เฉินหวงฮัวฉวยโอกาสที่ไป๋หยุนเฟยแสดงสีหน้าตื่นตะลึงรั้งกระบี่กลับคืน ขณะฉีกยิ้มมุ่งร้ายพร้อมกับส่งสายตาเหยียดหยามให้มันก็ตวัดกระบี่ฟันลงใส่ไป๋หยุนเฟยที่ไม่อาจขยับเคลื่อนไหวในทันที!
ยังดีที่มันไม่ได้ลงมือด้วยอำมหิต คมกระบี่จึงมุ่งเป้าจู่โจมใส่ข้างไหล่ขวาของไป๋หยุนเฟยซึ่งไม่สร้างความเสียหายมากนัก หากโชคดีไป๋หยุนเฟยสามารถหลบรอดไปได้ เฉินหวงฮัวก็จะมีโอกาสชิงจังหวะรุกไล่ก็เพื่อเอาชัยได้ หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือไป๋หยุนเฟยหลบพ้นแต่ได้รับาเ็จนต่อสู้อย่างยากลำบาก
ไป๋หยุนเฟยแตกตื่น แต่มันไม่ได้แตกตื่นเท่าที่เฉินหวงฮัวคาดคิด ยามที่กระบี่ั์แหวกอากาศลงใส่หัวไหล่ดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ทอประกายเจิดจ้า หลังจากปักทวนในมือซ้ายลงพื้นไป๋หยุนเฟยก็ยกมือขวาขึ้น พลังิญญาที่ไม่ด้อยกว่าเฉินหวงฮัวก็เริ่มทะลักออกจากร่างไป๋หยุนเฟยก่อนจะเริ่มรวมตัวกันที่แขนขวา เพียงพริบตาเดียวเหนือแขนขวาก็มีมีดเพลิงยาวห้าเชียะก่อตัวขึ้น!
มีดปีกเพลิง!
พร้อมกับเปลวเพลิงร้อนแรงที่ทะลักออกไป๋หยุนเฟยก็ตวัดแขนออกโดยไม่ลังเล หากทั้งคู่ไม่รั้งกระบวนท่ากลับกระบี่ั์จะฟันใส่ปลอกแขนมีดเพลิงและขณะเดียวกันมีดปีกเพลิงก็จะฟันใส่หัวไหล่ของเฉินหวงฮัวเช่นกัน!
พริบตาที่มีดเพลิงปรากฏขึ้น เฉินหวงฮัวก็ตาเบิกกว้าง แม้มีดเพลิงอันน่าหวาดหวั่นที่ปรากฏขึ้นจากที่ใดไม่ทราบสร้างความตื่นตระหนกแก่มันยิ่ง แต่กระบี่ในมือกลับยังคงฟันลง เฉินหวงฉัวบิดข้อมือพลิกคมกระบี่เป็ด้านข้างฟาดใส่ขณะเดียวกันก็ปิดป้องมีดเพลิงที่จู่โจมใส่ไปพร้อมกัน
“ปึง!!”
ยามปะทะกัน มีดเพลิงก็ทะลักคลื่นเปลวเพลิงเข้าต่อต้านสันกระบี่อันแข็งแกร่งก่อนจะห่อหุ้มทั้งร่างเฉินหวงฮัวเอาไว้ภายใน
“ฉับ!”
ปรากฏแสงสีส้มวาบขึ้น แล้วกลุ่มเพลิงก็แยกออกเผยให้เห็นสีหน้าเดือดดาลของเฉินหวงฮัว มันสืบเท้าไปเบื้องหน้าเตรียมจะรุกจู่โจมอีกครา
แต่เคลื่อนไปได้เพียงก้าวเดียว สีหน้ามันก็แปรเปลี่ยนไป!
จู่ๆก็มีความรู้สึกคุกคามพุ่งเข้าปะทะ แล้วที่มุมหางตาก็ปรากฏทวนเปลวอัคคีพุ่งเข้าหา!
และ... ก็มีอีกคน!!
ไป๋หยุนเฟย‘สองคน’พุ่งเข้าหาจากด้านซ้ายและขวาพร้อมกับทวนในมือเตรียมจะจู่โจมใส่!
