้อีกด้วย!
ถั่วงอกเ่าั้ถูกเธอดูดซับพลังงานจนเติบโตไม่เต็มที่
ว้าว.... ตอนนั้นฮวาเจาถึงกับตะลึงไปเลย เธอกลายเป็ยาฆ่าหญ้าในร่างมนุษย์ไปแล้วหรือนี่?
......
หลังจากขนส่งมานานกว่าสิบวัน ในที่สุดซอสเนื้อของฮวาเจาก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง
"ผู้กองเย่! พัสดุของคุณครับ!" ทหารน้อยะโที่หน้าประตู
ทั้งระเบียงเงียบกริบ เย่เซินก็เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขามีพัสดุด้วยหรือ? ใครกันที่จะส่งพัสดุมาให้เขา? คนในครอบครัวของเขาไม่มีธรรมเนียมแบบนี้
"อะไรเหรอ?" เย่เซินถาม
ทหารน้อยกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วตอบว่า "ของอร่อยครับ!"
เขาไม่เคยกินซอสเนื้อมาก่อน จึงไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร แต่เขารู้ว่ามันเป็อาหารรสเลิศที่เขาไม่เคยกินมาก่อน!
พัสดุและจดหมายที่ส่งมาที่นี่ จะต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานพิเศษ เมื่อตอนตรวจสอบนั้น เขาก็อยู่ด้วย ได้กลิ่นแล้วก็ได้ลองชิม
แม้ว่าสิ่งนี้จะดูเหมือนอาหาร แต่ใครจะรู้ว่ามีพิษหรือไม่! พวกเขาต้องทำการทดลองก่อน! เมื่อสัตว์ทดลองกินแล้วไม่มีอาการผิดปกติ พวกเขาก็ได้ลองชิมดูบ้าง...
เมื่อได้ยินว่าเป็ของกิน เย่เซินก็ยิ่งสงสัย พวกคนในครอบครัวของเขานั้น ไม่มีใครเป็คนใจดีที่จะส่งอาหารมาให้เขาได้เลย
"ใครส่งมาให้?" เขาถาม
"เมียคุณไงครับ!" ทหารน้อยะโ
คำพูดนี้ทำให้คนในห้องอื่น ๆ ต่างพากันออกมาดู
"เย่เซิน นายมีเมียแล้วเหรอ?"
"เมื่อไหร่กัน? พวกเราไม่เห็นรู้เื่เลย!"
สองเสียงกล่าวโทษออกมา
ตกลงกันแล้วว่าทุกคนเป็คนโสด! ใครก็อย่าได้เยาะเย้ยใครเลย! ไฉนเย่เซินถึงได้มีเมียไปเสียแล้ว?
มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้พูดอะไร เขามองเย่เซินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาเลือกตระกูลเฮ่อหรือตระกูลหม่ากันแน่? ตระกูลเฉินของพวกเขาก้าวช้าไปหนึ่งก้าว เสียโอกาสที่จะดึงเย่เซินเข้ามา
เย่เซินนิ่งอึ้งไป 3 วินาที กว่าจะตั้งสติได้
เขาไม่ได้ลืมว่าตนเองมีภรรยา เพียงแต่ไม่คิดว่าเธอจะส่งของมาให้เขา แถมยังเป็ของกินอีกด้วย
เธออ้วนขนาดนั้น คงจะให้ความสำคัญกับเื่กินมากสินะ....
"ผู้กองเย่! รับพัสดุด้วยครับ!" ทหารน้อยวางพัสดุลงบนโต๊ะของเย่เซินอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังไม่ยอมจากไป เขามองเย่เซินด้วยสายตาละห้อย
ผู้กองคนอื่น ๆ อีกสามคนก็ไม่ยอมไปไหน พวกเขากลับเดินเข้ามาล้อม
"ตามกฎเดิมนะ เจอกันต้องแบ่งกันคนละครึ่ง!" จ้าวหยงร่างกำยำบึกบึนพูดขึ้น
จวงหยวนอู่ร่างขาวสะอาดผอมบางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย
เฉินเฟิงเดินเข้ามาเป็คนสุดท้าย เขามองพัสดุที่ถูกเปิดออกแล้ว บนกระป๋องนมผง 4 กระป๋อง มีจดหมายวางอยู่ บนซองจดหมายมีตัวหนังสือสามคำที่เขียนอย่างบิดเบี้ยวและน่าเกลียดว่า "เย่เซินรับ"
เฉินเฟิงเลิกคิ้วขึ้น ตัวหนังสือของเฮ่อหลานหลาน หรือ หม่าเจี้ยนกั๋ว น่าเกลียดขนาดนี้เลยหรือ?
