เมื่อมองไปทางโหมวชิงเฟิงที่กำลังเดินเข้ามา สีหน้าของฉินอวี่ก็ดูซับซ้อนมากขึ้น จากคำพูดของจู๋ฮวง ฉินอวี่สามารถเห็นถึงความโอหังของจู๋ฮวงได้ทันที เกรงว่าหากมีผู้แข็งแกร่งระดับเซียนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาในตอนนี้ เขาคงต้องตาค้างแน่นอน แต่คนเช่นนี้กลับกลัวเด็กหนุ่มผอมแห้งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งนี้ช่างเหมือน์กำลังกลั่นแกล้งผู้คน
สำหรับเื่ผู้ไถ่โทษที่จู๋ฮวงกำลังพูดถึง แม้ว่าฉินอวี่จะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ก็ทำให้จู๋ฮวงถึงกับหวาดผวา ราวกับว่ามันมีอยู่จริงๆ
ยากนักที่จะจินตนาการว่า บนโลกใบนี้ยังมีคนที่ทำให้ที่ทำให้จู๋ฮวงต้องหวาดกลัว เช่นเดียวกับที่ยากจะจินตนาการว่าบนสรวง์จะมีพระเป็เ้าอยู่จริง และบรรพชนของเด็กหนุ่มร่างผอมเคยทำเื่พลิก์มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกือบจะแทนที่์เบื้องบนอีกด้วย
โลกใบนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ ความลับที่หาได้ยากเช่นนี้ ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง
ฉินอวี่ไม่เชื่อว่าการคบค้าสมาคมกับโหมวชิงเฟิงจะเป็การทำลายผลแห่งกรรม เขาคือคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และเป็คนที่ไม่สามารถจุดตะเกียงกรรมแห่งสำนักยุทธ์ว่านจ้งได้ แล้วเขาจะกลัวอะไรกับผลแห่งกรรม?
หลายวันมานี้ ฉินอวี่เอาแต่ครุ่นคิดเื่ของผลกรรม แต่บทสรุปที่พอจะนึกได้คือ ตนเองนั้นไร้ซึ่งผลแห่งกรรมไปแล้ว แม้ว่าจะไม่สามารถอธิบายได้ แต่อย่างน้อยที่สุด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโหมวชิงเฟิง ฉินอวี่ก็ไม่หวาดกลัวอย่างจู๋ฮวง
เมื่อััได้ถึงความเ็ปและทุกข์ทรมานบนใบหน้าของโหมวชิงเฟิง ฉินอวี่ก็กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่โหมวชิงเฟิงกลับโผเข้ามาอย่างรวดเร็ว เข้าโอบกอดฉินอวี่เอาไว้ทันที ก่อนจะร้องไห้โฮออกมา “พี่หลี่ ท่านแม่ไปสบายแล้ว ท่านแม่รอข้าไม่ได้อีกแล้ว ท่านจากไปแล้ว ทำไม... ทำไมจึงเป็เช่นนี้ ทำไม์จึงไม่ให้ท่านแม่มีชีวิตอยู่นานกว่านี้อีกหน่อย?”
ใบหน้าของฉินอวี่ขยับเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะกลัว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะตบเบาๆ ลงบนไหล่ของโหมวชิงเฟิงที่กำลังสั่นเทา และพูดขึ้นเบาๆ “แม่ของเ้ากำลังมองเ้าจากสรวง์ ท่านเห็นและรับรู้ทุกอย่างที่เ้าทำแล้ว!”
