เหนืออัฒจันทร์ปรากฏร่างของหวงเทียนหลง หวงเทียนหลิงที่นั่งเรียงรายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ชั้นล่างรองลงมาปรากฏให้เห็นร่างงดงามในอาภรณ์สีทองของหวงหลิงซูและชายหนุ่มหวงหลิงกงที่มีสีหน้าเรียบๆและกำลังรอให้ผู้คนจำนวนมากทยอยหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ
กฎกติกาคือหนึ่งตระกูลจากเมืองทั้งสี่สามารถส่งเข้าเยาวชนร่วมการประลองได้เพียงแค่สามคนเท่านั้น โดยไม่มีการจำกัดระดับการบำเพ็ญแต่มีการจำกัดอายุอยู่ที่ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
หลังจากนั้นสมาชิกจากเมืองเทียนเหล่ยและเมืองเทียนเตี้ยนค่อยๆทยอยเข้ามานั่งในตำแหน่งอัฒจันทร์ที่กำหนดไว้
"พรึ่บ!"
"พรึ่บ!"
"พรึ่บ!"
จู่ๆกลางเวหาปรากฏให้เห็นร่างของชายชราสองคนที่มีเสื้อผ้าแตกต่างกัน และหนึ่งในนั้นเป็ร่างของหญิงวัยกลางคนยืนเรียงรายเป็แถวหน้ากระดาน
ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะแนะนำตัวพร้อมทั้งประสานมือไปรอบๆอัฒจันทร์ทั้งสี่ทิศ "ข้าคือคณะกรรมการจากสำนักวัง์ มู่หรงปิงเฟิง"
ชายชราที่มีดวงตาเฉียบแหลมที่ปลดปล่อยกลิ่นอายร้อนระอุก็เดินมาด้านหน้าสามก้าวและประสานมือเฉกเช่นเดียวกัน "ข้าคือคณะกรรมการจากสำนักอัคคีสีชาด เซียวชิงโหรว"
"ข้าคือเจี้ยนเทียนกง คณะกรรมการจากตำหนักกระบี่ไร้เทียมทาน" ชายชราที่มีกระบี่แนบข้างกายออกมาแนะนำตัวเป็คนสุดท้าย
เมื่อสิ้นสุดการแนะนำตัวของคณะกรรมการ ฉินเหยียนที่นั่งอยู่ที่อัฒจันทร์กลับย่นคิ้วลงอย่างสับสน
[เหตุใดวิหารจักรพรรดิจึงไม่มาเข้าร่วมในครั้งนี้?]
มิใช่ฉินเหยียนผู้เดียวเท่านััน เ้าเมืองมู่จากเมืองเทียนเตี้ยนเองก็ฉงนไม่น้อย
หวงเทียนหลงยืนขึ้นพร้อมกับกระแอมขึ้นมาเบาๆ "อะแฮ่มๆ ยินดีต้อนรับผู้มีเกียรติทุกท่านสู่เมืองเทียนเฟิงของข้า!"
"ปีนี้การประลอง่ชิงเืัจะมีเมืองเทียนเฟิงเป็เ้าภาพ..."
"และอย่างที่ทุกคนรู้ ผู้ชนะเลิศจะได้เืับริสุทธิ์ซึ่งเป็สัตว์อสูรในตำนานของทวีปเทียนหลาง!" สิ้นสุดเสียงประกาศหวงเทียนหลง มันผายมือไปยังตำแหน่งพานที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าของคณะกรรมการทั้งสาม
"โห้!"
เสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นจากฝูงชน โดยที่มีไป๋เฉินจ้องมองไปในทิศทางนั้นและตระหนักได้ถึงความรู้สึกหิวโหยที่มาจากก้นบึ้ง
ไป๋เฉินลอบเลียริมฝีปากโดยอัตโนมัติราวกับเืัเป็อาหารอันโอชะของเขามาเนิ่นนาน
[เืับริสุทธิ์เป็ของจริงงั้นหรือ?]
[ก็ดี! ในเมื่อเป็ของจริง ข้าจะได้เอาจริงเอาจังในการ่ชิงมาให้ได้!]
