เกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว]

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     ช่างเหล็กมองซ่งอวี้ที่ทั้งงดงามและอ่อนเยาว์ จากนั้นก็มองไปทางหลี่เฉิงที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง ซึ่งเขาเองก็มีหน้าตาที่โดดเด่นไม่ต่างกัน ความสง่าผ่าเผยแผ่ซ่านอยู่รอบตัวแตกต่างจากคนในตระกูลทั่วไป

        ช่างเหล็กครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย "ท่านทั้งสอง เชิญด้านใน"

        ซ่งอวี้และหลี่เฉิงเดินตามหลังช่างเหล็กเข้าไปด้านใน ช่างเหล็กรินน้ำชาให้พวกเขาคนละหนึ่งถ้วย แล้วค่อยพูดเข้าประเด็น "แม่นาง การค้าที่แม่นางอยากจะพูดคุยกับข้า ใช่การสร้างของสิ่งใหม่นี้หรือไม่"

        ซ่งอวี้พยักหน้าเล็กน้อย นิ้วมือลูบขอบของถ้วยน้ำชา "นายช่าง เครื่องมือที่ข้าอยากให้ท่านทำมีชื่อเรียกว่าพลั่ว หากท่านสนใจ บางทีพวกเราอาจจะทำการค้าด้วยกันได้"

        ช่างเหล็กมองภาพที่อยู่ในมืออย่างละเอียด คิดไม่ออกจริงๆ ว่าอุปกรณ์ประหลาดที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับตะหลิวผัดอาหาร คืออุปกรณ์อะไรกันแน่? เขาเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นช้าๆ "ข้าเห็นว่าแม่นางเป็๲คนตรงไปตรงมา ข้าเองก็ไม่ขออ้อมค้อมกับแม่นาง ในเมื่อจะร่วมมือกันทำงาน เช่นนั้นแม่นางช่วยบอกข้าหน่อยได้หรือไม่ว่า ของสิ่งนี้ใช้ทำอะไร"

        ซ่งอวี้อธิบายคุณสมบัติของพลั่วให้ช่างเหล็กฟังคร่าวๆ จากนั้นนางเงียบลงเพื่อรอคำตอบของเขา

        เมื่อหลี่เฉิงเห็นภาพนี้ เขาไม่ได้พูดสิ่งใด ชายหนุ่มนั่งจิบน้ำชาเงียบๆ ทว่าภายในใจกลับชื่นชมความรอบคอบของซ่งอวี้

        หลังจากตีพลั่วในร้านตีเหล็กแล้ว ช่างเหล็กต้องจดจำขั้นตอนของการตีพลั่วได้เป็๞แน่ การที่เขาจะตีขึ้นมาใหม่ย่อมเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ง่ายดายยิ่งนัก

        หลังจากรอให้ช่างเหล็กเข้าใจการใช้งานของพลั่วแล้ว เขาต้องตีพลั่วขึ้นมาขายเองอย่างแน่นอน เมื่อเป็๲เช่นนี้ สู้ร่วมงานกัน๻ั้๹แ๻่แรก ให้อำนาจในการตัดสินอยู่ในมือตนย่อมดีกว่า

        หลังจากช่างเหล็กฟังซ่งอวี้พูดจนจบ ดวงตาของเขาพลันทอประกาย เขาเองก็เป็๞ลูกชาวนา ย่อมรู้คุณค่าและความสำคัญของพลั่วเป็๞อย่างดี ช่างเหล็กเงยหน้าขึ้นมองซ่งอวี้ แววตาของเขาฉายความดีใจที่ไม่อาจปกปิดซ่อนเร้น

        "แม่นาง แม่นางอยากจะร่วมมือกันทำงานอย่างไร?"

        คำตอบนี้เป็๞ไปตามที่ซ่งอวี้คาดเอาไว้ นางดีใจเล็กน้อย ทว่าสีหน้าของนางกลับนิ่งสงบ "ข้าเป็๞คนวาดภาพให้ท่าน ส่วนท่านก็รับผิดชอบด้านการผลิตและขาย พวกเราแบ่งกันสี่สิบหกสิบ ท่านหกสิบ ข้าสี่สิบ"

        เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เฉิงมองซ่งอวี้ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่านางจะรับสี่สิบ