“ฮือๆ... ั้แ่เล็กจนโต ในตอนที่ข้ายังไม่รู้ความ ท่านพ่อก็มาตายจากไป ไม่นานนักแม้แต่ชุมชนที่อยู่อาศัยก็ไม่มี ท่านแม่ต้องดูแลข้ามาจนเติบใหญ่ด้วยความยากลำบาก... แต่ตอนนี้ ข้าได้เป็เจ็ดสิบสองอสูรธรณีแล้ว ท่านแม่กลับไม่ได้เห็นมัน ทำไมต้องเป็เช่นนี้ด้วย? ทำไม์ที่เลวร้ายนั่น ต้องทำกับข้าเช่นนี้?” เมื่อนึกถึงเื่ราวในอดีต ความเ็ปในใจของโหมวชิงเฟิงก็ะเิเอาความขุ่นเคืองใจออกมา เอาแต่นั่งต่อว่าฟ้าดินว่าไม่ยุติธรรม
เมื่อมองดูโหมวชิงเฟิงที่แสนเ็ป ฉินอวี่ก็ไม่สามารถทนได้ และพูดเบาๆ “โหมวชิงเฟิง เ้าก็มีพี่หลี่อย่างข้าอยู่มิใช่หรือ? ท่านแม่จากไปแล้ว เ้าก็ต้องยิ่งเข้มแข็งนะ เ้าเป็เช่นนี้ิญญาของแม่เ้าบน์คงจะทุกข์แทนเ้าได้!”
โหมวชิงเฟิงที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นพร้อมร่างกายที่สั่นเทา เขายืนนิ่งจ้องมองฉินอวี่ แต่ความเ็ปบนใบหน้ายิ่งรุนแรงมากขึ้น และพูดด้วยใจที่แตกสลาย “พี่หลี่... ท่าน... ข้า... พี่หลี่ ข้าไม่ควรมาหาท่านเลย ... พี่หลี่... ท่านอย่าได้ติดต่อกับข้าเลย ข้าเป็คนถูกสาป... คนที่ติดต่อใกล้ชิดกับข้า มักมีจุดจบที่ไม่ดีเลย... ข้า... ข้าจะทำร้ายท่านไม่ได้!” พูดจบ โหมวชิงเฟิงหันศีรษะและจากไป!
“โหมวชิงเฟิง หยุดก่อน! เ้าพูดจาอะไรของเ้า? ต่อให้มีเื่อะไรเกิดขึ้น มันก็เป็ชีวิตของข้า เกี่ยวอะไรกับเ้าด้วยเล่า?” ฉินอวี่ะโกลับไป ในใจของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หรือว่าโหมวชิงเฟิงจะรับรู้อะไรมา?
“เ้าหนุ่มน้อย เ้ากำลังทำอะไร? ปล่อยเขาไปเดี๋ยวนี้ ทางที่ดีที่สุดทั้งชีวิตนี้อย่าได้พบเจอเขาอีก เข้าใจหรือไม่? หรือว่าเ้า้าจะตายจริงๆ?” จู๋ฮวงส่งเสียงะโดังในใจ หากฉินอวี่มองเข้าไปในฝ่ามือข้างขวา เขาก็จะเห็นจู๋ฮวงขนาดเท่าเศษฝุ่นกำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความโกรธจนตัวสั่น
ฉินอวี่ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน และเดินไปทางโหมวชิงเฟิง
“พลังแผ่นผนึกของธรณี! ข้าจะต้องได้รับพลังของแผ่นผนึกไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม มีเพียงหนทางนี้เท่านั้น จึงจะสามารถออกไปจากร่างของเ้าเด็กคนนี้ได้โดยเร็วที่สุด! ไม่เช่นนั้น จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่อาจรู้ได้!” จู๋ฮวงกัดฟันพูดขึ้นในใจ อันที่จริงในตอนที่เขารู้ว่าฉินอวี่และโหมวชิงเฟิงรู้จักกัน จู๋ฮวงก็เริ่มมีความคิดเช่นนี้ เขาเคยถูกผู้ไถ่โทษทำร้ายมาก่อน เขาจึงไม่้าให้เกิดขึ้นเป็ครั้งที่สอง
โหมวชิงเฟิงหยุด แต่ก็ไม่ได้หันหลังกลับมา ร่างกายอันผอมโซของเขาเริ่มสั่นเทา พูดออกมาอย่างสะอึกสะอื้น “อย่าเลย... พี่หลี่ ท่านไม่รู้อะไร ท่านไม่รู้หรอก... ข้าเป็คนที่ถูกสาปคนหนึ่ง ข้ารู้มาั้แ่ยังเด็ก... ข้ารู้มาั้แ่เด็กแล้ว...”
