หยางเฉินและโม่เชี่ยนนีเดินทางมาถึงสนามบินจงไห่ได้อย่างราบรื่น
การเดินทางในครั้งนี้เกิดเื่ขึ้นมากมาย นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกเหนื่อยใจ แต่เมื่อเครื่องบินลงหยางเฉินกลับมีพลังขึ้นมาทันใด
หยางเฉินได้มาอยู่ที่นี่แค่หนึ่งปี แต่ที่นี่กลับสร้างความทรงจำที่ดีมากมายแก่เขา
เมื่อมาถึงที่จอดรถสนามบิน โม่เชี่ยนนีรับกระเป๋าเดินทางจากมือของหยางเฉิน ภายใต้แสงไฟสลัว ดวงตาของเธอที่มองมายังหยางเฉินนั้นงดงามราวกับดวงตาของนางฟ้า
"กลับบ้านไปแล้วนายห้ามไม่สนใจฉันเด็ดขาด ต้องคิดถึงฉันอยู่เสมอ เข้าใจมั้ย?”
"คุณผู้หญิงครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะละเลยคุณได้อย่างไร นอนหลับผมก็ฝันเห็นแต่คุณแล้ว" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"แค่คำพูดไม่กี่คำคิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ?" โม่เชี่ยนนีพูดขึ้นมา แก้มของเธอป่องขึ้น
หยางเฉินกล่าวว่า "หรือผมจะไม่กลับบ้านแล้วไปที่ห้องคุณดี คุณป้ายิ่งอยากอุ้มหลานไวๆ อยู่แล้วด้วย"
"ฝันไปเถอะ ดูสถานะของนายซะก่อน!"
โม่เชี่ยนนีสะบัดผม โปรยเสน่ห์เล็กน้อย ก่อนเดินไปที่รถออดี้สีแดงของเธอ
หยางเฉินมองดูรูปร่างอันเย้ายวนเดินขึ้นรถไป ก่อนจะยิ้มโบกมือให้กับเธอจากนั้นจึงเดินไปยังรถของตัวเอง
ครึ่งชั่วโมงต่อมาหยางเฉินก็มาถึงหมู่บ้านหลงจิ่ง เวลานี้เป็เวลาเที่ยงคืนแล้ว เพราะไม่ได้แจ้งใครไว้ก่อน หยางเฉินจึงคิดว่าบางทีหญิงสาวในบ้านทั้งสองคนจะนอนหลับไปแล้ว แต่เมื่อมาถึงบ้านเขากลับยังเห็นแสงไฟส่องสว่างอยู่
หยางเฉินค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น แต่ทันทีที่จอดรถ ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกจากภายใน
"เป็อย่างที่คุณหนูบอกไว้ไม่มีผิด!"
ป้าหวังปรากฏตัวออกมาทั้งชุดนอน เธอเดินถือกล่องบางอย่างมาหาหยางเฉินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"คุณชายทำไมจะกลับบ้านถึงไม่บอกกันก่อนคะ ป้ารู้ว่าอาหารบนเครื่องบินต้องไม่อร่อยแน่ๆ ป้าเลยเตรียมบะหมี่สำเร็จรูปไว้ให้คุณชายด้วยค่ะ”
"ผมยังไม่หิวเลยครับป้า" หยางเฉินรู้สึกอบอุ่นกับการต้อนรับของป้าหวังอยู่เสมอ และยังถามขึ้นด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
"รั่วซียังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับ?"
