ภายในสนามหญ้าที่พังทลาย ชายชุดขาวหันมามองคังห่าวเล็กน้อยก่อนจะ ส่งหยดน้ำหยดเล็กๆ มาที่คังห่าวพร้อมเอ่ยขึ้น
“เ้าไปเอาร่างของคนที่ชื่อเย่ซินมาให้ข้า”
เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นางสลบอยู่ด้านนอกคฤหาสน์ ส่วนหยดน้ำนั้นจะเป็ตัวนำทางเ้าไปเอง”
คังห่าวพยักหน้าโดยไม่ถามคำถามใด ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งหายไปในทันที
ขณะเดียวกัน มู่หลิงที่ยังถูกบีบคออยู่ก็จ้องมองทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาสั่นไหวพร้อมหยดน้ำตาที่เริ่มไหลออกมา ร่างกายของนางแข็งราวกับหินจนแทบไม่รับรู้ลมหายใจของตนเองอีกต่อไป
ิญญาของหวงหรานที่ถูกล้วงจิติญญาออกมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็อยู่ในสภาพใกล้แหลกสลาย แสงิญญาของนางริบหรี่ราวเปลวเทียนที่ใกล้มอดดับ แต่ทว่าชายชุดขาวเองก็ส่งพลังแห่งสายน้ำเพื่อรักษาและให้พลังิญญาแก่นางเอาไว้
มู่หลิงฝืนเอ่ยออกมา ด้วยเสียงแหบแห้ง
“เ้า… เ้าทำอะไรกับพวกเขากัน…”
ชายชุดขาวไม่ตอบ
เขาเพียงสะบัดมือเบา ๆ
ในความว่างเปล่า เม็ดยาสีแดงฉานหนึ่งเม็ดปรากฏขึ้น มันเปล่งแสงร้อนแรงจนบิดเบี้ยวอากาศรอบตัว เปลวเพลิงสีแดงอมทองไหลเวียนอยู่ภายใน ราวกับมีวิหคศักดิ์สิทธิ์กำลังกระพือปีกอยู่ข้างใน
ดวงตาของมู่หลิงเบิกกว้างในทันที นางรู้จักมัน มันคือ โอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิ หัวใจของนางเต้นแรง ความคิดผุดขึ้นโดยไม่อาจควบคุม
ชายคนนี้ต้องเป็คนที่มาจากตระกูลฟีนิกซ์…
นางกัดฟันแน่นก่อนจะฝืนถามออกไป
“เ้า… เ้ารู้จักเฟิ่งเหยียนหรือไม่… ข้ากับนางเป็เพื่อนกัน… ดังนั้น…”
ตูมมม!
ยังไม่ที่นางจะทันได้พูดจนจบประโยค ร่างของมู่หลิงก็ถูกกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรง พื้นหินแตกร้าวเป็วงกว้าง ร่างของนางสลบไปในทันที
ในจังหวะเดียวกัน คังห่าวก็กลับมาพร้อมร่างของเย่ซินในอ้อมแขน ลมหายใจของนางยังคงสม่ำเสมอ แต่สีหน้าซีดเผือดจากการหมดสติ
สายตาของคังห่าวหันไปมองหยดน้ำสีแดงโลหิตทั้งยี่สิบห้าหยดที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง พลังภายในแต่ละหยดหนาแน่นจนทำให้ิัรู้สึกร้อนผ่าวเพียงแค่เข้าใกล้
ขณะนั้นเอง โอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิก็ถูกฟองน้ำโปร่งใสห่อหุ้มเอาไว้
โอสถเริ่มละลายช้า ๆ
เพลิงภายในแตกตัว กลายเป็ของเหลวสีแดงอมทอง ไหลวนอยู่ภายในฟองน้ำ
กลางอากาศ หยดน้ำสีแดงโลหิตทั้งยี่สิบห้าหยดลอยเรียงกันเป็วงกลม แต่ละหยดหมุนวนด้วยความเร็วสูง ภายในพวกมันคือเศษซากของนักบุญและาานักบุญที่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือรูปร่าง
เสียงพลังไหลวนดังครืนเบา ๆ ไม่ขาดสาย
ตรงกลางหยดน้ำเ่าั้ หยดน้ำสีแดงอมทองซึ่งหลอมจากโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิลอยนิ่งอยู่ เปลวไฟสีแดงอมทองภายในยังคงลุกไหม้เบาๆ
ชายชุดขาวยกมือขึ้นช้า ๆ
ทันใดนั้น ฟองน้ำโปร่งแสงก็ถูกสร้างขึ้นและขยายตัวออก กลายเป็ค่ายกลทรงกลมขนาดใหญ่ เส้นสายพลังน้ำสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ วงแหวนพลังเริ่มหมุนสวนทางกันราวกับกระแสน้ำในห้วงลึก
หยดน้ำสีแดงอมทองเริ่มสั่นไหว ก่อนจะค่อย ๆ แตกตัวออกเป็สายของเหลวบางเฉียบและพุ่งกระจายเป็สายน้ำเส้นเล็กๆ ออกไป
หนึ่งเส้น
สองเส้น
สามเส้น
….