“ร่างลวง!” เพียงกวาดตามองเฉินหวงฮัวก็‘ตระหนัก’ได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าร่างไหนเป็ตัวจริงมันกลับไม่อาจทราบได้
แม้แต่พลังิญญาที่แผ่ออกจากร่างก็เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ยิ่งทำให้การแยกแยะตัวจริงกับร่างลวงเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้!
“บัดซบ เคล็ดิญญาอะไรกันจึงสร้างร่างลวงเช่นนี้ได้!” เฉินหวงฮัวไม่มีเวลาจะยืนยันว่าร่างไหนคือตัวจริงจึงได้แต่คำรามด้วยความเดือดดาลก่อนจะกัดฟันกระชับกระบี่วาดไปใส่ไป๋หยุนเฟยที่กุมทวนเข้ามาจากด้านขวา
“เคร้ง!” ได้ยินเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น
“ข้าเดาถูก!” เฉินหวงฮัวร้องด้วยความตื่นเต้น
“พลั่ก!!”
มันยินดีได้เพียงชั่วครู่ แล้วความเ็ปก็แล่นปราดขึ้นมาจากเอวด้านซ้ายพร้อมกับที่ร่างโซเซไปด้านขวาหนึ่งก้าว
“นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!” ในหัวของเฉินหวงฮัวกลายเป็ว่างเปล่า มันไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ตรงหน้า หรือร่างซ้ายจึงจะเป็‘ตัวจริง’กันแน่?!
เฉินหวงฮัวรีบกระชับกระบี่ฟันตามสัญชาติญาณใส่ทั้งสองร่างที่รุกเข้ามา... แต่กลับฟันถูกเพียงอากาศธาตุ! เบื้องหน้ามันกลับมีเพียงความว่างเปล่า!
“……”
และพริบตาต่อมา ทั้งร่างมันก็พลันแข็งทื่อราวกับรูปสลัก คล้ายกับว่ากำลังหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับนิ้ว
จู่ๆก็มีปลายทวนสีแดงฉานจ่อประชิดข้างลำคอ ปลายของทวนถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟอันเจิดจ้าแต่เฉินหวงฮัวกลับเพียงรู้สึกถึงความเย็นยะเยียบที่แผ่ซ่านไปทั้งร่าง
ที่ด้านหลังของมัน เป็ไป๋หยุนเฟยที่กุมทวนยืนอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ทั่วบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนได้แต่เหม่อมองด้วยความตื่นตะลึง การโต้กลับอย่างคาดไม่ถึงของไป๋หยุนเฟยกลับสร้างความเหลือเชื่อให้แก่ทุกคน
ในหมู่พวกมัน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะคิดว่าการต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือสองฝ่ายจะจบลงง่ายดายเช่นนี้
……
เห็นเฉินหวงฮัวปักกระบี่กับพื้นด้วยความท้อแท้ผิดหวังโดยที่เ้าของกระบี่ยังคงยืนอย่างซึมเซา ไป๋หยุนเฟยก็ยิ้มขึ้น
มันสะบัดมือขวาแ่เบาทวนในมือก็หายวับไป “ศิษย์น้องเฉิน ขอบคุณที่ออมมือ!”
ทั้งร่างเฉินหวงฮัวสั่นสะท้านอย่างน่าหวาดหวั่น ใบหน้ามันซีดเผือดไร้สีเื มันไม่อาจยอมรับผลการต่อสู้เช่นนี้ได้ มันกลับต้องพ่ายแพ้ มิหนำซ้ำยังพ่ายแพ้อย่างเลอะเลือน!
แต่ผลการต่อสู้ยังคงชัดเจน ไม่ว่ามันจะไม่ยินยอมเพียงใดแต่มันก็ถูก‘ศิษย์พี่’คนใหม่นี้เอาชนะอย่างหมดจดต่อหน้าทุกคนแล้ว
เฉินหวงฮัวหันกลับไปอย่างแช่มช้าก่อนจะประสานมือคารวะด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ มันกล่าวอย่างไม่ยินยอมว่า “... ศิษย์พี่ไป๋ ท่านชนะแล้ว ข้าไม่มีอะไรจะพูดอีก”
มันกลับไม่กล้าวางท่าใหญ่โตดังที่เคยแสดงออกแม้แต่น้อย ครั้งนี้มันกลับไม่แก้ตัวอันใด และแม้แต่ไป๋หยุนเฟยก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่มันแสดงออกได้
ไป๋หยุนเฟยโบกมือด้วยรอยยิ้มยินดีก่อนจะตอบว่า “พวกเราเพียงทดสอบฝีมือ ศิษย์น้องเฉินอย่าได้เก็บมาใส่ใจ”
“ศิษย์พี่ไป๋ ข้ายังมีเื่ต้องทำดังนั้นจึงขออำลา” เฉินหวงฮัวไม่อาจทนทานต่อสายตาประหลาดพิกลของทุกคนได้ มันจึงรีบกล่าวต่อไป๋หยุนเฟยก่อนจะหันกายเตรียมจากไป
“ศิษย์น้องเฉินช้าก่อน!”