หลินรั่วซีมีวินัยในการใช้ชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาทำงาน เธอจะตื่นเช้าทำงานทั้งวัน และกลับมาทำต่อที่บ้านจนถึงสี่ทุ่มถึงจะเข้านอน
เธอแทบจะไม่มีเพื่อน และเพื่อนๆ ของเธอก็มักจะไม่ค่อยว่าง นอกเหนือจากการอ่านหนังสือหรือดูทีวีแล้ว เธอก็ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรอย่างอื่นอีก
ดังนั้นเมื่อรู้ว่าหลินรั่วซียังไม่กลับบ้าน หยางเฉินจึงรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
ป้าหวังพยักหน้าอย่างกังวล "ใช่ค่ะคุณชาย วันนี้คุณหนูโทรมาบอกว่าจะต้องไปพบกับนักลงทุนจากสิงคโปร์ ปกติคุณหนูจะให้คุณโม่ หรือไม่ก็คุณชายไปด้วย แต่คุณทั้งสองกลับไม่อยู่ นั่นทำให้คุณหนูไม่สามารถหาคนไปด้วยได้ทัน”
หยางเฉินขมวดคิ้ว รู้สึกได้ว่าเื่นี้ไม่ถูกต้อง
"ป้าหวังโทรไปถามได้มั้ยครับ?"
"ติดต่อไม่ได้เลยค่ะ ถ้าคุณหนูคุยธุรกิจอยู่จะปิดโทรศัพท์เสมอ" ป้าหวังกล่าว
"แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเหรอครับ?" หยางเฉินถาม
ป้าหวังจำได้ดีจึงตอบอย่างรอบคอบว่า "ป้าจำได้ว่า คุณหนูบอกว่าอาคารดี-หวัง แต่ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันอยู่ที่ไหน”
หยางเฉินพยักหน้าพร้อมวางสัมภาระลง แล้วหันตัวเดินกลับไปขึ้นรถอีกครั้ง
"คุณชายกำลังจะไปไหนเหรอคะ?" ป้าหวังเอ่ยถามทันที
หยางเฉินไม่ได้หันกลับมา "ไปหารั่วซีน่ะครับ ผมกังวลว่าอาจเกิดเื่กับเธอขึ้นก็ได้"
"แต่... คุณชายจะติดต่อคุณหนูได้ยังไงคะ?" ป้าหวังพูดขึ้นอย่างเป็กังวล
"ผมมีวิธีของผม" หยางเฉินกล่าวเสร็จแล้ววิ่งออกจากประตูโดยตรง
หยางเฉินไม่คิดว่าการคุยธุรกิจในครั้งนี้จะเป็เื่ปกติ โดยเฉพาะหลินรั่วซีที่ไร้เดียงสานั้นอาจไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมฝ่ายตรงข้าม
แม้โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นี้จะน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี
หยางเฉินตรงไปยังตึกดี-หวังอย่างพายุเฮอร์ริเคน ไม่นานนักเขาก็มาถึงหน้าทางเข้าตึกดี-หวังที่รายล้อมไปด้วยผู้รักษาความปลอดภัย อาคารแห่งนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงมีผู้รักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา
หยางเฉินในตอนนี้เพิ่งกลับมาจากสนามบิน จึงยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ด้วยแจ็คเกตสีเทาเข้ม และผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงทำให้ดูเหมือนคนจรจัดยิ่งนัก
ดังนั้นทั้งสองรักษาความปลอดภัยไม่ลังเลที่จะกันหยางเฉินไม่ให้เข้าไปด้านใน
"ขอโทษนะครับ จะเข้ามาที่นี่ได้ต้องแต่งตัวให้สุภาพนะครับ" ผู้รักษาความปลอดภัยพูดขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หยางเฉินมองขึ้นไปที่้าของอาคารหลายชั้น เพื่อค้นหาหลินรั่วซีได้อย่างรวดเร็วที่สุด เขาจำเป็ที่จะต้องดูกล้องวงจรปิด นี่เป็วิธีเดียวเท่านั้น
คิดได้ดังนั้นหยางเฉินจึงถามผู้รักษาความปลอดภัยสองคนตรงหน้าว่า "ผมขอดูกล้องวงจรปิดหน่อยได้หรือเปล่าครับ ผมกำลังหาคนอยู่”
"คุณครับ โปรดอย่ารบกวนการทำงานของพวกเรา พวกเราจะสุภาพกับคุณให้มากที่สุด โปรดออกไปจากที่นี่!" ผู้รักษาความปลอดภัยเริ่มอารมณ์ไม่ดี ชายคนนี้เป็บ้าไปแล้วหรือยังไง? ไม่ใช่หัวหน้าของเขาแท้ๆ แต่กลับมาขอดูกล้องวงจรปิดและยังแค่เพียงหาคนอีกด้วย!?