“พอเถอะ โหมวชิงเฟิง แม้ว่าจะเป็คนถูกสาปแล้วจะทำไม? หรือว่าเ้าคิดว่าเ้าจะยอมรับชะตาชีวิตเช่นนี้หรือ? หรือว่าเ้าจะยอมรับชะตากรรมเช่นนี้ไปตลอดชีวิต เ้ายอมรับได้ใช่หรือไม่? ในเมื่อ์สาปเ้า ในเมื่อ์พรากคนที่รักของเ้าไป เช่นนั้นแล้ว... ทำไมเ้าไม่พลิก์ เปลี่ยนชะตาตนเองเสียเล่า? การยอมรับอย่างตาบอดจะยิ่งทำให้เบื้องบนทำให้เ้าแย่ลง! ในเมื่อเ้าเป็คนถูกสาปแล้ว นับจากนี้เป็ต้นไป เป้าหมายของเ้ามีเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือต่อต้าน์ แทนที่์เปลี่ยนชะตาของเ้า!” ฉินอวี่พูดอย่างจริงจัง
ร่างกายของโหมวชิงเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งตัว ราวกับถูกฟ้าผ่า จนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขานึกไม่ถึงเลยว่าฉินอวี่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เขา หลังจากได้รู้แล้วว่าเขาคือผู้ต้องคำสาป
พลิกฟ้าต่อต้าน์?
แทนที่สรวง์หรือ?
ในโลกใบนี้จะมีคนที่บ้าคลั่งเช่นนี้อยู่หรือ? ทำไมพี่หลี่จึงพูดเช่นนี้ หรือว่า... เขาจะคิดว่าตนเองสามารถพลิก์ได้? และสามารถจะแทนที่์ได้?
ในตอนนี้ ในใจของโหมวชิงเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก จตจำนงการต่อสู้ที่ไม่รู้จบปะทุขึ้นกลางอก ภายในจิตใจของเขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยเสียงะโของปีศาจแห่งา...
ด้วยจิตจำนงแห่งการต่อสู้ที่ไม่รู้จบ ความเกลียดชังอันไร้ที่สิ้นสุดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายของโหมวชิงเฟิงไม่อาจหยุดสั่นได้เลย
“พลิก์! แทนที่์...”
“พลิก์...”
เสียงะโภายในใจเหมือนจะะเิออกมาภายนอก โหมวชิงเฟิงกำหมัดทั้งสองไว้แน่น ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ
“เ้าหนุ่ม เ้าคิดจะทำอะไร?” จู๋ฮวงใแทบใจสลาย เขานึกไม่ถึงเลยว่านอกจากฉินอวี่จะไม่ถอยออกไปแล้ว กลับสนับสนุนให้ผู้ไถ่โทษทำการต่อต้านฟ้าดิน พลิก์ คำพูดที่รุนแรงเช่นนี้ ไม่กลัวจะถูกลงโทษเลยหรืออย่างไร?
“ไปกันเถอะ! เ้าจะต้องออกไปเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อยากจะอยู่ตรงนี้เลยแม้แต่สักวินาทีเดียว!” จู๋ฮวงะโออกมาอย่างแทบจะร้องไห้ เขาอยากจะออกไปจากร่างของเด็กคนนี้โดยเร็ววัน ไม่้าให้ความเย่อหยิ่งเช่นนี้เข้ามาทำร้ายตัวเอง
จู๋ฮวงคือคนที่เคยผ่านระดับสูงสุดของขั้นเซียนมาก่อน ความเข้าใจโลกของเขาจึงมากกว่าฉินอวี่ยิ่งนัก หลังจากพัฒนาขึ้นไปถึงระดับหนึ่งแล้ว จึงได้รู้ความลับมากมายที่ไม่มีใครรู้ เช่นเื่ของพระเป็เ้าในสรวง์ หรือจะเป็เื่ของผู้ไถ่โทษ
เื่ผู้ไถ่โทษไม่ได้เป็เพียงคำร่ำลือ แต่คือสิ่งที่มีอยู่จริง ผู้ไถ่โทษจะอยู่ในสายตาของสรวง์ตลอดเวลา หรืออาจพูดได้ว่า ์ก็อาจจะกำลังเฝ้ามองทุกสิ่งที่กำลังกระทำ แต่ตอนนี้... คนหยิ่งผยองคนนี้คิดจะสนับสนุนให้ผู้ไถ่โทษต่อต้าน์จริงหรือ?
