“วันนี้อยากไปไร่ด้วยกันไหม”
เจมส์ชวน ด้วยกลัวว่ามะลิจะเบื่อ เพราะว่าบ้านของเขาอยู่ในป่าเขา ห่างไกลแสงสีความเจริญ เดือนกว่าแล้วที่มะลิย้ายมาอยู่ที่นี่ และหล่อนก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย
“อยากไปค่ะ… แต่งานยังไม่เสร็จ”
มะลิตอบ
“เดี๋ยวฉันดื่มกาแฟรอ… ดีม๊ะ… ”
เจมส์กล่าว
“ก็ได้ค่ะ… หนูล้างจานค้างไว้ คุณรอเดี๋ยวนะคะ”
“อืม… ไปทำเถอะ… ฉันรอได้”
เจมส์พยักหน้า ได้ยินแล้วมะลิรีบเดินเข้าครัว ครู่ใหญ่ๆ ก็เดินกลับออกมา เจมส์เดินนำมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ในโรงจอดรถ ขับพากันเข้ามาในไร่อ้อย
เมื่อมาถึงไร่อ้อย ลุงสมที่ถูกจ้างไว้ดูแลคนงาน เดินตรงเข้ามายกมือไหว้ทักทาย พูดคุยกับเ้าของไร่ เจมส์เดินตรวจงานต่อมาอีกพักใหญ่ๆ จนได้เหงื่อ จากนั้นก็เดินกลับมาหาหญิงสาว
สายตาของมะลิจับจ้องร่างสูงใหญ่ บุคลิกภาพของพ่อผัวคนนี้ช่างสง่าผ่าเผย แผงอกผึ่งผาย ปั้นใหญ่กว้าง แน่นนูนไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนที่รักการออกกำลังกายเป็ชีวิตจิตใจ ท่าทางของเจมส์ดูทะมัดทะแมงและแข็งแรงมาก
‘หล่อจัง… ’
มะลิชมในใจ หล่อนแอบปลื้มพ่อสามีั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน วันนี้เขาสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลลายตารางแบบคาวบอย กระดุมเม็ดแรกนับจากแนวบนสุดของสาบเสื้อที่ไม่ได้กลัดเอาไว้ เผยให้เห็นแพขนสีดำแพลมออกมา
‘เซ็กซี่… ’
มะลิมองปลื้ม เจมส์เป็ผู้ชายขนดกมากจนเส้นขนบางส่วนแผ่ลามขึ้นมาจากแผงอกถึงลำคอและใต้คาง ใบหน้านั้นถูกสลักเสลาได้ราวกับประติมากรรมชั้นเยี่ยมจากฝีมือของประติมากรชั้นยอด หน้าผากเต็มและกว้าง เค้าโครงหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้น
“มะลิ… ยืนใจลอยคิดถึงใครอยู่ ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง”
เสียงของเจมส์ทำเอามะลิสะดุ้ง
“ปะ… เปล่า เปล่าใจลอยค่ะ… ”
มะลิตอบอึกอัก เกือบจะตอบไปว่าก็คิดถึงคนถามนั่นแหละ… อิอิ
“ถ้าไม่ได้ใจลอยแล้วทำไมไม่ได้ยินที่ฉันถามล่ะ”
เจมส์ถามกลับ
“คุณถามอะไรหรือคะ”
“ฉันถามหนูว่าอยากเข้าไปเที่ยวในเมืองบ้างไหม”
“อยากค่ะ… อยาก… ”
มะลิดีใจ ตอบแบบไม่ต้องคิด