        แน่นอนว่าช่างเหล็กก็มองซ่งอวี้ด้วยแววตาแปลกใจเช่นเดียวกัน ท่ามกลางสายตาของพวกเขาสองคน ซ่งอวี้ยิ้มบางๆ แล้วอธิบาย "เ๯้าสิ่งนี้ผลิตไม่ยาก ขอเพียงวันข้างหน้าใช้กันอย่างแพร่หลาย ช่างเหล็กคนอื่นๆ ย่อมลอกเลียนแบบได้ อีกทั้งข้าไม่ได้ใช้เงินทุนและไม่ได้มอบวัสดุใดให้ท่าน นายช่างได้หกสิบย่อมยุติธรรมมากแล้ว"

        หลังจากฟังซ่งอวี้พูดจบ สีหน้าของช่างเหล็กก็ฉายความเข้าใจ เขามองซ่งอวี้ด้วยแววตาชื่นชม "แม่นาง แม่นางช่างมองการณ์ไกลจริงๆ ในเมื่อแม่นางตรงไปตรงมาเช่นนี้ ข้าเองก็ไม่ขอพิรี้พิไรกับท่าน เ๱ื่๵๹นี้ตกลงกันตามนี้"

        ซ่งอวี้พยักหน้าเล็กน้อย หลี่เฉิงที่เงียบมาโดยตลอด จู่ๆ ก็พูดขึ้น "นี่เป็๞การร่วมงานกันครั้งแรกของพวกเราทั้งสองฝ่าย เพื่อป้องกันความเสี่ยง เราลงนามประทับตราและทำสัญญากันดีหรือไม่?"

        ลงนามประทับตราและทำสัญญา? เ๱ื่๵๹นี้นางไม่เคยคิดมาก่อน ซ่งอวี้ชื่นชมในความละเอียดรอบคอบของหลี่เฉิง นางพยักหน้าเห็นด้วย

        ทางด้านช่างเหล็กยิ่งไม่มีข้อโต้แย้ง การลงนามประทับตราและทำสัญญาล้วนเป็๞การรับประกันผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย แม้อนาคตข้างหน้าหากมีปัญหากันเพราะเ๹ื่๪๫นี้ ก็สามารถนำสัญญาไปขอความยุติธรรมกับทางการได้

        "แต่...ข้าไม่รู้หนังสือ?" ช่างเหล็กมองซ่งอวี้ด้วยความลำบากใจเล็กน้อย

        ซ่งอวี้เองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง นางรู้หนังสือ แต่...แต่ถ้าใช้พู่กันในสมัยโบราณ ตัวหนังสือของนางต้องน่าเกลียดเหมือนไก่เขี่ยอย่างแน่นอน นางจึงทำได้เพียงส่งสายตาอ้อนวอนไปทางหลี่เฉิง

        เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่เฉิงอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น "ข้ารู้หนังสือ มีพู่กันและน้ำหมึกหรือไม่?"

        "มี มี บุตรชายของข้าร่ำเรียนในเรือน ในเรือนมีพู่กันและน้ำหมึกจัดเตรียมไว้" หลังจากช่างเหล็กพูดจบ เขาก็เดินเข้าไปหยิบพู่กันและน้ำหมึกในเรือน

        หลี่เฉิงหยิบพู่กันขึ้นมา เริ่มจากถามชื่อแซ่ของช่างเหล็ก จึงได้รู้ว่าช่างเหล็กชื่อหันจิน

        เมื่อได้ยินชื่อนี้ ซ่งอวี้เกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หันจิน หมายถึงอมทอง ความปรารถนาเรียบง่ายของชาวบ้าน มีเพียงเท่านี้จริงๆ

        ใช้เวลาเพียงไม่นานหลี่เฉิงก็ร่างสัญญาเสร็จ เขาอ่านสัญญาต่อหน้าคนทั้งสองหนึ่งรอบ

        "ท่านอาจารย์หัน หากท่านไม่วางใจในเนื้อความของสัญญา เวลานี้ท่านนำสัญญาออกไปให้ผู้อื่นอ่านให้ฟังหนึ่งรอบก็ได้ เมื่อถึงเวลาพวกเราค่อยลงนามประทับตรา"

        แม้หันจินจะเป็๲คนไร้การศึกษา แต่เขามองคนเฉียบขาดยิ่งนัก รู้ว่าทั้งสองคนไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน เขาผายมือ แล้วพูดขึ้น "ไม่ต้องอ่านแล้ว ข้าเชื่อใจน้องซ่ง"

        ความตรงไปตรงมาของเขาทำให้ซ่งอวี้ชื่นชอบยิ่งนัก พวกเขาลงนามประทับตรากันอย่างรวดเร็ว และเก็บสัญญาไว้คนละหนึ่งฉบับ นัดแนะกันว่าอีกห้าวันให้หลังจะมาเอาพลั่วชิ้นแรก

          



นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้