หยางเฉินสังเกตได้ถึงสายตาไม่เป็มิตรของชายหลายคน เขาอยากจะะโเข้าไปทุบหัวพวกนั้นให้จมธรณี แต่ตอนนี้จำต้องคอยอยู่เคียงข้างหลินรั่วซี เพราะไม่อย่างนั้นพวกเสือสิงห์อาจเข้ามาฉวยโอกาสลวนลามหลินรั่วซีได้
ชายหนุ่มผมสั้นสีดำใบหน้าหล่อเหลาเดินถือแก้วไวน์ปรากฏตัวต่อหน้าหลินรั่วซีพร้อมรอยยิ้ม
"ได้ยินชื่อเสียงของคุณหลินมานาน วันนี้ได้เห็นตัวจริง งดงามยิ่งกว่าคำร่ำลืออีกนะครับ” ชายหนุ่มกล่าว เขาเพิกเฉยหยางเฉินที่อยู่ข้างๆ โดยสิ้นเชิง
หลินรั่วซีเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามว่า "มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
ชายหนุ่มได้ยินหลินรั่วซีพูดคุยกับตนเองก็รู้สึกเริงร่าขึ้นมา แต่ก็แกล้งทำเป็สุขุมก่อนกล่าวอย่างมั่นใจว่า "ผม หาวอิงเจี้ยน ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทรับเหมาสร้างกว่างโจวครับ คุณหลินอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง"
ชื่อหมอนี่แปลว่าของดีราคาถูก? หยางเฉินที่กำลังดื่มแชมเปญก็เกือบสำลักออกมาทันทีหลังจากได้ยิน
หลินรั่วซีขมวดคิ้วกล่าวว่า "ไม่รู้จริงๆ ค่ะ ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"
พูดจบหญิงสาวก็ลากหยางเฉินเดินไปทางอื่นทันที ปล่อยให้หาวอิงเจี้ยนยืนถือแก้วไวน์ด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ
คำพูดของหลินรั่วซีเป็การปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย! กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคนผู้นี้ไม่คู่ควรที่จะคุยกับเธอ!
ชายหนุ่มหลายคนเห็นหาวอิงเจี้ยน โดนตอกหน้าก็พากันเยาะเย้ยและสมน้ำหน้าเป็การใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปคุยกับหลินรั่วซีอีก
ดูเหมือนข่าวลือเื่หลินรั่วซีที่ปฏิเสธผู้ชายอย่างไร้ปรานีจะเป็เื่จริง!
หยางเฉินรู้สึกยินดีอยู่ภายใน แต่ก็ยังถามหลินรั่วซีอย่างอยากรู้อยากเห็น "คุณเป็ศัตรูกับพวกคนรวยแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า ไม่กลัวเขามาแก้แค้นหรือไง?"
หลินรั่วซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "ถ้ามีครั้งแรก ครั้งที่สองก็จะตามมา ดังนั้นฉันจึงเลือกที่จะตัดไฟั้แ่ต้นลม ส่วนพวกนั้นจะมาแก้แค้นหรือไม่นั้น แค่ฉันแข็งแกร่งกว่ามีอำนาจเหนือกว่า ก็ไม่มีใครมายุ่งกับฉันแล้ว"
"อุ้ย... น่ากลัวจังเลย" หยางเฉินกล่าวติดตลก
หลินรั่วซีหันไปมองค้อนหยางเฉิน และปล่อยแขนเดินหนีไปอีกทางคนเดียว
แต่ในขณะนั้นเองหยางเฉินก็เห็นหญิงสาวสองคนเดินตรงเข้ามา ทั้งสองสวมชุดเดรสสีส้มเด่นเป็สง่า ที่แตกต่างกันคือคนหนึ่งผมยาวหนึ่งผมสั้น เป็สองพี่น้องไช่หนิงและไช่เอี๋ยนนั่นเอง
หยางเฉินประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็คิดได้ว่าตระกูลไช่สมควรเป็ตระกูลที่มีชื่อเสียง ไช่เอี๋ยนมาที่นี่ย่อมไม่แปลก แต่ไช่หนิงหนึ่งในสมาชิกของแปดพิสดารกลับมาด้วย นั้นทำให้หยางเฉินรู้สึกเหนือความคาดหมาย
"รั่วซี ไม่คิดว่าเธอจะมางานแบบนี้ด้วย ฉันนึกว่าชีวิตนี้เธอจะไม่ออกงานปาร์ตี้ซะแล้ว" ไช่เอี๋ยนยินดีมากที่เห็นหลินรั่วซีมา เธอตรงเข้าไปคล้องแขนของหลินรั่วซีด้วยรอยยิ้มหวาน ไช่เอี๋ยนในชุดเดรสแบบนี้ หญิงสาวทั้งสดใสและน่ารักผิดกับตอนใส่ชุดตำรวจ บุคลิกภาพห้าวหาญและผมสั้นของเธอมีเสน่ห์อย่างมาก
"เอี๋ยนเอี๋ยน อย่าพูดอย่างนั้นสิ ฉันไม่ใช่คนเก็บตัวสักหน่อย" หลินรั่วซีหันไปกล่าวกับไช่หนิง "สวัสดีค่ะพี่ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"
ไช่หนิงเป็ผู้หญิงที่พูดน้อย เด็กเข้าเรียนที่โรงเรียนโบราณของตระกูลถังมาทั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เธอบรรยากาศที่เงียบสงบคล้ายภาพวาดเก่าแก่
"ถ้ารู้ว่าเธอมาล่ะก็ ฉันจะพาพ่อกับแม่มาด้วย ท่านไม่ได้เจอเธอมาหลายปีแล้ว"
"ลุงกับป้าไช่ไม่ได้ด้วยหรอกเหรอคะ?"
