ทางด้านไป๋เล่อฉิงที่ใช้แรงดิ้นรนกับพวกเจียหงขณะที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าไม่อาจหลบหนีได้ ภายหลังได้รับการช่วยเหลือและกินขนมของโปรดจนผล็อยหลับไป ยามนี้หญิงสาวตื่นลืมตาอยู่บนเตียงในห้องนอนของตนเอง
ไป๋เล่อฉิงนั่งคิดทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นเพียงไม่นาน นางก็จำได้ว่าคนที่ช่วยนางออกมาจากอารามร้างคือใคร และเขายังพาตนเองมาส่งที่จวนหากเป็เช่นนั้นเขาย่อมเจอบิดาของนางแล้ว
“ตระกูลโจวงั้นหรือ? นั่นมิใช่ตระกูลของพ่อค้าที่นอกจากจะร่ำรวยมากที่สุดแล้ว ยังควบคุมเกี่ยวกับการค้าภายในแคว้นทั้งทางบกและทางน้ำ แต่ข้าไม่เคยข้องแวะกับคนตระกูลนี้มาก่อนทำไมพี่ชายโจวถึงมีท่าทีใส่ใจข้าถึงเพียงนั้นด้วยนะ”
แต่ความคิดของไป๋เล่อต้องหยุดลงเพราะเสียงของจิ่งฟางที่เพิ่งกลับจากห้องครัว “คุณหนูท่านตื่นแล้วหรือเ้าคะ รู้สึกเจ็บที่ใดหรือไม่หากมีบ่าวจะได้ช่วยทำแผลให้เ้าค่ะ”
“ขอบใจนะจิ่งฟางแต่ข้ามีเพียงรอยฟกช้ำแค่เล็กน้อย ต้องคอยทายาต่อเนื่องอีกไม่กี่วันก็หายแล้วล่ะ”
“บ่าวใแทบแย่ที่หาคุณหนูไม่เจอจึงกลับมารายงานนายท่าน แต่กลับมีคุณชายรูปงามพาท่านกลับมาเสียก่อน เอ๊ะ! คุณหนูเ้าคะนี่ไม่ใช่ชุดที่ท่านใส่ตอนออกจากจวนนี่เ้าคะ” จิ่งฟางที่พูดถึงสิ่งที่ตนทำลงไปก็สังเกตเห็นว่าเ้านายสาวไม่ได้ใส่ชุดเดิม
ไป๋เล่อฉิงก้มลงมองชุดที่โจวเหวินหลงเตรียมมาให้นางก็คิดถึงเื่นี้อีกครั้ง เพราะมันทั้งงดงามและนางก็สวมใส่ได้พอดี ดังนั้นจึงคิดจะเก็บไว้ถามโจวเหวินหลงทีหลัง
“อืม นี่เป็เสื้อผ้าที่ผู้มีพระคุณนำมาให้ข้าผลัดเปลี่ยน เพราะชุดเดิมมันสกปรกมากเกินไปถ้าใครเห็นเข้าอาจเข้าใจผิดได้น่ะ”
“อ่อ ถือว่าคุณชายท่านนี้คิดอ่านได้รอบคอบไม่น้อยนะเ้าคะคุณหนู”
“ว่าแต่เขามาส่งข้าเสร็จก็กลับไปเลยหรือไม่จิ่งฟาง?”
