แผ่นหยกเขียวรับลมปราณของจอมยุทธ์ทั่วไปได้ แต่ลมปราณของจูชิงนั้นผสานกับพลังของั พลานุภาพแกร่งกล้าเกินกว่าที่แผ่นหยกเขียวจะรับไหว
มันเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคดึกดำบรรพ์ เป็ธรรมดาที่แผ่นหยกเขียวจะต้านทานพลังของัไม่ได้
จูชิงสูดหายใจเข้าลึก เหนี่ยวนำเศษเสี้ยวลมปราณจากหินโลหิตไว้ที่ปลายนิ้ว วาดอักขระิญญาปราณกระบี่ลงบนแผ่นหยกเขียวอีกครั้ง!
พริบตาเดียวอักขระิญญาปราณกระบี่หนึ่งเส้นอักขระก็สลักลงบนแผ่นหยก!
ทว่าจูชิงก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะพลานุภาพของอักขระิญญาปราณกระบี่แตกต่างกับปราณกระบี่เมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง!
เขาใส่ลมปราณอีกเล็กน้อยลงไปบนแผ่นหยกเขียว จากนั้นปราณกระบี่ก็พุ่งออกมาทันที
จูชิงทำลายปราณกระบี่ได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังไม่สร้างความเสียหายแม้แต่ปลายนิ้วให้กับเขา
“พลานุภาพด้อยกว่ามาก!” จูชิงส่ายศีรษะ
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับอักขระิญญาที่วาดด้วยลมปราณั อักขระิญญาปราณกระบี่นี้แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย
อักขระิญญาที่วาดจากลมปราณัสามารถปล่อยออกไปได้หนึ่งครั้งโดยที่ไม่ต้องใช้ลมปราณกระตุ้น ส่วนอักขระิญญาปราณกระบี่บนแผ่นหยกเขียวต้องใช้ลมปราณกระตุ้นซ้ำถึงจะเกิดผล ซึ่งสามารถใช้งานไปได้ตลอดเว้นแต่ว่าอักขระิญญาจะเสียหาย
จูชิงจรดพู่กันรวดเร็วดั่งสายลม เพียงหนึ่งถ้วยชาเขาก็วาดอักขระิญญาปราณกระบี่ลงบนแผ่นหยกเขียวสำเร็จแล้วเจ็ดแผ่น
“โอกาสสำเร็จ 70% แล้ว!” จูชิงมองแผ่นหยกเขียวสามแผ่นที่แหลกสลายเป็ผุยผงพลางหยักหน้าอย่างพึงพอใจ อัตราความสำเร็จเท่านี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
สิ่งเดียวที่จูชิงรู้สึกเสียดายก็คือเขาไม่สามารถใช้ลมปราณัเขียนบนแผ่นหยกได้ ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องเพิ่มพลานุภาพให้กับอักขระิญญาได้อีกหลายเท่าอย่างแน่นอน
หลังจากวาดอักขระลงบนแผ่นหยกเขียวที่เหลือเสร็จเรียบร้อย จูชิงก็ได้แผ่นหยกเขียวที่มีอักขระิญญามาทั้งหมด 20 แผ่น
อักขระิญญาปราณกระบี่บนแผ่นหยกเขียวสามารถประมือกับขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้าได้ไม่เป็ปัญหา ทว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับจูชิง แต่สำหรับศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคนอื่นคงพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง
ครั้นเห็นจูชิงกลับมาที่วิหารคุณูปการ ศิษย์นอกสำนักเป็ปีติสุดแสน ผ่านไปแค่สองชั่วยามอีกฝ่ายก็กลับมาที่วิหารคุณูปการแล้ว นั่นแสดงว่าเขาจะต้องผลาญแผ่นหยกเขียวหนึ่งร้อยแผ่นทิ้งจนหมดแล้วเป็แน่
“ไอ้นี่มีค่ากี่คุณูปการ?” จูชิงหยิบแผ่นหยกเขียวที่สลักอักขระิญญาปราณกระบี่ออกมาหนึ่งแผ่น
“อักขระิญญา!” ศิษย์นอกสำนักกะพริบตาปริบๆ ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองตาฝาด เ้านี่วาดอักขระิญญาสำเร็จอย่างนั้นรึ
“ทว่าแผ่นหยกเขียวร้อยแผ่นวาดอักขระิญญาออกมาได้แผ่นเดียว แม้จะนับว่าเป็นักหลอมอักขระิญญาแต่ก็ใช่ว่าจะมีอนาคตไกล” ศิษย์นอกสำนักผู้นั้นปลอบใจตัวเอง
เพียงศิษย์นอกสำนักผสานลมปราณเข้าไปเล็กน้อย ปราณกระบี่ก็ส่งสัญญาณคล้ายกับจะพุ่งออกมา!