เย่เซินก็ใเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเป็ประกาย ยังดี ถึงจะน่าเกลียดไปหน่อย แต่ก็เขียนหนังสือได้! แถมยังเขียนจดหมายได้อีก? เกินความคาดหมายของเขาไปมากแล้ว.....
เขาคิดว่าฮวาเจาคงอ่านหนังสือไม่ออกเลย หรืออย่างมากก็คงพอจะเขียนชื่อตัวเองได้
"เร็ว ๆ เข้า! เปิดดูหน่อย! อะไรมันหอมขนาดนี้?" จ้าวหยงเร่ง
กระป๋องนมผงทั้งสี่ใบถูกเปิดเพื่อตรวจสอบแล้ว เมื่อปิดฝาอีกครั้งก็ไม่สนิท กลิ่นหอมจึงโชยออกมา
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย อะไรกันนะ? แค่ได้กลิ่นก็หอมขนาดนี้?
เย่เซินเองก็อยากรู้อย่างมาก เขายื่นมือไปเปิดฝาอันหนึ่ง กลิ่นหอมเข้มข้นก็ฟุ้งกระจายออกมา และทำให้ทุกคนต่างต้องยอมจำนน
"อ๊ะ! อันนี้แบ่งให้ฉัน!" จ้าวหยงยื่นมือไปแย่งกระป๋องหนึ่งแล้วก็วิ่งหนีไป
ด้วยร่างที่บึกบึนกลับคล่องแคล่วอย่างเหลือเชื่อ
แต่จวงหยวนอู่ร่างขาวสะอาดผอมบางนั้นถนัดเื่ความเร็วมากกว่า เขาออกตัวช้ากว่า แต่กลับวิ่งออกไปได้เร็วกว่า เขาอุ้มกระป๋องหนึ่งหายลับไปแล้ว
เฉินเฟิงจ้องกระป๋องที่เหลืออยู่สองกระป๋อง
เขาไม่ค่อยชอบธรรมเนียม "แบ่งคนละครึ่ง" นี้ เขาก็ไม่ได้รังเกียจที่จะแบ่งของที่บ้านส่งมาให้คนอื่น แต่เขาไม่ชอบของพื้นบ้านของคนอื่น
เขาไม่เคยขาดแคลนของกิน
เขาไม่เคยยื่นมือไปขอของใคร แล้วยิ่งเป็ของของเย่เซินด้วยแล้ว! แต่ครั้งนี้ เขากลับอยากที่จะเอื้อมมือออกไปมากจริง ๆ
มือทั้งสองข้างของเย่เซินกดอยู่บนกระป๋องแล้ว
"ตามกฎเดิม แบ่งคนละครึ่ง ของฉันแบ่งไปแล้ว นายอยากได้ก็ไปหาพวกเขากันเอง"
เฉินเฟิงหันหลังแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เย่เซินหันไปมองทหารน้อย
ทหารน้อยก็วิ่งหายลับไปแล้ว การไปแย่งของจากสามผู้กอง ยังง่ายกว่าการไปแย่งจากผู้กองเย่มากนัก!
เมื่อทุกคนจากไปแล้ว เย่เซินก็ค่อย ๆ เปิดฝาอีกกระป๋องออก กลิ่นหอมของเนื้อที่เข้มข้นกว่าเดิม พร้อมกับกลิ่นพริกที่เขาโปรดปรานก็ฟุ้งกระจายออกมา
เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้รับของขวัญที่ถูกใจ