“ไม่นะเ้าคะ นายท่านเชิญคุณชายท่านนี้เข้ามาพูดคุยเื่ที่คุณหนูหายตัวไป และให้คุณชายใหญ่อุ้มคุณหนูมานอนพักที่เรือน บ่าวได้ยินว่านายท่านนั่งพูดคุยอยู่เกือบสองเค่อ คุณชายทั้งสองเพิ่งจะกลับออกไปก่อนคุณหนูจะตื่นไม่นานเ้าค่ะ”
ไป๋เล่อฉิงเลิกสนใจเื่อื่นเพราะยามนี้นางต้องพบบิดา เนื่องจากความรู้สึกลึก ๆ คล้ายกำลังเตือนนางเกี่ยวกับคนในครอบครัว “จิ่งฟางเ้าไปเอาชุดใหม่มาให้ข้าเปลี่ยนหน่อย ข้าต้องไปพบท่านพ่อเพื่อพูดคุยถึงเื่นี้เพราะมันไม่ใช่เื่เล็ก ๆ อีกแล้วเร็วเข้า”
“เ้าค่ะคุณหนู”
ไป๋เล่อฉิงไม่อาจวางใจแม้โจวเหวินหลงจะบอกกับนางว่าลงมือสั่งสอนเส้าเหยี่ยนเสียงไปแล้วก็ตาม แต่ความกังวลใจเกี่ยวกับคนในครอบครัวซึ่งรับใช้ราชสำนักถึงสามคน นางเกรงว่าคนอย่างเสนาบดีเส้าคงไม่ยอมปล่อยให้ครอบครัวของนางอยู่อย่างมีความสุขแน่
ด้านใต้เท้าไป๋ที่ยังคงนั่งอยู่พูดคุยในโถงรับแขกกับบุตรชายคนโต พวกเขาเพิ่งตัดสินใจว่าจะไม่บอกเื่นี้ให้หวังฮูหยินได้ทราบ เพราะไม่อยากให้หวังฮูหยินต้องวิตกกังวลยามไป๋เล่อฉิงอยากออกไปนอกจวน
ทั้งสองยังไม่ทันได้หารือด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม ก็เป็ไป๋เล่อฉิงที่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน แต่นางต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นซวี่ไห่อยู่ที่นี่แทนที่จะกลับไปพร้อมกับโจวเหวินหลง ไป๋เล่อฉิงวางข้อสงสัยเื่ซวี่ไห่ไปก่อนและคิดว่าค่อยถามไถ่เื่นี้ทีหลัง
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พวกท่านกำลังพูดถึงเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับฉิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่เ้าคะ”
“อ้าว ฉิงเอ๋อร์เ้าตื่นแล้วหรือ มานี่มาให้พ่อดูาแหน่อยว่าเป็อย่างไรบ้าง”
“ฉิงเอ๋อร์ไม่เป็อันใดมากเ้าค่ะ แค่รอยช้ำทายาไม่กี่วันก็หายแล้วท่านพ่ออย่าได้กังวลไปเลย”
ไป๋เจิ้งหยูที่รู้สึกโกรธแค้นเส้าเหยี่ยนเสียงไม่น้อย ที่ทำให้น้องสาวของตนต้องเจ็บตัวอีกครั้งทั้งที่เพิ่งหายป่วยไม่ถึงสิบวัน
“ถ้าไม่เป็เพราะเ้าสุนัขเส้าเหยี่ยนเสียงนั่นฉิงเอ๋อร์จะาเ็ได้อย่างไร ั้แ่เล็กจนโตเ้าแทบไม่เคยล้มป่วยหรือาเ็เช่นนี้เลยนะ”
“พี่ใหญ่อย่าโมโหเลยเ้าค่ะ ที่ฉิงเอ๋อร์รีบมาพบพวกท่านเพราะอยากหารือเื่บางอย่าง จะได้เตรียมแผนรับมือตระกูลเส้าไว้ล่วงหน้า พวกท่านสองคนช่วยฟังสิ่งที่ฉิงเอ๋อร์จะพูดได้ไหมเ้าคะ”
ใต้เท้าไป๋เห็นบุตรสาวมีท่าทีจริงจังจึงไม่อยากขัดความ้าของนาง และเขายินดีรับฟังสิ่งที่นางอยากพูดไม่ว่าจะเป็เื่อันใดก็ตาม
“ไม่ว่าฉิงเอ๋อร์อยากพูดอันใดพ่อกับพี่ใหญ่ของเ้ายินดีรับฟังเสมอ ว่ามาเถิดเ้าอยากพูดอะไรงั้นหรือ”
“พวกท่านสองคนคงทราบเื่ที่เกิดขึ้นจากปากพี่ชายโจวแล้ว ว่าเหตุการณ์ในวันนี้เป็ฝีมือของผู้ใดใช่ไหมเ้าคะ แม้ว่าฉิงเอ๋อร์จะถูกช่วยกลับมาอย่างปลอดภัย แต่เส้าเหยี่ยนเสียงที่ถูกสั่งสอนคงไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ เป็แน่