คนบ้าเอ๊ย! บ้าไปแล้วจริงๆ
คนขั้นกุมารทิพย์ระดับกลางคนหนึ่ง กล้ายุยงให้ขั้นกุมารทิพย์ระดับต้นต่อต้านพลิก์?
ฉินอวี่มองดูโหมวชิงเฟิงที่กำลังสั่นเทาด้วยท่าทางที่สงบเสงี่ยม คำพูดที่ดูโหดร้ายนั่น ไม่ใช่คำกระตุ้นหรือยั่วยุ บางทีอาจพูดได้ว่า หากฉินอวี่อยู่ในจุดเดียวกันกับโหมวชิงเฟิง เขาก็คงทำเช่นนี้ เขาคงเลือกจะต่อต้านต่ออำนาจของสรวง์แน่นอน!
ในเมื่อโหมวชิงเฟิงคือผู้ไถ่โทษ นั่นก็หมายความว่าเขาจะต้องชดใช้โทษเ่าั้ไปตลอดชีวิต หรือหมายถึงเป็ผู้ต้องคำสาปไปตลอดชีวิต ในตอนที่โหมวชิงเฟิงถือกำเนิดมา ชีวิตเขาก็ถูกกำหนดเอาไว้เช่นนี้แล้ว และการกำเนิดของเขาคือการชดใช้สิ่งที่บรรพชนก่อเอาไว้
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว แล้วเหตุใดจึงไม่ต่อต้าน์เพื่อควบคุมชีวิตตนเองเล่า?”
สำหรับผลกรรมที่จู๋ฮวงพูดถึงนั่น ฉินอวี่ไม่กลัวเลยสักนิด เขาคือคนที่ผ่านความตายมาแล้ว จะไปกลัวอะไรกับผลกรรม? หากมีผลกรรมที่พูดถึงอยู่จริง เช่นนั้นแล้ว ผลกรรมของเขาก็ควรจะสลายไปพร้อมกับความตายในอดีตแล้ว!
“์เบื้องบนพรากเอาคนที่เ้ารักไป ์เบื้องบนพรากทุกสิ่งไปจากเ้า ์เบื้องบนสาปเ้าและคนที่ติดต่อกับเ้า... เช่นนั้น นับจากนี้ไป เป้าหมายของเ้า คือการต่อนต้านฟ้าพลิก์ เส้นทางของเ้า คือหนทางแห่งการพลิก์!” ฉินอวี่พูดขึ้นอีกครั้ง
ร่างกายของโหมวชิงเฟิงสั่นขึ้นอย่างรุนแรง หมัดที่กำแน่นก็ปะทุพลังออกมาะเิเสียงดังสนั่น พลังปีศาจของเขาเอ่อล้นจากร่างกายอันซูบผอมทันที
“พี่หลี่ เอ่อ... หรือว่านี่จะเป็ชะตาชีวิตของข้าโหมวชิงเฟิง? มีคนคนหนึ่งพูดกับข้าในฝันมาโดยตลอด ว่ามีเพียงการต้านฟ้าพลิก์เท่านั้นจึงจะมีหนทางรอด ในตอนนั้น ข้าไม่คิดอะไรและไม่เข้าใจนัก แต่ตอนนี้... ข้าเข้าใจแล้ว และข้าจะทำมัน...”