หวงเทียนหลงใช้เวลาไม่นานในการอธิบายกฏกติกาและรายละเอียดแต่ละครั้งในการประลอง
"ในเมื่อทุกตระกูลมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ขอเชิญผู้บำเพ็ญปราณอายุไม่เกิน 30 ปีลงสู่สนามเพื่อเป็การตรวจสอบอายุกระดูก" หวงเทียนหลงปราดมองฝูงชนด้วยรอยยิ้มเป็มิตร
ขั้นตอนการตรวจสอบกระดูกเป็ขั้นตอนการคัดกรองในกรณีที่มีบางบุคคลแอบลักลอบเข้ามาหรืออาจจะปลอมตัวเข้ามาเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้
หวงหลิงซูและไป๋เฉินจากตำแหน่งเมืองเทียนเฟิงยืนขึ้น หวงหลิงกงจ้องมองทั้งสองก่อนจะกล่าวให้กำลังใจ "หลิงซู พี่เฟย ระวังตัวด้วย"
ไป๋เฉินและหวงหลิงซูผงกศีรษะเบาๆ พวกเขาทั้งสองมองหน้าพลันพยักหน้าให้แก่กัน
ในขณะที่ฝั่งของเมืองเทียนเตี้ยน มู่ซวนหยวนได้กำชับบุตรชายของมันอย่างเด็ดขาดในขณะที่ชี้ไปยังไป๋เฉิน "เทียนเฉิง คนผู้นั้นอันตราย ทางที่เ้าควรหลีกเลี่ยงบุคคลนั้นไว้ให้ห่างเสียดีกว่า"
แม้นมู่เทียนเฉิงจะยังคงสับสนแต่มันก็เชื่อฟังคำแนะนำของบิดามันเป็อย่างดี
หลังจากนั้นฝูงชนกว่า 47 คนหลั่งไหลเข้าสู่สนามประลองที่มีความกว้าง x ความยาว 300 ฟุต โดยที่มีช่องว่างให้ใครหลายๆคนเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบาย
"วูม!"
เสียงกระแสลมพัดผ่านปรากฏร่างในอาภรณ์สีชาดของเซียวชิงโหรวค่อยๆเหินเวหาร่อนลงสู่สนามประลอง "อันดับแรกจะเริ่มการตรวจสอบอายุผ่านการจับกระดูก ขอให้ผู้เข้าประลองเรียงเป็สี่แถวตามเมืองของตน ก่อนจะเข้ารับการตรวจสอบให้เอ่ยนามและระดับการบำเพ็ญ"
ภายในเวลาแค่ไม่นานผู้เข้าร่วมการประลองทั้ง 47 คนเรียงรายโดยที่มีเมืองเทียนหยุน เทียนเตี้ยน เทียนเหล่ยและเทียนเฟิงไล่เรียงตามลำดับ
เซียวชิงโหรวเดินตรงไปยังแถวแรกที่ฉินเหวินเทียนยืนอยู่ มันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม "ชื่อแซ่และระดับการบำเพ็ญ"
ฉินเหวินเทียนประสานมือเข้าหากันก่อนจะเอ่ยอย่างเรียบๆ "ฉินเหวินเทียน ปราณปฐีขั้น 9"
"ฉินเหวินเทียน? จากตระกูลฉินงั้นรึ?" คิ้วของเซียวชิงโหรวเลิกขึ้นสูงขึ้นก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ "เ้ามีระดับการบำเพ็ญที่ต่ำจนเกินไป การที่เ้าจะประลองในครั้งนี้ย่อมมีการได้รับาเ็และอาจจะเพลี่ยงพล้ำ ข้าแนะนำให้เ้ามาเข้าร่วมปีหน้าเสียเถิด"
แต่รูม่านตาของฉินเหวินเทียนหดลีบลงและเอ่ยอย่างไม่แยแส "หากท่านไม่เชื่อในฝีมือของข้า ก็แค่นำใครบางคนในระดับปราณ์มาประมือกับข้าสิ แล้วท่านจะรู้เอง..."