….
รวมทั้งสิ้นยี่สิบห้าเส้น พวกมันได้พุ่งตรงเข้าไปเชื่อมต่อกับหยดน้ำโลหิตทั้งยี่สิบห้าหยดในอากาศ
ทันทีที่ัักัน
ฟู่ววว!!!
ไอร้อนสีแดงอมทองปะทะกับพลังเืสีแดงเข้ม เสียงดังประหนึ่งเหล็กร้อนถูกโยนลงน้ำ วังวนพลังปะทุขึ้นทันที
หยดน้ำแต่ละหยดสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ภายในเกิดการปะทะของสองพลังที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พลังเพลิงแห่งฟีนิกซ์หลอมละลายเศษซากเืเนื้อ ขณะที่จิติญญาของนักบุญที่ยังหลงเหลือพยายามต่อต้านอย่างสุดชีวิต
ครืน…ครืน…!!!
แรงกดดันเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ พื้นหินด้านล่างแตกร้าว เสียงอากาศบิดเบี้ยวดังแหลมสูง รอยแยกของพลังปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับไม่อาจรองรับการหลอมรวมนี้ได้
ชายชุดขาวสะบัดมืออีกครั้ง
เปลวไฟสีฟ้าใสลุกโชนขึ้นรอบค่ายกล เปลวเพลิงไม่เผาไหม้สิ่งใด แต่กลับแทรกซึมเข้าไปในหยดน้ำแต่ละหยดอย่างแม่นยำ ค่อย ๆ กลั่นพลังเจือปนทั้งหมดออกไป เหลือเพียงแก่นแท้ของพลังชีวิตและพลังนักบุญที่บริสุทธิ์ที่สุด
เสียงแตกดัง เป๊าะ! เป๊าะ!
หยดน้ำสีแดงโลหิตเริ่มเปลี่ยนสี จากแดงเข้มกลายเป็แดงใส ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็สีทองจาง ๆ แสงพลังค่อย ๆ สงบลง ความปั่นป่วนภายในหยดน้ำลดลงอย่างชัดเจน
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ
เมื่อวังวนพลังหยุดหมุน ทุกสิ่งก็กลับสู่ความเงียบงัน
กลางอากาศ เหลือเพียงหยดน้ำขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว จำนวนยี่สิบห้าหยด ลอยนิ่งเรียงกันเป็แถว แต่ละหยดเปล่งแสงสีแดงอมทองอ่อน ๆ ภายในใสราวกับอัญมณี ราวกับของสิ่งนี้ไม่เคยมีเืหรือความตายปะปนอยู่มาก่อน
ชายชุดขาวมองหยดน้ำเ่าั้ด้วยสายตานิ่งสงบ
หยดน้ำสีแดงโลหิตที่มีสีทองจาง ๆ ทั้งยี่สิบห้า…ผลลัพธ์ของการหลอมชีวิตนักบุญและาานักบุญเข้าด้วยกัน และใช้ตัวของโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิเป็รากฐานเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพของตัวหยดน้ำ
ทำให้เขาได้หยดน้ำที่สามารถสร้างนักบุญได้ 21 คนและาานักบุญได้ 4 คนแต่ข้อเสียของมันคือ คนที่กินเข้าไปแล้วการบ่มเพาะจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อีกแล้ว
จากนั้น สายตาของเขาก็เคลื่อนไปหยุดที่คังห่าวซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ข้อมูลผุดขึ้นในสายตาอย่างเงียบงัน
[ชื่อ: คังห่าว]
[ระดับการบ่มเพาะ: นักบุญ ขั้นที่ 5]
[ร่างกายพิเศษ: ไม่มี]
[โชค: ดำ]
[ความชื่นชอบ: 95]
ชายชุดขาวแปลกใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ ค่าความชื่นชอบของคังห่าวเคยอยู่ที่ศูนย์ เนื่องจากพวกเขาเป็คนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน แม้ในตอนที่เขาฟื้นคืนร่างกายให้อีกฝ่าย ตัวเลขนั้นก็พุ่งขยับขึ้นมาเป็แปดสิบเก้าเท่านั้นไม่สามารถทะลุแนวต้าน 90 ไปได้
แต่ตอนนี้…มันกลับพุ่งขึ้นถึงเก้าสิบห้าแล้ว
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาคิดเื่นั้นต่อให้เสียเวลา ก่อนที่จะเอ่ยถามอย่างบางอย่างในใจ
“ระบบ ข้าจะลงทุนหยดน้ำทั้งยี่สิบห้าหยดที่สามารถสร้างนักบุญและาานักบุญนี้ให้คังห่าวได้หรือไม่”
เสียงของบางอย่างตอบกลับมาทันที
[ขออภัย โฮสต์ หยดน้ำเหล่านี้มีส่วนผสมของโอสถที่มาจากระบบ จึงไม่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้]
ชายชุดขาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่ได้รู้สึกผิดหวังแม้แต่น้อย
จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไป เปิดแหวนมิติของเย่เฉินขึ้นมา เขาจำได้ว่า ภายในแหวนของเย่เฉินนั้นมีของดีอยู่ไม่น้อย ในตอนที่เขาดึงจิติญญาของหวงหรานออกมา
แสงภายในส่องวาบ เผยให้เห็นสมบัติจำนวนมากที่เก็บสะสมเอาไว้ ทั้งอาวุธ หินิญญา และของล้ำค่าที่พลังยังคงไหลเวียนไม่หยุด
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังดึงแหวนมิติของเย่ซินและมู่หลิงออกมาด้วยเช่นกัน
แหวนมิติของมู่หลิงและเย่ซินนั้นค่อนข้างเรียบง่าย ทั้งสองไม่ได้พกสมบัติล้ำค่าใดติดตัวมามากนัก มีเพียงยันต์ป้องกันตัวระดับนักบุญและยันต์โจมตีไม่กี่แผ่น โอสถรักษาาแระดับนักบุญจำนวนหนึ่ง และหินิญญาระดับสูงรวมกันประมาณห้าพันก้อนเท่านั้น
แตกต่างจากแหวนมิติของเย่เฉินอย่างสิ้นเชิง
สมุนไพรระดับนักบุญแปดต้นและยังมีอาวุธระดับนักบุญอีกสองชิ้นวางอยู่เคียงกัน
หนึ่งคือดาบยาวสีขาวเงิน ลายัพาดผ่านสันคม อีกหนึ่งคือเสื้อเกราะสีทองอมฟ้า ผิวเกราะสลักอักขระสายฟ้าเป็เส้นบาง ๆ
ชายชุดขาวมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ระบบ ลงทุนอาวุธระดับนักบุญสองชิ้นนี้ให้คังห่าว”
พูดจบ เขาก็โยนดาบและเสื้อเกราะไปทางคังห่าวทันที
คังห่าวสะดุ้งสุดตัว รีบยื่นมือรับเอาไว้ด้วยสีหน้ามึนงง หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ พลังนักบุญจากอาวุธทั้งสองชิ้นแผ่ออกมาจนลมหายใจของเขาติดขัด
“เ้า…ให้ข้างั้นหรือ”
ชายชุดขาวตอบเพียงสั้น ๆ
“ถือว่าเป็ค่าตอบแทนล่วงหน้าในการทำงานให้ข้า”
คังห่าวอยู่ในความมึนงงตัวเขาเองก็มีสมบัติระดับนักบุญเหมือนกันแต่เขาก็ไม่คิดว่าชายชุดขาวจะโยนสมบัติระดับนักบุญให้เขาราวกับของไร้ค่าแบบนี้
ชายชุดขาวกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
“เดินเข้ามาใกล้ๆ ข้าหน่อย”
คังห่าวยังคงงุนงง แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เขารีบเดินเข้าไปยืนใกล้ชายชุดขาวทันที
ทันใดนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้น
[จำนวนการลงทุน -2]
[ติ้ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ได้มอบเกราะสายฟ้าทองคำระดับนักบุญและดาบัขาวระดับนักบุญให้ คังห่าว]
[การลงทุนสำเร็จ]
[คำนวณผลตอบแทนตามสีแห่งโชค เป้าหมาย: ดำ]
[ผลตอบแทน 10,000 เท่า]
[ได้รับ: ร่มแยก์ระดับจักรพรรดิ 1 ชิ้น]
[ได้รับ: เกราะอัสนี 9 ดาราระดับจักรพรรดิ 1 ชิ้น]
ชายชุดขาวขยับตัวอีกครั้ง ดึงร่างของเย่เฉิน มู่หลิง เย่ซิน และหวงหรานซึ่งยังหมดสติอยู่เข้ามาใกล้ ทั้งสี่คนถูกวางลงรอบตัวเขากับคังห่าวเป็วงกลม โดยที่ชายชุดขาวและคังห่าวยืนอยู่ตรงกลาง
โดยทั้งสี่คน…ล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั้นคือพวกเขาเป็ผู้โชคสีทอง
ทันใดนั้นเอง
ท้องฟ้าเหนือม่านพลังเริ่มมืดครึ้ม เมฆดำหมุนวนอย่างรวดเร็ว ลมกรรโชกพัดกระหน่ำจนเสื้อผ้าปลิวสะบัด เสียงอากาศปะทะกันดังครืนไม่หยุด
แรงกดดันบางอย่างกดทับลงมาจากเบื้องบน ราวกับมีสายตาไร้รูปร่างกำลังจ้องมองลงมาที่คังห่าว
ชายชุดขาวเงียบ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างสงบนิ่ง
ในขณะที่คังห่าวกลับรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หัวใจเต้นรัว ร่างกายหนักอึ้ง ลมหายใจติดขัดราวกับกำลังถูกบางสิ่งบีบรัด เขาเหมือนว่ากำลังถูกจ้องสังหารโดยบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
เวลาผ่านไปช้า ๆ
หนึ่งนาที…
สองนาที…
ห้านาที…
สิบ นาที…
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
เมฆยังคงหมุนวน แต่ไม่ส่งสายฟ้าลงมา ไม่มีพายุหมุน ไม่มีไฟไหม้ ไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีทัณฑ์์ ไม่มีพลังใดตอบสนอง
ชายชุดขาวยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง เขาทำการยกเลิกม่านพลังปกปิดทันทีเพื่อทดสอบบางอย่าง
คังห่าวเริ่มงุนงง สายตาเหลือบมองท้องฟ้าสลับกับชายชุดขาวด้านข้างอย่างไม่เข้าใจ
แล้วในที่สุด เมฆครึ้มก็ค่อย ๆ จางหาย ลมสงบ ฝนหยุดตก ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
คังห่าวยืนรออย่างอดทน ไม่กล้าเอ่ยถามสิ่งใด แต่ตอนนี้ความรู้สึกถึงความตายเมื่อครู่จางหายไปแล้ว
ขณะเดียวกัน ภายใต้หน้ากากสีดำสนิทของชายชุดขาว รอยยิ้มอันบิดเบี้ยวค่อย ๆ แยกกว้างออกอย่างผิดธรรมชาติ ราวกับจะฉีกใบหน้าของเขาออกเป็สองซีก มุมปากยกสูงขึ้นช้า ๆ จนเกินกว่ามนุษย์พึงมี เส้นโค้งนั้นไม่ใช่เพียงแค่รอยยิ้มแห่งความยินดี หากเป็ความพึงพอใจอันสุขล้นของผู้ที่ได้เห็นทุกสิ่งดำเนินไปตามที่ตัวเองคิด เป็ความดีใจที่ไม่้าเสียงสะท้อนใดๆ เป็ความรู้สึกที่ไม่จำเป็ต้องให้ใครรับรู้ เพราะเพียงแค่เขาเข้าใจมันก็เพียงพอแล้วว่า สิ่งที่ควรเกิด…ได้เกิดขึ้นเรียบร้อย