“อักขระิญญาปราณกระบี่อ่อนแอมาก อย่างมากก็น่าจะพอประมือกับขั้นหลอมกายาสี่หรือห้าชั้นฟ้าได้ ราคาไม่ได้สูงมากนัก มากสุดก็ยี่สิบค่าคุณูปการ” ศิษย์นอกสำนักกล่าว
รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าของจูชิง แผ่นหยกหนึ่งร้อยแผ่นเขาสลักออกมาได้ยี่สิบแผ่น ขายมันทั้งหมดก็ได้แค่สี่ร้อยค่าคุณูปการ ยังไม่ได้ต้นทุนกลับมาด้วยซ้ำ
“ข้าขายหมดนี่!” จูชิงหยิบแผ่นหยกเขียวออกมาพร้อมกันยี่สิบแผ่นรวด
“ยี่สิบแผ่น...โอกาสสำเร็จ 20%!” ศิษย์นอกสำนักตกตะลึง
มีศิษย์นอกสำนักหลายคนพยายามเดินบนเส้นทางอักขระิญญาทว่าน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีพร์ด้านการหลอมอักขระิญญา แต่โอกาสที่พวกเขาเขียนอักขระิญญาสำเร็จนั้นไม่เกิน 10% ทว่าจูชิงกลับวาดอักขระิญญาออกมาได้ทั้งยังมีโอกาสสำเร็จถึง 20% สร้างความใให้กับเขาเป็อย่างมาก
ศิษย์นอกสำนักผู้นั้นมองจูชิง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“ข้ามีหนังสืออักขระิญญาอยู่เล่มหนึ่ง เ้าอยากได้หรือไม่?” ศิษย์นอกสำนักกระซิบกระซาบ
“หนังสือเกี่ยวกับอะไร?” จูชิงผงะเล็กน้อย
“เกี่ยวกับการซ้อนทับอักขระิญญา ข้าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเอามันออกมาจากสำนักในได้” ศิษย์คนนั้นกล่าว
การซ้อนทับอักขระิญญา ประโยคนี้ทำให้จูชิงถึงกับใจสั่นสะท้าน เขาเคยเห็นมันมาก่อนในหนังสือของหอคัมภีร์ ทว่าไม่มีคำอธิบายโดยละเอียดอยู่ในนั้น
“ต้องใช้ค่าคุณูปการเท่าไหร่?” จูชิงเอ่ยถาม
“แค่ห้าพันค่าคุณูปการเท่านั้น!” ศิษย์นอกสำนักชูนิ้วออกมาห้านิ้ว
“เ้าจะปล้นข้ารึไง!” จูชิงะโเสียงดัง
ทันใดนั้นบรรดาศิษย์ในวิหารคุณูปการก็หันมามองพวกจูชิงเป็ตาเดียว!
“อย่าเสียงดังไปสิ เ้าจะฆ่าข้าหรือไง มันเป็คัมภีร์ของสำนักภายในห้ามแพร่งพรายออกไปโดยเด็ดขาด ข้าเสี่ยงตายมากนะกว่าจะได้มันมา” ศิษย์นอกสำนักผู้นั้นมองจูชิงด้วยความประหม่า
“แพงเกินไป!” จูชิงส่ายหัว
“ราคานี้ถูกมากแล้ว เพราะข้าเห็นเ้าดูมีพร์ก็เลยยอมเสี่ยงขายให้เ้าหรอก” ศิษย์นอกสำนักกล่าว
“สี่พันค่าคุณูปการ!” จูชิงเสนอราคา
“เ้าต่อรองมากเกินไปกระมัง สี่พันแปดก็แล้วกัน ข้าให้ได้เท่านี้” ศิษย์นอกสำนักส่ายหัว
“งั้นข้าไม่เอา!” จูชิงหันหลังทำท่าจะเดินออกไป
“เฮ้ๆๆ ก็ได้ๆ สี่พันก็สี่พัน!” ศิษย์นอกสำนักพูดอย่างเศร้าสร้อย
หลังจากแลกเปลี่ยนกับศิษย์คนนั้นเสร็จ จูชิงมีค่าคุณูปการเหลือแค่ห้าพันกว่า!