เมื่อเห็นความหยิ่งยโสและความอวดดีของฉินเหวินเทียน เซียวชิงโหรวทำได้เพียงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ "เอาล่ะ ก็แล้วแต่เ้า"
ก่อนจะเอื้อมมือลงไปจับข้อมือและตรวจวัดอายุกระดูกผ่านพลังปราณและหลับตาลงเล็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นานดวงตาของเซียวชิงโหรวเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อ "เอ๊ะ! อายุ 11 ปี"
"อะไร!"
เสียงอุทานของฝูงชนนับพันดังลั่นพร้อมเพรียง
การที่จะมีระดับการบำเพ็ญปฐีขั้น 9 ในขณะที่มีอายุเพียง 11 ปีนั้น นับว่าฉินเหวินเทียนเปรียบดั่งอัจฉริยะคนหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในรอบพันปีของทวีปเทียนหลางเช่นกัน!
นอกเสียจากไป๋เฉินคนเก่าแล้ว คงไม่มีผู้ใดที่มีระดับการบำเพ็ญสูงในขณะที่อายุอานามเพียงเท่านี้เป็แน่
มู่หรงปิงเฟิงบนอัฒจันทร์ครรลองมองฉินเหวินเทียนและอดไม่ได้ที่จะพึมพำ "ไม่คาดคิดว่าน้องชายของสตรีศักดิ์สิทธิ์จะเก่งกาจถึงเพียงนี้"
[แม้ว่าฉินเหวินเทียนจะพ่ายแพ้ แต่เขาก็ควรค่าแก่การให้เข้าร่วมสำนักวัง์]
หลังจากจบการประลองมู่หรงปิงเฟิง้าจะดึงฉินเหวินเทียนให้เข้าสู่สำนักวัง์เฉกเช่นฉินเยว่ฉานเช่นกัน
มิใช่เพียงแค่มู่หรงปิงเฟิงเท่านั้น แม้แต่เซียวชิงโหรวและเจี้ยนเทียนกงก็มีแววตาเป็ประกายระยิบระยับ
ในความคิดของมหาอำนาจ ฉินเหวินเทียนผู้นี้ควรค่าแก่การดูแล!
ฉินเหวินเทียนเงยหน้ามองเซียวชิงโหรวก่อนจะเอ่ยถามห้วนๆ "ข้าผ่านหรือไม่?"
เซียวชิงโหรวมิได้ใส่ใจในความหมางเหมินของฉินเหวินเทียน มันปั้นหน้ายิ้มแย้ม "แน่นอนว่าผ่านฉลุย เ้าไปรอที่ขอบสนามประลองก่อน"
ฉินเหวินเทียนพยักหน้าเบาๆและหันหลังจากไปอย่างไม่แยแส
หลังจากนั้นการวัดอายุกระดูกของผู้เข้าร่วมจากเมืองเทียนหยุนก็ค่อยๆผ่านพ้นไป จนเหลือเพียงแค่ 12 คนเท่านั้น โดยที่อายุเฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ที่ 24-28 ปี โดยที่ระดับการบำเพ็ญของผู้เข้าร่วมอยู่ที่ปราณ์ในระดับกลางๆ
การตรวจสอบกระดูกผ่านพ้นไปยังเมืองเทียนเหล่ยและเมืองเทียนเตี้ยน โดยที่มีเพียง 25 คนเท่านั้นที่เข้าสู่การคัดกรองรอบที่หนึ่ง นั่นเป็เพราะมีบางส่วนที่ลักลอบเข้ามาโดยที่มีอายุมากกว่า 30 ปีโดนขับไล่ออกไป
"เมืองเทียนเฟิง เข้ามา" เซียวชิงโหรวโบกมือให้แก่ผู้เข้าร่วมเรียงหน้ากระดานเข้ามาตรวจสอบอายุกระดูกของผู้เข้าร่วมทางฟากฝั่งของเมืองเทียนเฟิง
บุคคลแรกที่เข้าตรวจสอบคือชายหนุ่มผมสีเงินที่มีรัศมีเย่อหยิ่ง ผู้ที่มาจากตระกูลอันดับที่สองของเมืองเทียนเฟิง