“ศิษย์พี่ไป๋ หรือมีอะไรจะชี้แนะอีก?”
“พวกเราล้วนเป็ศิษย์ร่วมสำนักสมควรช่วยเหลือกัน ข้าหวังว่าวันข้างหน้าเ้าจะไม่สร้างปัญหาแก่ศิษย์น้องซือคงเสียนและศิษย์น้องอื่นๆอีก”
“...” เฉินหวงฮัวเงียบงันไปชั่วขณะก่อนจะตอบคำ “หากศิษย์พี่ไป๋กล่าวเช่นนี้ข้าก็จะทำตาม ลาก่อน!”
……
ผู้คนที่ชมดูจากนอกวงแหวกทางให้แก่เฉินหวงฮัวเดินผ่านไป สุดท้ายมันก็หายลับไปจากสายตา
เหล่าศิษย์เริ่มพูดคุยกันถึงการต่อสู้ที่พวกมันเพิ่งได้ชมเมื่อครู่ ไม่ว่าจะเป็ศิษย์สายนอกหรือศิษย์สายในก็ล้วนเอ่ยปากพูดคุยถึงเื่นี้ แต่ยามที่ไป๋หยุนเฟยกวาดตามองก็รีบหันหลังพร้อมกับเงียบเสียงลงราวกับจะหวั่นเกรงต่อมัน
ไป๋หยุนเฟยไม่คิดจะเสียเวลากล่าวเตือนหรือข่มขู่ต่อฝูงชนจึงหันไปยังซือคงเสียนที่ยืนประหม่าอยู่ด้านข้าง “ถ้าเช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะ”
ซือคงเสียนตื่นเต้นกับการต่อสู้จนหน้าแดงฉาน กระทั่งยามนี้ก็ยังเคลิบเคลิ้มคิดถึงการต่อสู้เมื่อครู่ มันมองดูไป๋หยุนเฟยด้วยสายตาเทิดทูนก่อนจะกล่าวว่า “ศิษย์... ศิษย์พี่ไป๋ ท่าน... ท่านช่างน่าอัศจรรย์นัก! ข้าเข้าใจว่าพวกท่านทั้งคู่จะสู้เสมอกันแต่กลับจบลงรวดเร็วถึงเพียงนี้! สองกระบวนท่าสุดท้ายนั้นคือกระบวนท่าอะไร? ช่างร้ายกาจนัก! หรือจะเป็เคล็ดิญญาอันใด?”
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ายิ้มแย้ม “ประมาณนั้น”
และภายใต้สายตาหวาดหวั่นของเหล่าศิษย์ทั้งหลาย ไป๋หยุนเฟยและซือคงเสียนจึงขยับตัวเดินออกไปจากเขตถ้ำ แต่ไม่ทันไรก็มีคนผู้หนึ่งส่งเสียงเรียกทั้งคู่ “ศิษย์น้องไป๋ช้าก่อน!”
ไป๋หยุนเฟยชะงักเท้าหันกลับไปมองก็เห็นชายหนุ่มในชุดยาวสีม่วงเดินเข้ามาหา ในเมื่อเรียกหาไป๋หยุนเฟยเป็‘ศิษย์น้อง’ก็แสดงว่าอีกฝ่ายต้องเป็ศิษย์สายตรงเช่นเดียวกัน
คนผู้นี้มีนามว่าหลิงเอียน เป็ศิษย์คนที่สามของโค่วฉางคงทั้งยังบรรลุถึงด่านบรรพิญญาระดับกลาง
