ไป๋หยุนเฟยยื่นของสิ่งหนึ่งวางในมือเทียนิ พร้อมกับกล่าวว่า “ใช้สิ่งนี้ฟาดมันเถอะ...”
“เอ่อ...” เทียนิตะลึงงัน มองดูวัตถุในมือด้วยสายตาเหม่อลอย
“บัดซบ! ที่แท้ก็ของสิ่งนั้น!” เสียงจิ้งิเฟิงที่ดังขึ้นสร้างความใแก่เทียนิจนของสิ่งนั้นแทบจะหลุดมือ
วัตถุที่อยู่ในมือเทียนิจะเป็สิ่งใด หากไม่ใช่ก้อนอิฐสีแดง!
เทียนิพิจารณาก้อนอิฐในมือ มันดูแล้วดูอีก จากนั้นมองไปยังจ้าวเหลียง สุดท้ายจึงหันหน้าไปหาไป๋หยุนเฟยพร้อมกับถามด้วยท่าทีสับสน “ใช้สิ่งนี้... ฟาดมัน??”
“อืม เ้าไม่ชอบหน้ามันไม่ใช่หรือ ถ้าเช่นนั้นก็ฟาดใส่ศีรษะมันตรงๆก็พอ” ไป๋หยุนเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้ายืนยัน
“ใช่ ใช่ เทียนิ เ้าไม่ต้องกลัว ก้อนอิฐในมือเ้าไม่ใช่ก้อนอิฐธรรมดา มันคือ...” จิ้งิเฟิงชะงักครุ่นคิดไปชั่วอึดใจ แต่ก็นึกไม่ออกว่านี่ไม่ใช่อิฐธรรมดาอย่างไร “มันคือ... ก้อนอิฐที่พี่ไป๋ให้เ้า ช่างเถอะฟังให้ดี ในเมื่อคนอ้วนนี้รนหาที่เอง ก็ใช้อิฐก้อนนี้ฟาดหน้ามันเถอะ”
หลังจากได้รับการ‘ปลุกใจ’จากทั้งสองคน เทียนิยังคงไม่ทราบอยู่ดีว่าต้องทำอย่างไร เพียงแต่ในใจได้รับการกระตุ้น มันไม่อาจให้พี่ไป๋และพี่จิ้งมองตนเองเป็คนขี้ขลาดตาขาวได้ เมื่อตกลงใจได้ก็กัดฟันกำอิฐในมือแน่นพร้อมกับกวัดแกว่งสองครา สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็‘ดุร้าย’จ้องมองไปที่จ้าวเหลียง
หลิวซุนดวงตาเป็ประกาย ไม่ทราบมันคิดอะไรอยู่จึงไม่เอ่ยปากห้ามปราม ซูตงเองก็เอาแต่จับจ้องก้อนอิฐในมือเทียนิราวกับมีความในใจ
ยามจ้าวเหลียงได้เห็นก้อนอิฐคราแรกก็งงงันวูบก่อนจะเรียกสติกลับคืนมา มันจ้องมองอีกฝ่ายซึ่งแสดงออกว่าคิดอาศัยอิฐเพียงก้อนเดียวก็สามารถเขมือบกลืนตนเองได้ ใบหน้าจ้าวเหลียงประเดี๋ยวเขียวคล้ำประเดี๋ยวซีดขาว มันกล่าวอย่างโกรธกริ้วว่า “เฮอะ! แสร้งเป็วางท่าประหลาดลึกลับ ก็คิดจะมาหาเื่ในถิ่นตระกูลจ้าวของข้า เ้าไม่เห็นตระกูลจ้าวอยู่ในสายตาเช่นนั้นหรือ! คุณชายสามหลิวนี่เป็เื่ระหว่างข้ากับพวกมัน ขออย่าได้ตำหนิว่าข้าไม่เห็นแก่หน้าท่าน พวกเ้าเข้ามา สั่งสอนพวกมันให้แก่ข้า!”