"ชื่อแซ่และระดับการบำเพ็ญปราณ" เซียวชิงโหรวเอ่ยอย่างเรียบๆ
ชายหนุ่มผมสีเงินประสานมือโค้งคำนับอย่างสุภาพ "ผู้น้อยเสิ่นกู่ชาง ระดับปราณลึกลับขั้น 1"
"โอ้? ปราณลึกลับขั้น 1? ไม่เลว" เซียวชิงโหรวพยักหน้าเบาๆก่อนจะจับต้นแขนของเสิ่นกู่ชางและหลับตาลง
หลังจากนั้นสองลมหายใจ มันพลันลืมตาขึ้นก่อนจะเอ่ยอย่างช้าๆ "อายุ 29 ปี ผ่าน"
เมื่อได้ยินว่าคนผู้นี้มีการบำเพ็ญปราณลึกลับ หลายๆคนก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองด้วยแววตาเคร่งขรึม
ั้แ่การตรวจกระดูกในรอบคัดเลือก เสิ่นกู่ชางผู้นี้นับว่ามีระดับการบำเพ็ญสูงสุดหากจะนับรวมจากสามเมืองที่ผ่านมา และไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉินเหวินเทียนคือบุคคลที่อ่อนแอที่สุดในการประลองครั้งนี้
เสิ่นกู่ชางประสานมืออีกครั้งก่อนที่หางตาจะชำเลืองมองหวงหลิงซูด้วยแววตาอ่อนโยน และหลังจากนั้นสายตาของมันเบือนไปยังไป๋เฉินที่อยู่ด้านหลังหวงหลิงซูด้วยแววตาเย็นะเื
ไป๋เฉินที่ยืนอยู่ท้ายสุดของแถวก็เผลอชำเลืองมองเสิ่นกู่ชางจากหางตา ทันใดนั้นเขาก็ต้องพบเข้ากับความไม่พอใจที่กำลังฉายตรงผ่านรูม่านตาคู่นั้น
หลังจากนั้นเซียวชิงโหรวก็ไล่เรียงตรวจสอบอายุกระดูกจนถึงหวงหลิงซู
ร่างในอาภรณ์สีทองของหวงหลิงซูประสานมือและเอ่ยว่า "ผู้น้อยหวงหลิงซู ระดับปราณลึกลับขั้น 2"
คิ้วของผู้เข้าแข่งขันหลายๆคนขมวดคิ้วอย่างเคร่งขรึม เห็นได้ชัดว่าหวงหลิงซูและเสิ่นกู่ชางเป็ตัวเต็งในการประลองในครั้งนี้
"โอ้? ระดับปราณลึกลับงั้นหรือ?" เซียวชิงโหรวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ก่อนจะวางมือลงบนช้อมือและหมุนเวียนเคล็ดวิชาตรวจสอบอายุกระดูก
ดวงตาเซี่ยวชิงโหรวเบิกขึ้นก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "อายุกระดูก 24 ปี ผ่าน"
หวงหลิงซูประสานมืออย่างสุภาพและเดินถอยหลัง พร้อมทั้งพยักหน้าให้แก่ไป๋เฉิน ก่อนที่เขาจะค่อยๆเดินออกมาหยุดลงตรงหน้า
เซียวชิงโหรวเลิกคิ้วครั้นเห็นว่าไป๋เฉินสวมหน้ากากปกปิดไว้ "ถอดหน้ากากออก บอกชื่อแซ่และระดับการบำเพ็ญปราณของเ้ามา"
ภายใต้หน้ากากไหมดวงตาสีเืของไป๋เฉินส่องประกายด้วยแสงเย็น "ข้าจำเป็ต้องถอดหน้ากากด้วยงั้นหรือ? เป็ไปได้ไหมว่าเ้าจะได้ตามล่าถูกตัวหากเืับริสุทธิ์ต้องมาตกอยู่ในมือของข้า?"
คำถามของไป๋เฉินเปรียบดั่งสายฟ้าฟาดเข้าศีรษะของผู้าุโจากสามมหาอำนาจอย่างจัง จนพวกมันเผลอสะดุ้งโหยง แม้แต่ใบหน้าของเซียวชิงโหรวก็บิดเบี้ยวจนแทบจะเป็สีเขียว