"พ่อกับแม่เบื่อหน่ายกับงานเลี้ยงแบบนี้แล้ว พวกท่านเลยให้พวกเรามาแทนน่ะ" ไช่เอี๋ยนเหลือบมองหยางเฉินด้วยหางตา เพราะครั้งก่อนจากกันไม่ดี สายตาจึงยังปรากฏแววไม่พอใจ เธอจึงหันไปกล่าวกับหลินรั่วซีต่อ
"คิดไม่ถึงว่าเธอจะพาเขามาด้วย"
หยางเฉินยืนฟังสาวๆ คุยกันอย่างเงียบๆ ดูเหมือนไช่เอี๋ยนยังคงโกรธเขาอยู่ เพราะแค่เขาไม่รับนาฬิกาของเธอน่ะเหรอ?
ไช่หนิงเห็นท่าทางที่ซับซ้อนของหยางเฉิน เธอเป็คนเดียวในที่นี้ที่รู้ตัวตนของเขา หยางเฉินในเวลานี้เป็ดั่งหมาป่าท่ามกลางฝูงแกะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งก่อน หยางเฉินะเิความโกรธเกรี้ยวและเห็นแก่ตัวออกมา ดังนั้นเธอถึงจึงมีความคับข้องใจบางอย่าง และเพียงพยักหน้าทักทายให้หยางเฉินเพียงเท่านั้น
หยางเฉินอยู่ท่ามกลางสาวสวยอย่างหลินรั่วซี และสองพี่น้องตระกูลไช่ ทำให้หลายคนต่างมองมาด้วยสายตาอิจฉา ตระกูลไช่เป็ตระกูลทหาร และยังมีอำนาจทางการเมืองที่แข็งแกร่ง
ครั้งที่หลินรั่วซีปฏิเสธหาวอิงเจี้ยนอย่างไม่ไว้หน้า แต่กลับพูดคุยกับพี่น้องตระกูลไช่อย่างสนุกสนาน สิ่งนี้พิสูจน์ได้ว่ากลุ่มชนชั้นสูงก็ยังมีการแบ่งระดับ
หลินรั่วซีกับสองพี่น้องตระกูลไช่คุยกันอย่างออกรส ทำให้หยางเฉินไม่มีอะไรทำ และรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา
แต่ในขณะนั้นเอง คนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ด้วยชุดสูทสีขาว รูปร่างอันสูงโปร่ง ผมสีบลอนด์ สีผิวที่ขาวซีด ร่างกายแต่ละคนกำยำ หญิงสาวก็มีรูปร่างที่เซ็กซี่ หน้าอกที่มหึมา ทำให้พวกเขากลายเป็เป้าสายตารายใหม่ไปในทันที ทุกคนต่างมีสีหน้าประหลาดใจ และไม่คิดว่าแขกในวันนี้มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย
หยางเฉินเหลือบมองไช่หนิงที่ขมวดคิ้วอย่างดื้อดึง และเมื่อสังเกตว่าหยางเฉินกำลังจ้องมอง เธอก็รีบกลับเป็ปกติในทันที นั่นทำให้หยางเฉินลอบหัวเราะอยู่ภายใน ไช่หนิงมาที่นี่อาจเป็ความตั้งใจบางอย่าง
ทันใดนั้นเองท่ามกลางฝูงชนก็ปรากฏชายหนุ่มที่มีใบหน้าเย่อหยิ่งและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขาสวมชุดสูทสีขาวเนกไทสีแดง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ เขาคือนายน้อยแห่งตระกูลหลิว หลิวหยุนนั่นเอง