องครักษ์สองคนที่ยืนด้านหลังเมื่อได้รับคำสั่งก็เคลื่อนไหว พวกมันพุ่งเข้าหาเทียนิทันที
เทียนิบรรลุเพียงด่านปัจเจกิญญาระดับต้น แต่ผู้ที่เข้ามาจู่โจมทั้งสองเป็ผู้ฝึกปรือิญญาแห่งด่านปัจเจกิญญาระดับกลาง ในสายตาของจ้าวเหลียงแล้วเท่านี้ก็เกินพอที่จะรับมือกับเทียนิได้แล้ว ส่วนสองคนที่ด้านหลัง หากพวกมันคิดจะลงมือ จ้าวเหลียงก็มีแผนอื่นเตรียมไว้อยู่แล้ว
ทั้งสองฝ่ายห่างกันไม่มาก เพียงไม่กี่ก้าวก็เข้าถึงตัว คนด้านขวาของเทียนิยื่นมือออกคว้าจับมือขวาที่กุมก้อนอิฐ ส่วนคนด้านซ้ายก็คว้าใส่ไหล่ซ้าย เพื่อจะสยบเทียนิเอาไว้
เทียนิเหยียดยิ้มที่มุมปากพร้อมกับดวงตาทอประกายวูบ ร่างมันชะงักกึกก่อนจะโยกซ้ายขวา สองเท้าย่างก้าวอย่างแยบยล ร่างเลื่อนไหลหลบเลี่ยงการจู่โจมที่จะถึงตัวเคลื่อนผ่านไปอยู่ด้านหลังของคู่ต่อสู้ทางซ้ายมือ
ไป๋หยุนเฟยเลิกคิ้วขึ้น นี่เป็เคล็ดิญญาอย่างแน่นอนมิหนำซ้ำมันยังเคยเห็นจิ้งิเฟิงใช้ท่าร่างเช่นนี้มาก่อน --- นึกไม่ถึงว่าจิ้งิเฟิงจะถ่ายทอดให้แก่เทียนิด้วย
แม้เทียนิจะไม่อาจใช้ท่านี้ได้อย่างช่ำชอง แต่โชคดีที่ฝ่ายตรงข้ามพลังฝีมือไม่เข้มแข็ง จึงสามารถหลบหลีกได้อย่างราบรื่น จู่โจมเพียงกระบวนท่าเดียวเทียนิก็หลบหายไปอยู่ที่ด้านหลังแล้ว
มันยกก้อนอิฐขึ้น เล็งไปที่ท้ายทอยแล้วฟาดลงไป
“ผัวะ!”
อีกฝ่ายซวนเซไปด้านหน้าสองก้าวพร้อมกับแสยะปากแยกเขี้ยว ดูท่าคงได้รับความเ็ปไม่น้อย
ขณะที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้น เทียนิก็จู่โจมใส่อีกระลอก
“ผัวะ!”
ครั้งนี้ฟาดไปยังมือขวาที่กำลังจะยกขึ้น แต่ผลที่ได้กลับแตกต่างจากที่โดนฟาดศีรษะอย่างสิ้นเชิง ราวกับมันถูกโจมตีด้วยแรงนับพันชั่งซัดจนลอยละลิ่วออกไป หลังจากพลิกตีลังกาออกไปไกลหลายวาจึงค่อยหยุดลง
ส่วนอีกคนควงหมัดหมายจะชกใส่ศีรษะเทียนิ เทียนิพลิกร่างตามแรงแนบอิฐไว้ข้างลำตัวก่อนจะสะบัดฟาดไปที่เอวของอีกฝ่าย คนผู้นี้กลับเคราะห์ร้ายยิ่งกว่าสหายของมัน เพียงคราแรกก็ต้องเผชิญผลกระทบเหวี่ยงขว้าง จนลอยละลิ่วออกไป มิหนำซ้ำยังถึงคราเคราะห์ปลิวไปชนหน้าต่างจนแตกกระเด็นร่วงออกไปด้านนอก...
เสียงแตกตื่นแว่วดังมาจากด้านนอก ส่วนผู้ที่อยู่ด้านในกลับตาค้างพูดอะไรไม่ออก แน่นอน ต้องยกเว้นไป๋หยุนเฟยและจิ้งิเฟิง
สายตาทั้งคู่ของจิ้งิเฟิงเป็ประกาย ในใจก็ร่ำร้องขึ้น “ก็คือนี่แหละ ก็คือนี่แหละ!!”
เทียนิงงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา เมื่อหันไปมองจ้าวเหลียง ก็รีบพุ่งเข้าหาจ้าวเหลียง ก่อนที่องครักษ์คนแรกจะลุกขึ้นมาได้
จ้าวเหลียงมีทีท่าหวาดหวั่น องค์รักษ์ทั้งสองก็ถูกฟาดกระเด็นออกห่าง นี่ไม่เหมือนกับที่มันวางแผนเอาไว้แม้แต่น้อย เมื่อมองไปที่ก้อนอิฐสีแดงในมือเทียนิก็คล้ายกับจะเรืองแสงขึ้นมา ความหวาดกลัวของมันยิ่งมายิ่งเพิ่มพูน ขณะก้าวถอยหลังไม่หยุด ก็กล่าวละล่ำละลัก “ช้า ช้าก่อน! เมื่อครู่ข้าแค่หยอกเล่นเท่านั้น อย่าได้ทำเช่นนี้เลย...”
เทียนิกลับไม่ชะลอความเร็วลง พริบตาเดียวก็ไปถึงตรงหน้า ยกอิฐขึ้น เล็งไปที่ใบหน้าซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวแล้วก็ประทับลงไป
“ผัวะ!”
ก้อนอิฐยุบลงไปบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยไขมันของเ้าเหลียงราวครึ่งนิ้ว จนทำให้มันล้มลงไป แต่กลับไม่มีผลกระทบเพิ่มเติมอันใดเกิดขึ้น
“อาฉาม อ้วยอ้วย...” จมูกมันถูกฟาดจนบี้แบน หลังจากถ่มฟันออกมาหลายซี่ก็พยายามะโเสียงอู้อี้ออกมา --- ที่จริงแล้วมันคิดจะะโว่า “อาสาม ช่วยด้วย”
แต่ไม่ทราบเพราะอาสามมันฟังไม่ออกว่ามันร้องว่าอะไรหรือไม่ ด้านนอกประตูจึงไร้ความเคลื่อนไหวอันใด แล้วท่าที่สองของเทียนิก็ฟาดใส่ศีรษะมันอีกครั้ง
เนื่องเพราะตะแคงล้มลง อิฐที่ฟาดจึงฟาดตามแนวขวาง ดังนั้นเมื่อฟาดถูกและบังเกิดผลกระทบเพิ่มเติมเหวี่ยงขว้างขึ้นนั้น มันก็ปลิวกระเด็นตามขวางออกไป หลังจากชนกำแพงก็กระดอนออกมาราวกับลูกปิงปอง ยามตกถึงพื้นก็กระเด้งอีกครั้ง มิหนำซ้ำถึงกับกระเด้งเข้าหาเทียนิ --- หรือนี่จะเป็การจู่โจมโต้กลับของเ้าคนอ้วนกัน!
เทียนิก็ไม่เกรงใจ ใช้ก้อนอิฐฟาดไปอีกครั้งจนยุบลงไปในเนื้อหนังของจ้าวเหลียง ไม่ทราบเพราะเทียนิโชคดีหรือมันโชคร้ายกันแน่ ฟาดครานี้ก็ยังเกิดผละกระทบเหวี่ยงขว้างอีกครั้ง ดังนั้นลูกปิงปองั์ก็กระเด็นไปอีกทิศทางหนึ่งจนชนใส่ประตูพังไปบานหนึ่ง ก่อนจะกระดอนออกไปที่ระเบียงด้านนอก สุดท้ายก็มีคนรับร่างของมันเอาไว้ได้ก่อนจะวางลงกับพื้นราวยกวัตถุไร้น้ำหนัก
ปรากฏชายวัยกลางคนในชุดนักบู๊รัดรูปสีดำยืนอยู่ที่ระเบียง เมื่อมองดูจมูกที่บี้แบน โลหิตนองท่วมศีรษะและใบหน้าที่ไม่อาจมองออกว่าเป็จ้าวเหลียง ใบหน้ามันก็เคร่งเครียดลง --- ชายผู้นี้คือคนที่จ้าวเหลียงพยายามะโร้องให้มาช่วยเหลือ ซึ่งก็คืออาสามของจ้าวเหลียง นามว่าจ้าวเย่ ภูติญญาระดับกลางผู้ใช้พลังธาตุดิน
ขณะที่เทียนิจะก้าวเท้าเดินตามจ้าวเหลียงออกไปกลับมีคนรั้งเอาไว้ เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็ไป๋หยุนเฟยที่มาถึงด้านหลังั้แ่เมื่อใดก็ไม่ทราบ
หลังจากหยิบก้อนอิฐจากมือของเทียนิ ไป๋หยุนเฟยก็กล่าวกลั้วหัวเราะ “พอแล้ว คนนี้ให้ข้าเอง”
“หา? หมายความว่าอย่างไร...” เทียนิประหลาดใจ แต่ทันใดนั้นก็มองเห็นจ้าวเย่ที่อยู่ด้านหลังจ้าวเหลียง สีหน้ามันเปลี่ยนไป ก่อนจะเอ่ยปากด้วยความตกตะลึง “แย่แล้ว อาสามของจ้าวเหลียง! เป็ภูติญญาระดับกลาง พี่ไป๋พวกเรา...”
“เ้าเด็กเมื่อวานซืนตระกูลเย่! บังอาจรังแกคนตระกูลจ้าวถึงเพียงนี้! ข่มเหงกันเกินไปแล้ว! คอยดูเถอะว่าข้าจะสั่งสอนเ้าอย่างไร!” แววตาจ้าวเย่ทอแววอำมหิต ยามร้องะโรอยกายก็ปรากฏแสงสีส้ม แล้วพื้นรอบเท้าบังเกิดรอยแตกขึ้นพร้อมกับทะยานร่างเข้าใส่เทียนิ
“ปัง!!”
มาว่าเร็วแล้ว กลับไปถึงกับเร็วยิ่งกว่า จ้าวเย่กระโจนเข้ามาได้ไม่ถึงครึ่งทาง ก็กระเด็นกลับไปด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่าขามา หลังจากชนเข้ากับกำแพงก็รูดลงมากองอยู่ข้างกายจ้าวเหลียงก็แน่นิ่งไป --- ที่แท้มันก็สลบไปแล้ว
ไป๋หยุนเฟยเดาะก้อนอิฐซึ่งเรืองแสงสีแดงในมือไปมา ขณะเดียวกันก็หันไปหาเทียนิ “เมื่อครู่เ้าว่าอะไรนะ?”
“……”