“ข้าชื่อว่าหลิวเหรินกุ้ย ถ้าเ้า้าอะไรมาหาข้าได้ทุกเมื่อ!” หลิวเหรินกุ้ยยิ้ม
จูชิงพยักหน้า หลิวเหรินกุ้ยมีแนวทางของตัวเองอย่างชัดเจน เขามีความสามารถในการหาของบางอย่างจากสำนักในได้ รู้จักเอาไว้ย่อมเป็ประโยชน์ต่อตัวเขาเอง
พอกลับมาถึงบ้าน จูชิงมองหนังสือที่ขาดรุ่งริ่งด้วยรอยยิ้มขมขื่น นี่มันใช่คัมภีร์ตรงไหน มันเป็แค่บันทึกของนักหลอมอักขระิญญาสักคนหนึ่ง อีกทั้งยังไม่ใช่นักหลอมอักขระิญญาที่เก่งกาจแต่อย่างใด
ของแบบนี้มูลค่าน่าจะไม่ถึงหนึ่งพันค่าคุณูปการด้วยซ้ำ ทว่าจูชิงก็เห็นเนื้อหาเกี่ยวกับการทับซ้อนอักขระิญญาที่เขียนอยู่ในบันทึกตามที่หลิวเหรินกุ้ยบอก
อักขระิญญาแต่ละอักขระมีหน่วยฐานของมัน ยิ่งเป็อักขระิญญาที่ยากมากเท่าไหร่ จำนวนของหน่วยฐานก็เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ ความยากของการทับซ้อนอักขระิญญาก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในบันทึกนี้ใช้อักขระพื้นฐานอย่างอักขระิญญารวบรวมลมเป็ตัวอย่างซึ่งมีเพียงแค่สองจุด นับว่าเป็อักขระที่มีหน่วยฐานน้อยที่สุด
“แบบนี้นี่เอง!” ดวงตาของจูชิงเป็ประกาย
ก่อนหน้านี้ที่เขาทับซ้อนสามอักขระิญญารวมรวมลมได้นั้นก็แค่โชคดี โชคดีที่หน่วยฐานของสามอักขระิญญารวมรวมลมบังเอิญอยู่จุดเดียวกัน
แม้ว่าจะเป็อักขระิญญาเหมือนกัน ทว่าหน่วยฐานกลับคลาดเคลื่อนอยู่ การค้นหาหน่วยฐานของอักขระิญญานั้นเรียกได้ว่าเป็บททดสอบครั้งใหญ่ของนักหลอมอักขระิญญา
วิธีการหาหน่วยฐานที่เขียนเอาไว้ในบันทึกก็คือการสื่อสารกับอักขระิญญาผ่านจิติญญา โดยวิธีนี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ทว่าเมื่อทำสำเร็จแล้วครั้งหนึ่งครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้น
จูชิงวาดอักขระิญญารวบรวมลมลงบนแผ่นหยกเขียว จากนั้นอักขระิญญารวบรวมลมพลันประจักษ์ในจิติญญา เผยให้เห็นจุดแสงสีเขียวพร่างพราวจรัสแจ้ง!
“ง่ายๆ แบบนี้เลยรึ?” จูชิงตะลึง ถ้าเขาเดาไม่ผิดแสงสีเขียวสองจุดนั่นน่าจะเป็หน่วยฐานของอักขระิญญารวบรวมลม
จูชิงจรดพู่กันทันใด เขาเขียนอักขระิญญารวบรวมลมอีกเส้นหนึ่งบนแผ่นหยกแผ่นเดียวกัน จากนั้นหน่วยฐานทั้งของอักขระิญญารวบรวมลมทั้งสองก็ผสานกันเป็หนึ่งเดียว!
มุมปากของจูชิงปรากฏรอยยิ้ม จากนั้นจึงวาดอักขระิญญารวบรวมลมอีกสามเส้น ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วสำเร็จ!
“ไม่ได้ยากอย่างที่คิด” จูชิงหัวเราะอย่างภาคภูมิใจพลางจรดปลายพู่กันลงไปอีกครั้ง!
“แคร่ก!” จู่ๆ ก็มีรอยร้าวปรากฏขึ้นแผ่นหยกเขียว จูชิงหน้ามืดทะมื่นทันใด เฒ่าปีศาจเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียงดังอย่างอดไม่ได้
ตามคำโบราณที่ว่า อย่าเสแสร้ง หากเสแสร้งจะโดนฟ้าผ่าเอา!
แผ่นหยกเขียวที่เขียนอักขระิญญารวบรวมลมห้าเส้นก่อนหน้านี้แหลกสลายกลายเป็ผุยผง!