หยางเฉินส่ายหัวกล่าวว่า "งั้นก็ต้องขอโทษด้วย ผมเกรงว่าคงต้องใช้วิธีอื่น"
กล่าวจบหยางเฉินก็พุ่งไปข้างหน้า จับแขนของผู้รักษาความภัยทั้งสอง พร้อมเหวี่ยงขว้างออกไปยังน้ำพุที่อยู่ไม่ไกล!
ตู้ม!
เสียงน้ำสาดกระจายเสียงดัง ผู้รักษาความปลอดภัยตั้งตัวได้ก็ร้องะโอย่างบ้าคลั่ง
"เฮ้ย มานี่เร็ว!! มีผู้บุกรุก!"
พนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวนมาก และพนักงานบริการลูกค้าเกิดอาการตึงเครียดขึ้นทันที หลายคนรีบวิ่งไปมาล้อมรอบตัวหยางเฉินเอาไว้
ผู้จัดการล็อบบี้ก็เริ่มโทรหาตำรวจ หยางเฉินหัวเราะอยู่ในใจ พนักงานที่นี่ประสานงานกันได้รวดเร็วเสียจริง
"สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย ผมกำลังหาภรรยาของผมอยู่ ถ้าพวกคุณไม่อยากเจ็บตัวก็หลีกทางไป แม้ผมจะไม่้าฆ่า แต่แน่นอนว่าคงต้องได้มีคนเจ็บตัวกันบ้างล่ะ”
หยางเฉินกล่าวจบก็เดินตรงไปที่บันได เขาไม่โง่พอที่จะใช้ลิฟต์ในตอนนี้ เพราะอาจถูกขังไว้ภายในข้างในได้
ผู้รักษาความปลอดภัยนั้นไม่อาจละเลยการปฏิบัติหน้าที่ได้ และจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ผู้บุกรุกเด็ดขาด พวกเขาหลายคนรีบวิ่งไปสกัดหยางเฉินทันที
และนั่นเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาด พวกเขาโดนหยางเฉินโยนไปในห้องโถง สระว่ายน้ำ ห้องพนักงาน จนวุ่นวายเละเทะตุ้มเป๊ะไปหมด
ทันทีขึ้นบันไดไปชั้นสอง หยางเฉินก็เห็นห้องควบคุม แต่ประตูกลับล็อกจากด้านใน โดยไม่รอช้าเขาพังประตูเข้าไปทันทีและจัดการผู้รักษาความปลอดภัยสองคนข้างในจนสลบ!
หยางเฉินเร่งค้นหาวิดีโอตามเวลาที่ป้าหวังบอกทันที แต่ยังไม่ทันเจอร่องรอยของหลินรั่วซี ผู้รักษาความปลอดภัยก็ถาโถมในห้องควบคุมอย่างเหมือนน้ำหลาก
หยางเฉินมือหนึ่งอัดผู้รักษาความปลอดภัยที่เข้ามาในห้อง อีกพร้อมกวาดสายตามองหาหลินรั่วซีจากมอร์นิเตอร์ไปด้วย
ผู้รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งโดนหมัดของหยางเฉินจนจุก เขาเอามือกุมท้องไว้ และร้องโอดครวญจนทำให้คนอื่นๆ ต่างหวาดกลัวจนไม่กล้าเข้ามาข้างใน
ในที่สุดหยางเฉินก็พบหลินรั่วซี ในชั้นยี่สิบเจ็ด ซึ่งเป็ชั้นของอาหารและเครื่องดื่ม
ทันใดนั้นเองเสียงไซเรนของตำรวจก็ดังมาจากชั้นล่าง หยางเฉินรู้ว่าเวลาไม่คอยท่า เขารีบแหวกร่างของผู้รักษาความปลอดภัยที่นอนร้องโอดครวญและตรงไปยังชั้น 27 ในทันที
