ที่บ้านไม้ของลุคกับรูริ
เช้าวันนั้น แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างเก่า เสียงลมพัดใบไม้กรอบแกรบด้านนอกยังไม่ดังเท่าเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสั้น ๆ แต่ชัดเจน
ลุคแทบไม่ต้องเดาให้เหนื่อย เขารู้ดีว่าเสียงแบบนี้เป็ของใคร
ฟีน่า
เธอมาหาเขาอีกแล้ว
่นี้กลายเป็เื่ปกติไปเสียแล้ว ที่เธอจะมาเคาะประตูในเวลาใกล้เช้าแบบนี้
ไม่เคยพูดอะไรเยอะ ไม่เคยเร่งรัด แค่เคาะเบา ๆ รอเขาเปิด แล้วค่อยเอ่ยประโยคที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อน ๆ
และเขา...ก็ไม่ปฏิเสธ
เพราะลุค ที่แม้จะเป็เพียงคนธรรมดาในหมู่บ้านแห่งนี้ แต่ด้วยความชำนาญในการเดินป่า ไม่ใช่เพราะเก่งกาจอะไรนักหรอก แค่เพราะต้องเข้าป่าบ่อย หาเก็บสมุนไพรมานาน ก็เลยรู้เส้นทางมากกว่าคนอื่น
เขาจึงกลายเป็คนที่ถูกขอให้ช่วยนำทาง ให้กับ ฟีน่าอยู่เสมอ
บ่อยครั้งเข้า มันก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็ “งาน” อีกต่อไป
ฟีน่าไม่ใช่คนที่พูดมาก เธอเดินข้างเขาเงียบ ๆ เป็ส่วนใหญ่ บางครั้งก็มองต้นไม้ บางทีก็จดบางอย่างลงในสมุดเล่มเล็ก ๆ
แต่ถึงเธอจะไม่พูด ลุคก็รู้ว่าเธอไว้ใจเขามากขึ้น
หรืออย่างน้อย...ก็ไม่รังเกียจการอยู่ใกล้
และเมื่อคนสองคนเดินในป่าด้วยกันบ่อยพอ เสียงฝีเท้า เสียงใบไม้กระทบ และจังหวะลมหายใจมันก็เริ่มกลายเป็บทสนทนาเงียบ ๆ อย่างประหลาด
ลุคเริ่ม “หวั่นไหว” กับฟีน่า ก็แน่ล่ะ มีสาวสวยอย่าง ฟีน่า มาใกล้ชิดแบบนี้จะไม่หวั่นใจได้อย่างไร
ถึงลุคจะมีน้องสาวสุดน่ารักอย่าง รูริ และ เพื่อนสนิทอย่าง เอร่า กับ ลูน่า ที่งามไม่แพ้ฟีน่าอยู่ก็ตามทีเถอะ แต่เขาก็รู้จักพวกเธอมาั้แ่เด็ก ความตื่นเต้น สดใหม่ ก็ย่อมต้องเบาบางลง ไม่เหมือนกับฟีน่า ที่เขาเพิ่งรู้จัก
เมื่อได้ใกล้ชิด หัวใจเขาจะเต้นแ่ ๆ ช้า ๆ และชัดเจน
ไม่แรงพอจะเรียกว่าตกหลุมรัก...แต่ลึกพอจะเรียกว่ามีความรู้สึกดีๆ
แน่นอนว่าคนธรรมดาอย่างเขาก็เจียมตัวดี เขาไม่กล้าทำตัวสนิทกับเธอมากเกินไป
สิ่งที่เขาทำได้ก็เพียงแค่เอาเธอไปใช้ในจินตนาการก็เพียงเท่านั้น