ที่สำคัญฉิงเอ๋อร์คิดว่าครั้งนี้พวกเขาพลาดที่จะได้ใช้เงินทองจากตระกูลไป๋ของเรา ไม่แน่ว่าเสนาบดีอาจคิดหาแผนการเพื่อแก้แค้น ในเมื่อทำอันใดฉิงเอ๋อร์ไม่ได้เป้าหมายต่อไปย่อมเป็ท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รอง เพราะพวกท่านล้วนทำงานรับใช้ราชสำนักทั้งสิ้น
หากเสนาบดีเส้าคิดจะสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายทำลายตระกูลไป๋ก็มิใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ เพียงแต่ท่านพ่อกับพี่ใหญ่อยู่ในเมืองหลวง การวางแผนรับมือเสนาบดีเส้าย่อมไม่ยาก จะมีแค่พี่รองที่อยู่ไกลถึงชายแดนอาจถูกใส่ร้ายได้ง่ายกว่านะเ้าคะ”
“อืม เื่ที่ฉิงเอ๋อร์เป็กังวลใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ คนอย่างเสนาบดีเส้ามักจะเ้าคิดเ้าแค้นเสียด้วย หยูเอ๋อร์เ้ารีบเขียนจดหมายไปเตือนหยาเอ๋อร์ อย่าได้ไว้ใจใครง่าย ๆ ไม่ว่าอาหารการกินหรือทหารภายในกองทัพก็ตาม ทุกย่างก้าวต้องคิดอ่านให้รอบคอบที่สุด”
“ข้าจะกำชับน้องรองในเื่นี้ให้มาก ส่วนพวกเราคงต้องระวังยามทำงานบางทีอาจมีจดหมายหรือหนังสือแปลก ๆ ที่ไม่ผ่านตาปะปนเข้ามาก็เป็ได้นะขอรับ” ไป๋เจิ้งหยูเป็กังวลก่อนที่น้องสาวจะพูดถึงเสียอีก
“เมื่อป้องกันภายนอกแล้วเราไม่ควรละเลยภายในจวน พวกบ่าวไพร่ทั้งหลายกำชับกับพ่อบ้านจับตาทุกคนให้ดี หากพบใครมีพิรุธให้จับตัวมาไต่สวนได้ทันที”
“ขอรับท่านพ่อ”
ไป๋เล่อฉิงแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากบิดากับพี่ชายคนโตมีความเห็นไม่ต่างจากตน ก่อนจะนึกถึงเื่ที่ซวี่ไห่อยู่ที่จวนขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามเอาความกับผู้เป็บิดาอีกครั้ง
“ท่านพ่อเ้าคะไม่ทราบว่าคนของพี่ชายโจวเหตุใดยังอยู่ที่นี่เล่า?”
ไป๋เจิ้งหยูตอบคำถามน้องสาวแทนบิดาเมื่อนางถามเื่ของซวี่ไห่ “อ้อ การที่ซวี่ไห่อยู่ที่จวนของเราเป็เพราะคำสั่งของคุณชายใหญ่โจวน่ะ ั้แ่วันนี้ไปซวี่ไห่จะติดตามคอยดูแลความปลอดภัยให้เ้า”
‘เขาถึงกับมอบคนสนิทไว้ติดตามดูแลข้าเชียวหรือนี่ หากพบกันอีกครั้งต้องถามให้หายสงสัยเสียแล้ว’
“ซวี่ไห่คือชื่อของเ้าสินะไว้ข้าจะให้คนช่วยเตรียมที่พักให้ก็แล้วกัน สองสามวันนี้ข้ายังไม่คิดจะออกจากจวน เ้าก็ทำตัวตามสบายหากมีเื่อะไรข้าจะเรียกเ้าเอง”
“ทราบแล้วขอรับคุณหนูสี่”
“เอาเป็ว่ายามออกไปนอกจวนพวกเราต้องระวังตัวให้ดี หยูเอ๋อร์เ้าไปจัดการเื่จดหมายก่อนเถิด ส่วนฉิงเอ๋อร์พักผ่อนให้ดีอย่าลืมทายาที่แผลอย่างสม่ำเสมอด้วยล่ะ อย่าให้มารดาของเ้าเห็นเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นคงถูกถามจนหาคำตอบไม่ทันก็เป็ได้”
“ขอรับท่านพ่อ /เ้าค่ะท่านพ่อ”
จากเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ตระกูลไป๋เตรียมตัวรับมือตระกูลเส้าไว้ั้แ่เนิ่น ๆ เนื่องจากภายในจวนตระกูลเส้ากำลังอลหม่าน บ่าวไพร่วิ่งเข้าออกสลับกับท่านหมอจนวุ่นวายไปหมด
เพราะอาการาเ็ของเส้าเหยี่ยนเสียงที่หนักเอาการ แม้ท่านหมอจะช่วยรักษาาแจนหายดี แต่เขาก็ไม่อาจมีบุตรสืบสกุลได้อีกในภายหน้า หากเื่นี้แพร่ออกไปตระกูลเส้าจะกลายเป็ตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวง และด้วยเหตุนี้เสนาบดีเส้าจึงเอาความโกรธแค้นไปลงที่ตระกูลไป๋ทันที