หลังจากฝึกวาดอักขระิญญารวบรวมลมจนชินมือ จูชิงก็เริ่มเขียนอักขระิญญาปราณกระบี่ อักขระิญญาปราณกระบี่นั้นเป็อักขระิญญามนุษย์ระดับต่ำ ซับซ้อนกว่ายิ่งอักขระิญญารวบรวมลมเพราะมีหน่วนฐานทั้งหมดสิบจุด!
“อั่ก!” ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายของการวาดเส้นอักขระ ฝ่ามือของจูชิงสั่นเล็กน้อยทำให้การเขียนอักขระล้มเหลว ก่อนที่แผ่นหยกเขียวจะกลายเป็ผุยผงไปอีกครั้ง
“เฮ้อ!” การวาดครั้งที่สองประสบความสำเร็จ ทว่าเมื่อเข้าขั้นตอนทับซ้อนอักขระิญญา หน่วยฐานสิบจุดนั้นยากยิ่งยวด สุดท้ายก็ล้มเหลวอยู่ดี
แม้ว่าหน่วยฐานจะเพิ่มแค่จากสองเป็สิบ แต่ความยากของการทับซ้อนอักขระิญญานั้นกลับเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า หลังจากที่พยายามติดต่อกันสิบครั้ง มีเพียงสองครั้งเท่านั้นที่สำเร็จ
เมื่อมองอักขระิญญาปราณกระบี่สองอักขระที่ทับซ้อนกันอย่างสวยงามบนแผ่นหยกเขียว จูชิงก็ยิ้มด้วยความเหน็ดเหนื่อย อย่างน้อยๆ ก็สำเร็จถึงสองครั้ง
ส่วนท้ายของบันทึกนี้ยังกล่าวถึงความเชื่อมโยงกันของอักขระิญญา อักขระิญญาประเภทเดียวกันสามารถทับซ้อนกันได้ แต่อักขระิญญาที่ต่างกันนั้นไม่สามารถทับซ้อนกันได้ มีเพียงต้องเชื่อมต่อเข้าด้วยกันผ่านหน่วยฐานเท่านั้น
ตัวอย่างเช่นอักขระิญญาปราณกระบี่กับอักขระิญญารวบรวมลม อักขระทั้งสองสามารถเชื่อมต่อกันได้ หลังจากที่กระตุ้นจะสร้างพลังปราณกระบี่ที่มีคุณสมบัติของลมเพิ่มเข้าไป เพิ่มความเร็วยิ่งกว่าเดิมหนึ่งเท่า แต่ถ้าเชื่อมต่อกับอักขระิญญากำเนิดไฟก็จะสร้างปราณกระบี่ที่มีคุณสมบัติของไฟส่งผลให้เกิดการเผาผลาญเป็ต้น
การทับซ้อนกับการเชื่อมต่อของอักขระิญญานั้นเป็ความรู้ขั้นพื้นฐาน ซึ่งการประยุกต์เอาอักขระิญญาทั้งสองชนิดมาใช้งานร่วมกันย่อมมีขีดจำกัด มันคือความมหัศจรรย์ของอักขระิญญา ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อนำอักขระิญญาทั้งสองมาผสานรวมกันจะเกิดปาฏิหาริย์อะไรขึ้นบ้าง
จูชิงนำแผ่นหยกเขียวที่สลักอักขระิญญาหยดน้ำทั้งสองมารวมกันพลางผสานลมปราณส่วนหนึ่งลงไป ทันใดนั้นหยาดฝนก็โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า!
ครั้นจูชิงหยิบแผ่นหยกเขียวที่มีอักขระิญญารวบรวมลมกับอักขระิญญากำเนิดไฟวางลงบนพื้นพลันบังเกิดลมกรดเปลวไฟขึ้น!
จูชิงเอาอักขระิญญาอีกหลายชนิดที่ศึกษาอยู่มาสลักทับซ้อน เชื่อมต่อกันไปมาโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย รู้ตัวอีกทีก็มีอักขระิญญามากมายกองอยู่ตรงหน้าแล้ว!
บางทีอักขระิญญาเหล่านี้อาจเคยปรากฏขึ้นในทวีปเฉียนหยวนมาแล้ว แต่สิ่งที่อ่านในหนังสือนั้นแตกต่างจากสิ่งที่เขาค้นพบด้วยตัวเองอย่างสิ้นเชิง จูชิงรู้สึกว่าเขาไม่ได้โง่เง่าด้านอักขระิญญาเหมือนที่เด็กสาวมัดผมหางม้าบอกเลยสักนิด!
